<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาจี้สพฐ.ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ขีดเส้นเสร็จก่อนก.ย. 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8เม.ย.64- &amp;nbsp;นายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงการประชุมหารือการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ว่า คณะกรรมการปฏิรูปฯ ได้หารือกับทางผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำโดยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ซึ่งที่ประชุมมีความคิดเห็นที่ตรงกันในหลายเรื่อง โดยมีภารกิจหลักที่ต้องทำร่วมกันใน 5 เรื่อง ได้แก่ การพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาครู เรื่องที่เกี่ยวกับการอุดมศึกษา วิจัยและธรรมาภิบาล เรื่องกองทุนเพื่อความเสมอภาค และเรื่องของอาชีวศึกษา ซึ่งเกือบทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่มีคนทำอยู่แล้ว แต่เราได้มารวบรวมถักทอให้เป็นงานที่ทำร่วมกัน เพื่อระบุไว้เป็นแผนพัฒนาประเทศ ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จก่อนเดือน กันยายน 2565 โดยเฉพาะใน 3 เรื่องใหญ่ที่ สพฐ.ตั้งเป้าหมายไว้ คือ เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษา รวมถึงเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญสำหรับการศึกษาของประเทศไทย และยังมีเรื่องของจำนวนคนไทยในอนาคตข้างหน้า ที่ต้องมีการจำลองสถานการณ์ว่าจะมีจำนวนครูและนักเรียนเท่าใด ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการผลิตครูในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรากรณ์ กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหาร สพฐ.ทำให้เข้าใจตรงกันมากขึ้น ทางคณะกรรมการปฏิรูปฯ เองก็พร้อมจะเป็นคนกลางในการจัดสัมมนาให้คนที่มีความสนใจเข้ามารับฟังในเรื่องการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ได้ทำร่วมกับ สพฐ. ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการไปหารือกับเลขาธิการสภาการศึกษา และเลขาธิการอาชีวศึกษาแล้ว ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้แผนปฏิรูปการศึกษาเป็นแผนของประชาชน เป็นแผนที่ร่วมมือกันด้านระบบการศึกษา ไม่ใช่แผนของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องเป็นแผนที่มาจากความเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งจะดำเนินการทำแผนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะมีการรายงานความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรทุกๆ 3 เดือน โดยเรามีแผนการอยู่แล้วว่าจะต้องทำแผนอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่เราต้องผลักดันคือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเราสนับสนุนและรอให้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อจะเข้าสู่สภาฯ เป็นอย่างแรก นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับอื่น ที่ต้องมีการขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้า เราพร้อมที่จะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. เหล่านี้ให้เดินไปข้างหน้าโดยเร็วที่สุด และยังมีโครงการย่อยอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2565 ทั้งเรื่องของอาชีวศึกษา เรื่องธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย และเรื่องของงานวิจัย ซึ่งทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังดำเนินการอยู่อย่างเข้มข้นเช่นกัน&amp;rdquo;ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98795</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., คณะกรรมการปฎิรูปประเทศ, ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606ec188ede74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าใจหรือยัง  &#039;ดร.เสรี&#039; ตบกะโหลก &#039;ดาวสภา&#039; งานปฏิรูปสื่อไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือประธาน IO</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - จากกรณี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม ดาวสภา พรรคเพื่อไทย และอดีตสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการปฎิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน 15 คน โดยมีดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นประธาน นั้น ล่าสุด ดร.เสรี ได้โพสต์ข้อความโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานปฏิรูปสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือประธาน IO ที่จะทำให้ฝ่ายสนับสนุนตั้งความหวังด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐ และฝ่ายต่อต้านกลัวความไม่เป็นกลาง ดังนั้นต้องเข้าใจให้ถูกต้องนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ไม่ใช่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไม่มีอำนาจควบคุมหนือจัดการสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีหน้าที่เสนอแนะว่าสื่อสารมวลชนควรปฏิรูปอย่างไร ให้ทำหน้าที่เป็นโรงเรียนของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เสนอแนะการกำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ digital technology, social media อย่างมีจริยธรรม ให้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. พัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของรัฐให้จัดการข่าวสารภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อให้เติบโตทางเศรษฐกิจและจิตสำนึกทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จัดการรณรงค์ปลูกฝังความสาใารถในการรู้เท่าทีนสื่อให้แก่ประชาชนท่ามกลางเสรีภาพการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ส่งเสริมให้มีสภาสื่อสารมวลชน เพื่อดำรเสรีภาพการสื่อสารด้วยสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ให้รัฐบาลกำกับอุตสาหแรรมสื่อด้วยจิตสำนึกการใฟ้เสรีภาพของการแสดงออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ปลูกฝังให้สื่อใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณนี้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ โห!ดาวสภาเพื่อไทย ด่ากราด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; แต่งตั้ง &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; นั่งประธานปฏิรูปสื่อ ไม่เป็นกลาง ไม่เห็นหัวประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70493</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะกรรมการปฎิรูปประเทศ, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ดร.เสรี, ปฏิรูปสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d3838b03413c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็นพ้องสารเคมีมีแต่ผลเสียกระทบเกิดผู้ป่วยติดเตียงเยอะขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค)-ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยมี ศ.คลินิกพิเศษ นพ.เสรี ตู้จินดา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมร่วมกัน ระหว่าง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข กับคณะกรรมการปฏิรูปด้านสังคม เรื่องการแบนสารพิษ 3 ตัว คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ซึ่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่นายกฯแต่งตั้งขึ้น โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ &amp;nbsp;ซึ่งจะมีการประชุมพิจารณากันที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 ส.ค. นี้ ซึ่งเดิมทีได้เชิญคณะกรรมการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาร่วมหารือด้วย แต่ไม่สามารถมาเข้าร่วมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.คลินิกพิเศษ นพ.เสรี กล่าวว่า จากการหารือของคณะกรรมการ 2 คณะ มีแนวทางเดียวกัน แต่ยังไม่ 100 % ต้องนำเรื่องไปปรึกษากับคณะตัวเองก่อน ซึ่งการดำเนินการของคณะกรรมการปฏิรูปแต่ละคณะทำในลักษณะคู่ขนานกัน โดยมีบทบาทในการส่งข้อมูลไปยัง ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้นำเรื่องเข้าไปพูดคุยในการประชุม ครม. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีนายกฯ เป็นประธาน และ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะมีการประชุมในวันพรุงนี้ (21 ส.ค.) ซึ่งประธานเป็นระดับรัฐมนตรีประจำสำนักนายก ฯ ไม่ใช่แค่ระดับปลัดกระทรวง คิดว่าการพิจารณาน่าจะจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอโนทัย &amp;nbsp;ฤทธิปัญญาวงศ์ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านสังคม กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้เรามีความเห็นตรงกัน จากการหารือเห็นว่าข้อเสียมีมากกว่าข้อดีไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งมีความห่วงใยประชาชนทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้การตัดสินเชิงนโยบายค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งจะได้มีการนำเรื่องเข้าในที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปด้านสังคม โดยจะมีการพูดถึงผลกระทบใน ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตจากข้อมูลที่มีเพื่อให้มีน้ำหนักในการเสนอข้อมูลไปที่ นายกฯ ส่วนในผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจคงให้ข้อมูลได้ไม่ตรงนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กรรมการปฏิรูปด้านสาธารณสุข กล่าวว่า จากการประชุมเห็นพ้องว่า สารเคมีทั้ง 3 ชนิดโดยมีทั้งฤทธิ์เฉียบพลัน และระยะยาว จนต้องนอนติดเตียง ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่ามีการปนเปื้อนในอาหาร พืชผักที่เรารับประทานหากมองในแง่สังคมอาจเกิดวิกฤต คนป่วยหน้าใหม่อาจจะเพิ่มมากขึ้น โดยในเรื่องของเพศสภาพนั้น อธิบายได้ว่า 1-2 ชนิดมีผลทำให้การทำงานของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในเรื่องนี้บอกได้ในสัตว์ทดลองที่ได้มีการสำรวจสัตว์ที่อยู่ตามไร่นา ดังนั้นผลกระทบจะส่งผลต่อประชากรไทยที่มีคุณภาพเปลี่ยนแปลงไป มีผลทั้งประเทศทั้งเศรษฐกิจ สังคม ไม่ใช่แค่ป่วย ไม่ใช่แค่ตายในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินัย ดะห์ลัน กรรมการปฏิรูปด้านสังคม กล่าวว่า ประชากรด้านแรงงานของประเทศมีแนวโน้มลดลง ซึ่งที่เหลืออยู่ก็มีปัญหาด้านสุขภาพจากสารเคมีทั้ง 3 ชนิด &amp;nbsp;ซึ่งหากได้รับผลกระทบแล้วเสียชีวิตเลยก็อาจจะมีปัญหาไม่มาก แต่พบว่าคนกลุ่มนี้มักอายุยาว แต่อยู่ในลักษณ์ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ทางสังคมแรงงานบางส่วนต้องมาดูแลคนบางส่วนที่ได้ผลกระทบเป็นระยะเวลายาวนาน ในเชิงนโยบายค่อนข้างเป็นปัญหาสำคัญ ขณะเดียวกันพบว่าพฤติกรรมทางเพศสภาพของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในอาเซี่ยนมองว่าคนไทย โดยเฉพาะเลดี้บอยมีจำนวนมาก คำถามคือจากข้อมูลพบว่าสารเคมี 1-2 ชนิด มีผลต่อพฤติกรรมด้านเพศในสัตว์ทดลอง คำถามคือเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีผลกระทบต่อเพศสภาพในคน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15852</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, คณะกรรมการปฎิรูปประเทศ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, นพ.เสรี ตู้จินดา, วินัย ดะห์ลัน, อโนทัย  ฤทธิปัญญาวงศ์ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7bc87a4e0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
