<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุรักษ์&#039;เดือดเตรียมฟ้อง&#039;ป.ป.ช.-สื่อ&#039;กรณีชี้มูลตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำบาดาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลกรณีตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำบาดาล จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อให้ผ่านงบประมาณ ว่า การกล่าวหาดังกล่าวถือเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ทำให้ประชาชนเชื่อว่าตนเองป็นคนไม่ดี ดังนั้น จะนำหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ในชั้นศาล &amp;nbsp;เพราะศาลจะเปิดโอกาสให้นำพยานและหลักฐานมาหักล้างอย่างเต็มที่ ไม่เหมือน ป.ป.ช.ที่เร่งรีบสรุปสำนวน ทั้งที่ไม่มีการเรียกพยานไปสอบทั้งหมด โดยมีพยาน 4 คน แต่ ป.ป.ช. เรียกไปสอบแค่เพียงหนึ่งคน และตนเองก็ยังไม่ได้ถูกเรียกไปสอบ เนื่องจากเสนอเป็นเอกสาร และ ป.ป.ช.รอหลักฐานอีกชุดหนึ่ง แต่ ป.ป.ช.กลับรีบสรุปสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุรักษ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) บูรณาการ2 ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;มีหน้าที่เรียกตรวจสอบ และมีสิทธิ์เรียกเอกสารมาสอบ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น จึงขอโอกาสชี้แจง โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเด็น คือ 1.ที่ป.ป.ช.แถลงว่าถามอธิบดีกรมน้ำบาดาลซ้ำไปซ้ำมา เพื่อเปิดทางเรียกรับเงินนั้น ขอชี้แจงว่ากรมน้ำบาดาลของบประมาณทุกปี ปีละหลายพันล้านบาท เมื่อเป็นอนุ กมธ.ฯ ก็ต้องสอบถามว่า ราคาที่ขอมานั้นเหมาะสมหรือไม่ เพราะทุกอย่างต้องใช้ของหลวง ทั้งน้ำมัน รถขุดเจาะ เบี้ยเลี้ยงบุคคลกร การตั้งราคาเกินท้องตลาด เป็นสองเท่านั้น แบบแปลนเป็นอย่างไร ก็ต้องการเอามาดูเพื่อเป็นประโยชน์ต่อราชการ เพราะกรมฯ มีแบบที่เล็กที่สุดบ่อละ 338,000 บาท แต่ราคากลางขุดเจาะไม่เกินบ่อละ 8 หมื่นบาท ก็สงสัยว่าทำไมถึงแเพงจึงขอแบบมาเพื่อตรวจสอบ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้แบบที่ขอไปเลย ขอเรียนว่าทุกอย่างมีรายงานการประชุม ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่ามีใครพูดอะไรบ้าง ทุกอย่างตรวจสอบได้หมด ถามเพียงว่าเมื่อไหร่จะเอาแบบมาให้ตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ป.ป.ช.แถลงว่าเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการผ่านงบฯ ถือเป็นเรื่องตลก เพราะอธิบดีกรมน้ำบาดาล เป็นข้าราชการระดับสูง รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีอำนาจ อนุ กมธ.ฯ ทั้ง 10 คนก็ไม่มีอำนาจ กมธ.ชุดใหญ่ทั้ง 64 คน ก็ไม่มีอำนาจ และการที่จะตัดงบก็เป็นอำนาจของสภาทั้ง 500 คน &amp;nbsp;และก็เป็นฝ่ายค้านลงมติอย่างไรก็แพ้รัฐบาลอยู่ดี จึงถือว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง ขาดเหตุผลทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับอธิบดีกรมน้ำบาดาลนั้นไม่รู้จักกัน และในห้องประชุม กมธ.ชุดใหญ่ ก็มีการโต้เถียงตลอด เขาหาว่าไปตรวจสอบเขาละเอียดเกินไป ขอหลักฐานก็ไม่ให้ ในวันที่เขากล่าวหาว่าเรียกรับเงินก็ส่งแผนผังไปให้อนุไต่สวนของ ป.ป.ช. ว่ามี 4 คนนั่งตรงไหน พูดโทรศัพท์อย่างไร วันนั้นอธิบดีฯโทรมาหา แต่ไม่ได้รับเพราะไม่รู้จัก แต่มีอนุ กมธ.ฯท่านหนึ่งขอให้ช่วยรับเบอร์ของอธิบดีฯ ตนเองก็ไม่รับ แต่หลังจากเสร็จงานก็โทรกลับไป เพื่อสอบถามเรื่องแบบแปลน โดยวันนั้นเป็นวันที่ 4 ส.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยังคุยเรื่องแบบไม่เสร็จ มีส.ส.ให้โทรหาอธิบดีฯ ผมก็โทร แต่ระหว่างที่คุยยังไม่ได้วางสาย อนุกมธ.ฯท่านนั้นก็ขอพูดหน่อยเพราะรู้จักกัน แต่ก็เดินออกไปคุยข้างนอก เมื่อ ส.ส.ท่านนั้นกลับเข้าห้องประชุมก็วางสายไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน &amp;nbsp;ผมเห็นว่าคนไม่รู้จักกัน และคุยโทรศัพท์กันครั้งแรก จะกล้าไปเรียกเงินเขาหรือ แค่ยืมเงินก็อายเขาแล้ว ซึ่งผิดวิสัยของคนทั่วไปที่จะไปเรียกรับเงิน และอธิบดีคนนี้พูดมาแต่แรกว่ามีคนตบทรัพย์ มีคลิป ผมก็ขอถามว่าตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ยังไม่มีเอาคลิปมาเปิด จึงขอให้เอามาเปิดด้วย ถ้าเป็นเสียงผม ผมจะลาออกทันที อย่าพูดตีกิน และทำให้ผมเสียหายอย่างนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.อธิบดีฯ ให้การว่าตนเองเป็นคนเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท แต่ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดเลย ก็สันนิษฐานได้อย่างเดียวว่า ไม่มีการเรียกรับเงินกันจริง จึงไม่มีการแจ้งความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.อนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน การที่ขอเอกสารไปยังกรมน้ำบาดาล ก็เพื่อชี้แจงแสดงเหตุผลว่าไม่ได้ทำผิด ซึ่งขอไป 5 ครั้งก็ยังไม่ได้ และขอไปยังอนุกรรมการไต่สวนเพื่อให้รอเอกสารดังกล่าว แต่อนุฯ ก็ไม่รอ กลับเร่งรีบสรุปเพื่อชี้มูล &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าไม่ชอบมาพากล เรื่องนี้จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ป.ป.ช.ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้นำสังคมว่าเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท ทำให้เกิดความเสียหายทันที &amp;nbsp;เนื่องจากทำการเมืองมา 27 ปี ประชาชนรู้จักดี ทั้งที่ ป.ป.ช.ทำหน้าที่แค่พนักงานสอบสวนข้อมูลเท่านั้น หากลงมติฟ้อง อัยการต้องฟ้อง ถ้าไม่ฟ้อง ป.ป.ช.นำกลับมาฟ้องได้ แต่นี้ถือว่าป.ป.ช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต และการออกมาแถลงข่าวถือว่าทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจบนิติศาสตร์มา รุ่นผมมีเป็นร้อยคน ปัจจุบันอยู่ในส่วนราชการ เอกชนมากมาย มีทั้งเป็นนักสืบเอกสาร ตำรวจ อัยการ ศาล แม้กระทั้งเป็น ป.ป.ช. ผมได้ตรวจทุกอย่างแล้วทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายอาญา อำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งในอดีตเคยมีกรณีลักษณะนี้มาแล้ว สุดท้ายมีการฟ้องจนติดคุก 1 ปี แต่ ป.ป.ช.ท้าให้ผมฟ้อง เพราะเขาคิดว่ามีคนคุ้มครอง ผมขอรับคำท้านั้น และจะเชิญท่านไป จ.มุกดาหาร &amp;nbsp;แล้วเอากฎหมายที่คุ้มครองท่านไปด้วย เพราะ ป.ป.ช.มีเจตนาประจาน ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ และผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์กับสื่อและประชาชน โดยเฉพาะชาวมุกดาหาร ที่สนับสนนุผมมาตลอด 27 ปี &amp;nbsp;เรื่องนี้ผมจะทำให้เป็นตัวอย่างว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ในทางกฎหมายผมจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งสื่อมวลชนที่เสนอผมด้วย &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง &amp;nbsp;และหาก ป.ป.ช.ได้ฟังสิ่งที่ผมแถลงวันนี้ และปรากฏว่าเป็นเรื่องจริงขอให้ท่านได้ทบทวนมติคืนความเป็นธรรมให้ผม&amp;rdquo; นายอนุรักษ์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118958</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์, ป.ป.ช., พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มุกดาหาร, อธิบดีกรมน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d47edee8b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดฤกษ์4ต.ค.ยื่น’ป.ป.ช.’เอาผิด’ประยุทธ์-ครม.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น10 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 12.00 น.นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ลงนามเพื่อยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะเดินทางไปยื่นต่อ ป.ป.ช. วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม เวลา 10.00 น. มีการยื่นเอาผิด 4 ชุด ชุดแรก เป็น ครม.ทั้งคณะ ชุดที่ 2 นายกรัฐมนตรี ชุดที่ 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชุดที่ 4 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของประเด็นที่จะยื่นนั้น เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีนทั้งหมด 3 เรื่อง เช่น การไม่เข้าโครงการโคแว็กซ์, การผูกขาดเอื้อประโยชน์วัคซีนแอสตราเซเนก้า, การทุจริตจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค, ทุจริตการจัดซื้อชุดตรวจ ATK, การบริหารจัดการวัคซีนที่ผิดพลาดไร้ประสิทธิภาพ, จัดซื้อวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพให้คนไทย และอีกเรื่องที่เกี่ยวกับการออกมติ ครม.ที่ขัดต่อกฎหมาย โดยมีการเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตสต๊อกยางพารา ส่งผลให้เกิดการขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เอื้อเอกชนรายเดียว ผิดกฎหมายการยางเรื่องการรักษาเสถียรภาพ ทำราคายางลดต่ำเพราะมีการทุ่มราคา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118221</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรี, ครม., นายกรัฐมนตรี, ป.ป.ช., พรรคร่วมฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61541071e9e62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. เผยคืบหน้าไต่สวน &#039;สหายแสง&#039; ถือครองที่ดินมิชอบ​ จ่อชง กก.ชุดใหญ่ ถกมีมูลพอแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนป.ป.ช.​ กล่าวหา นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แจ้งถือครองที่ดินของรัฐ (น.ส.2)โดยมิชอบ ซึ่งแจ้งถือครองไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งที่ไม่มีสิทธิในการถือครอง ว่า กรณีของนายศุภชัย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไปแล้ว โดยอาจจะต้องมีข้อมูลพิจารณาเพิ่มเติมว่า ข้อกล่าวหานั้นมีมูลหรือไม่ คาดว่าเร็ว ๆ นี้ จะมีการสรุปสำนวนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่าข้อกล่าวหานั้นมีมูลหรือไม่ หากมีจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และให้นายศุภชัยมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า​ ส่วนกรณีนักการเมืองแจ้งถือครองที่ดิน น.ส.2 ทำได้หรือไม่นั้น​ เดิมที่ดินดังกล่าวเป็นสิทธิในการถือครอง ไม่ต้องแจ้งในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน คล้ายคลึงกับการถือครอง ภ.บ.ท.5 เพราะเป็นที่ดินของรัฐ แต่ปัจจุบันมีบางรายได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สินเข้ามาบ้าง ดังนั้นเมื่อแจ้งว่า ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบ หากปรากฏกรณีว่าถือครองไม่ถูกต้อง เช่น กรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่เป็นความผิดตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นต้องดูที่เจตนาของนายศุภชัยว่าการแจ้งถือครองที่ดิน น.ส.2 ดังกล่าว เป็นอย่างไร ถือครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดูพฤติการณ์เป็นหลัก หากมีมูลว่าถือครองไม่ถูกต้อง อาจถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงแบบกรณีของ น.ส.ปารีณา ซึ่งเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนของคดีอาญานั้น เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดำเนินการไป เช่น กรณีการแผ้วถางป่า หรือรุกป่า ส่วนนักการเมืองรายอื่น ๆ ที่ถูกร้องเรียนเข้ามายัง ป.ป.ช. นั้นปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบทุกเรื่อง ถ้ารวบรวมพยานหลักฐานใกล้แล้วเสร็จ ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ก็จะได้พิจารณาดำเนินการสั่งไต่สวนเช่นเดียวกัน&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117609</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ถือครองที่ดินมิชอบ, ปปช., ศุภชัย โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614bfe3aba48e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการ กคช. ยืนยัน“โครงการบ้านสุขประชา” ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามกฎหมายพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;(กคช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีมีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชาว่า การดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชา อยู่ภายใต้กรอบแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี ตามมติ ครม. ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินการถูกต้องตามข้อกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ แผนโครงการนำร่องระยะเร่งด่วน บ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; จำนวน 2 แห่ง คือโครงการฯ ฉลองกรุงและร่มเกล้ารวม 572 หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงทุน ตามมติครม.ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระหว่างปี โดยอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอครม. เพื่อให้ความเห็นชอบภายหลังจากนำผลการดำเนินงานโครงการนำร่องเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกอบการนำเสนอโครงการบ้านเคหะสุขประชาต่อไป เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความบอบช้ำในอดีตที่เกิดขึ้นกับโครงการของการเคหะแห่งชาติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินงานถมดินของโครงการ ตามหนังสือของ สศช. ลงวันที่10 กันยายน 2563 อนุมัติการปรับปรุงงบลงทุนประจำปี 2563 เพิ่มวงเงินดำเนินการ 821.125 ล้านบาท โดยผูกพันไปดำเนินการในปีงบประมาณ 2564 เพื่อให้ กคช. สามารถดำเนินการถมดินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามศักยภาพและความสามารถ ซึ่งอยู่ในงบลงทุนเพื่อการดำเนินงานปกติ แผนรายปี เป็นงบประมาณรายการเดียวซึ่ง กคช.ดำเนินการภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ จำนวน 821.125 ล้านบาท โดยดำเนินการตามผลการศึกษาความเหมาะสมในการจัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; มีเป้าหมายที่จะดำเนินการในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการจัดจ้าง บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ซึ่งเป็นบริษัทที่ กคช. ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นไปตาม พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดทุกโครงการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นยินดีให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ขอยืนยันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใสในการทำงาน และพร้อมที่จะตอบชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; นายทวีพงษ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กคช., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพัฒนาบ้านเช่า, การเคหะแห่งชาติ, การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชา, นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, บ้านเคหะสุขประชา, ป.ป.ช., ยื่นหนังสือ, แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี, โครงการบ้านเคหะสุขประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138a4781b29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายความ ซุ่มยื่น ปปช.ฟัน กมธ.พิจารณาร่างรธน. แก้ไขเนื้อหาผิดไปจากวาระรับหลักการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุนี นายพีรพัฒน์ แสนพาน ทนายความ ยื่นเรื่องถึงคณะกรรมการป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบเจ้าพนักงานของรัฐ มีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 83 และ 91 ที่คณะกรรมาธิการ​ (กมธ.) ​พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาผิดไปจากวาระรับหลักการตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.พาณิชย์​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการเพิ่มเนื้อหาในมาตรา 83 ที่นอกเหนือไปจากเรื่องการกำหนดให้มีส.ส.เขต 400 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ในชั้นวาระรับหลักการ ซึ่งขัดต่อหลักการที่ไม่ให้กมธ.แก้ไขเนื้อหาเกินกว่าหลักการได้ ถือเป็นการแก้ไขขยายความเลยเถิด ตามอำเภอใจที่เกินเลยไปจากหลักการ​ เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม และอาจเป็นความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการ​ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ให้ใช้บังคับกับส.ส. ส.ว.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย จึงขอให้ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนการกระทำดังกล่าวเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116066</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612ccd73b6a61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยมติเอกฉันท์เห็นชอบตั้ง &#039;นิวัติไชย เกษมมงคล&#039; นั่งเลขาฯปปช.คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีนายนนทิกร กาญจนะจิตรา เป็นประธาน ได้เสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาให้ตนจำนวน&amp;nbsp;3 รายชื่อ พร้อมกับเหตุผลประกอบและคะแนน เพื่อให้ตนในฐานะประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา โดยตนได้ดูจากผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดและเหตุผลประกอบแล้ว จึงได้เสนอชื่อนายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้ความเห็นชอบ ซึ่งได้มีมติเอกฉันท์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;0 เสียง&amp;nbsp;เห็นชอบให้นายนิวัติไชย ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ และให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, นิวัติไชย เกษมมงคล, ปปช., เลขาธิการปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d92f25fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่หมด! ปปช. จ่อเชือดอีกรอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างประชุมร่างกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีศาลฎีการับคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูล น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีเสียบบัตรแทนกัน และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ว่า นอกจากของ น.ส.ธณิกานต์แล้ว ยังมีอีก&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;รายที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีติชี้มูลกรณีเสียบบัตรแทนไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114269</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ปปช., ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
