<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจหนาวอีกรอบ!ป.ป.ช.เตรียมรื้อคดีบอสใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายงานสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส มาที่ ป.ป.ช.ว่า รับทราบเรื่องแล้ว โดยจะต้องไปดูสำนวนเดิมที่ ป.ป.ช.เคยวินิจฉัยชี้มูลวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจบางรายไปแล้วนั้น วันนี้จะดูทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นว่าอะไรที่ ป.ป.ช.วินิจฉัยชี้มูลแล้วมีพยานหลักฐานใหม่ที่ ป.ป.ช.ยังไม่เคยวินิจฉัย เพราะตอนที่ ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปนั้นอัยการสูงสุด (อสส.) ยังสั่งฟ้องอยู่ แต่วันนี้เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า อสส.สั่งไม่ฟ้อง จึงจะต้องดูขั้นตอนการสั่งไม่ฟ้องถูกต้องหรือไม่ และยังมีกระบวนการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เสนอพยานหลักฐานเพิ่มเติม จะต้องดูไปพร้อมกัน ต้องดูตั้งแต่ต้นคดี เหตุเกิดที่ไหนอย่างไร มีใครเป็นพนักงานสอบสวน มีการทำสำนวนอย่างไร ส่วนไหนดำเนินคดีได้เพิ่มเติมก็ทำไป แต่ถ้าทำไม่ได้ ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ถือว่าสิ้นสุด ส่วนใครจะผิดหรือไม่ผิดยังชี้แจงไม่ได้
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ นอกจากตำรวจที่ถูกชี้มูลวินัยไปแล้วจะมีคนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน เพราะมีคนที่เกี่ยวข้องเยอะ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป วันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ต่อ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ป.ป.ช., ป.ป.ท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d55bd26236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันวินัย270พม.โกงคนจน ปปช.เร่งข้อมูลอาหารเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป.ป.ท.ชง &amp;quot;พม.&amp;quot; ฟันวินัย 270 ขรก.งาบเงินคนจน ป.ป.ช.เร่งรวบรวมข้อมูลโกงอาหารเด็ก &amp;nbsp;&amp;quot;หมอธี&amp;quot; สั่ง สพฐ.แก้ทั้งระบบหลังโดน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไล่บี้หลายรอบ ผู้ว่าฯ โคราช-มุกดาหารลงพื้นที่สุ่มตรวจ ยังไม่พบ รร.ทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เมื่อวันที่ 18 &amp;nbsp;มิถุนายน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงประมาณ 60 แห่ง ในชุดแรกและชุดสอง โดยส่งรายชื่อข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กว่า 270 รายให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย ส่วนชุดสามต้องรอความชัดเจนอีกระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ จ.บึงกาฬ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดไปแล้ว ส่วนจังหวัดอื่นๆ กำลังเร่งดำเนินการเนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก หรือบางจังหวัดประมาณ 1,000 คน ซึ่งต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำทั้งหมดอาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท.ประสานข้อมูลกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อช่วยตรวจสอบติดตามยึดอายัดทรัพย์สินจากการกระทำความผิดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในหลายจังหวัดว่า &amp;nbsp; สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดจะเข้าไปรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เมื่อได้พยานหลักฐานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของ ป.ป.ช.จะมีการรายงานมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป ดังนั้นยังอยู่ระหว่างการทำงานของ ป.ป.ช.จังหวัด โดยมีทั้งการกล่าวหาร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสจำนวนมาก ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะเร่งให้ ป.ป.ช.จังหวัดรายงานเข้ามาโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจและมีผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;อย่าเพิ่งถามเรื่องนี้ รอให้มีการแถลงทีเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตโครงการอาหารกลางวันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่นั้น ได้สั่งการให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. &amp;nbsp;และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เร่งวางแนวทางแก้ไขเชิงระบบ ส่วนปัญหาเรื่องการโอนเงินช้านั้นมีบ้างในบางพื้นที่ แต่เป็นเรื่องที่ ศธ.สามารถหารือกับกระทรวงมหาดไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อร้องเรียนว่าค่าอาหารกลางวันเด็ก 20 บาทต่อหัวต่อวันอาจจะไม่เพียงพอนั้น นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่าเงินเท่านี้เพียงพอแล้ว เพราะหลายโรงเรียนมีการบริหารเงินงบประมาณดังกล่าวได้ดี โดยการจัดสรรแบบรวมกลุ่ม และเด็กได้รับอาหารที่ดีสารอาหารครบถ้วน แต่ที่สังคมตั้งข้อสังเกตคือเรื่องทุจริตจนส่งผลกระทบต่อเด็ก ซึ่งปัญหาตรงนี้ต้องรีบแก้ไข และในส่วนที่มีการเสนอให้ ศธ.นำงบส่วนนี้มาบริหารจัดการเองนั้น ทำไม่ได้เนื่องจากเป็นงบที่กระจายอำนาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ซึ่งหากจะมีการเปลี่ยนแปลงคงต้องหารือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเรื่องนี้มากและเรียกผมไปหารือหลายครั้งให้เร่งแก้ไข แต่เรื่องงบไม่ใช่ประเด็น เพราะที่ชาวบ้านโมโหและผมไม่แฮปปี้ คือคุณภาพอาหารของเด็กและมีการทุจริต บางโรงเรียนใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะได้งบค่อนข้างมาก &amp;nbsp;ทำให้มีตัวกลางเข้ามาดำเนินการ โรงเรียนอาจจะไม่ได้โกง แต่ตัวกลางมีปัญหา เท่าที่ทราบโรงเรียนส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่โรงเรียนที่โกงต้องได้รับโทษ ดังนั้นถ้าเราดำเนินการอย่างสุจริตโปร่งใสก็จะไม่มีปัญหา&amp;quot; รมว.ศธ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทั่วประเทศสำรวจการดำเนินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน และให้รายงานกลับมาภายใน 13 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ยังเหลือ สพป.อีกกว่า &amp;nbsp;10 แห่งที่ยังไม่ได้จัดส่งรายงานข้อมูลการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมอนามัยจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับทีมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการวางแผนการจัดทำอาหารกลางวันคุณภาพ &amp;nbsp;โดยมอบหมาย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย นายสง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และสำนักโภชนาการเข้าไปร่วมมือ ทั้งนี้สิ่งที่กรมสนับสนุนอยู่คือ การใช้เมนูไทยสกูลลันช์โปรแกรม ซึ่งเสนอคณะกรรมการระดับชาติว่าด้วยเรื่องอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่กระทรวงศึกษาฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่ง อปท.สามารถนำไปใช้ได้ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งขอให้ อปท.พิจารณาจัดให้มีนักโภชนาการประจำอย่างน้อยอำเภอละ 1 คน เพื่อให้คำปรึกษาร่วมกับการใช้โปรแกรมไทยสกูลลันช์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงการสุ่มตรวจอาหารกลางวันเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลของ จ.นครราชสีมาว่า ได้มีการลงพื้นที่สุ่มตรวจคุณภาพอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ภายในโรงเรียนเมืองนครราชสีมาและโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบคุณภาพของอาหารกลางวันเด็กนักเรียนที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ ว่ามีคุณภาพถูกหลักโภชนาการหรือเหมาะสมกับงบประมาณหรือไม่ โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 2 &amp;nbsp;แห่งพาสำรวจถึงภายในห้องครัวประกอบอาหาร ซึ่งพบว่าไม่มีการทุจริต และอาหารมีเพียงพอต่อความต้องการของเด็กนักเรียน รวมทั้งมีคุณภาพตามหลักโภชนาการ ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ช่วยกันตรวจสอบโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 32 อำเภอ มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,400 แห่งอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น นายชัชวาล พรอมรธรรม รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วยนางช่อเอื้อง &amp;nbsp;ฤกษ์รุจิพิมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจโรงอาหารของโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก พร้อมลิ้มลองรสชาติอาหารที่ได้จัดทำขึ้นในมื้อกลางวัน รวมทั้งการเดินตรวจสุขอนามัยในการรับประทานอาหารของเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-ป.6 ของโรงเรียนแห่งนี้ หลังโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ภาพเปรียบเทียบโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรณีตัวอย่าง กับโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของทีมข่าวพบว่า เด็กๆ ต่างพากันเข้าแถวหยิบถาดอาหารมารับอาหาร 2 อย่าง &amp;nbsp;พร้อมข้าวสวยและผลไม้ 1 อย่าง ตามเมนูที่แม่ครัวของโรงเรียนได้กำหนดขึ้นมา โดยวันนี้เป็นเมนูแกงจืดเต้าหู้ ผัดลูกชิ้นปลา ข้าวสวย และแตงโม ซึ่งเด็กๆ มีความสุขในการรับประทานอาหารจนเกลี้ยงถาดทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.มุกดาหาร นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวภายหลังลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โรงเรียนทีโอเอวิทยา (เทศบาล 1 &amp;nbsp;วัดคำสายทอง) ชุมชนคำหอย เขตเทศบาลเมืองมุกดาหารว่า ได้จัดตั้งทีมงานออกไปสุ่มตรวจสอบทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.มุกดาหารแล้วหลายโรงเรียน สำหรับโรงเรียนทีโอเอวิทยาพบว่าอาหารกลางมีโภชนาการที่เป็นประโยชน์แก่เด็ก มีความเหมาะสมทั้งคุณภาพและปริมาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, ชัชวาล พรอมรธรรม, นพ.วชิระ เพ็งจันทร์, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รร.ทุจริต, วิเชียร จันทรโณทัย, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27bfa089207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! โกงแม้กระทั่งผ้าห่มคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2561 &amp;ndash; พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมคณะทำงานชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินอุดหนุน ประเภทสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ในกรณีการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พ.ท.กรทิพย์กล่าวภายหลังว่า เดือน ก.พ.2560 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดซื้อผ้าห่มกันหนาว ด้วยวิธีตกลงราคาในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท สำหรับจัดซื้อผ้าห่ม 500 ผืน โดยระบุเหตุผลจัดซื้อว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี มีผู้สูงอายุประสบภัยหนาว แต่จากการตรวจสอบพบว่าในการจัดหาผ้าห่มนั้นไม่มีความจำเป็น อีกทั้งได้จัดหาผ้าห่มที่มีปริมาณน้ำหนักกรัมน้อยกว่าปกติ จึงทำให้ราคาสูงกว่าที่ควรเป็น
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การจัดซื้อผ้าห่มที่หน่วยงานอื่นได้ดำเนินการจัดซื้อนั้น จะกำหนดขนาดและราคาไว้โดยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) คือ ความกว้างไม่น้อยกว่า 146 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 195 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 1,100 กรัม และมีราคากลางไม่เกินผืนละ 240 บาท แต่การจัดซื้อผ้าห่มของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสิงห์บุรี จัดซื้อผ้าห่มที่ราคาผืนละ 400 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเคยจัดซื้อ &amp;nbsp; และมีน้ำหนักไม่ถึง 1,100 กรัม และความกว้างไม่ถึง 180 เซนติเมตร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ท.กรทิพย์กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบถึงคุณภาพของผ้าห่ม พบว่า บางรายใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเกิดการชำรุด และไม่สามารถใช้ได้อีก บางรายใช้มาเป็นเวลา 1 ปี เมื่อนำไปซักสีผ้าตก และเนื้อผ้ามีลักษณะเปื่อย ยุ่ย ส่วนใหญ่ได้มาก็ไม่ได้นำไปใช้ เนื่องจากอากาศไม่หนาว &amp;nbsp;จึงไม่จำเป็นต้องใช้ อีกทั้งได้รับแจกมาแล้วหลายครั้งจากหน่วยงานอื่น จึงเก็บไว้ไม่ได้มีการนำมาใช้งานนอกจากนี้มียังข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มีผ้าห่มในลักษณะเดียวกันได้มีการแจกจ่ายให้ชาวบ้านในปีงบประมาณ 2561 ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ตรวจสอบลึกลงไปถึงรายละเอียดการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวในปีงบประมาณ 2561 ด้วย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบการยื่นชำระภาษีของผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับศูนย์คุ้มครองฯ เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ต่างๆ ต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8598</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, ป.ป.ท., ปภ., ผ้าห่มกันหนาว, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, สิงห์บุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1ffdf139d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
