<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบียบใหม่ออกแล้ว รู้หรือไม่?ถ้าชี้เบาะแสให้ป.ป.ง.ได้ค่าตอบแทนอะไรบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61- เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์
ต่อการดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรมพ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระเบียบใหม่นี้ &amp;nbsp;ระบุให้&amp;ldquo;ค่าตอบแทน&amp;rdquo; หมายถึง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าชดเชยการขาดรายได้จากงานที่ต้องทำ ค่าเดินทาง ค่าเช่าที่พักอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน&amp;ldquo;ประโยชน์อื่นใด&amp;rdquo; หมายถึง ประโยชน์ที่มิใช่ค่าตอบแทน เช่น หนังสือชมเชย ประกาศเกียรติคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ให้ถ้อยคำที่มาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน หรือสถานที่อื่นใด ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราว ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใด ได้ค่าตอบแทนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าชดเชยการขาดรายได้จากงานที่ต้องทำ ให้จ่ายในลักษณะ เหมาจ่าย วันละ ๓๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่เริ่มให้ถ้อยคำจนถึงวันที่ให้ถ้อยคำเสร็จสิ้น โดยให้คำนวณจำนวนวันตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ เศษของวันให้ถือเป็น ๑ วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ค่าเดินทาง ให้จ่ายทั้งไปและกลับตามที่จ่ายจริง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตรากิโลเมตรละ ๔ บาท
โดยประมาณการระยะทางตามเส้นทางของกรมทางหลวงใน ทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทาง
ได้โดยสะดวกและปลอดภัย ในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทาง
ของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน เช่น เส้นทางของเทศบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงหรือของหน่วยงานอื่น ให้ผู้ให้ถ้อยคำเป็นผู้รับรอง
ระยะทางในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ค่าเช่าที่พักอาศัย ในกรณีผู้ให้ถ้อยคำมีที่พักอาศัยอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตั้งสานักงาน หรือสถานที่อื่นใดซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวและจำเป็นต้องพักอาศัย ในเขตจังหวัดที่ตั้งสานักงานหรือสถานที่อื่นใดดังกล่าวแล้วแต่กรณีอันเนื่องมาจากการถูกเรียกมาให้ถ้อยคำ ให้จ่ายค่าเช่าที่พักอาศัยในลักษณะเหมาจ่าย วันละ ๘๐๐ บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๖ ค่าตอบแทนผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของคณะกรรมการธุรกรรม ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและระเบียบสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรสำนักงานจะจัดให้มีประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลแล้วแต่กรณีก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๘ ค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดตามระเบียบนี้ ให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณของสำนักงาน และต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินตามแบบท้ายระเบียบนี้ไว้ เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๙ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้ และในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการมีอานาจวินิจฉัยชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลตารวจเอก ชัยยะ ศิริอาพันธ์กุล
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18414</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ค่าตอบแทน, ประกาศราชกิจจา, ผู้ให้ถ้อยคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.บุกจับ‘พนม-9บิ๊กพศ.’ ฟันโกงเงินทอนวัดล็อต3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; นำหมายศาลบุกค้นและจับกุม 10 ผู้ต้องหาเอี่ยวคดีทุจริตเงินทอนวัด รวบ &amp;quot;พนม ศรศิลป์&amp;quot; อดีต ผอ.พศ. คาบ้านพักย่านพุทธมณฑล พร้อมอดีตและ ผอ.พศ.จังหวัดอีก 8 ราย เหลือเพียง &amp;quot;ผอ.พศ.จ.สมุทรปราการ&amp;quot; หลบหนีไปต่างประเทศ &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ลั่นทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมายเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ส.ค. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ ม.157 เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำนวน 10 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อดีต ผอ.พศ.) 2.นายแก้ว ชิดตะขม ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดอ่างทอง 3.น.ส.ประนอม คงพิกุล ผอ.พศ.จ.สมุทรปราการ 4.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศ.จ.สิงห์บุรี 5.นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. 6.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด 7.นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศ.จ.ลำปาง 8.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศ.จ.นครปฐม &amp;nbsp;9.นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร สำนักพุทธฯ และ 10.นายเจษฎา วงศ์เฆม เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักนายพนมย่านพุทธมณฑลสาย 4 และควบคุมตัวนายพนมเดินทางมาดำเนินคดีที่กองปราบปราม รวมทั้งผู้ต้องหาอีก 8 คน คือ นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอ่างทอง ถูกจับที่บ้านพัก อ.เมืองอ่างทอง, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศ.จ.นครปฐม ถูกจับที่บ้านพัก อ.สามพราน จ.นครปฐม, นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศ.จ. ลำปาง จับได้ที่บ้านพัก อ.เมืองกาญจนบุรี, นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. จับได้ที่บ้านพักเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ, นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. จับได้ที่บ้านพักเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ รวมทั้งนายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศ.จ.สิงห์บุรี, นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด, นายเจษฎา วงศ์เฆม เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จับได้ที่ จ.นครศรีธรรมราช และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร สำนักพุทธฯ ก็ถูกเข้าจับกุมนำตัวมาสอบสวนที่กองปราบปรามเช่นกัน เหลือเพียง น.ส.ประนอม คงพิกุล ผอ.พศ.จ.สมุทรปราการ หลบหนีไปต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ในการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชุดนี้มาก่อน ก่อนจะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ชี้มูล และทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อ และนำไปสู่การออกหมายจับทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต จำนวน 10 วัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาประชาชนมองว่าเจ้าหน้าที่จับแต่พระ แต่ไม่ยอมจับเจ้าหน้าที่ พศ.ที่เป็นคนจัดสรรงบประมาณ เรียนว่าเรื่องนี้เราได้ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ชุดนี้มาก่อนจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเสียอีก ใครทำผิดจับกุมดำเนินคดีทั้งหมด&amp;quot; ผบก.ป.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะควบคุมตัวนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. กับพวกผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจับกุมของตำรวจกองปราบปรามครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และตำรวจ ปปป. ได้ดำเนินการมาแล้ว เมื่อป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ได้ส่งให้ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ จนนำไปสู่การควบคุมตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลยืนยันแนวทางเดิม ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมาย ตามพยานหลักฐานที่มี เมื่อทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะตรวจสอบทุกฝ่าย ซึ่งจะเห็นว่าการดำเนินการเรื่องคดีทุจริตเงินทอนวัดได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดการตรวจสอบเป็นล็อตที่ 3 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารและข้าราชการพศ. มีทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้ว และยังไม่เกษียณ และบางคนกำลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในทางวินัย โดยทั้งหมดนั้นจะดำเนินการไปตามกฎหมาย&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านในชุมชนล่ามช้าง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ เกิดความไม่พอใจเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะให้เอกชนเช่าพื้นที่วัดต้นปูน ซึ่งเป็นวัดร้าง ในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมว่า ตนเห็นเรื่องนี้จากข่าว และได้แจ้งต่อ พศ.แล้ว ให้รวบรวมรายละเอียดและข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าว แล้วรายงานมาให้ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่มีหลายฝ่ายมาเกี่ยวข้อง ตอนนี้ยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า พศ.ส่งรายงานดังกล่าวมาแล้ว ก็จะได้ทราบถึงความเป็นมา รู้ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้อง ควรให้ พศ.แก้ไขอย่างไรต่อไป เพราะโดยหลักการแล้ว ที่ดินของวัดควรจะถูกใช้ในสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ หรือเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับสังคม&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14545</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ค้นบ้านพักและจับกุม, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์, หมายศาลบุกค้น, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c7fb1b4fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีฮึ่มล้างบางโกงเงินเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปปง.ร้องกล่าวโทษอดีตปลัด พม.ฟอกเงิน หลังตรวจพบทุจริตเงินผู้ยากไร้ ขณะที่ &amp;ldquo;ธีระเกียรติ&amp;rdquo; ฮึ่ม ล้างบางข้าราชการ ศธ.โกงเงินเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางมา ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยนายวิทยากล่าวว่า วันนี้มากล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหญิงสาวคนสนิท อดีตข้าราชการ พม. โดยหลังเข้าสู่กระบวนการสอบสวน จะทำการขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะข้าราชการอีก 10 รายที่ถูก ปปง.สั่งอายัดทรัพย์สิน และให้เข้าชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์ภายใน 30 วัน หากไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ จะถูกอายัดทรัพย์เป็นของแผ่นดินทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยากล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายพุฒิพัฒน์และหญิงสาวคนสนิทมีการโอนทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นเครือญาติหรือเป็นใคร และมีมูลค่าเท่าไหร่ โดยรูปแบบการโอนทรัพย์สินจะนำเงินสดที่ถือกลับมา ไปซื้อเป็นรถยนต์ สังหาริมทรัพย์ต่างๆ ทำให้การสอบสวนค่อนข้างซับซ้อน ขณะเดียวกันยืนยันว่าการสอบสวนขณะนี้ขอบข่ายยังอยู่ภายในประเทศ แต่ยังไม่ขยายผลว่ามีการโอนย้ายทรัพย์สินไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ ฝากเตือนถึงผู้ที่เตรียมรับโอนเงินต่อจากนี้ ถือเป็นผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ ปปง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ขอนแก่น ว่าเรื่องดังกล่าวมีหลายประเด็น แต่ประเด็นสำคัญที่ตนไม่ชอบและถือว่าผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม คือการโกงเงินเด็ก โดยเช้าวันที่ 19 มิ.ย. ตนได้ให้ทีมกฎหมายเข้าไปตรวจสอบว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวันอย่างไร เพราะอยากทราบว่ามีระเบียบปฏิบัติหรือไม่ ส่วนประเด็นที่บอกว่าโครงการอาหารกลางวันจัดสรรให้เด็กรายละ 20 บาทเพียงพอหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าเท่าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่เพียงพอ ถ้าไม่โกงก็เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาที่จะต้องจัดการทุกอย่างให้เด็ดขาด ผมเอาจริงเอาจัง โดยได้สั่งให้ทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว และให้รายงานผลกลับมาเป็นระยะ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เรียกเลขาธิการ สพฐ.เข้ามาชี้แจงรายละเอียด ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดในรัฐบาลยุคนี้ แต่เกิดมานานแล้ว เรามาเอาจริงเอาจังและเปิดโปงในยุคนี้ เรื่องดังกล่าวนายกฯ ได้คาดโทษผู้อำนวยการเขตไว้แล้ว ตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา&amp;rdquo; นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสุ่มตรวจโรงเรียนหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ได้ส่งทีมกฎหมายและที่ปรึกษาลงพื้นที่สุ่มตรวจอยู่แล้ว และให้รายงานมาเป็นระยะ ซึ่งมีเรื่องอื่นอีก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว และถึงไม่สุ่มตรวจ ผู้ปกครองและครูได้รายงานเข้ามาอยู่แล้ว เพราะในยุคนี้หากมีอะไรที่ไม่สุจริตจะมีการถ่ายรูปและโพสต์ในโซเชียลฯ อยู่แล้ว ดังนั้นคนที่คิดจะทำเรื่องไม่สุจริตจะถูกจับได้ง่าย ทั้งนี้ หากพบในพื้นที่ใดพบว่ามีการทุจริต จะโดนสั่งย้ายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ตนอยากให้สังคมรับรู้ เพราะเรื่องนี้ตนรับไม่ได้ที่โกงเงินเด็ก กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีครูบาอาจารย์ต้องเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่ตนเข้ามาทำงานวันแรกเคยบอกว่าอย่าขโมยเงินเด็ก แล้วก็มีการทำกันจริงๆ เราจึงต้องมาล้างบางกัน เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาในเชิงระบบ ไม่ใช่เรื่องของเงินที่ไม่พอ รัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยก็ดูแลเด็กดี แต่เป็นเรื่องของคนที่หาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นจำนวนมากกับเด็ก ส่วนผลโพลที่ออกมาบอกว่ายุคนี้โกงกันสารพัด ตนไม่อยากให้ไปบิดเบือน และมองว่ายุคนี้มีแต่โกง แต่ยุคนี้จับโกงได้และเอาจริงเอาจัง ไปดูเรื่องอาหารกลางวันที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่โกงกันทำมากี่ปีแล้ว สุดท้ายนี้ขอฝากเตือน และอยากบอกว่าหลังจากที่เราเอาจริง ปรากฏว่ามีขบวนการปล่อยข่าวว่าตนสร้างความกลัวให้กับข้าราชการ ตนว่ามันเลอะเทอะ คนทุจริตเท่านั้นที่กลัว คนสุจริตไม่ต้องกลัว ฉะนั้น อย่ามาเคลื่อนไหวกดดันให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือสังคม เพราะประชาชนไม่เอาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นอย่างไร หลังจากที่เคยวิจารณ์ประเด็นเรื่องนาฬิกาหรู นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตนกับ พล.อ.ประวิตรไม่มีอะไร ยังพูดคุยทักทายกันดี ท่านยังแนะนำและให้กำลังใจตนในการแก้ปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันว่า ตามที่มีจากร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวันว่าไม่มีคุณภาพ การบริหารจัดการไม่ดำเนินการตามระเบียบต่างๆ มีการทุจริตเกิดขึ้น รวมถึงไม่มีระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนได้รับการร้องเรียนจำนวน 12 แห่ง ใน 10 เขตพื้นที่การศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ 1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปราจีนบุรี เขต 1 จำนวน 1 โรง ได้รับรายงานว่าจัดอาหารไม่ได้คุณภาพ 2.สพป.พิษณุโลก เขต 2 จำนวน 1 โรง จัดอาหารไม่ได้คุณภาพ 3.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 5 จำนวน 1 โรง จัดอาหารไม่ได้คุณภาพ ไม่ถูกสุขอนามัย 4.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 จำนวน 1 โรง ทุจริตงบฯ โครงการอาหารกลางวัน 5.สพป.นราธิวาส เขต 2 จำนวน 1 โรง วัตถุดิบประกอบอาหารน้อย 6.สพป.สุรินทร์ เขต 3 จำนวน 3 โรง 7.สพป.ลพบุรี เขต 1 จำนวน 8.สพป.ลพบุรี เขต 2 จำนวน 1 โรง 9.สพป.ขอนแก่น เขต 1 จำนวน 1 โรง 10.สพป.อ่างทอง จำนวน 1 โรง ซึ่ง สพฐ.ได้มีการดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด และดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งให้ย้ายออกจากพื้นที่ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ที่พบว่าอาหารกลางวันไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกหลักสุขอนามัย และไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการนั้น ตนได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน และผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ สังกัด สพฐ.ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการบริหารโครงการของโรงเรียนว่า การใช้รูปแบบจ้างเหมาสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และขั้นตอนการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ สัญญามีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งในทางปฏิบัติขณะนี้มีการสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ไปประจำอยู่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสะดวกต่อการสืบสวนข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นพ.ธีระเกียรติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ดังนั้นเราจะต้องดำเนินการโครงการอาหารกลางวันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ แม้ว่าในบางพื้นที่จะมีราคาวัตถุดิบแพง ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้อง ซึ่งโรงเรียนในกลุ่มพื้นที่ห่างไกลที่วัตถุดิบราคาสูง สพฐ.ก็มีโครงการที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คือการส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ ปลูกผัก เลี้ยงปลา ไก่ไข่และเป็ด ผลิตเพื่อส่งเข้าโครงการอาหารกลางวัน และในส่วนของโรงเรียนที่ไม่มีพื้นที่ในการทำการเกษตร สพฐ.ก็จะประสานกับเขตพื้นที่ ชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยใช้พื้นที่ของชุมชนในการทำการเกษตรและส่งขายให้กับโรงเรียนในราคาถูก ถือว่าเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชนด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, บุญรักษ์ ยอดเพชร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ฟอกเงิน, วิทยา นีติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b290d80745d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปปป.’โยนเผือกร้อนคดีพระชั้นผู้ใหญ่ให้’ป.ป.ช.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.2561 &amp;ndash; กรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) คดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 3 แห่ง 4 คดีเมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยมีชื่อพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป.ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ได้ส่งสำนวนทั้งหมด 4 สำนวน ซึ่งเป็นกรณีที่มีพระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 รูปนั้นไปให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ดังนั้นอำนาจการสอบสวนจะอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.ที่ต้องตรวจสอบเรื่องทุจริตต่อไป ในส่วนของการฟอกเงินจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 19 เม.ย.ที่จะมีการนัดผู้อำนวยการ พศ.มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมนั้น เป็นเรื่องทุจริตเงินทอนวัดคดีใหม่โดยบางประเด็นจะมีการเจาะลึกลงไปถึงงบประมาณในแต่ละวัด ซึ่งไม่เกี่ยวกับ 4 สำนวนที่ส่งไปยัง ป.ป.ช.&amp;rdquo;พล.ต.ต.กมลกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7199</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ป.ป.ช., ปปง., ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พศ., เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad45c7029911.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
