<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม. ยืนยันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิม  พร้อมรับข้อเสนอภาคประชาชนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (23&amp;nbsp;ก.ย. 64) เวลา 12.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 3/2564 เปิดเผยว่า วันนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องแนวทางการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยได้มอบให้อนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาภายใน 30 วัน โดยได้รับข้อเสนอจากการตีความทางกฎหมายจากสำนักงานกฤษฎีกา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ไปศึกษาในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเช้าวันนี้ระหว่างการประชุม มีเครือข่ายสลัม 4 ภาค มายื่นข้อเสนอของภาคประชาชนต่อนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ตนได้อ่านข้อเสนอทั้ง 4 ข้อให้ที่ประชุมได้รับฟัง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกันว่า การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือระบบจำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ เราไม่ได้มองเพียงมิติกฎหมายเท่านั้น เรามองในมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งตัวแทนของภาคประชาชนที่มายื่นข้อเสนอนั้น ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขอเวลาให้ภาคประชาชนได้นำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ผลดีผลเสีย ผลกระทบ มาให้กับคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ซึ่งทางภาคประชาชนได้แจ้งว่า จะนำมาเสนอภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนอยากจะสื่อสารให้กับประชาชนทราบคือ อย่ากังวลใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่อท่าน การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องใช้ทุกส่วน หมายถึงทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐสภาด้วย ฉะนั้นใครที่เคยได้รับสิทธิยังได้รับตลอดอย่างต่อเนื่อง ขออย่าได้กังวลกับข่าวที่ออกมา เพราะทราบความจริงเพียงบางส่วนไม่ทราบครบทุกส่วน รัฐบาลชุดนี้รับฟังความเห็นของภาคประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ 22 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสั่งการกับทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรีว่า ขอให้ระบบราชการได้ปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก และเน้นย้ำว่าอย่าให้มีช่องระหว่างข้าราชการกับประชาชน แต่ขอให้เน้นประชาชนได้เห็นว่า เดิมเราทำงานร่วมกับภาคประชาชน เราไม่เคยมีช่องว่าง ดังนั้น หากมีอะไรที่ต้องนำเสนอ เราพร้อมที่จะรับฟัง แต่บ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ เราต้องฟังเสียงข้างน้อย แต่ก็ต้องเคารพสิทธิเสียงข้างมากด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ประชุมวันนี้ เรามีความเห็นเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่หลากหลายมาก เรามีคณะอนุกรรมการ 30 กว่าท่าน และมีนักวิชาการในแต่ละเรื่องมาร่วมแสดงความเห็นด้วย ตนเชื่อว่าความเห็นของทุกคนมีความปราถนาดีต่อประเทศ และเน้นย้ำเสมอว่า จะทำอะไรก็ตามต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ในส่วนข้อเสนอที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอเข้ามาในที่ประชุม เป็นแนวทางที่ตีความทางกฎหมาย ทั้งนี้ อยากให้เข้าใจว่า ปัจจุบัน ระบบสวัสดิการ ปี 2564 ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับนั้น มากกว่าระบบสวัสดิการของปีที่ผ่านๆ มาอย่างมาก เราต้องนำเข้ามาพิจารณาด้วย โดยในวันนี้ เราจะนำเอาความเห็นใหม่ในที่ประชุมมารวมกับความเห็นของภาคประชาชนเข้าไปประกอบกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่มีการยึดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเป็นองค์ประกอบของความเห็น เป็นข้อเสนอในที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาแล้วว่า ยังไม่มีความเห็นที่ครอบคลุมพอ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ต้องนำความเห็นต่างๆ มารวมกัน มาดูว่ามิติกฎหมายมีผลกระทบอย่างไร ผนวกกับว่าเราได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนที่เสนอความเห็นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ทางอนุกรรมการฯ ได้เสนอเข้ามา 3 แนวทางตามที่เป็นข่าว เรื่องของเส้นแบ่งความยากจน เรื่องของรายได้ และเรื่องของภาษี ซึ่งมีผลกระทบต่างกัน มีผลดี ผลเสียแตกต่างกัน เราต้องยึดความถูกต้องไว้ก่อน ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทางภาคประชาชนจะมายื่นข้อเสนออีกรอบ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบ และตนจะเอาเอกสารเหล่านั้นส่งไปให้กับอนุกรรมการฯ ทุกคนไปศึกษา ซึ่งกรอบเวลาศึกษาคือเร็วที่สุด และต้องทำด้วยความรอบคอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กผส., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, พม., เครือข่ายสลัม 4 ภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c5b040d83c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอรับเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพตกเบิก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ย. 2564 นางแก้วกาญจน์ วสุพรพงศ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เนื่องจากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ มีมติเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐจากกองทุนผู้สูงอายุ โดยกรมบัญชีกลางทำหน้าที่ในการจ่ายเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิ ตามอัตราการจ่ายเดิม (ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับความช่วยเหลือ 100 บาทต่อเดือน และผู้สูงอายุที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้รับความช่วยเหลือ 50 บาทต่อเดือน) ซึ่งจะจ่ายย้อนหลัง ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ปีงบบประมาณ พ.ศ. 2563 จ่าย 4 เดือน (มิถุนายน - กันยายน 2563) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จ่าย 6 เดือน แบบเดือนเว้นเดือน (ตุลาคม และธันวาคม 2563 กุมภาพันธ์ เมษายน มิถุนายน และสิงหาคม 2564) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับเงื่อนไขของผู้มีสิทธิ จะต้องเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ก่อนเดือนที่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์ฯ โดยกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิ ในวันที่ 3 กันยายน 2564 ซึ่งวงเงินดังกล่าว สามารถใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;ถุงเงินประชารัฐ&amp;rdquo; ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น หรือร้านค้าประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมทั้งสามารถถอนเป็นเงินสดได้ที่ตู้ ATM ของ บมจ. ธนาคารกรุงไทย หรือสาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 หรือ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 02 109 2345 ในวัน เวลาราชการ&amp;rdquo; โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115377</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมบัญชีกลาง, คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_613033222dbb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
