<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การรับฟังความคิดเห็นในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายและกฎว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายนั้นมากน้อยเพียงใด? คุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นแก่รัฐและประชาชนหรือไม่? หรือมีผลกระทบอื่นอันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ เพียงใด? เพื่อเป็นการพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น พัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ ลดความซ้ำซ้อนและขัดแย้งกันของกฎหมาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการบังคับใช้พระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 เห็นสมควรที่จะประเมินผลสัมฤทธิ์ในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย 1) กรรมการกฤษฎีกา 2) กรรมการพัฒนากฎหมาย 3) บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 4) กรรมการในคณะกรรมการอื่น ๆ ซึ่งมีกฎหมายหรือคำสั่งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการ 5) หน่วยงานของรัฐ และ 6) ประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม - 31 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานฯ มีภารกิจรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย โดยมีนักกฎหมายกฤษฎีกาเป็นข้าราชการประจำทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบกฎหมายไทยและระบบกฎหมายต่างประเทศ และงานวิจัยกฎหมายหรือวิชาอื่นที่เกี่ยวกับกฎหมายของไทยและต่างประเทศ เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย การจัดทำร่างกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย การฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐในด้านกฎหมายและการร่างกฎหมาย การเผยแพร่ทำความเข้าใจด้านกฎหมายแก่ประชาชน การจัดพิมพ์ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเผยแพร่ การจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดำเนินงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย และการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายไทยและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 ให้มากยิ่งขึ้นและก่อนที่จะร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ นั้น ทางสำนักงานฯ จึงได้จัดทำเอกสารสรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ดังกล่าว โดยสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.krisdika.go.th/21ocs01 (QR Code ภาพประกอบ) และในส่วนของการแสดงความคิดเห็นนั้นทุกท่านสามารถเข้าไปตอบแบบสำรวจความคิดเห็นได้ทาง&amp;nbsp;https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSd7lMifrAoncbsZTw2M2HZSYgZio2xGiHoz7fyVj0k27s_Rtw/viewform (QR Code ภาพประกอบ)&amp;nbsp;โดยในการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นขอให้พิจารณาโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความเหมาะสมตามสภาพการณ์ในปัจจุบัน และการดำเนินตามมาตรการของกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับข้อมูลโดยครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112216</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522, การรับฟังความคิดเห็น, คณะกรรมการกฤษฎีกา, คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย, จัดทำเอกสารสรุปสาระสำคัญ, นักกฎหมายกฤษฎีกา, ลดความเหลื่อมล้ำ, สร้างความเป็นธรรมในสังคม, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a4ecb20441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การรับฟังความคิดเห็นในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายและกฎว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายนั้นมากน้อยเพียงใด? คุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นแก่รัฐและประชาชนหรือไม่? หรือมีผลกระทบอื่นอันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ เพียงใด? เพื่อเป็นการพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น พัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ ลดความซ้ำซ้อนและขัดแย้งกันของกฎหมาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการบังคับใช้พระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 เห็นสมควรที่จะประเมินผลสัมฤทธิ์ในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย 1) กรรมการกฤษฎีกา 2) กรรมการพัฒนากฎหมาย 3) บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 4) กรรมการในคณะกรรมการอื่น ๆ ซึ่งมีกฎหมายหรือคำสั่งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการ 5) หน่วยงานของรัฐ และ 6) ประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม - 31 ตุลาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานฯ มีภารกิจรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย โดยมีนักกฎหมายกฤษฎีกาเป็นข้าราชการประจำทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบกฎหมายไทยและระบบกฎหมายต่างประเทศ และงานวิจัยกฎหมายหรือวิชาอื่นที่เกี่ยวกับกฎหมายของไทยและต่างประเทศ เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย การจัดทำร่างกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย การฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐในด้านกฎหมายและการร่างกฎหมาย การเผยแพร่ทำความเข้าใจด้านกฎหมายแก่ประชาชน การจัดพิมพ์ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเผยแพร่ การจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดำเนินงานของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย และการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายไทยและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 ให้มากยิ่งขึ้นและก่อนที่จะร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ นั้น ทางสำนักงานฯ จึงได้จัดทำเอกสารสรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ดังกล่าว โดยสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.krisdika.go.th/21ocs01 (QR Code ภาพประกอบ) และในส่วนของการแสดงความคิดเห็นนั้นทุกท่านสามารถเข้าไปตอบแบบสำรวจความคิดเห็นได้ทาง https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSd7lMifrAoncbsZTw2M2HZSYgZio2xGiHoz7fyVj0k27s_Rtw/viewform (QR Code ภาพประกอบ)โดยในการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นขอให้พิจารณาโดยคำนึงถึงความจำเป็นและความเหมาะสมตามสภาพการณ์ในปัจจุบัน และการดำเนินตามมาตรการของกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับข้อมูลโดยครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112205</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522, การรับฟังความคิดเห็น, คณะกรรมการกฤษฎีกา, คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย, จัดทำเอกสารสรุปสาระสำคัญ, นักกฎหมายกฤษฎีกา, ลดความเหลื่อมล้ำ, สร้างความเป็นธรรมในสังคม, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a4ecb20441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครั้งแรกในรอบ 95 ปี !!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราดอกเบี้ยในกฎหมาย &amp;ldquo;ร้อยละ 7.5 ต่อปี&amp;rdquo; เป็นตัวเลขที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน และเป็นที่คุ้นเคยของนิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายทุกคน จนหลายคนอาจไม่ได้ฉุกใจคิดว่าอัตราที่กำหนดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2468 หรือเมื่อกว่า 95 ปีที่แล้วนั้น ยังมีความเหมาะสมอยู่หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;โดยที่มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐไว้ว่า รัฐพึงยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน &amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงได้สำรวจตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ที่มีการใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และพบว่าอัตราดอกเบี้ยสำคัญในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2 อัตรา คือ อัตราดอกเบี้ยที่มิได้กำหนดโดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้งและอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งกำหนดไว้เท่ากันที่ร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจากในขณะที่มีการกำหนดอัตราร้อยละ 7.5 นั้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ให้กันโดยทั่วไปมีอัตราสูงกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันอยู่ที่เพียงร้อยละ 0.5 ต่อปี ส่งผลให้ลูกหนี้ได้รับภาระจากดอกเบี้ยตามกฎหมายเกินสมควร และส่งผลให้มีเจ้าหนี้หัวใสบางรายประวิงเวลาการฟ้องคดีเพื่อให้ได้กำไรจากจำนวนดอกเบี้ยที่ศาลสั่งให้ ซึ่งสูงกว่าการรีบฟ้องคดีแล้วนำเงินที่ได้จากการชนะคดีไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์มาก&amp;nbsp; นอกจากนี้ เมื่อสำรวจกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ก็พบว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ล้วนปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจากอัตราคงที่ให้เป็นอัตราลอยตัวโดยผูกกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินที่กำหนด หรือกำหนดกลไกการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจแล้วทั้งสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อปรับปุรงอัตราดอกเบี้ยในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;1. ปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยที่มิได้กำหนดโดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง (มาตรา 7)&amp;nbsp; จากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้เหลือร้อยละ 3 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันตามข้อเสนอของธนาคารแห่งประเทศไทย และกำหนดให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวทุก 3 ปี โดยปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยให้เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะมีผลให้ลูกหนี้ในสัญญากู้ยืมเงินที่ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ชัดเจนมีภาระลดลง รวมถึงการดำเนินการในกรณีอื่น ๆ ที่ต้องมีดอกเบี้ยตามกฎหมาย เช่น การเสียดอกเบี้ยในเงินที่คู่สัญญาต้องคืนให้แก่กันเพื่อกลับสู่สถานะเดิมหลังจากการเลิกสัญญา มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;2. ปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยผิดนัด (มาตรา 224) จากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราตามมาตรา 7 ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 3 ต่อปี (ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เพิ่มขึ้นหรือลงต่อไป) บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี เพื่อเป็นมาตรการจูงใจให้ลูกหนี้ชำระหนี้ให้ตรงเวลาและลงโทษลูกหนี้ที่ผิดนัด รวมเป็นอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งจะมีผลให้ดอกเบี้ยผิดนัดในสัญญาต่าง ๆ ที่คู่สัญญามิได้กำหนดอัตราไว้โดยเฉพาะมีจำนวนที่ลดลง และดอกเบี้ยผิดนัดในค่าสินไหมทดแทนที่ลูกหนี้ละเมิดต้องเสียให้แก่เจ้าหนี้ละเมิดตั้งแต่เวลาที่ทำละเมิด มีจำนวนที่ลดลงและเป็นธรรมยิ่งขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;นอกจากการปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยให้ทันสมัยแล้ว คณะกรรมการพัฒนากฎหมายยังพบว่า ปัจจุบันมีข้อตกลงในสัญญาบางประเภทที่เจ้าหนี้มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าลูกหนี้มากกำหนดให้ลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด หากผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่งจะต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดในงวดนั้นโดยคำนวณจากต้นเงินที่ยังค้างชำระทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่จากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดแล้วเท่านั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับลูกหนี้อย่างมาก และบ่อยครั้งทำให้ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เกิดเป็น NPL ซึ่งส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้กำหนดวิธีคำนวณจำนวนดอกเบี้ยผิดนัดให้มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น (เพิ่มเป็นมาตรา 224/1) โดยกำหนดให้เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดแล้วเท่านั้น ไม่อาจเรียกจากต้นเงินที่ยังคงค้างชำระทั้งหมดได้อีกต่อไป รวมทั้งกำหนดให้ในสัญญาใดที่มีข้อตกลงดังกล่าว ให้ข้อตกลงส่วนนั้นเป็นโมฆะทันทีที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว โดยคาดว่าจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากที่ประสบปัญหาทางการเงินจากสถานการณ์โรคติดต่อโควิด-19 และนอกจากร่างพระราชบัญญัตินี้แล้ว คณะกรรมการพัฒนากฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอีกหลายฉบับที่จะช่วยลดภาระของประชาชนและผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากมีความคืบหน้าหรือมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้ประกอบการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเผยแพร่ข่าวสารให้ท่านทราบกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หั่นดอกเบี้ยผิดนัด ขจัดความไม่เป็นธรรม&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://youtu.be/Ii-lixtH9o8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแพ่งและพาณิชย์, คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, อัตราดอกเบี้ยในกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d9e508328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
