<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  เรียกกลับตร.ตามก้นนักการเมือง-ผู้กว้างขวาง ดึงกำลังพลกลับโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; เปิดเผยความคืบหน้าการร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ ว่า จะเรียกกลับตำรวจติดตามอดีตนักการเมืองและผู้กว้างขวาง / ให้กอ.รมน.ทบทวนคืนอัตรากำลังพลช่วยราชการที่ไม่ได้ทำงานจริง เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุกำลังพลจริงให้แก่สถานีตำรวจหรือโรงพัก 1,482 แห่งทั่วประเทศ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เต็มตามแผนกรอบอัตรากำลัง ภายใน 1 ปีนับแต่ร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะกรรมการฯได้พิจารณากรณีที่มีข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการหน่วยงานอื่นหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกเหนือจากหน้าที่ตำรวจโดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสียกำลังพลจริงไปเป็นจำนวนไม่น้อยในขณะที่ยังต้องแบกรับงบประมาณเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ของนายตำรวจเหล่านั้นอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวต่อว่า เห็นควรกำหนดมาตรการเพิ่มไว้ในบทเฉพาะกาลดังนี้&amp;nbsp; ห้ามมิให้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานีตำรวจ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ไปช่วยราชการยังหน่วยงานใด ยกเว้นแต่จะมีการตั้งอัตรากำลังทดแทน&amp;nbsp; กรณีที่มีข้าราชการตำรวจส่วนกลางไปช่วยราชการที่กอ.รมน.ส่วนกลาง (สวนรื่นฤดี) รวมทั้งสิ้น 253 อัตรา พบว่ามีการไปปฏิบัติราชการที่กอ.รมน.ส่วนกลางเพียง 14 อัตราเท่านั้น ที่เหลือยังคงเป็นอัตราฝากอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่มีสายงานที่ชัดเจน งานค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่อยู่ในส่วนอำนวยการหรือธุรการ ที่ประชุมได้เสนอความเห็นไปยังกอ.รมน.ขอให้ทบทวนนโยบายนี้ภายใต้หลักการที่ว่าควรให้เหลือเป็นการไปช่วยราชการกอ.รมน.ส่วนกลางเฉพาะอัตราที่ไปปฏิบัติราชการจริงที่กอ.รมน.ส่วนกลางเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไรก็ตาม กำลังพลที่เป็นอัตราพิเศษฝากไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรยกเลิกและคืนให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปบรรจุในสถานีตำรวจ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่ยังขาดแคลนอยู่ ซึ่งกอ.รมน.รับข้อเสนอนี้ไปและจะได้จัดประชุมหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้า ได้ข้อสรุปประการใดจะนำมาเขียนไว้ให้ชัดเจนในบทเฉพาะกาลต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.ตำรวจ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงปรากฎว่ามีข้าราชการตำรวจไปติดตามดูแลบุคคลที่เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลผู้กว้างขวางหรือผู้มีอิทธิพลอย่างไม่เป็นทางการ จึงเห็นควรกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาผู้ทราบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ใดไม่มาปฏิบัติงานที่หน่วยเพราะไปปฏิบัติภารกิจนอกเหนือหน้าที่และอำนาจอย่างไม่เป็นทางการดังกล่าวเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;
&amp;quot;ความในย่อหน้าก่อนไม่รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่มีตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีการอารักขาหรือบุคคลดังกล่าวดำเนินการขอรับการอารักขามาอย่างเป็นทางการ ตามกฎข้อบังคับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้กำลังพลของตำรวจกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจ 1,482 แห่ง และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของภารกิจตำรวจแท้ที่ใกล้ชิดและให้บริการประชาชนโดยตรง&amp;quot;นายคำนูณ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13274</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., กำลังพล, คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, โรงพัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8875facf04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปใหญ่สายงานสอบสวน พงส.ขึ้นตรงผู้บังคับบัญชาของตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5มิ.ย.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์&amp;nbsp;เป็นประธานฯ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เรื่อง ปฏิรูปใหญ่สายงานสอบสวน &amp;nbsp;ระบุว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯนัดล่าสุดเย็นวานนี้ (4 มิถุนายน) เริ่มต้นลงลึกราย ละเอียดรายมาตราในประเด็นที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการปฏิรูปตำรวจ คือการทำ หน้าที่ของเจ้าพนักงานสอบสวน อันเป็น 1 ใน 4 สายงานของการจัดส่วนราชการใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยร่างฯใหม่จะระบุถึงความหมายของสายงานสอบสวนไว้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สายงานสอบสวน ได้แก่งานเกี่ยวกับการสอบสวน และงานสืบสวนที่เกี่ยวเนื่องกับการ สอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยการสอบสวน &amp;nbsp;และกฎหมายอื่น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นหมายความว่าในสายงานสอบสวน จะมีเจ้าพนักงานสืบสวนเพื่อประโยชน์ในการรวบ รวมพยานหลักฐานทำสำนวนคดีภายใต้บังคับบัญชาของสายงานตัวเองแยกออกมาจาก งานสืบสวนทั่วไปเพื่อป้องกันอาชญากรรมซึ่งอยู่ในสายงานป้องกันและปราบปราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีพนักงานสืบสวนภายใต้บังคับบัญชาในสายงานสอบสวนเองจะเป็นหลักประกันใน การทำงานภายในกรอบอำนาจหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดจากการแทรก แซง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตำแหน่งของข้าราชการตำรวจทั้งหมดตามร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับใหม่ที่ปรับแก้ จากเดิมจะมีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) จเรตำรวจ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ผู้บัญชาการ และผู้บัญชาการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) รองผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(6) ผู้บังคับการ และผู้บังคับการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(7) รองผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(8) ผู้กำกับการ และผู้กำกับการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(9) รองผู้กำกับการ และรองผู้กำกับการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(10) สารวัตร และสารวัตรสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(11) รองสารวัตร รองสารวัตรสอบสวน และพนักงานสืบสวนในการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(12) ผู้บังคับหมู่ และผู้ช่วยพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(13) รองผู้บังคับหมู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ปรับแก้คือระบุชื่อตำแหน่งในสายงานสอบสวนไว้ในทุกระดับตั้งแต่เริ่มต้นที่ &amp;nbsp;(12) ขึ้นไปจนถึงสูงสุดที่ (4) และเพิ่มตำแหน่งพนักงานสืบสวนในสายงานสอบสวนไว้ ในชื่อ &amp;#39;พนักงานสืบสวนในการสอบสวน&amp;#39; ไว้ที่ตำแหน่งระดับเทียบเท่ารองสารวัตรตาม ปรากฎใน (11)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าเมื่อเริ่มบรรจุเข้ารับราชการชั้นสัญญาบัตรในสายงานสอบสวนที่ตำแหน่งรอง สารวัตรสอบสวนตาม (11) จะมีโอกาสเติบโตในสายงานขึ้นไปตามลำดับจนถึงระดับผู้ บัญชาการตาม (4)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตาม (3) และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่ง ชาติตาม (2) ก็จะบัญญัติไว้ในมาตราต่อ ๆ ไปให้แต่งตั้งจากสายงานสอบสวน 2 คนและ &amp;nbsp;1 คนตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสายงานสอบสวนจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดทที่จะได้ รับการพิจารณาให้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะในมาตราต่อ ๆ ไปข้างหน้าจะ กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาจากผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อความเป็นอิสระในการสอบสวน และการทำความเห็นทางคดี ร่างฯใหม่จึง กำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจไว้ให้มีผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสาย งานสอบสวนโดยเฉพาะตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจหรือระดับกองกำกับการขึ้นไปจน ถึงระดับกองบัญชาการควบคู่กันไปกับตำแหน่งผู้บังคับบัญชาทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บังคับบัญชาทั่วไปในแต่ละระดับยังคงมีหน้าที่และอำนาจสูงสุดในการบริหารหน่วยงาน เหมือนเดิม ยกเว้นแต่อำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนและการทำความเห็นทางคดี ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแต่งตั้งโยกย้าย และการเลื่อนเงินเดือนประจำปี แม้จะเป็นหน้าที่และอำนาจ ของผู้บังคับบัญชาทั่วไปในระดับกองบัญชาการและกองบังคับการ แต่จะต้องดำเนินการ ตามข้อเสนอของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว้นแต่ในกรณีที่เห็นว่าข้อเสนอของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวนมิได้เป็นไปตามหลัก เกณฑ์ตามที่กฎหมายหรือกฎก.ตร.กำหนด ให้ผู้บังคับบัญชาทั่วไปมีอำนาจสั่งให้ผู้ บังคับบัญชาสายงานสอบสวนทบทวนให้ถูกต้องตามที่กฎหมายหรือกฎก.ตร.กำหนดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวนทบทวนแล้วยังยืนยันตามข้อเสนอเดิม แต่ผู้ บังคับบัญชาทั่วไปเห็นว่าการดำเนินการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือกฎก.ตร. ให้ผู้บังคับบัญชาทั่วไปมีอำนาจออกคำสั่งให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือกฎก.ตร. แต่ไม่ตัด สิทธิผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวที่จะร้องทุกข์ต่อก.พ.ค.ตร.หรือฟ้องศาล ปกครองแล้วแต่กรณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งตาม (8) (9) (10) &amp;nbsp;(11) และ (12) เฉพาะที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจ ได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณี พิเศษตามอัตราที่ก.ตร.กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง โดยให้คำนึง ถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานและการดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติโดย เทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบัญญัตินี้มีอยู่แล้วในพ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับปัจจุบัน แต่คณะกรรมการฯปรับแก้ให้เน้น เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดของรัฐลงตรงไปที่สถานีตำรวจอันเป็นหน่วยที่ใกล้ ชิดประชาชนที่สุด และเพื่อมิให้กำลังพลไปกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะในส่วนกลางโดยไม่ จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น คณะกรรมการฯยังได้ย้อนกลับไปเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของ ก.ตร. &amp;nbsp;ให้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่เกี่ยวกับกำลังพล อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการ ปฏิบัติหน้าที่ของสถานีตำรวจและกองบังคับการ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดอัตรากำลัง พลสายงานสอบสวนรวมทั้งสายงานป้องกันและปราบปรามให้เพียงพอต่อการปฏิบัติ หน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าวของก.ตร. โดย เฉพาะกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจภูธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อทำให้สถานีตำรวจมีความพร้อมในการรับใช้ประชาชนสูงสุดโดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจไม่ต้องดิ้นรนหาเงินมาจ่ายเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : เฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10734</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, คำนูณ สิทธิสมาน, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ป.วิอาญา, ปฏิรูปตำรวจ, พนักงานสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b165785bea48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีชัย&#039;อึ้ง!สุ่มเยือนโรงพักพุ่งเป้าปฏิรูปขจัดสภาพอนาถา ผู้บังคับบัญชาต้องจัดงบฯเพียงพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เรื่อง ปฏิรูปตรงสู่โรงพัก ระบุว่า หลังพักการประชุมไป 1 สัปดาห์ คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯได้กลับมาประชุมตามปกติอีกครั้งเมื่อเย็นวานนี้ โดยเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนตรวจพิจารณาร่างกฎหมายรายมาตราที่คณะทำงานร่วมกับฝ่ายเลขานุการยกร่างฯขึ้นมาเบื้องต้นตามประเด็นที่คณะกรรมการได้มีมติไปตลอดการประชุม 9 ครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ท่านประธาน(มีชัย ฤชุพันธุ์)ยังได้เล่าให้ที่ประชุมฟังถึงสภาพความเป็นจริงที่ได้พบเห็นจากการสุ่มไปเยือนสถานีตำรวจภูธรหรือโรงพักรวมทั้งหมด 5 แห่งโดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดก่อนล่วงหน้าช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา และช่วงลองวีคเอนด์สัปดาห์ก่อนหน้าตามที่ได้รายงานไปแล้วโดยเฉพาะสภาพความไม่พร้อมและความขาดแคลนต่าง ๆ ที่ตำรวจชั้นผู้น้อยเผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรงพักเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด แต่โรงพักบางแห่งที่ผมไปเห็นมากลับอนาถาที่สุด ทุกอย่างที่จำเป็นกับการปฏิบัติหน้าที่ล้วนไม่พอเพียง ต้องซื้อหากันเอง ตั้งแต่กระดาษ ปากกา ดินสอ รวมทั้งปืนคู่มือ ถามว่าหลวงไม่มีให้หรือ เขาตอบว่ามีแต่เก่าคร่ำคร่ามาก และที่น่าเวทนามากคือตั้งแต่ย้ายเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องซื้อโต๊ะเก้าอี้เอง ซื้อแอร์ติดห้องเอง เพราะคนเก่าที่ย้ายออกไปเขาย้ายเอาติดตัวไปยังที่ใหม่ เพราะก็เป็นของที่เขาซื้อหาเองมาก่อนเมื่อครั้งย้ายเข้ามา คนที่โชคดีหน่อยก็คือคนที่ย้ายเข้ามาแล้วคนเก่าเขาทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ไม่เอาติดตัวไปที่ใหม่...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่าเมื่อเริ่มต้นรับตำแหน่งก็มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นรออยู่แล้ว อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดมีผู้ปรารถนาดีเข้ามามีส่วนช่วยออกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และในหลายกรณีที่ผู้ปรารถนาดีเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาจนกระทั่งมีการรับรู้กันเป็นการภายในเชิงแบ่งเกรดสถานีตำรวจเป็น A, B, C และ D กันตามลักษณะในการสนับสนุนจากผู้ปรารถนาดีในแต่ละพื้นที่นั้น ที่ประชุมได้หารือกันอย่างกว้างขวางและเห็นพ้องต้องกันว่าในการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จะต้องพุ่งเป้าไปที่การขจัดสภาพอนาถาเช่นนี้ในระดับโรงพักให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มงบประมาณแผ่นดินให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะทำในอย่างน้อย 2 วิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กำหนดไว้ในพ.ร.บ.ตำรวจฯให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผบ.ตร. ต้องบริหารจัดการงบประมาณเท่าที่ได้รับจัดสรรมาโดยคำนึงถึงความพร้อมในการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจเป็นลำดับแรกอาทิเช่น เพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของผบ.ตร.เข้าไปอีก 1 อนุมาตรา &amp;quot;ดูแลให้หน่วยงานทุกหน่วย โดยเฉพาะกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจภูธร มีงบประมาณและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเพียงพอ&amp;quot; รวมทั้งเพิ่มหน้าที่และอำนาจและความรับผิดชอบของนายตำรวจที่ดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการให้รวมถึง &amp;quot;การบริหารงบประมาณ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เนื่องจากงานตำรวจเป็นงานที่ให้บริการแก่ท้องถิ่นโดยตรง และหลายงานเป็นงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะต้องทำเองแต่ยังขาดความพร้อม จึงจะกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมด้านรายได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในท้องถิ่นนั้นในบางส่วนงาน โดยมีหลักให้งบประมาณสนับสนุนตรงไปที่สถานีตำรวจในพื้นที่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในส่วนโครงสร้างกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบัญญัติเป็นหลักการไว้ในกฎหมายไม่ให้จัดไปกองไว้ที่หน่วยงานกลางระดับภาคจนเกินความจำเป็น แต่ให้กระจายลงไปยังระดับโรงพักให้เพียงพอที่จะให้บริการประชาชนโดยตรงให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อไม่ให้ตำรวจประจำโรงพักต้องทำงานหนักจนเกินกำลัง
ทั้งนี้ โดยจะมีมาตราที่บัญญัติขึ้นใหม่ถึงหลักในการบริหารจัดการระดับสถานีตำรวจไว้ด้วย โดยมอบให้คณะทำงานและฝ่ายเลขานุการไปทำการบ้านมาว่าจะควรจะบัญญัติไว้ในส่วนใด การมีบทบัญญัติที่ระบุถึงสถานีตำรวจหรือโรงพักโดยตรงยังไม่เคยปรากฎในกฎหมายตำรวจมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9722</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรจ, ปฏิรูปโรงพัก, สถานีตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03d600cfc66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
