<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคเอกชนโคราชสุดทน!เรียกร้องรัฐบาลเยียวยาเหมือนพื้นที่สีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - ที่หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา และชมรมธนาคารจังหวัดนครราชสีมา ได้มีมติเห็นชอบขอยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ และลูกจ้างในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่จังหวัดสีแดงทั้ง 53 จังหวัด ให้ได้รับการเยียวยาให้เหมือนกับจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง 1 ใน 53 จังหวัด ซึ่งมีมาตรการควบคุมแตกต่างจากพื้นที่สีแดงเข้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชนแทบไม่แตกต่างกับพื้นที่สีแดงเข้ม และยังเป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่กลับได้รับมาตรการเยียวยาช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ชาย &amp;nbsp;ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่เริ่มมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นครั้งแรก และมีการล็อกดาวน์ประเทศในทั่วโลก ทำให้สถานการณ์การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวในจังหวัดหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด &amp;nbsp;ในปี 2563 ที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจจากข้อมูลสถิติของภาครัฐของจังหวัดนครราชสีมา ธุรกิจลำดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบ คือ ภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ ประมาณ 40,000 ล้านบาท ภาคการค้าส่งค้าปลีก ได้รับผลกระทบประมาณ 25,000 ล้านบาท และภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบ ประมาณ 20,000 ล้านบาท รวมแล้วในปี 2563 ธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบมากกว่า 80,000-90,000 ล้านบาท จากการรวบรวมสถิติตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการปิดกิจการของธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก บริษัททัวร์ ร้านของฝาก ร้านนวดเพื่อสุขภาพ โรงงานอุตสาหกรรม และร้านค้าปลีกทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีการปิดกิจการไปแล้วมากกว่า 3,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่รัฐบาลประกาศการเยียวยาจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุด และเข้มงวด เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และลูกจ้างได้ในเบื้องต้น ทำให้ช่วยพยุงเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชนให้สามารถดำเนินต่อไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันจังหวัดนครราชสีมา จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่จังหวัดสีแดงทั้ง 53 จังหวัด ให้ได้รับการเยียวยาให้เหมือนกับจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุด และเข้มงวดด้วย โดยขณะนี้ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111367</URL_LINK>
                <HASHTAG>53 จังหวัด, คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน, สีแดง, สีแดงเข้ม, หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100c0cfce1d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยยังขาขึ้นรับอานิสงค์ส่งออก-ท่องเที่ยวโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกร.ยันเศรษฐกิจไทยยังโต รับอานิสงค์ส่งออก-ท่องเที่ยว ชี้ไตรมาส 1/61 ขยายตัว 4.0% คงคาดการณ์ปีนี้โต 4.0-4.5% ส่งออก 5.0-8.0% พร้อมเบรกมาตรฐานบัญชีใหม่ หวั่นกระทบเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ มงคงสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่าที่ประชุมประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1/2561 น่าจะขยายตัวราว 4.0% เท่ากับการขยายตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 เนื่องจากเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกปี 2561 สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนหลักจากภาคต่างประเทศ ทั้งการส่งออกที่ขยายตัวสูงซึ่งส่งผลบวกตามมาต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดี แม้แรงส่งด้านการใช้จ่ายภายในประเทศแผ่วลงจากกำลังซื้อฐานรากหรือรายได้เกษตรกรที่ยังหดตัว และการลงทุนที่ชะลอลงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระยะต่อไปยังคงต้องติดตามบทสรุปของประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้า ซึ่งเบื้องต้นมองว่าอาจจะมีผลกระทบที่จำกัดต่อการส่งออกของไทยในปี 2561 รวมทั้งประเด้นข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรรัฐที่อาจจะมีผลต่อทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนให้ยังคงปรับตัวผันผวน&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กกร.จะติดตามความคืบหน้าของการลงทุนโดยเฉพาะในโครงการภาครัฐที่น่าจะทยอยปรับดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งเป็นช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ ตลอดจนสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2561 ไว้ที่ 4.0-4.5% และคาดว่าการส่งออกน่าจะขยายตัว 5.0-8.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมองว่าน่าจะอยู่ที่ 0.7-1.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวว่าเบื้องต้น กกร.ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ให้เลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานการบัญชี TFRS9 วันที่ 1 ก.ค.2562 ออกไป เป็นวันที่ 1 ม.ค.2565 เพราะอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีเวลาศึกษาข้อดีข้อเสียที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างสูงชัดเจนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กกร.ขอให้ภาครัฐเชิญภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงโดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ธุรกิจลิสซิ่ง เช่าซื้อ เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบอย่างละเอียดรอบด้านให้มีความชัดเจนก่อนบังคับใช้ เพื่อจะได้กำหนดแนวทางในการนำมาตรฐานมาใช้งานให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยต่อไป&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะผลกระทบต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะยากลำบากขึ้น สถาบันการการเงินอาจต้องกันสำรองหนี้เสียสูงขึ้น เพราะมาตรฐานการบัญชีใหม่จะเป็นต้นทุนของสถาบันการเงิน ส่งผ่านไปยังการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการเองที่อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือเงินกู้เลยก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8728</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน, จีดีพี, ท่องเที่ยว, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ส.อ.ท., สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, สุพันธุ์ มงคงสุธี, ส่งออก, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0713c5752d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
