<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มีชัย’ไม่รู้จักทหาร! ‘มาชิน’เปล่าคุกคาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;มีชัย&amp;quot; เปิดใจ ไม่ใช่ฝ่ายทหาร ไม่รู้จักว่าใครเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ชม &amp;quot;บิ๊กจ๊อด&amp;quot; นักเลง น่านับถือ ไม่เคียดแค้นไม่อาฆาต ส่วน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตอนแรกไม่รู้หน้าตาเป็นอย่างไร &amp;quot;นคร มาชิน&amp;quot; สงบ หลังนัดพบทหารที่ร้านกาแฟ ฝาก คสช.จัดเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 ก.ย. ในงานที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวตอนหนึ่งถึงการทำงานช่วงแรกของ กรธ.ว่า ทราบว่า กรธ.ทุกคนเคยได้ยินชื่อของตน แต่ทุกคนมีความรู้สึกแตกต่างกัน บางคนคิดว่าตนเป็นฝ่ายทหาร เพราะไม่ว่าจะปฏิวัติกี่ครั้งจะมีชื่อไปยุ่งด้วยทุกที บางคนคิดว่าตนตามใจผู้มีอำนาจสั่งให้ทำอะไรก็ทำแบบนั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าตนรู้จักทหารน้อยที่สุด และไม่เคยสนิทสนมกับคนที่เป็นทหารในราชการ ยกเว้น 2-3 คนที่กินข้าวด้วยกัน ซึ่งเกษียณราชการไปนานแล้ว แต่คนที่เป็นทหารมีอำนาจในบ้านเมือง ยืนยันว่าไม่รู้จัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สมัยปฏิวัติของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินนั้น เขานำทหารมาล็อกตัวไปจากบ้าน แล้วพาไปที่กองบัญชาการ ถนนราชดำเนิน เป็นครั้งแรกที่เข้าไป ซึ่งเขาบอกว่ากำลังปฏิวัติกัน เชื่อหรือไม่ว่าตนไม่รู้จักว่าใครเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ มีมา 3 คน มารู้ทีหลังว่าคนหนึ่งคือ พล.อ.สนธิ คนหนึ่งคือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล และคนหนึ่งคือ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในตอนนั้นเรียกว่าไม่รู้จักจริงๆ พอเขาเล่าให้ฟังว่าจะปฏิวัติ ก็รู้สึกตกใจจริงๆ คิดว่าไปเอาตัวเรามายังไม่ได้ปฏิวัติเลย ยังไม่ได้แถลงการณ์ฉบับที่หนึ่งเลย เราไม่ตายไปกับเขาด้วยหรือ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัยกล่าวอีกว่า เจอเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมา 2-3 ครั้ง โดยการปฏิวัติรอบล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนก็ไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์หน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อเขาส่งร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาทำ โดยตั้งเป็นคณะพิเศษขึ้น 1 ชุด และหัวหน้าคณะปฏิวัติก็ส่ง พล.ต.วิระ โรจนวาศ กรธ. เข้าไปนั่งฟังด้วย ซึ่งเมื่อฟังไปฟังมาแทนที่ตนจะกลัว พล.ต.วิระ กลับกลายว่า พล.ต.วิระกลัว ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เคยสนิทสนมกับทหาร และรู้จักทหารน้อยที่สุด เชื่อว่านายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรธ. รู้จักทหารมากกว่าหลายเท่า วันหนึ่งผมไปกินข้าวที่ห้างสรรพสินค้า ก็ได้เจอกับผู้ชายตัวใหญ่ๆ เขาคนนั้นก็ยกมือไหว้ และแนะนำตัวว่าเป็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผมก็ทำหน้างงว่าอภิรัชต์ไหน เขาจึงขยายว่าอภิรัชต์ลูกบิ๊กจ๊อด (พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์) ผมจึงคลายสงสัย เพราะบิ๊กจ๊อดผมรู้จัก&amp;quot;
นักเลงน่านับถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัยกล่าวว่า พล.อ.สุนทร ถ้ารักใครมาก วิธีแสดงความรักคือจะตบหลังแรงที่สุด ซึ่งสมัยตนเป็นประธานวุฒิสภา เคยโดนตบหลังแรงที่สุด เพราะ พล.อ.สุนทรไปรวบรวมรายชื่อเพื่อเปิดประชุมวิสามัญ แล้วตนในฐานะประธานวุฒิสภา ก็ออกมาบอกว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่ควรเข้าชื่อ เพราะเราเป็นกลาง ไม่ควรยุ่งกับการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กจ๊อดโกรธ เพราะ ส.ว.ไปถอนชื่อออกหมดจนเปิดสมัยประชุมไม่ได้ มีคนลือว่าผมหักหลังบิ๊กจ๊อด ซึ่งความจริงไม่ใช่ แต่ไม่เคยมีใครบอกผมเลยว่าจะมีการเข้าชื่อกัน พอผมลงจากรถ สื่อมวลชนมาถามว่า ส.ว.ไปเข้าชื่อกันเพื่อเปิดสมัยประชุมรู้สึกอย่างไร ผมก็ตอบว่าไม่ถูก เพราะเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ปล่อยให้เขาเดินกันไป เมื่อสมาชิกได้ยินจึงถอนชื่อ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้าชื่อกันไปแล้ว จริงๆ ถ้ารู้ว่าเข้าชื่อ อาจไม่ตอบแบบนั้นก็ได้ วันหนึ่งผมเจอบิ๊กจ๊อด ผมก็บอกว่าพี่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าพี่สั่งเขาอย่างไร ทำไมไม่มาบอกผมก่อน บิ๊กจ๊อดก็ตบหลังพร้อมกับบอกว่า เออ แล้วไป ผมถือว่าบิ๊กจ๊อดเป็นนักเลง น่านับถือ ไม่เคียดแค้น ไม่อาฆาต&amp;rdquo; ประธาน กรธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ &amp;nbsp;พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 กองทัพภาคที่ 3, &amp;nbsp;พ.ต.ท.ณัฎฐวัฒน์ พ่วงพร้อม หัวหน้าตำรวจสันติบาล จ.พิษณุโลก, นายเทียมพล นนท่าปลา ปลัดอำเภอนครไทย, ร.ต.อ.มานิตย์ ล้อสินคำ รอง สวป.สภ.นครไทย พร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปพบนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร้านฮิว คอฟฟี่ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ตามที่ได้มีการนัดหมายกันไว้เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาทำความเข้าใจ หลังจากนายนครลงรูปภาพจากกล้องวงจรปิด และโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;ldquo;ตอนนี้ กอ.รมน.และกองทัพภาค 3 ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 39 / สังกัดหน่วยงาน กอ.รมน. กองทัพภาคที่ 3 นำโดย พ.อ.นพดล มาที่บ้านพักของผมครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายนครได้ชี้แจงถึงอุดมการณ์และเจตนารมณ์ในการทำหนังสือถึงยูเอ็น ต่อต้านการทำงานของ คสช. กับ พ.อ.นพดลและคณะอีกครั้ง ซึ่งทาง พ.อ.นพดลก็ยืนยันว่าทางสหภาพยุโรป (อียู) ได้ปฏิเสธที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่นายนครยื่นหนังสือไปตามที่มีการเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ และสิ่งที่นายนครเรียกร้อง นั้น ทางทหารก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เคารพในความคิดของนายนคร แต่ที่มาวันนี้ต้องการชักชวนให้นายนครนำสิ่งที่คิด ที่ต้องการนำไปเสนอกับประชาชนที่จะเลือกตั้งนายนครเข้ามา ในการเลือกตั้งที่จะถึงอีกไม่กี่เดือนนี้ อะไรก็แล้วแต่ อยากให้เป็นภายในประเทศของเราเท่านั้น
ไม่มีใครคุกคาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฎฐวัฒน์ พ่วงพร้อม หัวหน้าตำรวจสันติบาล จ.พิษณุโลก ได้สอบถามนายนครว่า ตามที่มีสื่อเขียนข่าวกันว่าถูกคุกคามนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายนครกล่าวตอบว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีผู้ใดคุกคามตน หากมีการคุกคามก็ต้องแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายนครได้กล่าวฝาก พ.อ.นพดลไปถึงรัฐบาล คสช. องค์กรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ขอให้จัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 ก.พ.2562 และขอให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และถ้าฝ่าย คสช.รับหลักการ ก็เชื่อว่าประชาชนทุกคนพร้อมรอคอยวันเวลานั้น เพื่อให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความเป็นปกติ เดินไปสู่วิถีประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น และขอให้ฝ่าย คสช.คืนอำนาจให้กับประชาชนโดยปราศจากเงื่อนไข ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านในตัวเมืองพิษณุโลกนั้น &amp;nbsp;ตนเห็นบ้านเมืองในปัจจุบันเราสามารถพูดคุยกันได้ ไม่ควรทำแบบไร้ขื่อแป ตนเป็นคนธรรมดา ไปไหนอยู่คนเดียว ก็อยากให้ฝ่ายรัฐติดต่อมา ประสานมา ทุกอย่างเราพร้อมให้ความร่วมมือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า อันไหนรับหลักการได้ก็รับ อันไหนรับหลักการไม่ได้ก็ไม่รับ แต่เป้าหมายของเราซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ต้องการให้ประเทศเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบประชาธิปไตย อันนั้นคือจุดยืน ความมั่นคง อุดมการณ์ ที่ไม่เคยเปลี่ยน และไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยน และจะต่อสู้แนวทางนี้ตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายนครตอบว่า ในเมื่อพร้อมที่จะสู้ ก็พร้อมที่จะรับทุกสถานการณ์อย่างไม่หวั่นไหว อย่างมีสติ ในเมื่อเราพูดความจริง เราก็ต้องยืนยันในความจริงทุกอย่าง หลังจากมีการพูดคุยกันในวันนี้ ตนก็ยังยืนหยัดในจุดเดิม ขอให้ คสช.คืนอำนาจให้กับประชาชนโดยปราศจากเงื่อนไข ให้มีการเลือกตั้งอย่างสุจริตในวิถีของประชาธิปไตย ส่วนในรายละเอียดอื่นๆ นั้น ก็ยังยืนยันในจุดยืน และทุกคำพูดทุกตัวอักษรที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.นพดล ได้กล่าวกับนายนครว่า อยากจะขอให้นายนครเคารพกฎกติกาที่ตั้งไว้ เพราะแต่ละฝ่ายที่เข้ามาก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง การเคลื่อนไหวในห้วงต่อไป อยากให้นายนครนำสิ่งที่ไม่เห็นด้วย สิ่งที่เห็นต่าง สิ่งที่อยากจะทำ นำข้อมูลนี้ไปเสนอกับประชาชนที่นายนครจะอาสาเข้ามาเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเลือกนายนครให้เป็นตัวแทนเข้าไปเป็นปากเสียงในการแก้ไขปัญหาในสิ่งที่นายนครคิดอยู่ ว่าจะทำสิ่งใดให้กับประเทศชาติ เพราะทางเราไม่อยากให้เอาประเทศชาติเราไปแขวนไว้กับต่างประเทศ เพราะว่าอยากให้เราเดินไปด้วยกัน ตามกรอบกติกาที่รัฐบาลทำมาแล้ว และสิ่งที่พวกของนายนครจะสานต่อ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเดินไปด้วยกัน ทางทหารเข้ามาแก้ในเรื่องความแตกแยก ความสงบ และสามารถทำได้แล้ว จากนี้ก็คงจะต้องให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาสานต่อ เพื่อให้ประเทศชาติของเราไม่เดินถอยหลัง&amp;quot; พ.อ.นพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเจรจาสิ้นสุด นายนครและ พ.อ.นพดล ก็ได้จับมือกันเป็นสัญญาใจที่ตกลงกัน
อยากเลือกตั้งยำเฌอปราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความ &amp;quot;ว่าด้วยเฌอปรางที่เข้าไปรับงานช่วยโปรโมต คสช.&amp;quot; ลงในเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Rangsiman Rome ระบุว่า &amp;quot;อันที่จริง ตอนแรกว่าจะไม่พูดอะไรในประเด็นนี้ เพราะไม่ได้นิยมชมชอบอะไรใน BNK รู้สึกเฉยๆ มาโดยตลอด จนเห็นบทความของ genonline ว่าด้วย Internet Bully กรณีเฌอปราง ซึ่งพูดพาดพิงถึงผม เลยอยากแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้เสียหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.อย่างที่เรารู้กัน ว่าระบอบของ คสช. คือระบอบเผด็จการ เป็นระบอบที่ได้มาจากการยึดอำนาจ จนส่งผลให้บรรดาสิทธิต่างๆ ของประชาชนถูกกระเทือน เราได้เห็นการคุกคาม การดำเนินคดีต่างๆ มากมายในศาลทหารและศาลพลเรือน ย่อมเป็นสิ่งที่รู้ทั่วไปว่าระบอบการปกครองที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้รับการยอมรับ ขนาดที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์เองก็ยังยอมรับว่าตัวเองมาอย่างไม่ถูกต้อง นี่ยังไม่นับว่าความไม่ถูกต้องเหล่านี้ยังมีแง่มุมอื่นๆ ที่เกี่ยวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ผมไม่คาดหวังว่าคนรุ่นใหม่ หรือคนทั่วๆ ไป จะต้องมี spirit ทางการเมืองในระดับที่เท่าเทียมกันทุกคน เราต่างรู้ดีว่าที่ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ ก็เพราะ spirit ของสังคมไทยโดยรวมยังห่างไกลจากจุดที่จะออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอีกมาก ดังนั้นความคาดหวังต่อคนแต่ละคนในเรื่องนี้ ก็ต้องพิจารณาถึงฐานะ การศึกษา อายุด้วย ว่าเราจะเรียกร้อง spirit ในเรื่องนี้มากแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.อย่างคนที่มีการศึกษา อายุเกิน 20 ปี กำลังศึกษาในชั้นมหาวิทยาลัย การจะคาดหวังกับคนที่อยู่ในสถานะเช่นนี้ ย่อมมีความแตกต่างกับคนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ที่เรียนอยู่เพียงชั้น ม.2 ผมคิดว่าสำหรับคนที่เรียน และมีอายุที่มากกว่า ย่อมถูกคาดหวังความรู้สึกนึกคิดมากกว่าเป็นธรรมดา ยิ่งเมื่อพิจารณาต่อไปว่า เฌอปรางเองเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ บรรลุนิติภาวะแล้ว ความคาดหวังที่จะเข้าใจสังคม (อย่างน้อยในระดับนึง) ย่อมมีมากกว่าเด็กอายุ 14 ปี จึงมีมากกว่าเป็นธรรมดา ซึ่งส่วนตัวผมเอง กับคนที่เรียนมหาวิทยาลัย ผมจะเรียกร้องต่อคนเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เพราะคุณควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยิ่งหากนับต่อไปว่าเฌอปรางเองไม่ใช่นิสิตนักศึกษาธรรมดา หากแต่มีโอกาสสัมพันธ์อยู่ในโลกที่มีความสำคัญทางธุรกิจ และต้องรับแรงกดดันมากเป็นพิเศษ เฌอปรางจึงต้องมีรู้ความเข้าใจ รู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากกว่าคนอื่นด้วย ความคาดหวังแบบนี้ หากจะเกิดขึ้น ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร ดังนั้นผมคิดว่าการเรียกร้องให้เฌอปรางไม่เข้าไปเกลือกกลั้วกับอำนาจเผด็จการ โดยใช้ความคาดหวังที่มากกว่าปกติทั่วไป จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร อย่างน้อยๆ เราสามารถพูดได้ว่า เฌอปรางรู้แน่ๆ ว่าสิ่งที่ตัวเองทำกำลังส่งเสริมภาพลักษณ์ของเผด็จการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.บางคนอาจจะบอกว่า แล้วเฌอปรางจะมีทางเลือกอะไร เขาก็ต้องรับงานบริษัทที่เป็นเจ้านายของเขาอยู่ดี เรื่องนี้ผมเข้าใจ และมีความเห็นใจเฌอปราง แต่ผมก็เห็นว่า เฌอปรางไม่ใช่ และไม่ควรทำตัวเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิด เฌอปรางย่อมรู้ดีว่าอะไรถูกอะไรผิด เฌอปรางย่อมรู้ว่าการเข้าไปมีบทบาทช่วยโปรโมตรัฐบาลเผด็จการย่อมได้รับผลประโยชน์อื่นๆ ตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้นในแง่นี้เฌอปรางเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมกับ คสช.ด้วย ซึ่งหากเฌอปรางรู้สึกไม่อยากรับงานนี้ เฌอปรางก็จำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับตัวบริษัทที่เป็นนายจ้างของตัวเองด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เหล่าโอตะต่อสู้กับบริษัทของคุณเพียงลำพัง ผมเชื่อว่าหากเฌอปรางยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เหล่าโอตะที่เป็นแฟนคลับของคุณย่อมสนับสนุนคุณต่อไป เพราะเหล่าโอตะเขาชอบในตัว Member ไม่ใช่บริษัทหรอก ผมเชื่อจริงๆว่าเหล่าโอตะพร้อมจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะยังคงเป็นไอดอลหรือไม่ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าจะไม่เห็นเฌอปรางถ่ายรายการของ คสช.อีกต่อไป การเข้าร่วมกับเผด็จการในวันนี้ของคุณจะเป็นตราบาปสำหรับตัวคุณเอง คุณยังต้องอยู่ในประเทศนี้อีกนาน จุดประสงค์ที่ผมตั้งสเตตัสนี้ ส่วนหนึ่งอยาก Empower ให้เฌอปรางยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมรู้สึกเสียใจทุกครั้งที่เห็นคนรุ่นพวกเราต้องไปรับใช้เผด็จการ เราต่างรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก และสิ่งที่ผิด ผมหวังว่าในฐานะที่อยู่ร่วมรุ่นกับเฌอปราง ไม่อยากเห็นเฌอปรางผิดพลาดไปมากกว่านี้ อย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องจดจำวงไอดอลของเมืองไทยกลายเป็นกระบอกเสียงของรัฐเผด็จการเลย หวังว่าสเตตัสนี้เฌอปรางจะได้อ่าน&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17113</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, มีชัย ฤชุพันธุ์, หนังสือพิมพ์, หลานหลวง นายมีชัย ฤชุพันธุ์, เลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน, โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180908/image_big_5b93bbe43e048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;ปูดรายวัน ดูดรูปแบบใหม่ ซุกพรรคสาขา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09ter01.pol&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐสภา 0 ประธานภาคอีสานเพื่อไทยแฉแผนใหม่ ดูดแบบลับๆ ล่อๆ สลาย พท. ใช้วิธีให้ไปอยู่พรรคสาขาเครือข่ายของ คสช. ที่ไม่ใช่พลังประชารัฐ หวังลดตกเป็นเป้าโดนโจมตี กฤษฎีกา-กรรมการร่าง รธน.-ฝ่ายกฎหมาย คสช.ชงแก้ไขคำสั่ง 53/2560 ปลดล็อกพรรคการเมือง ไม่มียกเลิกไพรมารีโหวต ให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเร็วขึ้น กรธ.หนุนไพรมารีโหวตเป็นภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ยกร่าง แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เพื่อคลายล็อกการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเสร็จสิ้นแล้ว โดยเนื้อหาได้มีการปรับแก้ให้เป็นไปตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้แทนพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการส่งร่างแก้ไขคำสั่งดังกล่าวมาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขอความเห็น ซึ่งคาดว่าในการประชุม กกต. วันที่ 9 ก.ค. ที่ประชุมจะได้พิจารณาและให้ความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว มีรายงานว่า คสช.และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ก็ได้ยกร่างแก้ไขคำสั่งดังกล่าวส่งมาให้ กกต.พิจารณาแล้วด้วยเช่นกัน โดยก็มีเนื้อหาไปในลักษณะเดียวกันคือ หลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว คือ 1.ให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค หาสมาชิกพรรคให้ความเห็นต่อ กกต.ในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดทำไพรมารีโหวตโดยแจ้ง กกต.ทราบก่อนดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ให้อำนาจ กกต.ในการออกหลักเกณฑ์และระเบียบให้สอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่มีการประกาศใช้และให้ดำเนินการเรื่องของการแบ่งเขตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในเรื่องของการทำไพรมารีโหวต คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอให้กระบวนการเป็นไปตามมาตรา 145 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกนี้ หากพรรคการเมืองใดได้จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือมีตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไว้แล้วในจังหวัดใดเกิน 100 คนขึ้นไป ให้พรรคการเมืองนั้นสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในส่วนร่างของ กรธ.นั้น เสนอ 2 แนวทาง คือ ดำเนินกระบวนการตามมาตรา 145 และกระบวนการทำไพรมารีโหวตเป็นภาค โดยให้มีคณะกรรมการคัดเลือก 4 คณะ แบ่งตามภาคไปดำเนินการคัดเลือก เห็นชอบ และเสนอบุคคลเข้ามาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งให้กับคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งกระบวนการก็จะมีความยืดหยุ่นกว่าการดำเนินการตามมาตรา 145 เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกสามารถพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครได้ทุกเขตทุกจังหวัดของภาคนั้นๆ โดยไม่ต้องคำนึงว่าต้องมีตัวแทนประจำจังหวัดหรือประจำเขตอยู่ในการคัดเลือกผู้สมัครเขตหรือจังหวัดนั้นหรือไม่ ซึ่งเมื่อ กกต.มีมติให้ความเห็นชอบหรือมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ก็จะแจ้งกลับไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่คณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม คสช.เพื่อพิจารณาออกคำสั่งต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าหากพิจารณากรอบเวลาที่ได้มีการคาดการณ์ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาประมาณกลางเดือน ก.ย. จึงมีความเป็นไปได้ที่ คสช.อาจจะออกคำสั่งแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ในช่วงไม่เกินเดือน ส.ค.&amp;quot; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวการเมืองอื่นๆ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวดูดอดีต ส.ส.ภาคกลางพรรคเพื่อไทยว่า &amp;nbsp;ยอมรับว่าอดีต ส.ส.ภาคกลางถูกรุกหนัก เป็นพื้นที่ต้องสู้กันหนัก เพราะมีการตั้งเป้าจะดูดอดีต ส.ส.ให้ได้ 20-30 คน โดยใช้กระแสบวกกระสุนมาโน้มน้าว มีการพูดว่าใครโดนคดี มีหนี้สินจะดูแลให้ มีเงินรายเดือนและเงินก้อนให้ไปตั้งตัว ทั้งนี้ ใน จ.ลพบุรีก็มีการมาทาบทามเช่นกัน แต่อดีต ส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทยยืนยันตรงกันว่าจะอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่หวั่นไหวกับพลังดูด ส่วนจังหวัดอื่นๆ นั้นยังไม่กล้าการันตีว่าจะมีใครไปหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไร กกต.ก็ยังไม่มีการประกาศเขตพื้นที่เลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา ทำให้อดีต ส.ส.ภาคกลางที่ส่วนใหญ่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะยังนิ่งๆ อยู่ ขอตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองประเทศไทยเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ถ้าเอาไม้มาตีจะสู้ แต่ถ้าเอาตังค์มาตีสลบทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ดูดอดีต ส.ส.เริ่มนิ่งแล้ว อดีต ส.ส.อีสานมีความกลัวต่อคำขู่เรื่องคดีความน้อยลง หลายคนที่มีทีท่าว่าจะไป เริ่มลังเล อาจจะกลับมาใหม่ เพราะไปเช็กเสียงชาวบ้านในพื้นที่พบว่าไม่ชอบองค์กรมีสีบางองค์กร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเมินแล้วคงมีอดีต ส.ส.ถูกดูดไปไม่ถึง 40-50 คน จำนวนที่ถูกดูดไปอย่างเป็นทางการขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 10 คน ที่เหลือยังนิ่งๆ อยู่ ต้องรอดูหลังปลดล็อกทางการเมืองอย่างเป็นทางการจึงจะเห็นจำนวนชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการปรับวิธีการดูดจากเดิมที่ใช้ทหาร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ หรือคนในรัฐบาลมาทาบทาม เปลี่ยนมาเป็นใช้คนที่ถูกดูดไปแล้วมาทาบทามแทน ในลักษณะเพื่อนชวนเพื่อน เพราะวิธีเดิมมักเป็นข่าวออกมาในทางไม่ดี รวมถึงปรับยุทธวิธีเป็นการดูดอดีต ส.ส.ไปไว้ในพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นเครือข่ายกันแทน เพราะพรรคพลังประชารัฐกำลังตกเป็นเป้า ถูกมองในทางลบเรื่องการดูด โดยพรรคเหล่านี้จะไม่มีทหารอยู่เลย เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่พรรคของทหาร&amp;quot; นายประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลังมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อไม่ให้มีสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร(ส.ข.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเสนอร่างกฎหมายยกเลิก ส.ข. ว่าหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ท้วงติงการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ว่ามีลักษณะชี้นำให้เห็นด้วยกับการยกเลิก ส.ข. และมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็นทางเดียว คือผ่านเว็บไซต์เท่านั้น และมีเวลารับฟังความคิดเห็นที่น้อยเกินไป เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้กรุงเทพมหานครได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหลายช่องทางมากขึ้น และได้ขยายเวลารับฟังความคิดเห็นจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่การรับฟังความคิดเห็น เมื่อมีการเสนอกฎหมายคือ เป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่เหตุผลในการเสนอกฎหมาย หรือ แก้ไขกฎหมายนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนและสังคมควรจะรับรู้อย่างเปิดเผย แต่ปรากฏว่าการเสนอร่างกฎหมายยกเลิก ส.ข.ครั้งนี้ ประชาชนโดยทั่วไปไม่ทราบเลยว่าเหตุผลที่แท้จริงของความพยายามออกกฎหมายยกเลิก ส.ข.คืออะไร ไม่มีการบอกเหตุผลที่มาที่ไป และไม่มีการถกแถลงว่าทำไมต้องยกเลิก ส.ข. แต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา ส.ข.ส่วนมากได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนที่ทำหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดประชาชนในงานท้องถิ่นระดับเขต เป็นที่พึ่งของชาวบ้านทั่วไปในการนำปัญหาความเดือดร้อนไปสู่การแก้ไข. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13020</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, ประยุทธ์ ศิริพานิชย์, พรรคเพื่อไทย, วิษณุ เครืองาม, สุชาติ ลายน้ำเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422c1f475c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมค้นหาพบ 13 หมูป่าอะคาเดมี ตั้งแต่เวลา 21.40&amp;nbsp; น. ของวันที่ 2 ก.ค. นับเป็นข่าวดีที่สุดของที่สุด ที่สำคัญเหล่าหมูป่าฯ ทุกคนปลอดภัยดี ร่างกายแข็งแรง จะมีบ้างก็อาการอ่อนเพลียตามสภาพจากการติดถ้ำนานนับ 9 วัน แต่ภาพรวมทุกคนโอเคและมีสติดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่าเป็นข่าวที่วิเศษอย่างยิ่ง ถือเป็นการปลดล็อกทุกความรู้สึก นำความปลื้มใจ ดีใจมายังคนไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นคลิปวิดีโอสนทนาระหว่างกลุ่มนักเตะเยาวชนกับกลุ่ม &amp;quot;เดอะเคฟไดฟ์วิงกรุ๊ป&amp;rdquo; (The Cave Diving Group) ผู้ชำนาญดำน้ำในถ้ำจากประเทศอังกฤษ ยิ่งรู้สึกโล่งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ต้องขอบคุณทุกส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ขอบคุณคณะค้นหาที่มีทีมเวิร์ก มีความเพียรพยายามอดทน และไม่ย่อท้อ ซึ่งหลังจากนี้ก็ยังต้องเอาใจช่วยอีกหนึ่งระลอก ในการลำเลียงเด็กๆ ออกมาให้ได้โดยเร็วและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมีความสุขจากข่าวดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่หน้าห้องประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยระหว่างดักรอสัมภาษณ์ &amp;ldquo;อ.มีชัย ฤชุพันธุ์&amp;rdquo; ประธาน กรธ. ก็มี กรธ.คนอื่นๆ ยืนจับกลุ่มและพูดคุยเรื่องเด็กๆ หมูป่าฯ กับกระจอกข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่งท่านโฆษก &amp;ldquo;นรชิต สิงหเสนี&amp;rdquo; พูดขึ้นว่า &amp;ldquo;จริงๆ ฝรั่งที่ติดตามข่าวอยู่บริเวณหน้าถ้ำ เขานึกว่าเราเจอเด็กตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. แล้วนะ เพราะหน้าถ้ำเฮกันลั่น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้กลุ่มสนทนาหยุดฟัง เพราะสงสัยว่าจริงหรือ ซึ่งต่อมาเจ้าตัวก็เฉลยว่า &amp;ldquo;ที่เฮ เพราะสลากกินแบ่งรัฐบาลออกเลขรถของครูบาบุญชุ่มต่างหาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำซะเหมือนจริง นึกว่ามีหักมุม ที่แท้เอาฮา ปัดโธ่&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12678</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Cave Diving Group, คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, คันปากอยากเล่า, นรชิต สิงหเสนี, มินนี่เมาธ์, มีชัย ฤชุพันธุ์, เดอะเคฟไดฟ์วิงกรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!มีเพียง17% เชื่อมั่นปี2562 จัดเลือกตั้งแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไก่อูเผยเปิดไลน์ &amp;rdquo;ข่าวจริงประเทศไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp; หวังสู้กระแสโซเชียลฯ อึ้ง! มีเพียง 17% ที่เชื่อว่าในปี 2562 จะมีการเลือกตั้งแน่นอน ส่วนใหญ่หวัง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ออกมาแถลงยืนยันให้ชัดแจ้ง ชี้หากมีหย่อนบัตรทำให้ ศก.ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ได้เปิดบัญชีทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อข่าวจริงประเทศไทย หรือ @realnewsthailand ซึ่งเป็นความพยายามทำให้ข้อมูลข่าวสารที่สับสนในปัจจุบันกระจ่างขึ้น ซึ่งไม่ได้เจาะจงเพียงข่าวการค้นหาโค้ชและเด็กทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข่าวลือต่างๆ ในสังคมก็สามารถเข้าไปค้นข้อมูลได้ในไลน์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,136 คน ระหว่างวันที่ 26-30 มิ.ย. กรณีการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และพรรคการเมือง หารือเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยวางกรอบเวลาเลือกตั้งในช่วง 24 ก.พ.- 5 พ.ค.2562 พบว่า ประชาชน 54.17% มองว่าเห็นด้วย และเป็นข่าวดีอยากให้มีการเลือกตั้ง, 27.08% มองว่าเป็นเพียงการคาดคะเน ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ยังไม่แน่ใจ, 24.03% มองว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ให้ข่าว, 22.5% ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และ 13.89% น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศ เพราะต่างชาติจับตามองสถานการณ์ในไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 มากน้อยเพียงใด พบว่า 36.88% ไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้ง, 36.88% มองว่าบ้านเมืองยังมีปัญหา มีข้อมูลหลายกระแส, 25.09% ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้ง เพราะหลายฝ่ายกดดัน กระแสสังคมอยากให้มีการเลือกตั้ง, 20.86% ไม่เชื่อมั่นเลย เพราะที่ผ่านมามีการกำหนดวันและเลื่อน, 17.17% เชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้งแน่นอน เพราะเป็นไปตามเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลยังถามอีกว่า จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 อย่างแน่นอน พบว่า อันดับแรก 57.54% เสนอให้นายกฯ ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ ระบุวัน เวลาที่แน่นอน, 36.14% เสนอว่าให้ปลดล็อกพรรคการเมือง, 25.28% มองว่าให้ กกต.ออกมาประกาศข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง, 19.94% ดำเนินการตามโรดแมป ไม่เลื่อน และ 17.50% คสช.เป็นรัฐบาลรักษาการ เตรียมพร้อมรอการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลยังได้สอบถามถึงผลดี-ผลเสียในเรื่องการตั้งด้วย โดยผลดีที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2562 พบว่า 43.15% มองว่าเป็นประชาธิปไตย ประชาชนได้ใช้สิทธิมีส่วนร่วมทางการเมือง, 37.23% จะทำให้ต่างชาติเชื่อมั่น มีการค้าการลงทุน เศรษฐกิจดีขึ้น, 30.78% ทำให้บ้านเมืองพัฒนา ประเทศเดินหน้าต่อไปได้, 22.04% จะมีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง มีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ และ 11.96% สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลเสียถ้าไม่มีการเลือกตั้งในปี 2562 พบว่า 51.52% เชื่อว่าเศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม ต่างชาติไม่เชื่อมั่น และไม่มาลงทุน, 29.41% เกิดการชุมนุม เคลื่อนไหว และบ้านเมืองไม่สงบ, 19.07% ประชาชนไม่เชื่อถือ ไม่เชื่อมั่น อันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล, 16.58% การเมืองไม่เข้มแข็ง ไม่เป็นประชาธิปไตย ขาดการตรวจสอบ คานอำนาจ และ 16.04% พรรคการเมือง นักการเมืองถูกลดบทบาท ไม่สามารถทำหน้าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อสอบถามว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งในปี 2562 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่วุ่นวาย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 42.66% มองว่าทุกคนทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน, 38.32% จัดระเบียบการเลือกตั้ง กฎระเบียบเคร่งครัด อยู่ในกติกา เคารพกฎหมาย, 34.10% รัฐบาลมีการหารือพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีข้อตกลงร่วมกัน, 22.83% มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนที่ชัดเจน และ 9.78% สื่อนำเสนอข่าวเป็นจริง ไม่บิดเบือน ไม่สร้างกระแส&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามสุดท้ายสวนดุสิตโพลถามว่า ถ้ามีการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนคิดว่าการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร พบว่า 52.34% มองว่าดีขึ้น เพราะการเมืองมีเสถียรภาพ เป็นประชาธิปไตย ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจดีขึ้น ต่างชาติเชื่อมั่น การบริหารประเทศคล่องตัว มีการตรวจสอบ คานอำนาจ บ้านเมืองพัฒนา ฯลฯ, &amp;nbsp; 42.06% เหมือนเดิม เพราะการเมืองไทยเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองหน้าเก่า ยังคงทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเหมือนเดิม ฯลฯ และ 5.6% แย่ลง เพราะบ้านเมืองยังคงมีปัญหา แก้ไขได้ยาก อาจเกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย มีผู้ที่เสียประโยชน์ ฯลฯ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12522</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38ee48c97cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักการเมืองดิ้นจี้ปลดล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นรู้ผลหารือ 74 พรรคการเมืองแล้ว &amp;ldquo;พี่ป้อม&amp;rdquo; รายงานตลอด ประวิตรโวถือเป็นสัญญาณที่ดี &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; เตือนใช้มาตรา 44 แก้ไพรมารีฯ แบบพอดี ผวาถูกเหน็บปาฏิหาริย์กฎหมายอีก ส่วน &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; ชี้ 3 ข้อเสนอผ่าทางตันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย อัดยับพวกชงแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยิ่งกว่าเผด็จการเอาแต่ใจคนเดียวไม่สนคน 65 ล้าน &amp;ldquo;ปชป.-พท.&amp;rdquo; ประสานเสียงปลดล็อกควรเริ่มเลย ไม่ต้องรอกฎหมายลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการเยือนสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 20-26 มิ.ย. ว่าไม่ขอพูดในประเด็นการเมือง เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้พูดไปแล้ว ซึ่งเราได้ติดต่อกันตลอดเวลา โดยทั้งหมดจากการประชุมเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ต้องกลับมาพิจารณาในที่ประชุม คสช.อีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอร้องว่าอย่าทำให้บ้านเมืองไม่สงบกันอีกเลย &amp;nbsp;เพราะช่วงนี้กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จึงขอให้นึกถึงคนที่เดือดร้อนกันบ้าง ถ้าเราไปเล่นการเมืองเพียงข้างเดียว เลือกตั้งไป ก็จะตามกันไปทั้งหมด อย่าลืมว่าการเมืองคือการเมือง วันนี้เดินหน้ากันต่อไป ที่ผมกังวลวันนี้ที่สุดเราจะได้รัฐบาลอะไรกลับมา ที่อ้างกันว่าจะเป็นรัฐบาลของประชาชน ทำเพื่อประชาชน ก็ยังไม่เห็นมีใครพูด พูดกันแต่เพียงว่าจะแก้นั่นแก้นี่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการหารือกับ 74 พรรคการเมือง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่าบรรยากาศพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งทุกพรรคการเมืองก็ได้รับทราบข้อชี้แจงของรัฐบาลทั้งหมด โดยเฉพาะกรอบการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงทั้งหมด ส่วนข้อเสนอของพรรคการเมืองมีเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องการทำไพรมารีโหวต ว่าจะใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขหรือไม่ ทั้งนี้ ทางเราต้องพิจารณาอีกที นอกนั้นก็ไม่มีอะไร&amp;nbsp;
&amp;quot;ทุกพรรคการเมืองเรียบร้อยดี และพูดจากันรู้เรื่อง ผมเชื่อว่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ทั้งนี้ จากการหารือพรรคที่ผ่านมา ได้นำเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์รับทราบอยู่ตลอดเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; พล.อ.ประวิตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้กำชับนักการเมืองให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า นักการเมืองเข้าใจอยู่แล้ว และตอนนี้เหตุการณ์ก็มีความสงบเรียบร้อย อีกทั้งฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายวิษณุให้เหตุผลว่า ปัจจัยหนึ่งในการเลือกตั้งคือพระราชพิธีสำคัญต้องผ่านไปด้วยความเรียบร้อย การระบุเช่นนั้นแสดงว่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เชื่อว่าช่วงมีพระราชพิธีสำคัญจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร และมีความสงบเรียบร้อย
ชี้ 150 วันไม่รวมรับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุกล่าวถึงกรณีมีข้อสังเกตว่า ช่วงเวลา 150 วันจัดการเลือกตั้ง นับรวมเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองการเลือกตั้งภายใน 60 วันด้วยหรือไม่ ว่าไม่รวม คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้แจงชัดเจนแล้วว่า 150 วันที่ระบุให้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นนั้น ระบุไว้คนละมาตรากับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน หมายความว่า กรธ.ตีความ 60 วัน อยู่นอกเหนือจาก 150 วัน ที่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ ไม่ได้รวมถึงการประกาศผลการเลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่าให้จัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ชัดเจนว่า 60 วัน มันจะซ้อนเข้ามาไม่ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ผ่านมากำหนดเช่นนี้ จะไม่นับรวมกับการประกาศผลการเลือกตั้ง เรื่องนี้ กรธ.เป็นผู้ตีความ ไม่ใช่รัฐบาล แต่ถ้า กกต.จะตีความอย่างไรต้องแล้วแต่ กกต. สุดท้ายหากมีข้อสงสัยก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยประเด็นนี้ไม่มีการหยิบยกมาหารือเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองมองว่าเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลดล็อกคือช่วงนี้ ไม่ใช่ปลายปี เพราะอาจกระทบต่องานพระราชพิธี นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ควรมีผู้ใดจะไปพูดเรื่องงานพระราชพิธี จะไม่เอาคำดังกล่าวมาเกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ไม่ได้ยกเหตุผลเกี่ยวกับงานพระราชพิธีขึ้นมา พูดแต่ว่าการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงพระราชพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ช่วงเวลาใดเหมาะสมกับการปลดล็อก &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ และวันที่ 27 มิ.ย.จะมีเพียงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีการประชุม คสช. ซึ่งเข้าใจว่า พล.อ.ประวิตรได้รายงานผลการหารือกับพรรคการเมืองให้นายกฯ ทราบแล้ว &amp;nbsp;
ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการหารือเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งมีกรอบเลือกตั้งเร็วที่สุดวันที่ 24 ก.พ.2562 หรือช้าสุดวันที่ 5 พ.ค.2562 ว่ายังมั่นใจว่าวันเลือกตั้งจะยังเป็นไปตามโรดแมป คือเดือน ก.พ.2562 ตามที่นายกฯ ประกาศไว้ และ กกต.ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเต็ม 150 วัน สำหรับการจัดการเลือกตั้ง หลังประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนมากใช้เวลา 60-90 วันเท่านั้น จึงหวังว่า กกต.และพรรคการเมืองจะดำเนินการตามกระบวนการต่างๆ ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอพรรคการเมืองที่ให้งดทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ นายพรเพชรกล่าวว่า ต้องไปพิจารณาหลักการของรัฐธรรมนูญก่อน หากจะให้งดเว้นการทำไพรมารีฯ โดยต้องพิจารณากฎหมายว่าจะใช้คำสั่งตามมาตรา 44 งดเว้นได้เพียงใด รวมถึงต้องหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะกฎหมายได้บัญญัติไว้ ถ้าไม่ทำจะมีวิธีการอย่างไร ทั้งนี้ หากรัฐบาลถามความเห็นเรื่องทางออกของการทำไพรมารีโหวตมายัง สนช. ก็ไม่สามารถให้ความเห็นส่วนตัวได้ ต้องฟังความเห็นของสมาชิก สนช.อื่นด้วย แต่โดยหลัก สนช. สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp;
หวั่นถูกด่าปาฏิหาริย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไพรมารีโหวตจะเป็นตัวสำคัญสำหรับเวลาการเลือกตั้ง มีบางส่วนเสนอทางแก้ให้ใช้มาตรา 44 ก็ต้องพิจารณาว่ามาตรา 44 ทำได้เพียงใด ถ้าเราไม่ทำตามกฎหมาย จะมีช่องทางอะไรทำได้บ้าง เดี๋ยวจะมาหาว่าใช้ปาฏิหาริย์กฎหมายอีก&amp;rdquo; นายพรเพชรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังยืนยันถึงกระบวนการสรรหา กกต. ชุดใหม่ว่า จะไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง เนื่องจากยังมี กกต.ชุดเดิมทำหน้าที่อยู่ ซึ่งจัดการเลือกตั้งได้ แม้จะมี กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ก็สามารถสานงานต่อได้ เพราะเชื่อว่า กกต.ชุดเก่าจะไม่ทิ้งปัญหาอะไรไว้ โดย สนช.นัดลงมติเลือก กกต.ชุดใหม่ในวันที่ 12 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถึงกำหนดการคลายล็อกพรรคการเมืองนั้น ว่ายังไม่ได้คุยกันใน คสช. ซึ่งเป็นเรื่องมองต่างมุม คสช.มองเรื่องความสงบเรียบร้อย พรรคการเมืองเองก็คงใจร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัยกล่าวต่อว่า การทำไพรมารีโหวตนั้น กรธ.ไม่ได้ร่าง เพราะมองว่ากลไกที่มีในรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้ว แต่พอ สนช.แก้ให้มีไพรมารีก็ต้องเดินตาม หากเกิดติดขัดก็ต้องแก้หรือทบทวน เพื่อพยายามทำให้ประชาชนในฐานะสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้าดูตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายพรรคการเมืองที่มีคำสั่ง คสช.แก้ไข ก็ผ่อนมาเยอะแล้ว จากทำทุกเขตให้ทำรายจังหวัดแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องพูดกันให้ชัดว่าปัญหาจริงๆ แล้วคืออะไร ถ้าทำไม่ทัน ปัญหาก็คือเวลา ที่คอยเร่งรัดอยากให้เลือกตั้งเร็วก็คงทำไม่ได้ ซึ่งหากแก้ก็ต้องดูความเหมาะสม จะใช้วิธีและเวลาแก้กันอย่างไร การใช้มาตรา 44 ก็พยายามใช้เท่าที่จำเป็น&amp;rdquo; ประธาน กรธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัยกล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอของพรรคการเมือง 3 ข้อในการทำไพรมารีโหวตนั้น แต่ละข้อเสนอมีความแตกต่างกัน อย่างการเสนอให้ยกเลิกไพรมารีโหวตก็น่าเสียดายที่อุตส่าห์คิดค้นวิธีกันมา ส่วนข้อเสนอให้เลื่อนใช้ไพรมารีโหวตไปคราวหน้า ต้องถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายเช่นกันที่เราจะไม่ได้ทดลอง และข้อเสนอสุดท้ายที่ให้ทำไพรมารีฯ ระดับภาคแทนนั้น คิดว่าเหมือนนำคนกลุ่มเดียวมาทำไพรมารีฯ ซึ่งไม่ได้บอกอะไร เพราะมี 4-5 ภาค แต่ต้องครอบคลุมถึง 76 จังหวัด ดังนั้นต้องกลับมาพิจารณาว่าข้อเสนอใดจะดีที่สุดสำหรับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ นายมีชัยกล่าวว่า แก้ไขได้ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ส่วนถึงขนาดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตอนปี 2540 ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องมีกรอบ ไม่ใช่ว่าตั้ง ส.ส.ร.แล้วเอากระดาษเปล่าไป ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้าไม่รู้ แบบนี้ไม่ใช่ ขนาดร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังมีกรอบ อย่างน้อยที่สุดต้องมีกรอบว่าจะเดินไปทางไหน ไม่ใช่ว่าฉีกอันนี้ทิ้งแล้วเอากระดาษเปล่าสร้างขึ้นมาใหม่ ถามว่ามีอะไรเป็นหลักประกันที่จะไม่นำสิ่งที่ถูกห้ามไปใส่ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า รู้สึกอย่างไรที่พรรคการเมืองจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ นายมีชัยชี้แจงว่า ไม่รู้สึกอะไร เพราะพรรคการเมืองเอาแต่จุดที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ในรัฐธรรมนูญมีทั้งที่คนชอบและไม่ชอบ ดังนั้น ถ้าจะเอาแต่ใจลำพังคนเดียวก็ต้องเป็นเผด็จการ ถึงจะทำแบบนั้นได้ ดีไม่ดีเผด็จการยังไม่กล้าทำแบบนั้นด้วยซ้ำไป อย่าลืมว่าหลายเรื่องที่เราไม่ชอบก็มีคนชอบ ขณะที่หลายเรื่องเราชอบก็มีคนไม่ชอบเหมือนกัน&amp;nbsp;
ซัดยิ่งกว่าเผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเอาอะไรตามใจตัวหรือตามใจเฉพาะบางกลุ่มจึงทำไม่ได้ สิ่งที่ กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญมาก็ไม่ได้ชอบใจหมด แต่เป็นเรื่องที่ต้องแบ่งปันกัน ไม่มีใครได้อะไรทั้งหมด ทั้งนี้ เห็นว่าจะแก้ก็ได้ แต่ต้องมีกรอบ ถ้าฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งแล้วบอกว่าที่เหลือจะทำเอง ถามว่าประชาชนอีก 65 ล้านจะรู้ได้อย่างไรว่ารัฐธรรมนูญจะหน้าตาเป็นอย่างไร&amp;quot; นายมีชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงแนวทางการคลายล็อกให้พรรคการเมืองว่า การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองเป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องผูกขาดการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ว่าต้องรอให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ก่อน เพราะเรื่องต่างๆ ที่จำเป็น เช่น การหาสมาชิกและการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หากทำเรื่องเหล่านี้ได้ในช่วงเวลานี้ จะทำให้พรรคการเมืองมีความพร้อมและคลี่คลายปัญหาการจัดทำไพรมารีโหวต เพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการแบ่งเขตของ กกต. และจะได้ไม่กระทบต่อพระราชพิธีสำคัญในช่วงเวลาข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ คสช.ก็ควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหาสมาชิกพรรคให้ได้มากที่สุด&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวคิดการทำไพรมารีโหวตที่พรรคการเมืองยังมีความเห็นหลากหลายอยู่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่ คสช.เป็นผู้ตัดสินใจ เพราะแนวคิดนี้มาจาก คสช. และ สนช.เพื่อให้สอดคล้องหลักการมีส่วนร่วมทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ แต่หากไม่เอาระบบไพรมารีโหวต ก็ต้องกำหนดรูปแบบใหม่ ว่าจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมคัดเลือกตัวผู้สมัครอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เท่าที่ฟังผลการหารือเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. จะคลายล็อกระหว่างรอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ 90 วัน ซึ่งพรรคเห็นว่าควรปลดล็อกเพื่อให้ทำกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองได้แล้ว ไม่ใช่แค่คลายล็อก ไม่เห็นว่าจะมีอะไรกระทบกับความมั่นคง แต่เมื่อ คสช.มีอำนาจจะทำเช่นนี้ ก็สุดแล้วแต่ เราก็ต้องปฏิบัติตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเห็นของเราคือควรปลดล็อก ไม่ใช่แค่คลายล็อก กรอบเวลาดำเนินการจัดการเลือกตั้ง 150 วันในรัฐธรรมนูญนั้น เท่าที่ศึกษารัฐธรรมนูญหมายความว่าต้องรับรองผลการเลือกตั้งในเวลาดังกล่าวด้วย จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ตุ๊กตาวันเลือกตั้งที่ออกมานั้น นับรวมเวลาการรับรองผลการเลือกตั้งที่ กกต.ต้องดำเนินการหลังวันเลือกตั้ง 60 วันไว้หรือยัง ตรงนี้ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีการมาตีความในภายหลังอีก&amp;quot; นายชูศักดิ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พท.กล่าวถึงเรื่องคลายล็อกเช่นกัน ว่าเป็นการฝืนธรรมชาติกระบวนการประชาธิปไตย จะมีปัญหาตามมา เช่น การให้หาสมาชิกปกติต้องมีการชี้แจงบทบาทของสมาชิกที่เปลี่ยนแปลงตามกฎหมายใหม่ แต่ยังห้ามชุมนุมทางการเมืองจะกลายเป็นขัดขืนคำสั่ง คสช.หรือไม่ เมื่อจะแก้ไขคำสั่งที่ 53/2558 จึงต้องเขียนให้ดี อย่าให้มีจุดอ่อน จนมีปัญหาตามมาอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เข้าใจทำไมถึงปลดล็อกเป็นเรื่องๆ กลัวอะไรนักหนา คิดว่าคนที่ทำกฎหมายให้ คสช.ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองในทางปฏิบัติ จึงเกิดปัญหาข้อปฏิบัติกลายเป็นลิงแก้แห การแก้ไขครั้งนี้ควรพิจารณาให้รอบคอบ อย่าให้มีปัญหาในทางปฏิบัติอีก&amp;quot; นายสามารถกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12181</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มาตรา 44, มีชัย ฤชุพันธุ์, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3254a960401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮึ่ม!ฉีกได้ก็ฉีกไป ป้อมท้าพวกต้าน ยุทธศาสตร์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีกได้ก็ฉีกไป! &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ท้าพวกต่อต้านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี-รธน. ลั่นคิดไปข้างหน้าไม่ถอยหลัง อันไหนทำไม่ได้ 5 ปีรัฐบาลใหม่แก้ได้ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ชี้เขียนไม่ชัดเจนขัดแย้งกันเอง ยกตัวอย่างอยากได้พลังงานสะอาดแต่เดินหน้าถ่านหิน ยันทั้ง รธน.-ยุทธศาสตร์ชาติต้องแก้ไข แต่ไม่เอาเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ถึงกรณีที่มีการออกมาต่อต้านร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และควรเป็นรัฐบาลใหม่ที่ร่างยุทธศาสตร์ชาติว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมียุทธศาสตร์ อันนี้เรามาเริ่มต้นให้ ถ้าสมมุติอันไหนทำไม่ได้รัฐบาลใหม่ก็ไปแก้ ซึ่ง 5 ปีก็แก้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการขู่จะฉีกยุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ฉีกได้ก็ฉีกไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหลายฝ่ายวิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติคนที่จะใช้คือคนอายุ 20-40 ปี แต่เอาคนมีอายุมาร่าง &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวสวนทันทีว่า คนมีอายุก็คิดเหมือนคนอายุ 20 ปีเหมือนกัน ทำไมต้องมาว่าคนอายุ 60 ปีจะต้องคิดแบบคนอายุ 60 ปี เขาคิดแล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ใครจะไปคิดถอยหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วิจารณ์ว่าการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดในรัฐธรรมนูญนั้นกว้างเกินไป ว่า ก็แก้ได้โดยบอกไปทางรัฐบาล &amp;nbsp;ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้สามารถพูดคุยกัน เพราะยุทธศาสตร์ชาติตามหลักนั้นต้องกว้าง จะไปบอกวิธีคงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างยุทธศาสตร์ชาติว่า ตนไม่แน่ใจว่าคนที่บอกจะฉีกยุทธศาสตร์ชาติ อ่านและชี้ให้เห็นได้หรือไม่ว่ามีอะไรบางที่จำเป็นถึงขั้นต้องฉีก อย่างไรก็ตามไม่แน่ใจว่ายุทธศาสตร์ชาติ 6 ข้อมีตรงไหนที่เป็นปัญหา ส่วนเนื้อหาก็เป็นเรื่องแปลก เพราะเท่าที่ดูเขียนออกมาไม่ค่อยเป็นยุทธศาสตร์ เพราะการเขียนยุทธศาสตร์ชาติต้องมาจัดลำดับความสำคัญ แต่ของเราไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร่ ขณะเดียวกันมีสิ่งที่ขัดกันเอง เช่นการลดความเหลื่อมล้ำ หรืออยากได้พลังงานสะอาดแต่รัฐบาลยังเดินหน้าทำพลังงานถ่านหิน หากทำโรงไฟฟ้าถ่านหินถือว่าขัดยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ ตนถึงบอกว่าเขาพยายามเขียนให้กว้างเลยไม่ค่อยเป็นยุทธศาสตร์ สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ถ้านำมาเป็นเงื่อนไขทางการเมืองก็จะเกิดความยุ่งยากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับจุดยืนประชาธิปัตย์ ตนยืนยันว่าพรรคมีวิสัยทัศน์อนาคตของประเทศ &amp;nbsp;เป็นไปได้ว่าเมื่อเข้าไปทำงาน หรือเมื่อนำเสนอนโยบายในการเลือกตั้ง บางเรื่องอาจจะถูกตีความว่าไม่ตรงหรือไม่อยู่ในยุทธศาสตร์ แต่ถึงขั้นจะขัดก็ยังไม่แน่ใจ เพราะถ้าเขียนกว้างแบบนี้ตนก็จะเสนอ ถ้าประชาชนเห็นพ้องก็ต้องพยายามไปปรับแก้ให้ไปด้วยกันได้ เพราะไม่ต้องการให้หลังการเลือกตั้งสังคมกลับสู่ความขัดแย้งทันที โดยนำรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ อยากเห็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแก้ปัญหาของประชาชน เรียกศรัทธาให้กลับคืนสู่ฝ่ายการเมืองให้ได้เสียก่อน &amp;nbsp;แล้วค่อยบอกประชาชนว่ามีความจำเป็นในการที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้เดินหน้าได้ดียิ่งขึ้นต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งในใจผมในที่สุดทั้งรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติคงต้องมีการปรับแก้แน่ แต่ไม่อยากให้สังคมกระโดดเข้าไป พอหลังการเลือกตั้งปั๊บก็เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ สุดท้ายประชาชนคนไทยกับประเทศก็เสียโอกาสในเรื่องอื่นๆ อีก&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11633</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มีชัย ฤชุพันธุ์, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27c611632d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนรบ.หน้าเคาะนิรโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; โยนรัฐบาลเลือกตั้งตัดสินใจเรื่องนิรโทษกรรมที่ &amp;ldquo;เอนก&amp;rdquo; จุดพลุ ส่วน ปชป.ย้ำชัดไม่เอาแน่ ด้านเอนกแจงเป็นการอภัยโทษหลังกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดแล้ว แต่หากนิรโทษกรรมได้ก็ยิ่งดีต่อความสามัคคี &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยรัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวาย 2 กฎหมายลูกแล้ว &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; ย้ำ กกต.ต้องรีบคลอดปฏิทินเลือกตั้งเพื่อให้ทุกฝ่ายมาร่วมเคาะ ส่วนหย่อนบัตรท้องถิ่นยังไม่ชัดว่าเอาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่เสนอให้นิรโทษกรรมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทำให้เมื่อวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายนมีการแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวว่า ถ้าจะทำก็ทำ &amp;nbsp;ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลเลือกตั้ง ส่วนจุดประสงค์เขาเป็นอย่างไรไม่ทราบ ต้องไปถามนายอเนก เพราะไม่ได้อยู่พรรคนี้&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าการบอกว่าเรื่องนี้ควรเกิดจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หมายความว่าเกิดขึ้นได้และน่าจะนำไปสู่หนทางปรองดองและยุติความขัดแย้งได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;quot;ไม่รู้ คุณคิดของคุณเอง คิดแบบนั้นใช่ไหม ส่วนจะเป็นสัญญาณบวกสำหรับประเทศหรือไม่ ก็ไม่รู้ แล้วแต่คนมอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่านายเอนกระบุว่า รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นวันข้างหน้าน่าจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่รู้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องไปดูก่อนว่าจะทำได้อย่างไร ต้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมมือกัน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มองว่าตอนนี้ถึงเวลาทุกพรรคควรจับมือกันเพื่อให้เกิดการปรองดองหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่าตอนนี้ก็ปรองดองแล้ว เดี๋ยวก็ปรองดอง ตอนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร มีคนคิดแตกแยกไม่กี่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวประเด็นนี้ว่า กลุ่มคนที่ไปทำพรรคนี้ส่วนใหญ่บอกว่าผลักดันการปฏิรูปและสู้กับระบอบทักษิณ แต่นายเอนกพูดเสมอว่าจะทำพรรคแบบลืมอดีต ซึ่งตอนนี้ท่าทีของนายเอนกบอกว่าพร้อมจับมือกับทุกพรรค พร้อมลืมอดีต และพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะว่าในการทำงานของนายเอนกที่ผ่านมาหลายสถานะได้เสนอความคิดทำนองนี้ ฉะนั้นอยู่ที่สมาชิก รปช.ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ส่วนการทำเรื่องนิรโทษกรรมหรือปรองดองมันสลายขั้วหรือกลุ่มการเมืองจริงหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมสนับสนุนให้นิรโทษกรรมคดีของประชาชนเล็กน้อย แต่ในเรื่องของบางคดีถ้าเรานิรโทษกรรมเหมือนกับเรากำลังส่งสัญญาณให้ใช้ความรุนแรง ในที่สุดก็ไม่มีความผิดหรือทุจริต อันนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมือง แต่เป็นการปล้นทรัพยากรของแผ่นดิน เพียงเพราะเขามีอำนาจ อันนี้อันตรายมาก&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.กล่าวว่า นายเอนกคงไปคุยกับใครบางคนมาแล้ว จึงออกมาจุดพลุในเรื่องนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง ซึ่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประชาชนออกมาประท้วงนับล้านคนก็ไม่ใช่เพราะผลักดันให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเรื่องนี้หรือ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงลืมเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว
ปชป.ค้านนิรโทษกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระยืนยันว่า ขอคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับการเสนอนิรโทษกรรม เพราะ ปชป.เคยประกาศจุดยืนต่อต้านกฎหมายล้างผิดและแอบอ้างปรองดองไว้ชัดเจน ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก แต่นายเอนกรีบมาเสนอนิรโทษกรรมแบบไทยแลนด์ 4.0 มันไม่ง่ายไปหรือ ส่วนกรณีที่เกรงว่าหากไม่นิรโทษกรรมจะเกิดการฆ่ากันต่อไปนั้น คิดว่านายเอนกคงดูภาพยนตร์มากเกินไป สังคมไม่ได้เรียกร้องให้ฆ่ากันต่อไป &amp;nbsp;แต่สังคมเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเอาผิดกลุ่มบุคคลที่บังอาจละเมิดกฎหมายบ้านเมือง และสถาบันสำคัญของชาติอย่างอุกอาจแล้วยังลอยนวลอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายเอนกออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปตั้งพรรคมหาชนร่วมกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เพราะ เสธ.หนั่นขัดแย้งกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณอย่างหนัก แต่วันนี้นายเอนกกลับมาร่วมกับนายสุเทพเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) สืบทอดอำนาจอีก ในฐานะลูกศิษย์ก็เลยงงๆ กับสองนคราประชาธิปไตย แต่สามพรรคการเมืองของนายเอนก&amp;rdquo; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสิระ พิมพ์กลาง ผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อนไทย กล่าวว่า สอดรับกับแนวคิดพรรคเพื่อนไทยที่สนับสนุนแนวทางปรองดอง ซึ่งก่อนหน้านายเอนกได้ทำเรื่องนี้แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อยากให้มารับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายจริงๆ เพราะบางเรื่องที่ทำไปอาจจะยังผิดเพี้ยนไป หากมาจับมือทำร่วมกันเชื่อว่าจะเกิดความปรองดองอย่างแท้จริง อย่างน้อยก็ขยับไปได้อีกเปลาะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่ำวันเดียวกัน นายเอนกโพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก เอนก เหล่าธรรมทัศน์ AnekLaothamatas &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;quot;ผมพูดเรื่องนิรโทษไป ในความหมายที่ชวนให้เรารู้รักสามัคคี เท่าที่เป็นไปได้ แต่แน่นอนต้องอยู่ใต้ตัวบทกฎหมายและหลักยุติธรรมครับ ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก อะไรผิดทำให้ถูกไม่ได้ รปช.มีจำนวนหนึ่งที่มาจาก กปปส. พวกเขาได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะรับคำตัดสินพิพากษา ไม่ว่าคำตัดสินนั้นจะเป็นอย่างไร ถูกจำถูกปรับ ถูกรอลงอาญา หรือตรงกันข้าม พิพากษาว่าไม่ผิด และหวังว่าทุกฝ่ายจะน้อมรับคำตัดสินพิพากษาด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเป็นความตั้งใจของพวกเขา ส่วนผมนั้นในฐานะคนไทยที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสันติ ก็มีเพียงความหวังว่า หลังจากกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดแล้ว สังคมไทยที่มีเมตตาธรรมอยู่แล้วจะมีกระบวนการทางกฎหมาย ที่จะลดหย่อนโทษลง ที่เรียกตามภาษากฎหมายว่าอภัยโทษ และหากจะดำเนินไปจนถึงขั้นนิรโทษได้ ก็จะดียิ่งกับความสมานสามัคคี ย้ำนะครับ หลังจากรู้แล้วว่าใครผิด ใครถูก ในเรื่องอะไร ความผิดขนาดไหน และใครไม่ผิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนกระบุต่อว่า ตนได้แต่หวังว่าหากเราทั้งหลายจะยื่นมิตรไมตรีเข้าหากันบ้างหรือพอควรบ้าง &amp;nbsp;ก็จะทำให้การยอมรับเรื่องผิดถูกนั้นอาบอิ่มด้วยความเมตตา การให้อภัย และการลืมเรื่องเก่าบ้าง ที่ตนพูดไปยังไม่ใช่จุดยืนและนโยบายของพรรค เรื่องสำคัญอย่างนี้จะต้องมีกระบวนการภายในพรรคด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยเรื่องการเลือกตั้งนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่ายังไม่บอกว่าเป็นเมื่อไหร่ สถานที่ไหน เอาเป็นว่าที่บอกว่าเป็นปลายเดือน มิ.ย.ก็คือปลายเดือน มิ.ย. จะเอาอะไรอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้นำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่ง ส.ว.ทั้ง 2 ฉบับขึ้นทูลเกล้าฯ &amp;nbsp;ถวายเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำให้ได้ ส.ส.กระจัดกระจาย ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากว่า เป็นเพียงการคาดการณ์เพราะยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง ไม่มีใครเดาใจประชาชนได้
บี้ กกต.รีบคลอดปฏิทิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือกแบบไพรมารีโหวตจำเป็นต้องนำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ขอย้ำว่า กรธ.ไม่ได้ออกแบบเรื่องนี้ เป็นหน้าที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเมื่อมีแล้วก็ต้องเดินตาม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องทำผังกำหนดเวลาออกมาว่าเริ่มเมื่อไหร่ แล้วสิ้นสุดลงเมื่อใด จากนั้นก็ต้องไปดูว่าในแต่ละขั้นตอนเริ่มอย่างช้าที่สุดเท่าไร ตรงนี้ต้องให้ กกต.เป็นคนพูด และให้ กกต.เป็นคนทำผังให้ดูว่าอย่างน้อยจะไปสู่การเลือกตั้งต้องใช้เวลาเท่าใด สิ้นสุดลงเมื่อใด ตรงนี้ต้องชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อกฎหมายมีเราก็ต้องปฏิบัติตาม จะไปยกเลิกอะไรก็ต้องไปพูดคุยกัน เพราะตรงนี้ย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เราต้องเอาส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อพบว่ามีปัญหาอะไรก็ต้องคุยกัน การเมืองถึงจะเดินไปข้างหน้าได้ เราต้องเห็นดีเห็นงามด้วยกัน ดังนั้นผัง กกต.ควรออกมาให้เร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกันให้เกิดความชัดเจนว่าทั้งหมดต้องใช้เวลาเท่าไร แล้วให้ทุกฝ่ายรวมถึงรัฐบาลได้มาตัดสินใจด้วย&amp;quot; นายมีชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีข้อเสนอใช้มาตรา 44 ยกเลิกการทำไพรมารีโหวตว่า หากไม่ทำไพรมารีจะตอบสังคมอย่างไรกรณีให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหมือนแม่น้ำ 5 สายทำให้ทุกอย่างไม่สอดคล้องกับสิ่งที่โฆษณาหรือสิ่งที่พูดไว้ โดยสร้างอุปสรรคกันเอง อย่างการไม่ปลดล็อกก็ทำให้การทำไพรมารียากยิ่งขึ้น รวมทั้งการไม่แบ่งเขตเลือกตั้งด้วย ซึ่งเรื่องแบ่งเขตเป็นตัวปัญหามาจากตัวล็อกที่ คสช.ทำเอาไว้หลายชั้น คือ 1.เมื่อทำกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้ กกต.จะแบ่งเขตเลือกตั้งต้องไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งเขาก็ตีความว่าการไปรับฟังความคิดเห็นเป็นกิจกรรมทางการเมือง แม้ กกต.จะบอกว่าแบ่งไว้หลายแบบแต่เขาเดินหน้าไม่ได้ และ 2.สนช.จงใจให้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. แม้ประกาศแล้วก็ยังไม่ให้ใช้บังคับ โดยต้องเลื่อนไป 90 วัน กลายเป็นว่าถึง กกต.ทำเรื่องแบ่งเขตเสร็จ ก็ยังไม่สามารถประกาศเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่นิยมการใช้มาตรา 44 ยกเลิกการทำไพรมารี และไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสมหรือไม่ คำสั่ง คสช.ต้องแก้ด้วยคำสั่ง คสช. เช่นเรื่องปลดล็อกก็ใช้ได้ เพราะใช้มาตรา 44 สร้างไว้ แต่หากมาตรา 44 ไปใช้กับกฎหมายจะมีปัญหา เพราะกฎหมายอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าฯ&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซ็นทาราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;สำนักงาน กกต.ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระและรัฐสภา ในการยกระดับเจตจำนงทางการเมืองการต่อต้านการทุจริต ระหว่างสำนักงาน กกต. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกต. &amp;nbsp;สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติป้องกันการทุจริตของนักการเมือง พรรคการเมือง และส่งเสริมให้พรรคการเมืองและนักการเมืองแสดงออกซึ่งเจตจำนงต่อต้านการทุจริต เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมติดตามการดำเนินการตามเจตจำนงที่ให้ไว้
เลือกตั้งท้องถิ่นยังเคว้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ... หากรับฟังความคิดเห็น 30 วันแล้ว เราก็ต้องมาสรุปและเสนอไปที่รัฐบาลเพื่อปรับแก้ ส่วนแนวโน้มการปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือไม่เป็นการพิจารณาของ สนช. โดยประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ทางเว็บไซต์ กกต.ในเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการเลือกตั้ง ส.ส.จะเกิดขึ้นก่อนนั้นยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้แล้ว กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.มีฐานะเป็นผู้ควบคุม โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเลือกตั้ง แต่ในฐานะผู้ควบคุม กกต.ก็ต้องควบคุมให้ดี แต่ กกต.ก็ได้ขอไว้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.และการเลือกตั้งท้องถิ่นควรห่างกัน 3 เดือน &amp;nbsp;ซึ่งกฎหมายอันไหนมีผลบังคับก่อนก็ปฏิบัติไปตามนั้น และยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมจัดเลือกตั้งทุกระดับ&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุกล่าวถึงกรณี กกต.ประเมินว่าจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ในเดือน พ.ค.62 ว่าไม่ทราบเรื่อง ทั้งหมดนั้นเป็นการคาดการณ์ของ กกต. ทั้งนี้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมีทั้งหมด 6 ฉบับ ส่งไปให้ กกต.รับฟังความคิดเห็นแล้ว 1 ฉบับ เหลืออีก 5 ฉบับอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เดิมที กกต.ระบุว่าการจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นขอให้ทอดระยะเวลาห่างจากการเลือกตั้งระดับชาติ 3 เดือน ซึ่งจะจัดการเลือกตั้งประเภทใดก่อนหรือหลังก็ได้ โดยตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะจัดการเลือกตั้งระดับชาติก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะจัดได้เร็วกว่า พ.ค.2562 ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นได้เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ตอนไหน และใช้เวลาพิจารณานานเท่าไร &amp;nbsp;รวมถึงขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งเมื่อกฎหมายประกาศใช้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 45-60 &amp;nbsp;วัน
&amp;ldquo;ยังไม่ได้ตั้งเป้า แต่เมื่อการจัดทำกฎหมายล่าช้า จะทำให้มันเร็วขึ้นโดยฉบับใดแล้วเสร็จก็จะนำมารับฟังความคิดเห็นก่อนและเข้าสภาก่อน แทนที่จะรอไปทีเดียวทั้ง 6 ฉบับ&amp;rdquo; นายวิษณุตอบข้อถามที่ว่ารัฐรัฐบาลยังตั้งเป้าจะเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้งระดับชาติหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11629</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มีชัย ฤชุพันธุ์, วัชระ เพชรทอง, วิษณุ เครืองาม, ศุภชัย สมเจริญ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27bf7c8a767.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
