<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป. ฉุนสื่อโซเชียลใส่ร้าย &#039;เฉลิมชัย&#039; ท้าเปิดชื่อคนเอี่ยวหาผลประโยชน์จากสารเคมีเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีเรื่อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่า ขณะนี้มีการพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยใช้สื่อสังคมโซเชียลชี้นำด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ กล่าวหาใส่ร้าย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่ามีการส่งหนังสือให้มีการยกเลิกการแบน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สารพิษ ซึ่งไม่เป็นความจริง เหตุเพราะมีผู้ร้องเรียนยื่นหนังสือผ่านนายเฉลิมชัย เพื่อให้ส่งหนังสือต่อไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพราะนายเฉลิมชัยไม่ได้มีอำนาจในการพิจารณา กระบวนการบิดเบือนนี้เลวร้ายที่สุด และได้ชี้แจงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือการโจมตีผ่านบทความของสื่อออนไลน์ ในชื่อบทความเปิดวอร์สารพิษเกษตรยกใหม่ เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ย. ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาในลักษณะว่านายเฉลิมชัยปกป้องผลประโยชน์ให้ทุนข้ามชาติ จะเอาสารพิษกลับคืนมา กำลังคิดจะถอนทุนตุนเสบียงเอาไว้ ถือได้ว่าเป็นการกล่าวหาที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้ผู้เขียนควรรู้ว่าอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้เป็นของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และหากผู้เขียนบทความรู้ข้อมูลดีว่ามีใครหาประโยชน์กับเรื่องนี้ ถ้าแน่จริงขอท้าให้ออกมาเปิดเผยชื่อกลุ่มคนที่อ้างว่ามาหาประโยชน์จากการแบนสามสารพิษเกี่ยวข้องกับคนของพรรคประชาธิปัตย์คือใคร ถ้าอยากให้การเมืองสุจริตก็ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงว่าคนที่ชั่วช้าหากินกับเรื่องนี้ชื่อว่าอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;โฆษกปชป. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า นายเฉลิมชัยได้ยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยคิดหาประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว ไม่ต้องถอนทุนใดๆ เพราะไม่ได้ใช้ทุนในการเข้ามาทำงานการเมือง พรรคประชาธิปัตย์อยู่ภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยการบริจาค จึงไม่จำเป็นต้องคิดหาทุนด้วยวิธีการที่เลวๆ เหมือนที่ผู้เขียนบทความกล่าวหา ดังที่มีการตั้งคำถามว่าประชาชนมาก่อนหรือบริษัทค้าสารเคมีมาก่อน ในเรื่องนี้ตนขอตอบเลยว่า นายเฉลิมชัยคิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ชัดเจนในเรื่องเกษตรปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76807</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, ราเมศ รัตนะเชวง, เฉลิมชัย ศรีอ่อน, แบนสารเคมีอันตราย, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c142b28f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ข้องใจรัฐผ่อนปรนนำเข้าอาหารปนเปื้อน&#039;พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส&#039;ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส และมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2563 ซึ่งกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมากระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดำเนินการทบทวนประกาศว่าด้วยเรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้างเพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการใช้สารทั้ง 2 ชนิด โดยได้มีการยกร่างและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเมื่อแบนสารทั้ง 2 ชนิดแล้วจะต้องไม่พบการตกค้างในอาหารของสารดังกล่าวอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการอาหาร ได้มีข้อสรุป คือ 1) เพิ่มรายชื่อของพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ในบัญชีหมายเลข 1 (รายการสารที่แบนแล้ว) ของประกาศกระทรวง เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง 2)ยกเลิกค่าการตกค้างที่อนุญาตให้พบในอาหาร(Maximum Residue Limit-MRL) โดยต้องตรวจไม่พบสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายที่ยกเลิกแล้ว (Not Detected) และ 3) มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายน 2564 กับอาหารที่ผลิตในประเทศและนำเข้าต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมจึงมีการผ่อนปรนให้ผู้นำเข้าอาหารจากต่างประเทศต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายน 2564 โดยในช่วงนี้ให้คงค่าสารตกค้างได้ตามค่าโดเดกซ์ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ นักวิชาการพวกตระกูลหมอทั้งที่เกษียณไปแล้วและไม่เกษียณทั้งหลาย รวมทั้ง รมว. และรมช.สาธารณสุข รวมทั้งเอ็นจีโอบางพวกที่ออกมารณรงค์กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแบน 2 สารเคมีให้จงได้ โดยพูดตรงกันว่าสารเคมีเหล่านี้แม้ได้รับปริมาณน้อย แต่ถ้าได้รับเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเป็นมะเร็ง โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต แม้ว่าจะตกค้างนิดหน่อยก็อันตราย แม้แต่กระบวนการยุติธรรมไทยก็วินิจฉัยเช่นนั้น แต่ทำไมเวลานี้กลับเงียบเป็นเป่าสาก หรือแสดงว่า ข้อมูลที่โฆษณาชวนเชื่อก่อนหน้านี้ เป็นข้อมูลเท็จ เพื่อใช้หลอกคนทั้งประเทศที่รู้ไม่เท่าทันท่านทั้งหลายเท่านั้นใช่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแบนสารพิษทั้ง 2 ชนิดข้างต้น เป็นที่ถกเถียงกันมากว่าทำเพื่อใคร เพื่ออะไร ถ้าแบนแล้วยังปล่อยให้มีการนำเข้าสารวัตถุดิบอาหารที่ยังมีการเจือปนสารพิษเหล่านั้นอยู่ หรือเก่งแต่จะห้ามเกษตรกรไทยใช้ แต่กลับปล่อยให้นักธุรกิจนายทุนสามารถนำเข้าวัตถุดิบที่มีสารตกค้างมาให้คนไทยใช้ได้ ดูช่างเป็นนโยบายที่ย้อนแย้งกันสิ้นดี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรไทย ตกเป็นเบี้ยล่างและกลายเป็นหมากเบี้ยให้นักวิชาการ-นักการเมืองกำมะลอแสวงหาประโยชน์เท่านั้น เรื่องนี้ไม่จบลงง่ายๆแน่ คอยดูกันต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75563</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, คลอร์ไพริฟอส, นำเข้า, พาราควอต, ศรีสุวรรณ จรรยา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f45b7dc9921c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกรัฐบาลย้ำแบนพาราควอต- คลอร์ไพริสฟอส เริ่ม 1 มิ.ย.นี้  แนะเกษตรกรมีไว้ครอบครองให้ส่งคืนภายใน 90 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ฉบับที่ 6 พ.ศ.2563 จะมีผลบังคับใช้ โดยห้ามให้มีการผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ครอบครอง สารเคมีทางการเกษตรเพื่อกำจัดศัตรูพืช 5 รายการประกอบด้วย 1.คอลร์ไพริฟอส 2.คลอร์ไพริสฟอส-เมทิล 3.พาราควอต 4.พาราควอตไดคลอไรด์ และ 5.พาราควอตไดคลอไรด์(เมทิล-ซัลเฟต) โดยก่อนหน้านี้กรมวิชาการเกษตร ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อกับทุกภาคส่วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยังได้ลงนามในคำสั่งเพื่อดำเนินการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้กำจัดศัตรูพืชในการประกอบการเกษตรกรรม ต้องส่งมอบคืนวัตถุอันตรายดังกล่าวแก่ผู้ขายที่ซื้อมา ภายใน 90 หรือไม่เกินวันที่ 29 ส.ค.2563 ส่วนผู้ขายต้องรับคืนจากผู้ซื้อ แล้วรวบรวมข้อมูลการครอบครอง ส่งให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรภายใน 120 หรือไม่เกิน 28 ก.ย.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของประชาชน ซึ่งการห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เนื่องด้วยเป็นสารเคมีความเสี่ยงสูง เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม และทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค จึงได้ห้ามไม่ให้มีการใช้ โดยผ่านความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย รวมถึงภาคีเครือข่ายเกษตรกรต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนสารทดแทน กรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมสารทดแทนรวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติไว้แล้ว เพื่อรองรับผลกระทบที่จะมีต่อเกษตรกร ขอให้มั่นใจว่า การห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน&amp;quot; น.ส.ไตรสุลี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67364</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, สารพิษ, แบนสารพิษ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c4135641a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาถก&#039;กก.วัตถุอันตราย&#039;30เม.ย.! หวั่นเลื่อนแบนพาราควอตเอื้อเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 63 - เพจเฟซบุ๊กเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ในขณะทั่วโลกทยอยแบนพาราควอตแล้ว 59 ประเทศ และอียูประกาศแบนคลอร์ไพริฟอสอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา แต่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกลับกลืนน้ำลายตนเองที่แถลงสนับสนุนการแบน 3 สารพิษเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เสนอให้เลื่อนการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอสออกไปเป็นสิ้นปี 2563 แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จดหมายของนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งทำหนังสือลงวันที่ 20 เมษายน 2563 ถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อ้างเหตุผลว่า &amp;quot;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับภาคธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจของประเทศ และความมั่นคงทางอาหารของโลก (Food Security) เนื่องจาก สารดังกล่าวใช้ในการเพาะปลูกพืชที่เป็นวัตถุดิบ สำหรับการแปรรูปทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวสาลีและแป้งข้าวสาลี กาแฟ โกโก้&amp;quot; และ &amp;quot;หากไม่ได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้ อาจส่งผลกระทบต่อการนำสินค้าขาเข้าจากต่างประเทศ ที่ต้องมีค่ากำหนดสารตกค้างจากสารเคมีดังกล่าวเป็นศูนย์ (Zero Tolerance) จนทำให้ขาด แคลนวัตถุดิบในการผลิต และเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารทั้งในประเทศ และเพื่อการส่งออก อันจะยิ่งซ้ำเติม ระบบเศรษฐกิจไทยและมีผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในช่วงวิกฤตนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอ้างน้ำขุ่นๆ ดังกล่าวขัดแย้งกับจดหมายของนายกลินท์ ที่ยืนยันให้มีการแบนทั้งพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นนายกลินท์ เพียงแต่ขอให้รัฐบาลผ่อนปรนในการอนุญาตให้มีการนำเข้าวัตถุดิบโดยอนุญาตให้มีไกลโฟเซตตกค้างตามมาตรฐานของ CODEX เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้ออ้างเรื่องการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสแล้วจะส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบของนายกลินท์ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกแบนพาราควอตมากว่าทศวรรษ และอียูประกาศแบนคลอร์ไพริฟอสตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยไม่มีประเทศใดอ้างปัญหาการตกค้างจนส่งผลกระทบต่อการผลิต/อุตสาหกรรมใดๆเลย แม้กระทั่งจดหมายของสหรัฐเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ส่งมายังนายสุริยะ คัดค้านการแบนไกลโฟเซต แต่ก็ไม่ได้คัดค้านการแบนและอ้างการตกค้างของพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าติดตามว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีบทบาทอย่างไร หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แสดงบทบาทหัวหอกรับลูกข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา และบริษัทค้าสารพิษ ดำเนินการให้มีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย กลับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกการแบนไกลโฟเซต และเลื่อนการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ซึ่งเดิมกำหนดให้มีผลในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2563 แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง มีความเป็นไปได้ว่าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 30 เมษายนนี้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายอาจพิจารณากดดันให้กรมวิชาการเกษตร ที่มีนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้กำกับดูแล ผลักดันให้มีการตั้งอนุกรรมการ เพื่อเปิดทางอนุญาตให้มีการนำเข้าสารพิษทั้ง 3 ชนิดได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เข้ามาในประเทศอีกครั้ง หลังจากนางมนัญญาได้มีคำสั่งยกเลิกการนำเข้ามาตั้งแต่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่โลกกำลังต่อต้านสารพิษที่มีฤทธิ์เฉียบพลันสูงและก่อโรคพาร์กินสันอย่างพาราควอต และสารพิษที่มีผลกระทบทำลายสมองเด็กโดยถาวรอย่างคลอร์ไพริฟอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตจากไวรัสระบาดซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่คนจำนวนมาก เห็นว่าหลังวิกฤตโควิด-19 ประเทศต้องทบทวนการผลิตพืชอุตสาหกรรมเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมีร้ายแรง มาเป็นเกษตรกรรมผสมผสาน ลดการใช้สารเคมี และลดต้นทุนการผลิต ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทสารพิษ และนักการเมืองบางคนบางกลุ่ม กำลังสมคบคิดกันยืดเวลาการแบนสารพิษร้ายแรงออกไป ซ้ำเติมปัญหาสุขภาพของประชาชนให้เลวร้ายลงไปอีก หรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดจับตาการประชุม คณะกรรมการวัตถุอันตราย วันที่ 30 เมษายนนี้ !&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64363</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai-PAN, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สุริยะ, แบนพาราควอต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6363a934d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียบร้อย! &#039;วิษณุ&#039; คอนเฟิร์มคกก.วัตถุอันตรายชุด &#039;สุริยะ&#039; กลับมติเดิมได้ เหตุของเก่ายังไม่มีผลทางกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ธ.ค. 62 -&amp;nbsp; นายวิษณุเครืองามรองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงข้อถกเถียงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจรมว.อุตสาหกรรมเป็นประธานจะสามารถลบล้างมติเดิมที่ประชุมกันก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ว่าถ้าถามว่าลบล้างมติกันได้หรือไม่ต้องตอบว่าได้แต่เขาจะลบหรือไม่นั้นตนไม่รู้และยังสับสนอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุกล่าวว่าต้องเข้าใจว่าการที่คณะกรรมการฯชุดเดิมมีมติไปเมื่อเดือนต.ค.นั้นเป็นกรรมการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)&amp;nbsp;วัตถุอันตรายฉบับเก่าแต่ต่อมาพ.ร.บ.ฉบับใหม่มีผลประกาศใช้บังคับออกมาองค์ประกอบกรรมการเก่ากับองค์ประกอบกรรมการใหม่มันเปลี่ยนไปเดิมคณะกรรมการฯชุดนี้มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานแต่ฉบับใหม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะฉะนั้นที่มีการประชุมครั้งล่าสุดเป็นการประชุมคณะกรรมการชุดใหม่และเป็นการประชุมครั้งแรกซึ่งมีองค์ประกอบเพิ่มเติมเข้ามามีคนมากขึ้นซึ่งเขาสามารถเปลี่ยนมติได้แต่จะเปลี่ยนหรือไม่หรือเป็นมติหรือไม่ผมไม่ทราบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่จะมีมติใหม่ออกมาและเป็นการพิจารณาเรื่องเดียวกันจำเป็นต้องยกเลิกมติเก่าก่อนหรือไม่เพราะไม่เช่นนั้นจะเหมือนเป็นการซ้อนมติกันนายวิษณุกล่าวว่าไม่เป็นไรเพราะมติเก่ายังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาดังนั้นคณะกรรมการฯชุดใหม่เขามีสิทธิที่จะมีมติได้เพื่อที่จะลงประกาศให้มันถูกต้องแม้ว่ามติของคณะกรรมการฯชุดเก่าจะระบุชัดเจนให้มีผลในวันที่1&amp;nbsp;ธ.ค.ก็ตามเพราะถือว่ายังไม่มีผลในทางกฎหมายซึ่งที่บอกว่ายังไม่มีผลในทางกฎหมายเพราะว่ายังไม่ถึงวันที่1&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;นอกจากนี้คณะกรรมการฯก็สามารถเปลี่ยนมติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากทางพรรคภูมิใจไทยอยากให้มีการตีความเรื่องให้ชัดเจนจะทำได้หรือไม่นายวิษณุกล่าวว่าหากใครสงสัยสามารถส่งให้มีการตีความได้โดยยื่นสอบถามไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51490</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษ, กรมวิชาการเกษตร, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce354064779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;สรุปเปรี้ยง!ขยายเวลา-เลิกแบนสารพิษ เป็นโยบายของรัฐบาลชั่วนี่เอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอรัปชั่น ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้เลื่อนการแบน 2 สารพิษออกไปอีก 6 เดือน และอีกหนึ่งสารพิษให้ใช้ต่อไปได้ว่า &amp;quot;ชัดเจนแล้วที่แท้เป็นนโยบายของรัฐบาลชั่วนี่เอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51441</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, วีระ สมความคิด, สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภญ.จิราพร&#039;โต้&#039;สุริยะ&#039;ย้ำที่ประชุมกก.วัตถุอันตรายไม่มีการลงมติจะอ้างเสียงเอกฉันท์ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29พ.ย.62- รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ซึ่งได้ประกาศลาออกจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในคณะกรรมการวัตถุอันตรายโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; จิราพร ลิ้มปานานนท์ ระบุว่า
เรียน คุณสุริยะ ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย
ดิฉันไม่ได้ร่วมร่างมติ เพียงได้กล่าวในที่ประชุมให้คงข้อ 1 ที่ขอให้แบนสารทั้งสาม ตามมติเมื่อ 22 ตค. ไว้ โดยขอให้ย้ายมาเป็นข้อ 2 จึงเดินไปที่ฝ่ายเลขา เพียงครั้งเดียว และเมิ่อเห็นว่ามีหลายคนกำกับ จึงเดินกลับด้วยความหดหู่
ย้ำอีกครั้งว่า ในที่ประชุมไม่มีการลงมติ ไม่มีการนับองค์ประชุม ดังนั้น ในฐานะประธานจะไปแถลงข่าวอ้างเสียงมติเอกฉันท์ไม่ได้ ดิฉันขอยืนยันจุดยืนเดิมของดิฉันในการแบนสารทั้งสามชนิดมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย แถลงภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 27พ.ย.ที่ผ่านว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จากจำนวนผู้เข้าประชุม 24 เสียง ให้เลื่อนการยกเลิกการใช้สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส คือการปรับระดับสารเคมีทั้ง 2 จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ออกไปอีก 6 เดือน คือในวันที่ 1 มิ.ย.2563 จากเดิมที่กำหนดไว้ให้ยกเลิกการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 ในส่วนสารไกลโฟเซต ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ใช้ได้ต่อไป แต่ต้องจำกัดการใช้ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดเดิมเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2561
หลังจากนั้น รศ.ภญ.จิราพร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย
1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค.
2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเสตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาแบนสารพิษ, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, จิราพร ลิ้มปานานนท์, จิราพร-สุริยะ, พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต, มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de077eb0312b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
