<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UNจุ้น!มาตรา112 จี้รัฐบาลยุติข้อหาพร้อมแก้ไขกม./บิ๊กบี้ไม่รู้จัก‘สาธารณรัฐ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยรัฐบาลพร้อมเสริมการทำงานศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ยันในหลวงไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการ เพียงแต่มีอะไรให้ทรงช่วยได้ก็จะทรงช่วย &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo;ลั่นแผ่นดินนี้มีความสงบร่มเย็นภายใต้พระบารมี ทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้ให้มั่นคง อย่าทำร้ายกัน เมินไม่รู้จักคำว่า &amp;quot;สาธารณรัฐ&amp;quot; กลุ่ม 3 นิ้วทยอยเข้ารับทราบข้อหา ม.112-พ.ร.บ.ชุมนุมฯ &amp;quot;เพนกวิน&amp;rdquo; อ่วม! โดนแล้ว 40 คดี เฉพาะ ม.112 รวม 12 คดี โวยไม่เป็นธรรม &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ซัดกล้าทำต้องกล้ารับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์ห่วงไทยใช้กฎหมายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจิตอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขของประชาชน ครั้งที่ 1/2563 ว่าวันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการจิตอาสาในส่วนของรัฐบาลในการบูรณาการร่วมกันกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราต้องเสริมการทำงานที่พระองค์พระราชทานให้ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในหลายกิจกรรมที่เรามีจิตอาสาอยู่ถึง 6.7 ล้านคนในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระองค์ท่านทรงบอกว่าทำงานร่วมกันเสริมกันได้ก็ดี ผมก็ได้เตรียมแผนว่าเอาแผนงานและโครงการที่รัฐบาลทำไปให้คณะกรรมการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาได้รับทราบ เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการของเราอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามีอะไรให้พระองค์ทรงช่วยได้พระองค์ท่านก็จะช่วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ถึงสถานการณ์บ้านเมืองหลังพนักงานสอบสวนใช้มาตรา&amp;nbsp; 112 ดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นสถาบันว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นนักการทหาร มีหน้าที่ป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเทิดทูนสถาบัน ทั้งนี้ ทหารกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันตั้งแต่ก่อตั้งประเทศนี้มา พระมหากษัตริย์คือผู้นำจอมทัพไทย และก็รบรา ป้องกันอริราชศัตรู สร้างอาณาเขต สร้างความมั่นคงให้แผ่นดินนี้ จนพวกเรามานั่งอยู่ตรงนี้ เรามีสิทธิ์ มีงานทำ มีบ้านอยู่ มีความสุขอยู่บนแผ่นดิน เนื่องจาก พระมหากษัตริย์ตั้งแต่ในอดีตที่ได้รวมชายไทยในอดีต ซึ่งต้องทำหน้าที่ทหารรักษาแผ่นดิน และความมั่นคงให้เราอยู่จนมาถึงทุกวันนี้ รวมถึงคนอื่นจากแผ่นดินอื่น ศาสนาอื่นมาอาศัยอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะฉะนั้นพระมหากรุณาธิคุณนั้นจึงยิ่งใหญ่ไพศาล และมหาศาลเหลือเกิน หลายร้อยปีมาแล้ว ในส่วนของทหารจึงเป็นผู้ที่ต้องถวายความจงรักภักดี ผู้ที่ต้องมีความกตัญญูเป็นเลิศต่อผืนแผ่นดินไทย ที่จะต้องรักษาความมั่นคงที่บรรพชนรักษา และทำมาให้แผ่นดินนี้มีความสงบร่มเย็นภายใต้พระบารมีและบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า และดูแลช่วยเหลือประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข เพราะฉะนั้นเราควรช่วยรักษาความสงบร่มเย็นให้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ และทำมาหากินได้ ยิ่งในสภาพการณ์ตอนนี้คือต้องช่วยเหลือกันและบริโภคกันภายในประเทศ อย่าทำร้ายกัน อย่าทำร้ายประเทศชาติ อย่าทำร้ายประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;
ไม่รู้จักสาธารณรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พูดได้เลยว่าแนวคิดเรื่องการเกิดสาธารณรัฐจึงเป็นไปไม่ได้ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบครับ เรื่องนี้ไม่มีในหัวผม&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าไม่มีทางเป็นไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ๆ ไม่รู้จักคำนี้&amp;quot; เมื่อถามต่อว่าที่บอกว่าต้องเทิดทูนสถาบัน เราต้องมีการปกป้องสถาบันไม่ให้มีใครก้าวล่วงใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า &amp;quot;ทุกคนมีหน้าที่ปกป้อง ใครมีหน้าที่ด้านไหนก็ทำไปในด้านนั้น เมื่อจุดมุ่งหมายคือประชาชนร่มเย็นเป็นสุข และการที่ประชาชน ประเทศชาติจะร่มเย็นเป็นสุขได้นั้น สถาบันหลักเป็นจุดศูนย์รวม ต้องอยู่อย่างมั่นคง ทุกคนจึงมีหน้าที่ คนถือกฎหมายก็มีหน้าที่เช่นกัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมยังกล่าวถึงสถาบันอยู่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า คงไม่ตอบเรื่องการเมือง ตนไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเมือง เมื่อถามต่อว่าช่วงรอยต่อปีใหม่ เกรงจะมีมือที่สามฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.อ. ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ช่วงหยุดยาวหน่วยงานความมั่นคงก็ติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว ทุกคนเสียสละอุทิศตน เพียงแต่เราไม่รู้ การที่บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขในขณะนี้เราก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เพราะทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไม่มีภัยอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร นำโดยนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ แกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน, นายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือจั๊ด การ์ดภาคีเพื่อประชาชน, นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอม, นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่นพอกันที, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ แกนนำกลุ่มคนรุ่น ใหม่นนทบุรี, นางณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา เดินทางมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 และเรียกร้องให้ตำรวจยกเลิกการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมและประชาชน ในข้อหามาตรา 112 เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ จากนั้นผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเขียนความรู้สึกสิ่งที่ควรยกเลิกและสิ่งที่ควรปรับปรุงลงบนกระดาษสีขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัตรกล่าวว่า กฎหมายมาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ล้าหลัง เป็นกฎหมายที่กดขี่ข่มเหงประชาชน นำมาทำลายล้างกันเรื่องการเมือง ตนจึงขอรณรงค์ให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 และที่พวกเราออกมาชุมนุม เพราะต้องการให้ปฏิรูปสถาบัน ไม่ใช่การล้มล้าง เราอยากให้สถาบันอยู่ได้แบบสง่างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ปทุมวัน แจ้งว่ากิจกรรมวันนี้ เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ให้เลิกการชุมนุมภายในเวลา และห้ามทำทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ทำให้นายณวรรษชี้แจงว่า วันนี้เป็นการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ไม่ใช่การชุมนุม หวังว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดีใดๆ กับพวกเรา &amp;nbsp;
3 นิ้วทยอยรับทราบข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายชินวัตร นายชูเกียรติ และนายสิรภพ ได้นำน้ำยาล้างจานมาล้างทำความสะอาดอักษรคำว่า &amp;quot;ชาติ&amp;quot; ซึ่งเป็นป้าย ตร.เพื่อล้างสิ่งมลทินที่เกาะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ที่ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมแบบหว่านแห โดยภายหลังล้างป้าย ตร.เสร็จ นายณวรรษกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราได้ล้าง &amp;quot;ชาติ&amp;quot; แล้ว หากพวกพี่ๆ รักชาติ และทำงานรับใช้ประเทศชาติจริงๆ ช่วยดูแลไม่ให้ใครเอาประชาธิปไตยออกไปจากประเทศนี้ได้ หลังจากนี้หากมีการชุมนุมในวันใด ขอให้ตำรวจที่ เห็นด้วยในการชุมนุมลาพักร้อนในวันนั้น ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะร่วมกันชู 3 นิ้ว และตะโกน พร้อมกันว่า &amp;quot;ที่นี่มีคนตาย&amp;quot;, &amp;quot;เสื้อแดงไม่ได้รับความยุติธรรม&amp;quot; และประกาศยุติกิจกรรมใช้เวลาประมาณ 45 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ลุมพินี นายชูเกียรติ แสงวงศ์, นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ,&amp;nbsp; นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง และผู้ชุมนุมรวม 4 คน เข้าพบ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ตามหมายเรียกข้อหา ม.112 พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ จากการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนไปสาดสีที่หน้า ตร.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมวลชนหลักสิบคนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองและสีดำมาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรภพกล่าวหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกว่า 2 ชั่วโมงว่า มีผู้ถูกหมายเรียกคดี ม.112 พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ทั้งหมด 2 คน คือตนกับนายชูเกียรติ และถูกหมายเรียกเฉพาะ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะอีก 5 คน คือนายชินวัตรและประชาชน ซึ่งตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและไม่ได้เซ็นชื่อรับทราบข้อกล่าวหา จะให้การเป็นหนังสือ โดยมีนัดอีกครั้งในวันที่ 13 ม.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทราบว่ามีผู้ถูกหมายเรียกอีกรวม 15 คน ซึ่งตำรวจจะทยอยเรียกให้เข้ามารายงานตัว การที่รัฐบาลใช้ ม.112 แบบนี้ จะทำให้มันเสื่อมลงด้วยตัวเองจากการใช้กฎหมายพร่ำเพรื่อ บางคนเพียงพิมพ์ข้อความในโซเชียลที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันยังถูกคดีได้ ยืนยันยังเคลื่อนไหวต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะสัมฤทธิผล&amp;quot; นายสิรภพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ สน.บางโพ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมด้วยนายวชิรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงอิสระ และนายคุณากร มั่นนทีรัย ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช&amp;nbsp; ผกก.สน.บางโพ เพื่อรับทราบข้อกล่าวตามหมายเรียกในความผิดฐานไม่แจ้งการชุมชุนตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากการจัดกิจกรรมชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคุณากรเปิดเผยว่า ตำรวจได้ทำการเรียกกลุ่มแกนนำต่างๆมา ตามหมายมาทั้งหมด 6 คน แต่วันนี้เดินทางมาเพียงแค่ 3 คน ส่วนอีก 3 คนนั้น ได้แก่ นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายอำนนท์ นำภา และนายเอกชัย หงส์กังวาน แจ้งขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวนไปก่อน ขณะที่แกนนำที่เข้าพบพนักงานสอบสวนวันนี้ให้การ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะเร่งทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรส่งพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำการชุมนุมฯ พร้อมทนายเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.บางโพ ตามหมายเรียกในข้อหาจัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากการชุมนุมเดียวกันที่รัฐสภา โดยพนักงานสอบสวนแจ้งกับทนายความว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายพริษฐ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.116 และ ม.215 ด้วยซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการชุมนุม&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มมีกิจกรรมการชุมนุมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนถูกดำเนินคดีความแล้วกว่า 40 คดี โดยเฉพาะปีนี้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 รวม 12 คดี จึงมองว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม
กล้าทำต้องกล้ารับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่าการใช้ ม.112 ต่อผู้เข้าร่วมชุมนุม เป็นการใช้ในลักษณะเหวี่ยงแห ตีความกว้างขวางเกินตัวบทกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชน ว่า&amp;nbsp; หากยังสงสัยในกฎหมาย ม.112 ทางที่ดีควรเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้มีการปราศรัยพูดพาดพิงสถาบัน หรือควรยุติการชุมนุมไปเลยจะดีกว่า เพราะการชุมนุมไม่เป็นประโยชน์กับใครอีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยขอให้ย้อนมองดูพฤติกรรมการชุมนุมของผู้ชุมนุมว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นด้วยหรือไม่ เพราะทำให้เดือดร้อนพูดจาหยาบคาย ด่าทอผู้อื่น และยังทำเรื่องเลวร้ายจาบจ้วงและหมิ่นสถาบันอย่างมากหากกลุ่มผู้ชุมนุมกล้าที่จะทำแล้ว ก็ขอให้กล้ายอมรับกับความ เป็นจริง ที่จะต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลไม่เคยสั่งการหรือบังคับใช้กฎหมายกลั่นแกล้งคนอื่น ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ประชาชนฝากบอกมาว่า พรรคก้าวไกล แต่ทำท่าจะไปไม่ไกล เพราะประชาชนรู้ว่านักการเมืองที่สนับสนุนกลุ่มที่ทำผิด ม.112 คือใคร และใครที่ออกมาปกป้องคนทำผิด ม.112 นั่นแหละตัวดี ที่พยายามจะยุยงให้คนมาจาบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายชัดเจน พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเหล่านั้นสมควรที่จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ จับตาดูว่าสมคบคิดหรือให้การสนับสนุนด้วยหรือเปล่า&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ธ.ค.ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทย ที่มีการคุมขังนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายคน ซึ่งรวมถึงเยาวชนอายุ 16 ปี ภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำแถลงกล่าวว่า เรารู้สึกหนักใจอย่างยิ่งกับการดำเนินการโดยทางการไทยที่ตั้งข้อหาผู้ประท้วงอย่างน้อย 35 คนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงผู้ประท้วงที่เป็นนักเรียนอายุ 16 ปี ภายใต้มาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวีนา ชัมดาซานี โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ฐานหมิ่นประมาท, ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อราชวงศ์ &amp;quot;เราตกใจอย่างยิ่งที่ผู้ประท้วงอายุ 16 ปีถูกตำรวจนำตัวส่งศาลเยาวชนเมื่อวานนี้เพื่อขอคำสั่งฝากขัง&amp;quot; โฆษกหญิงผู้นี้กล่าว อย่างไรก็ดี ศาลปฏิเสธและอนุญาตให้ประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัมดาซานีให้ข้อสังเกตด้วยว่า คณะกรรมการสิทธิฯ เคยร้องขอทางไทยหลายครั้งให้ตรากฎหมายโดยสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่หลังจากผ่านมา 2 ปีโดยไม่มีคดีใดๆ จู่ๆ เราก็ได้พบเห็นคดีจำนวนมาก และน่าตกใจที่ตอนนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้เยาว์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอกล่าวอีกว่า คณะกรรมการสิทธิฯ ของยูเอ็นยังมีความห่วงกังวลเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาร้ายแรงอื่นๆ กับผู้ประท้วงที่เข้าร่วมการประท้วงอย่างสันติในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราเรียกร้องรัฐบาลไทยหยุดการใช้ข้อหาคดีอาญาร้ายแรงเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับบุคคลที่ใช้สิทธิเสรีภาพของพวกเขาในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอย่างสงบ เรายังเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และทำให้กฎหมายนี้สอดคล้องกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ความสุขของราษฎร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,406 ตัวอย่าง&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 11-17 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรทั่วไปหรือร้อยละ 87.6 มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด&amp;nbsp; หลังสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงเริ่มคลี่คลาย ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.6 ของกลุ่มราษฎรเยาวชน มีความสุขค่อนข้างมากถึงมากที่สุด หลังสถานการณ์ความขัดแย้ง รุนแรงเริ่มคลี่คลาย เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรทั่วไปหรือร้อยละ 89.6 และส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรเยาวชนหรือร้อยละ 79.1 ระบุ เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ เป็นเหตุแห่งปัจจัยทำราษฎรมีความสุข ในขณะที่ส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรทั่วไปหรือร้อยละ 88.3 และส่วนใหญ่ของกลุ่มราษฎรเยาวชน หรือร้อยละ 87.5 ระบุคนในครอบครัวรักกัน แม้เห็นต่างกัน วัยต่างกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87281</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, พ.ร.บ.ชุมนุม, ม.112, ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน, สาธารณรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdcc099d02d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
