<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติ‘คกก.อนุรักษ์ฯ’ บูรณะตึกโดม-มธ. ทรงคุณค่าสง่างาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า มีมติเห็นชอบให้บูรณะตึกโดม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่อาคารมีสภาพทรุดเอียงและทรุดโทรม ให้กลับมามีความสง่างาม และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญของบ้านเมือง พร้อมทั้งให้สามารถใช้ประโยชน์สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า ครั้งที่ 2/2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าและแนวทางการอนุรักษ์พัฒนา เมืองเก่าอุทัยธานี, เมืองเก่าตรัง และเมืองเก่าฉะเชิงเทรา เมื่อ 27 เมษายน 2564 โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงานร่วมกัน พร้อมสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบจากการกำหนดเขตพื้นที่เมืองเก่าอย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาตึกโดม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งเดิมอาคารมีสภาพทรุดเอียงและทรุดโทรม สมควรบูรณะให้กลับมามีความสง่างามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญของบ้านเมือง พร้อมทั้งให้สามารถใช้ประโยชน์สาธารณะ ได้อย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเห็นชอบแผนแม่บทและผังแม่บทการอนุรักษ์ และพัฒนาบริเวณ เมืองเก่าปัตตานี โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เมืองเก่าปัตตานี ศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์โบราณคดีและวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ที่สำคัญของภาคใต้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งได้เห็นชอบยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับเจ้าของอาคารและที่ดิน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับเจ้าของที่ดินและอาคารในพื้นที่เขตเมืองเก่าและกรุงรัตนโกสินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรเน้นย้ำให้ กระทรวงทรัพยากรฯ, กระทรวงมหาดไทย, กทม., กรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งให้กรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าได้สืบสานมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า เพื่อให้คนไทยมีความภาคภูมิใจและเก็บไว้ให้ลูกหลานไทยสืบไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103250</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า, บูรณะตึกโดม, ม.ธรรมศาสตร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a281c19579d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนแม่บทรักษา &quot;เมืองเก่า&quot; ต้องจัดการสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภราเดช พยัฆวิเชียร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเก่า ตามนิยามหมายถึงเมืองหรือบริเวณของเมืองที่มีลักษณะพิเศษสืบต่อมาและมีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือคุณค่าในทางศิลปะโบราณคดีหรือทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลักฐานทางกายภาพและเป็นเมืองที่ยังมีชีวิตต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ควรค่าแก่การอนุรักษ์และส่งเสริมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าภาคภูมิใจของชุมชนรวมถึงการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าเป็นพิเศษเฉพาะพื้นที่&amp;nbsp; โดยมีคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า และ สผ.เป็นสำนักงานเลขานุการซึ่งปัจจุบันคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ประกาศเขตพื้นที่เมืองเก่าและได้แต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พุฒิพงศ์ สุรพฤกษ์ รองเลขาธิการ สผ. กล่าวว่า เมืองเก่าเป็นเมืองที่ยังมีการใช้สอยและยังมีชีวิตต่างจากเมืองโบราณพื้นที่ไม่มีคนอยู่อาศัย ปัจจุบันมีเมืองเก่าที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้วจำนวน 31 เมืองทั่วประเทศ&amp;nbsp; และเมืองเป้าหมายอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศ 5 เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้แก่ เมืองพิษณุโลก, เมืองร้อยเอ็ด, เมืองอุทัยธานี, เมืองตรังและเมืองฉะเชิงเทรา เมืองเก่าจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนต้องดูแลด้านมลพิษการจัดการน้ำเสียขยะและพื้นที่สีเขียว ซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพชีวิต แล้วยังมีมิติด้านวัฒนธรรม การพัฒนาเมืองเก่าไม่ใช่ห้ามทำกิจกรรมทุกอย่าง แต่ควรมีกรอบการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; จาก 31 เมือง ขณะนี้มี 24 เมืองที่อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า ถือเป็นครั้งแรกที่แต่ละเมืองจะมีแผนแม่บทฯ ซึ่งท้องถิ่นมีสิทธิ์ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิท้องถิ่น ปราชญ์ชุมชน ผู้นำชุมชนได้ร่วมกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของการจัดทำทีโออาร์ที่ตอบโจทย์เพื่อจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำแผน หัวใจของแผนต้องนำไปสู่การเดินหน้า ไม่มองแค่มิติบังคับหรือควบคุมอาคารสิ่งก่อสร้างอย่างเดียว แต่ควรมีการส่งเสริมมาตรการจูงใจหรือสร้างความร่วมมือบริหารจัดการเมืองเก่า ดึงท้องถิ่น ผู้นำศาสนา สถาบันการศึกษาในพื้นที่เมืองเก่าทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง&amp;quot; พุฒิพงศ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พุฒิพงศ์ สุรพฤกษ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ภราเดช พยัฆวิเชียร ประธานอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาแผนการดำเนินงานในพื้นที่เมืองเก่ากล่าวว่า แนวทางอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าสู่ความยั่งยืนมีอุปสรรค เพราะคนหรือชุมชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นภาระหรือเสียโอกาส ถ้าทุบตึกเก่า 2 ชั้นสร้างอาคารหลังใหม่ 5 ชั้นมีประโยชน์กว่า แต่จริงแล้วเมืองเก่ามีคุณค่าและความสำคัญด้านประวัติศาสตร์อายุ หรือเป็นอาคารที่มีลักษณะพิเศษ แปลก หายาก หากอนุรักษ์จะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเกิดกิจกรรมหรือโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลต้องสนับสนุนและจัดหางบประมาณดูแลพื้นที่เมืองเก่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภราเดชกล่าวว่า เมืองแต่ละเมืองมีบริบทต่างกัน เช่นเมืองเก่าน่านกับเมืองเก่าสงขลาอาคารมีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างกัน แต่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศึกษาเปรียบเทียบจุดแข็งและจุดอ่อนโอกาสในพัฒนาเมืองมีการเชื่อมโยงหรือผนึกกำลังเพื่อสร้างเรื่องราวให้กับพื้นที่ได้มากขึ้น แม้แต่ในประเทศเพื่อนบ้านเราไม่สามารถพัฒนาเมืองโดดๆ ได้ แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์เป็นชุมชนเล็กๆ ชุมชนระดับอาเซียน งานอนุรักษ์เมืองเก่าต้องสร้างคนให้มีความรู้ นี่คือทรัพยากรต้นทุนสำคัญของประเทศที่จะก้าวสู่ยุค 4.0 จะพัฒนาออกแบบเมืองและมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยต้องมีรากเหง้าถึงจะมีตัวตน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิกฤติตอนนี้คือคนไม่เห็นค่า มองเป็นการเสียโอกาสเพราะรัฐไม่ช่วยไม่แนะนำทางออกและขาดความร่วมมือ ถ้าจะเก็บแค่อาคารให้สวยงามอย่างเดียวก็เป็นแค่โบราณสถาน เมืองต้องมีความเก่าและความใหม่เกื้อกูลกันเป็นบริบทสังคมร่วมสมัย ต้องเปลี่ยนทัศนคติจากภาระเป็นโอกาส เพราะถ้าทุบตึกเก่าสร้างอาคารใหม่ก็เหมือนเริ่มจากศูนย์ เพราะเป็นการทำลายต้นทุนทางวัฒนธรรม ทั้งยังเสียเงินก่อสร้างด้วย&amp;quot; ภราเดชเน้นย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน รศ.โรจน์ คุณเอนก ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า บอกถึงคุณประโยชน์ของเมืองเก่าในสังคมร่วมสมัยว่า เมืองเก่าเป็นรากฐานเมืองใหม่ในวิถีชีวิตร่วมสมัยที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องพยายามเก็บรักษาของเก่าให้มากที่สุดเพื่อส่งต่อลูกหลานปัจจุบัน บ้านเก่าหายาก ไม่รวมย่านเก่าอีกมากกว่า 500 แห่ง การดูแลรักษาไว้เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนเรื่องความยั่งยืนมีหลายด้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ด้านสิ่งแวดล้อม เมืองเก่าช่วยรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ มีต้นไม้ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์พื้นถิ่น แม่น้ำใสสะอาดและไร้มลพิษ ด้านเศรษฐกิจยุคที่การท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญของประเทศ เมืองเก่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมสำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยวด้านสังคม เมืองเก่าเป็นจิตวิญญาณของเมือง ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นเก็บรักษาเมืองเก่าที่ยังคงเอกลักษณ์ของเกียวโตและโอซากา เด็กญี่ปุ่นเติบโตเป็นพลเมืองที่รักชาติบ้านเมืองซึ่งเมืองเก่า ในไทยถือเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนเพื่อซึมซับจิตวิญญาณความเป็นไทยโดยไม่รู้ตัว&amp;quot; รศ.โรจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองเก่าเน้นย้ำว่า เมืองเก่าถ้าไม่ทำอะไรเลยจะสายเกินไป เพราะมีบริบทความเจริญแทรก หลายเมืองเติบโตแบบทำลาย ขณะที่หลายเมืองเปลี่ยนแปลงไปมาก งานบริหารจัดการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าไม่ได้จบแค่คนรุ่นเรา แต่คนรุ่นต่อไปมีหน้าที่สืบสานเมืองเก่า นอกจากเป็นมรดกชาติแล้ว ยังเป็นต้นทุนทางสังคมเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนแผนแม่บทที่แต่ละเมืองกำลังจัดทำ จะเป็นการอนุรักษ์และพัฒนาควบคู่กัน อาคารก็รักษารูปแบบสถาปัตยกรรมภายนอกไว้ ด้านในพัฒนาให้เป็นกิจกรรมร่วมสมัย เป็นร้านอาหาร ที่พัก สปา หรือ Co-Working Space ให้คนไปนั่งคิดงานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หากขับเคลื่อนแนวทางนี้จะทำให้เมืองเก่าเดินต่อไปได้และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจสำหรับชุมชน&amp;quot; รศ.โรจน์บอกอนุรักษ์สำคัญต้องไม่ขัดการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความพยายามในการเก็บคุณค่าของเมืองเก่ามีต่อเนื่อง โดยชุมชนท้องถิ่นในเมืองเก่าที่ได้รับการประกาศเขต 31 เมืองและเมืองเป้าหมาย 5 เมือง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิด้านเมืองเก่ากว่า 300 คน จะร่วมประชุมสัมมนาวิชาการคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าครั้งที่ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในวันที่ 26 เมษายน เวลา 08.30-16.00 น. ณ ห้องฟินิกซ์ 5-6&amp;nbsp; อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า ตลอดจนรายงานผลการจัดทำแผนแม่บทในพื้นที่เมืองเก่าของตนเอง ในงานนี้ยังมีการมอบประกาศนียบัตรประกาศเกียรติคุณให้กับเมืองเก่าที่ประกาศในปี 2561 จำนวน 4 เมือง ได้แก่ เมืองเก่าแม่ฮ่องสอน, เมืองเก่ากาญจนบุรี, เมืองเก่ายะลา และเมืองเก่านราธิวาส นอกจากนี้ยังมีการบรรยายและเสวนาเรื่องความท้าทายในการบริหารจัดการเมืองเก่าอย่างเข้มข้น สนใจร่วมกิจกรรมได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34136</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวไทยโพสต์, คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า, พุฒิพงศ์ สุรพฤกษ์, สผ., เมืองเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbb4f7cea6e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
