<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสบถึงทรวง!ชวนกรีดกมธ.บางชุดขยันช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณียังมีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรบางชุดยังคงประชุมอยู่ ฝ่าฝืนมติวิป 3 ฝ่ายว่า ได้ขอร้อง กมธ.ว่าขอให้งดการประชุมในช่วงนี้ออกไปก่อน 2 สัปดาห์ แต่ก็รู้สึกยินดีที่มีความขยันกัน แต่ในช่วงเวลานี้ก็ต้องขอร้อง โดยมีรายงานว่ามีกรรมาธิการบางคณะขยัน เช่น คณะกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย แต่ก็อยากขอร้องให้งดประชุมภายใน 14 วันนี้ ยกเว้น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่ได้ขอให้มีการประชุมในลักษณะระบบซูม เนื่องจากเป็นกรณีที่จำเป็น เพราะมีเรื่องเงื่อนเวลาที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งกรณีเช่นนี้ก็อนุโลมได้เท่าที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วน กมธ.ทั่วไปนั้นขอร้องให้งดการประชุมออกไปก่อน แม้ว่าสภาฯจะไม่ได้ไปบังคับว่าหากประชุมแล้วจะมีความผิด แต่ก็ต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาส่วนร่วมของบ้านเมือง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการ, นายชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee7b056ff06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉกมธ.งบฯ พปชร. ส่ง &#039;วิเชียร&#039; นั่งประชุมหัวโด่ ที่เหลือโดดไปขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ไม่ครบจนทำให้การประชุมกมธ.เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาล่มนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ คณะกมธฯ นัดประชุมอีกครั้ง โดยนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานกมธ.คนที่ 5 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม และถือเป็นส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐที่เข้าร่วมประชุมเพียงคนเดียว ส่วนกมธ.คนอื่นๆ เดินทางไปร่วมประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐที่ จ.ขอนแก่น ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ เพราะ กมธ.ฝั่งรัฐบาลมาน้อยกว่าการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่องค์ประชุมต้องล่มไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ฝ่ายค้านโดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษก กมธ. ได้ท้วงติงว่าองค์ประชุมอาจจะไม่ครบ หากมีการประชุมต่ออาจทำให้ต้องมีการนับองค์ประชุมเหมือนวันที่ 17 มิ.ย.ถ้าจะประชุมต่ออาจผิดข้อบังคับได้ ทำให้นายวิเชียร ได้ขอว่าขณะนี้มีตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ 3 กรม คือกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มารอชี้แจงตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.แล้ว จึงขอให้พิจารณาจบทั้ง 3 กรมนี้ก่อน &amp;nbsp;แล้วจึงเลิกการประชุม ทำให้การประชุมในวันนี้จบลงในเวลา 14.30 น. จากกำหนดเดิมคือเวลา 16.00น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้มีนายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะประธาน กมธ.เดินทางมาร่วมประชุมด้วย ทำให้ฝ่ายค้านเกรงใจ และยอมร่วมประชุมจนเสร็จสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106828</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะกรรมาธิการ, นับองค์ประชุม, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddbd3786270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านจ้องประเด็น&#039;ส.ส.ร.&#039;เป็นหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึงการประชุม กมธ.ฯนัดแรก เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ว่า กรอบการทำงานของ กมธ.ฯจะหารือกันในวันที่ 27 พ.ย. ซึ่งที่ประชุมขอให้สมาชิกรัฐสภาแปรญัตติเพื่อแก้ไขเนื้อหาให้ทันตามกำหนด 15 วัน โดยแต่ละพรรคได้แจ้ง ส.ส.ของตนเองแล้ว ส่วนระยะเวลาการทำงานของคณะ กมธ.ฯที่ฝ่ายค้านต้องการระยะเวลาสั้นกว่า 45 วันนั้นได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะ กมธ.ฯ โดยได้รับแจ้งว่ากรอบเวลาของ กมธ.ฯ ขอให้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะมีความเห็นอย่างไร ทั้งนี้ การประชุมของ กมธ.ฯจะมีขึ้นสัปดาห์ละหนึ่งวัน คือวันศุกร์ตลอดทั้งวัน และหากจะเร่งการทำงานก็ต้องมีการเพิ่มวันประชุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิดกล่าวอีกว่า ประเด็นแรกที่จะพูดคุยกัน คือ เนื้อหาแต่ละมาตราว่าจะดำเนินการพิจารณาอย่างไร แต่คิดว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่จะตั้งคณะอนุ กมธ.ฯ อย่างไรก็ตามได้มีการพูดคุยกันว่ากำหนดการยกร่างรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นอยากให้ฟังเสียงของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ในส่วนนี้ กมธ.ฯสัดส่วนของฝ่ายค้านจะเสนอแก้ไขจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ที่หลายฝ่ายยืนยันว่าจะต้องมาจากการเลือกตั้ง 200 คน ซึ่งต้องพูดคุยในคณะ กมธ.ฯว่า ส.ส.ร.ที่มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้งจำนวน 50 คนตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลจะปรับแก้ไขอย่างไร ซึ่งคณะ กมธ.ฯ แต่ละกลุ่มยังพูดคุยกันในวงกว้างๆอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอยากให้แก้ไขในประเด็นใดมากที่สุด นายสมคิด กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มาของคุณสมบัติของสมาชิก ส.ส.ร. เพราะฝ่ายค้านยืนยันว่าอยากให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน นอกจากนี้จะมี ส.ส.เสนอให้นำเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์เข้ามาพิจารณาด้วย เพราะไอลอว์เสนอให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน โดยเป็นลักษณะการกำหนดให้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จึงคิดว่าอาจเสนอให้ปรับใช้โดยกำหนดให้สมาชิก ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเขตจังหวัด 100 คน และระบบประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง 100 คน ซึ่งสามารถเสนอเข้ามาได้ เพราะยังสอดคล้องกับหลักการที่รัฐสภาได้มีมติรับหลักการเอาไว้ นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังประสานไปยังไอลอว์เพื่อขอให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของ กมธ.ฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84957</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการ, นายสมคิด เชื้อคง, พท., พรรคเพื่อไทย, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, ส.ส.อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdcaf57dc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ขอเวลาดูคำวินิจฉัยศาล รธน. รับกระทบกมธ.ไม่มีอำนาจออกคำสั่งเรียก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ.ร.บ.คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันกับรัฐสภาแล้ว ดังนั้น จากนี้ขอเวลาดูว่าจะมีผลต่อการทำงานกรรมาธิการอย่างไรบ้าง และต้องไปตรวจสอบอีกว่าคณะกรรมาธิการกี่ชุดที่ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79832</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะกรรมาธิการ, ชวน หลีกภัย, พรบ.คำสั่งเรียก, ศาลรัฐธรรมนูญ, สภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7af3c1ca9db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;แบ่งรับแบ่งสู้22พ.ค.เปิดสภาตามเดิมหรือชิ่งหนีโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะในวันที่ 20 มี.ค. มีวาระสำคัญ คือ การเลือกกรรมการสถาบันพระปกเกล้าแทนนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ที่พ้นจากตำแหน่ง แต่ไม่ได้พิจารณาเรื่องการเปิดประชุมสภา เพราะไม่ได้เกี่ยวกับคณะกรรมาการ แต่เป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะเข้าชื่อกัน โดยหากเข้าชื่อครบตามรัฐธรรมนูญก็จะดำเนินการไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่คลี่คลาย จะมีโอกาสที่จะเลื่อนการเปิดสมัยประชุมสามัญในเดือน พ.ค.ออกไปก่อนหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ความจริงยังไม่มีปัญหาขณะนี้ โดยปกติแล้วกรณีการเปิดสมัยประชุมก็ต้องเป็นตามกฎหมาย ยังมีเวลาถึง 22 พ.ค. มีเวลาพอสมควร ต้องรอดูสถานการณ์ในขณะนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการ, ชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, สถาบันพระปกเกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71959cafd18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ส.ว.วันชัย&#039;เตือนส.ส.&#039;กมธ.&#039;ไม่ใช่เวทีให้มาทะเลาะเบาะแว้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62-นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;เวทีของคณะกรรมาธิการไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์หรือระบายความใคร่ทางอำนาจ&amp;quot; โดยระบุว่า จากข่าวที่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการของส.ส.บางคณะ ทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกัน ไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างปะทะกันไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ใส่กันเต็มที่ จนประชาชนเริ่มเอือมระอาว่าเวทีกรรมาธิการเขามีไว้ทะเลาะกันหรือเป็นที่แสดงอำนาจใหญ่โต ข่มกันไปข่มกันมา หรือว่าเป็นเวทีที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้หรือไม่ ขอทำความเข้าใจกันสักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คณะกรรมาธิการเขามีทั้งของส.ส.และส.ว. เอาไว้ให้กระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาทราบตามรัฐธรรมนูญ ม.129 &amp;nbsp;ทั้งนี้ เขาให้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ให้เอาไว้ทะเลาะกัน ไม่ให้เอาไว้เป็นที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ หรือสนองความใคร่ทางอำนาจของใคร &amp;nbsp;2. ประธานคณะกรรมาธิการต้องเป็นหลัก วางตัวเป็นกลางเหมือนสภาใหญ่ที่มีนายชวนเป็นประธานนั่นแหละ ต้องหลอมรวมให้ทุกคนทำงานไปด้วยกันเพราะต่างพรรค ต่างคน ต่างความคิด ต่างหลายๆอย่าง ประธานจึงต้องเป็นหัวหลัก ไม่ใช่เป็นหัวตอที่จะเอาอย่างไรก็ได้ และต้องวางตัวเป็นที่เคารพนับถือของสมาชิก ไม่ใช่เอาไว้ชี้หน้าด่ากันไปด่ากันมาและประธานก็ลงไปเล่นกับเขาด้วย ไปๆมาๆ เด็กก็จะตบกบาลและไม่เคารพนับถือ งานก็ไม่เดิน ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในคณะกรรมาธิการแต่ละคนมาจากส.ส.หรือส.ว. ซึ่งทุกคนถือว่าเท่ากันเป็นสมาชิกสภานั้นๆ เหมือนกัน ไม่มีใครใหญ่กว่ากัน หนึ่งคะแนนเสียงเหมือนกัน ทั้งในสภาหรือในคณะกรรมาธิการ ไม่มีตำแหน่งผบ.ตร. อธิบดี ปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรี หรือพลเอก พลโท ใดๆ ในตรงนั้นทั้งสิ้น ทุกคนเป็นสมาชิก เป็นกรรมาธิการเหมือนกันเท่ากัน ตำแหน่งในอดีตจะใหญ่โตขนาดไหน ในสภาและในคณะกรรมาธิการไม่มีแล้ว ต่างคนต่างทำงานด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เคารพนับถือตามจารีตประเพณี แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การทำตัวของแต่ละคน &amp;nbsp;4. กรรมาธิการต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เนื้องานที่ออกมาต้องเป็นประโยชน์และเพื่อการปฏิรูปแก้ไขปัญหาให้กับส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครในปัจจุบันหรืออดีต และไม่ใช่เวทีเอามันส์ ล้างแค้นคนนั้นคนนี้ 5.ในเวทีนั้นประธานจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันเนื้องานตามอำนาจหน้าที่ให้ออกมา ต้องวางตัวให้เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ให้ทุกคนเกรงใจเคารพนับถือ จะชอบใครไม่ชอบใครอย่าเกรี้ยวกราด ต้องลืมตำแหน่งแห่งหนในอดีต ถ้าทะเลาะกันงานก็ไม่เดิน คนก็ด่า ไปๆมาๆ ก็จะเสียผู้เสียคน เสียทั้งกรรมาธิการ เสียทั้งสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องกลับมาทบทวนสรุปบทบาทอำนาจหน้าที่และพิจารณาศึกษาตรวจสอบตัวเองให้มากๆ เสียก่อน ก่อนที่จะไปศึกษาตรวจสอบคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะทำให้กรรมาธิการเขาเสียของเสียคน... ที่พูดมาทั้งหมดนี้นะ เป็นหลักการโดยทั่วไป ส่วนจะโดนใครหรือไม่ ก็แล้วแต่สติปัญญา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50983</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการ, นายวันชัย สอนศิริ, รัฐสภา, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.พร้อมผ่านกม.เลือกตั้งท้องถิ่น คาดสิ้นปี6ฉบับฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 61 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทุกระดับจำนวน 6 ฉบับแล้ว ตามขั้นตอนจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของคณะกรรมการประสานงาน สนช. (วิปรัฐบาล) ในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะส่งมาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ต่อไป ในส่วนการพิจารณาของวิปสนช.นั้นส่วนตัวไม่แน่ใจว่าที่ประชุมจะมีความคิดเห็นอย่างไร แต่คิดว่าหากไม่มีปัญหาประการใดแล้วน่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ได้ในช่วงสัปดาห์ที่สอง หรือสัปดาห์ที่สามของเดือนก.ย.นี้ ซึ่ง สนช. จะใช้เวลาพิจารณาทั้งกระบวนการประมาณ 60 วัน จึงคิดว่าปลายปีนี้กฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 6 ฉบับสนช.จะดำเนินการได้แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;มีประเด็นที่ สนช. คงต้องหารือกันเป็นสำคัญ คือ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 6 ฉบับว่าจะใช้รูปแบบใดระหว่าง 1.ใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพียงชุดเดียว ซึ่งจะมีข้อดีสามารถพิจารณาจุดเชื่อมโยงของกฎหมายแต่ละฉบับได้ง่าย แต่มีข้อเสียตรงที่อาจทำให้การพิจารณาใช้เวลานาน หรือ 2.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 6 คณะ เพื่อให้พิจารณาเป็นรายฉบับ ข้อดีจะอยู่ที่สามารถพิจารณาได้เร็ว แต่อาจจะทำให้มีปัญหาตรงการพิจารณาความเชื่อมโยงของกฎหมายแต่ละฉบับ ซึ่งทั้งหมดคงต้องหารือกันให้ชัดเจนอีกครั้ง&amp;quot; นายสุรชัย ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น, คณะกรรมาธิการ, สนช., สุรชัย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
