<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.กฎหมายโยนรัฐบาลมีหน้าที่คุมกะลาหัวทั่นส.ส.รังสิมันต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 - &amp;nbsp;มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน โดยมีนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ซึ่งก่อนเข้าวาระการประชุม ได้มีการหารือกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ. ถูกข่มขู่ คุกคาม จากการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ในฐานะ กมธ. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงขอหารือต่อที่ประชุม เพื่อแสดงความเห็นและขอมติกับกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดเริ่มตั้งแต่ได้ตั้งกระทู้ถามสดกรณี การอุ้มหายของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะ กมธ. ทำหน้าที่เพื่อหาความกระจ่างไม่ให้สังคมตกอยู่ในความกลัว แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าเวลาที่เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงใน กมธ. กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกทั้งได้รับข้อความจากหลายคนที่เชื่อถือ ส่งมาเตือนให้ระมัดระวังกลุ่มคนมีสีที่อาจสร้างสถานการณ์ให้เป็นอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงก็จะทำให้เจ้าหน้าที่หาข้อเท็จจริงลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังการหารือที่ประชุม เห็นตรงกันว่า กมธ.ได้ทำหน้าที่โดยไม่คำนึงถึงพรรคการเมือง แต่เพื่อประโยชน์ของประชน &amp;nbsp;ซึ่งกรณีของนายรังสิมันต์ หากทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้นเอง แต่ในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่ กมธ. เราทุกคนควรให้กำลังใจและเห็นว่าควรส่งเรื่องให้รัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดูแล คุ้มครองนายรังสิมันต์ และ กมธ. ทุกคน ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน รวมถึงสนับสนุน กมธ. ที่ลงพื้นที่ไปทำงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69574</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, ปชป., พรรคก้าวไกล, พรรคประชาธิปัตย์, รังสิมันต์ โรม, สุทัศน์ เงินหมื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde21c00f926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ส้มหวานพาเหรดบี้ตร.&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ลั่นกลางวงผมเป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กมธ.มีการพิจารณา เรื่อง สืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ทั้งนี้ มีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงครั้งที่ผ่านมา เพราะในแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร. ว่ามีการปฏิบัติต่อม็อบที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับอีกกลุ่มม็อบที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย&amp;quot; ผบ.ตร. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลางไม่มีอะไรมาก เราเพียงแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา อย่างในเรื่องการสืบสวนหาข่าว เข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางกรกฎ ทุกวันนี้เราพยายามรีวิวว่า แผนดังกล่าวมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ แต่การสืบสวนหาข่าวเป็นอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมหาข้อมูลของเขา เท่าที่รับทราบรายงานไม่มีปัญหาในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้สั่งอะไร ทั้งนี้แผนต่างๆก็จะได้มีการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนส่วนกลางไม่สามารถเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาทุกคนได้รับการอบรมกันมาหมดแล้ว แต่วิธีการคุยของเจ้าหน้าที่อาจแตกต่างกันไปบ้าง เพราะแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าที่มีความวิตกกังวลไม่เหมือนกัน เช่น มีการแจ้งชุมนุมหรือไม่ หรือบางกลุ่มอาจจะคุยยากเมื่อลงถนนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น ส่วนแนวทางการปรับปรุงแผนการเตรียมการรับมือการชุมนุมนั้นต้องใช้ระยะเวลา ว่ารูปแบบที่ใช้อยู่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันเพียงใด การใช้ระยะเวลาประเมินเพียงแค่ 2-3 เดือนถือว่าสั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการสืบสวนหาข่าวอย่างไรเสียก็ต้องทำ และทุกเรื่องต้องมีการพูดคุยเพื่อลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งนี้ตนรับปากไม่ได้ว่าจะแก้ได้มากน้อยเพียงใด เรื่องกระทบสิทธิเราก็เข้าใจอยู่ เพราะเราก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นตำรวจจนตาย แต่กรณีที่กรรมาธิการหลายท่านมีความกังวลก็ขอให้บอกข้อมูลกับเรา แล้วเราจะเรียกมาพูดคุยเป็นกรณีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57622</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ผบ.ตร., พรรคอนาคตใหม่, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รอง ผบ.ตร., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สภาผู้แทนราษฎร, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4e919d9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ส้มหวานพาเหรดบี้ตร.&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ลั่นกลางวงผมเป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กมธ.มีการพิจารณา เรื่อง สืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ทั้งนี้ มีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงครั้งที่ผ่านมา เพราะในแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร. ว่ามีการปฏิบัติต่อม็อบที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับอีกกลุ่มม็อบที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย&amp;quot; ผบ.ตร. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลางไม่มีอะไรมาก เราเพียงแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา อย่างในเรื่องการสืบสวนหาข่าว เข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางกรกฎ ทุกวันนี้เราพยายามรีวิวว่า แผนดังกล่าวมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ แต่การสืบสวนหาข่าวเป็นอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมหาข้อมูลของเขา เท่าที่รับทราบรายงานไม่มีปัญหาในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้สั่งอะไร ทั้งนี้แผนต่างๆก็จะได้มีการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนส่วนกลางไม่สามารถเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาทุกคนได้รับการอบรมกันมาหมดแล้ว แต่วิธีการคุยของเจ้าหน้าที่อาจแตกต่างกันไปบ้าง เพราะแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าที่มีความวิตกกังวลไม่เหมือนกัน เช่น มีการแจ้งชุมนุมหรือไม่ หรือบางกลุ่มอาจจะคุยยากเมื่อลงถนนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น ส่วนแนวทางการปรับปรุงแผนการเตรียมการรับมือการชุมนุมนั้นต้องใช้ระยะเวลา ว่ารูปแบบที่ใช้อยู่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันเพียงใด การใช้ระยะเวลาประเมินเพียงแค่ 2-3 เดือนถือว่าสั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการสืบสวนหาข่าวอย่างไรเสียก็ต้องทำ และทุกเรื่องต้องมีการพูดคุยเพื่อลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งนี้ตนรับปากไม่ได้ว่าจะแก้ได้มากน้อยเพียงใด เรื่องกระทบสิทธิเราก็เข้าใจอยู่ เพราะเราก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นตำรวจจนตาย แต่กรณีที่กรรมาธิการหลายท่านมีความกังวลก็ขอให้บอกข้อมูลกับเรา แล้วเราจะเรียกมาพูดคุยเป็นกรณีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57618</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ผบ.ตร., พรรคอนาคตใหม่, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รอง ผบ.ตร., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สภาผู้แทนราษฎร, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4e919d9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ส้มหวานพาเหรดบี้ตร.&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ลั่นกลางวงผมเป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กมธ.มีการพิจารณา เรื่อง สืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ทั้งนี้ มีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงครั้งที่ผ่านมา เพราะในแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร. ว่ามีการปฏิบัติต่อม็อบที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับอีกกลุ่มม็อบที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย&amp;quot; ผบ.ตร. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลางไม่มีอะไรมาก เราเพียงแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา อย่างในเรื่องการสืบสวนหาข่าว เข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางกรกฎ ทุกวันนี้เราพยายามรีวิวว่า แผนดังกล่าวมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ แต่การสืบสวนหาข่าวเป็นอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมหาข้อมูลของเขา เท่าที่รับทราบรายงานไม่มีปัญหาในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้สั่งอะไร ทั้งนี้แผนต่างๆก็จะได้มีการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนส่วนกลางไม่สามารถเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาทุกคนได้รับการอบรมกันมาหมดแล้ว แต่วิธีการคุยของเจ้าหน้าที่อาจแตกต่างกันไปบ้าง เพราะแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าที่มีความวิตกกังวลไม่เหมือนกัน เช่น มีการแจ้งชุมนุมหรือไม่ หรือบางกลุ่มอาจจะคุยยากเมื่อลงถนนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น ส่วนแนวทางการปรับปรุงแผนการเตรียมการรับมือการชุมนุมนั้นต้องใช้ระยะเวลา ว่ารูปแบบที่ใช้อยู่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันเพียงใด การใช้ระยะเวลาประเมินเพียงแค่ 2-3 เดือนถือว่าสั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการสืบสวนหาข่าวอย่างไรเสียก็ต้องทำ และทุกเรื่องต้องมีการพูดคุยเพื่อลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งนี้ตนรับปากไม่ได้ว่าจะแก้ได้มากน้อยเพียงใด เรื่องกระทบสิทธิเราก็เข้าใจอยู่ เพราะเราก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นตำรวจจนตาย แต่กรณีที่กรรมาธิการหลายท่านมีความกังวลก็ขอให้บอกข้อมูลกับเรา แล้วเราจะเรียกมาพูดคุยเป็นกรณีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57617</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ผบ.ตร., พรรคอนาคตใหม่, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รอง ผบ.ตร., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สภาผู้แทนราษฎร, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4e919d9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ส้มหวานพาเหรดบี้ตร.&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ลั่นกลางวงผมเป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กมธ.มีการพิจารณา เรื่อง สืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ทั้งนี้ มีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงครั้งที่ผ่านมา เพราะในแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร. ว่ามีการปฏิบัติต่อม็อบที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับอีกกลุ่มม็อบที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย&amp;quot; ผบ.ตร. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลางไม่มีอะไรมาก เราเพียงแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา อย่างในเรื่องการสืบสวนหาข่าว เข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางกรกฎ ทุกวันนี้เราพยายามรีวิวว่า แผนดังกล่าวมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ แต่การสืบสวนหาข่าวเป็นอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมหาข้อมูลของเขา เท่าที่รับทราบรายงานไม่มีปัญหาในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้สั่งอะไร ทั้งนี้แผนต่างๆก็จะได้มีการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนส่วนกลางไม่สามารถเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาทุกคนได้รับการอบรมกันมาหมดแล้ว แต่วิธีการคุยของเจ้าหน้าที่อาจแตกต่างกันไปบ้าง เพราะแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าที่มีความวิตกกังวลไม่เหมือนกัน เช่น มีการแจ้งชุมนุมหรือไม่ หรือบางกลุ่มอาจจะคุยยากเมื่อลงถนนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น ส่วนแนวทางการปรับปรุงแผนการเตรียมการรับมือการชุมนุมนั้นต้องใช้ระยะเวลา ว่ารูปแบบที่ใช้อยู่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันเพียงใด การใช้ระยะเวลาประเมินเพียงแค่ 2-3 เดือนถือว่าสั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการสืบสวนหาข่าวอย่างไรเสียก็ต้องทำ และทุกเรื่องต้องมีการพูดคุยเพื่อลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งนี้ตนรับปากไม่ได้ว่าจะแก้ได้มากน้อยเพียงใด เรื่องกระทบสิทธิเราก็เข้าใจอยู่ เพราะเราก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นตำรวจจนตาย แต่กรณีที่กรรมาธิการหลายท่านมีความกังวลก็ขอให้บอกข้อมูลกับเรา แล้วเราจะเรียกมาพูดคุยเป็นกรณีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57616</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ผบ.ตร., พรรคอนาคตใหม่, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รอง ผบ.ตร., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สภาผู้แทนราษฎร, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cd4e919d9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
