<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กมธ.ดีอีเอส” ลงพื้นที่จ.หนองคาย เช็คโครงสร้างพื้นฐานรองรับ 5G เตรียมพร้อมสู่ Smart City 2020 รองรับรถไฟความเร็วสูง-เขตศก.ลุ่มน้ำโขง “กัลยา” - &quot;เศรษฐพงค์&quot;ยัน กรรมาธิการฯ ยินดีช่วยแก้ปัญหาติดขัดเพื่อประโยชน์ ปชช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอีเอส นำโดย น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.ฯ และ พ.อ. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกมธฯ คณะ ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อติดตามการใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองหน้าด่าน การเตรียมความพร้อมในการดำเนินเรื่องรถไฟความเร็วสูงและ Smart city ร่วมกับนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ผู้แทนจากส่วนราชการ และผู้แทนจากภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยน.ส.กัลยา ให้สัมภาษณ์ว่า การที่กมธ.ดีอีเอส ได้มาลงพื้นที่จังหวัดหนองคายครั้งนี้ เนื่องจากหนองคายเป็นจังหวัดชายแดน สามารถที่จะเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อบ้านทั้งประเทศลาวรวมถึงต่อไปยังประเทศจีน ดังนั้นการเตรียมพร้อมให้เมืองหนองคายในฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน จะต้องมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านบุคคล ด้านสถานที่ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้จังหวัดหนองคายให้มีความพร้อมสมบูรณ์แบบ คือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่จะเป็นตัวจักรสำคัญ โดยจังหวัดหนองคายเองมีแผนที่จะพัฒนาเข้าสู่ความเป็น Smart City ในปี 2020&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ด้วยการนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มาสนับสนุนการทำงานด้านต่างๆ รวม 12 มิติ ได้แก่ การเกษตร การผลิตและแปรรูป การค้าส่งค้าปลีก การเงินการธนาคาร การแพทย์ การศึกษา ความปลอดภัย สาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง พลังงาน การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ และอาคาร-ที่อยู่อาศัย รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับรถไฟความเร็วสูงที่จังหวัดหนองคายจะเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อบ้านคือลาว และต่อไปถึงจีนได้ ที่สำคัญคือจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาให้เมืองหนองคายมีความพร้อมรองรับเขตเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัลยา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส และสำนักงาน กสทช. ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาและวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G ในอนาคต ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากจะมีประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ต่อประชาชนแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ เศรษฐกิจระดับพื้นที่อีกด้วย โดยเฉพาะระบบงานตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านชายแดน หากมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ จะทำให้การตรวจคนเข้าเมือง การขนถ่ายสินค้า มีความรวดเร็ว ความถูกต้อง และปลอดภัย ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย กมธ.ดีอีเอส ได้รับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่ทำให้เห็นภาพรวมของการว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G ในอนาคต ที่ยังคงต้องพัฒนาต่อไปอีกพอสมควร แต่ก็ควรที่จะต้องเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานให้เสร็จโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราเห็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องการพัฒนาเตรียมความพร้อมให้จังหวัดหนองคายก้าวเข้าสู่ Smart City ได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อรองรับความเจริญที่จะมาพร้อมกับรถไฟความเร็วสูง รวมถึงรองรับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงในอนาคต ซึ่งกมธ.ดีอีเอส มีความยินดีที่จะช่วยติดตามประสานงานแก้ปัญหาให้ หากเกิดอุปสรรคในการดำเนินงานต่างๆอย่างเต็มที่&amp;rdquo; ประธานกมธ.ดีอีเอส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51414</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, Smart City 2020, คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de11bf30fe6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ตั้ง “เศรษฐพงค์” นั่งปธ.อนุกมธ. ลุยงานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม-ปลอดภัยไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีน.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย เป็นประธานกรรมาธิการฯ ได้มีคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และรองประธานกมธ.ดีอี เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฯชุดดังกล่าว ซึ่งการตั้งอนุกรรมาธิการฯชุดนี้ เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีความจำเป็นที่จะต้องมีการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามแผน มีความโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชน อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมที่จะมีการนำเทคโนโลยี 5Gมาใช้ในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า การตั้งคณะอนุกรรมธิการฯชุดนี้ สืบเนื่องมาจาการได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามโครงการ Smart city ซึ่งท่านประธานฯกัลยา ได้เห็นภาพชัดเจนของความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและความปลอดภัย จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการนี้ขึ้น เพื่อติดตามตรวจสอบงานดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งอนุกรรมาธิการชุดนี้จะมีประมาณ 10-15 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร การโทรคมนาคม การออกใบอนุญาต การประกอบกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่คณะอนุกมธ. ต้องดำเนินการ เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพื้นชายขอบ ที่กสทช. ได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญาจ้าง บมจ. ทีโอที ในโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) หรือโครงการ &amp;ldquo;เน็ตชายขอบ&amp;rdquo; ซึ่งเรื่องนี้ทางอนุกรรมาธิการฯ จะได้ติดตามและตรวจสอบการประมูลที่จะเกิดขึ้นใหม่อย่างใกล้ชิด ให้เกิดความถูกต้องยุติธรรม โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยเร็วและทั่วถึงอย่างเท่าเทียม รวมถึงเรื่องที่สำคัญอีกอย่าง ก็คืออนุกมธ.จะได้ติดตามตรวจสอบการรักษาวงโคจรดาวเทียมของไทยเพื่อให้สามารถทำงานและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองประธานกมธ.ดีอี กล่าวต่อว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตของ กมธ.ดีอี ที่ผ่านมา เพื่อติดตามการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล กับโครงการสมาร์ท ซิตี้ ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกของกมธ.ดีอี โดยสรุปการลงพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หน่วยงานในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งโครงการสมาร์ท ซิตี้ มีการพัฒนาคืบหน้าเป็นอย่างดี แม้ยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างในเรื่องการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ รับหน้าที่จะช่วยประสานงานนำปัญหาอุปสรรคไปสู่ฝ่ายนโยบายเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป ซึ่งการตั้งคณะอนุกรรมาธิการที่มีตนเป็นประธาน ส่วนหนึ่งก็คือการทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ การดำเนินโครงการ Smart city และ Smart safety อย่างจริงจัง ซึ่งมีจังหวัดภูเก็ตเป็นต้นแบบ เพื่อให้สามารถดำเนินการกับจังหวัดอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47655</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม, ปลอดภัยไซเบอร์, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d4838460a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
