<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลสัมมนา กมธ.การเงิน การคลัง ภาคเหนือ ชี้ “วิกฤติประเทศ” รุนแรงเป็นประวัติศาสตร์ ประเมินให้สิ้นสุดยากเหมือน “มหาสมุทรที่เวิ้งว้าง ยังมองไม่เห็นฝั่ง” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(22 ส.ค.2563) คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดสัมมนา เรื่อง &amp;ldquo;การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก : ภาคเหนือ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ &amp;nbsp;เป็นประธานจัดงาน โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทุกภาคส่วนกว่า 200 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสัมมนาดังกล่าว สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1) วิกฤติของประเทศครั้งนี้รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี เพราะมิใช่เป็นเพียงวิกฤติเศรษฐกิจเท่านั้น ยังเป็นวิกฤติด้านสาธารณสุข จึงทำให้ยากต่อการประเมินได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด เปรียบเสมือน &amp;ldquo;มหาสมุทรที่เวิ้งว้าง ยังมองไม่เห็นฝั่ง&amp;rdquo;
2) วัฒนธรรมไทย แตกต่างจากวัฒนธรรมตะวันตก จึงเป็นจุดแข็งให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;อยู่ในระดับต่ำ จนอาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีที่สุดในโลก
3) แม้ว่าหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์เช่นนี้ ควรเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนโดยการผ่อนคลายมาตรการปล่อยสินเชื่อของธุรกิจ Micro Finance และ Nano Finance โดยให้นำโฉนดที่ดิน ที่ดิน สปก. มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกู้เงินได้
4) นโยบายการคลัง ภายใต้มาตรการต่างๆ ของรัฐในปัจจุบัน ประกอบกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2564 ยังเป็นรูปแบบเดิมๆ ที่ไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19
5) พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น Soft Loan หรืองบฟื้นฟู 4 แสนล้าน ก็ยังไม่ตอบโจทย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงเป้าเท่าที่ควร
6) รัฐต้องมีมาตรการให้พักชำระหนี้และดอกเบี้ยแก่ผู้ประกอบธุรกิจ โดยต้องจัดทำข้อตกลงร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างรัฐ ผู้ประกอบธุรกิจ ธนาคาร ในการแบ่งสัดส่วนภาระหนี้อย่างชัดเจน
7) ผู้ประกอบธุรกิจไม่ควรมีการปลดพนักงานในช่วงวิกฤตินี้&amp;nbsp;
8) รัฐต้องเข้าไปมีบทบาทดูแลธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น จัดตั้งกองทุนเข้ามาอุดหนุน เป็นต้น
9) ธนาคารออมสิน และธนาคาร ธ.ก.ส. ควรมีการจ้างงานนักศึกษา และ/หรือบัณฑิตจบใหม่ มาช่วยสำรวจจัดเก็บข้อมูล และขึ้นทะเบียนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ
10) ข้อกำหนดภายใต้มาตรการจัดสรรเงินเยียวยาและช่วยเหลือผู้เดือดร้อนกลุ่มอาชีพต่างๆ จากภาครัฐ คือ ให้ผู้ได้รับการเยียวยาต้องแลกเปลี่ยนด้วยการทำประโยชน์เพื่อสังคม เช่น การปลูกป่า เป็นต้น
11) &amp;ldquo;กัญชง&amp;rdquo; เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ชาวไร่ทดแทนการปลูกยาสูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสัมมนาดังกล่าว มีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วยนายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธาน กก.บห. บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) นายวิทัย รัตนากร ผอ.ธนาคารออมสิน นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผอ.ฝ่ายสินเชื่อบุคคล ธกส. &amp;nbsp;ผอ.สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ภาคเหนือ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวิทยากร ความเห็นและข้อเสนอแนะจากการสัมมนา ภาคเหนือครั้งนี้ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ จะนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75226</URL_LINK>
                <HASHTAG>การคลัง, คณะกรรมาธิการการเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f40cb7a8b076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
