<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูเล็งอนุญาตนักเดินทางฉีดวัคซีนโควิดแล้วเที่ยวยุโรปได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอคำแนะนำใหม่ต่อชาติสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ ที่จะอนุญาตให้นักเดินทางจากภายนอกอียูเดินทางเข้ายุโรปได้ในเดือนหน้า แต่ต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทางถึง และเป็นวัคซีนที่ผ่านการอนุมัติของอียูแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปเกิดจากความประสงค์ให้ยุโรปเปิดพรมแดนรับนักเดินทางที่ผ่านเกณฑ์กำหนด เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฤดูร้อนที่สำคัญต่อชาติยุโรป &amp;quot;ถึงเวลาพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอียู และการก่อมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย&amp;quot; อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม เป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชาติสมาชิกอียู ซึ่งแต่ละชาติสามารถพิจารณาตัดสินใจได้เองในประเด็นด้านสุขภาพ ให้ &amp;quot;ยกเลิกข้อจำกัดว่าด้วยการเดินทางที่ไม่จำเป็นสำหรับบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วในการเดินทางเข้าอียู&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังต้องการให้เปิดรับนักเดินทางจากประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ดี โดยอ้างอิงจากเกณฑ์จำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยต่อ 100,000 คนในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่่งเจ้าหน้าที่อียูผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการร่างข้อเสนอนี้เปิดเผยว่า เกณฑ์ดังกล่าวจากปรับเพิ่มจาก 25 รายต่อ 100,000 ราย เป็น 100 รายต่อ 100,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่า ต่อไปนี้ชาติสมาชิกอียูอาจไม่ต้องเลือกรับนักเดินทางจากแค่ประมาณ 10-15 ประเทศ แต่จะสามารถรับนักเดินทางจากทั่วโลกที่มีมากถึง 100 ประเทศ หากสถานการณ์ยังพัฒนาไปในทิศทางบวกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว ซึ่งต้องรับโดสสุดท้ายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนมาถึงอียูเพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานเต็มที่ ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ เช่นการตรวจเชื้อไวรัสโควิดไม่ว่าก่อนหรือหลังเดินทางมาถึง หรือการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอนี้ยังรวมถึงทางเลือก &amp;quot;การหยุดฉุกเฉิน&amp;quot; ที่เผื่อไว้สำหรับชาติสมาชิกเพื่อปิดรับนักเดินทางจากประเทศที่ &amp;quot;ตรวจพบไวรัสสายพันธุ์น่ากังวลหรือสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ&amp;quot; ได้โดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีไวรัส 4 ชนิดที่ผ่านการรับรองขององค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) แล้ว ได้แก่ วัคซีนของไบออนเทค/ไฟเซอร์, โมเดอร์นา, แอสตร้าเซนเนก้า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ทั้งหมดยกเว้นเจแอนด์เจต้องฉีด 2 โดส ส่วนวัคซีนชนิดอื่นๆ นั้นอาจเพิ่มในบัญชีได้ในภายหลัง โดยอีเอ็มเอกำลังเริ่มพิจารณาวัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซีย แต่ยังไม่มีการประเมินวัคซีนของจีนซึ่งใช้อยู่ในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า วัคซีนชนิดอื่นๆ อาจถูกเพิ่มในรายชื่อที่จะผ่านการอนุมัติให้เดินทางเข้าอียูได้ หากวัคซีนนั้นอยู่ในรายชื่อวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติการใช้งานฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ณ เวลานี้อียูแนะนำชาติสมาชิกห้ามนักเดินทางโดยทั่วไปเข้าอียู ยกเว้นการเดินทางด้านธุรกิจที่จำเป็น ซึ่งชาติสมาชิกส่วนใหญ่ยึดตามคำแนะนำนี้ โดยมีเพียง 7 ประเทศที่อยู่ในรายชื่อสามารถเดินทางแบบไม่ใช่กิจธุระจำเป็นเข้าอียูได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับชาติสมาชิกจะพิจารณายกเว้นข้อจำกัดเอง &amp;quot;โดยลำดับ&amp;quot; ได้แก่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, รวันดา, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไทย เนื่องจากตัวเลขจากประเทศเหล่านี้เผยว่าสามารถควบคุมการติดเชื้อโควิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีนซึ่งอยู่ในลิสต์ดังกล่าวด้วยเช่นกันนั้น อียูกำหนดว่าจะผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการเดินทางต่อเมื่อจีนตอบแทนในแบบเดียวกัน ซึ่งจีนยังไม่ผ่อนคลายให้ในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์ประกอบสำคัญของข้อเสนอนี้คือ &amp;quot;ใบรับรองสีเขียวแบบดิจิทัล&amp;quot; ที่อียูวางแผนไว้เป็นใบผ่านสำหรับการเดินทางของผู้ที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว, ผู้ที่ผลตรวจโควิดล่าสุดเป็นลบ หรือมีภูมิคุ้มกันภายหลังหายจากการติดเชื้อโควิด อียูมีแผนจะเริ่มออกใบอนุญาตนี้สำหรับการเดินทางภายในอียูในเดือนหน้า โดยมีเป้าหมายจะขยายถึงนักเดินทางจากนอกอียูด้วยในท้ายที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101668</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการยุโรป, ฉีดวัคซีนโควิด, ท่องเที่ยวยุโรป, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, สหภาพยุโรป, อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน, อียู, เปิดรับนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้ว, ใบรับรองสีเขียวแบบดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_60901918b0262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูเสนอเพิ่มชื่อ &#039;ซาอุดีอาระเบีย&#039; เข้าแบล็กลิสต์ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอปรับปรุงรายชื่อแบล็กลิสต์ประเทศและดินแดนที่บกพร่องในการดำเนินการเพื่อขัดขวางการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้ายและการฟอกเงิน โดยเพิ่มชื่อ 7 ประเทศซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบีย, ปานามา และไนจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ประกาศเมื่อวันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 จะต้องส่งให้รัฐสภายุโรปลงมติเห็นชอบ และให้ชาติสมาชิก 28 ชาติของสหภาพยุโรป (อียู) รับรองภายใน 1 เดือน&amp;nbsp; หรืออาจขยายเวลาเป็น 2 เดือน อย่างไรก็ดี หลายประเทศแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายชื่อนี้ เนื่องจากกังวลด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับซาอุดีอาระเบีย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ประเทศที่ติดอยู่ในบัญชีรายชื่อนี้จะไม่เผชิญมาตรการลงโทษจากอียู แต่การมีชื่อติดอยู่ในบัญชีนี้จะส่งผลให้ธนาคารต่างๆ ในอียูต้องตรวจสอบการทำธุรกรรมอย่างเข้มงวดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอเพิ่มซาอุดีอาระเบียไว้ในบัญชีดำนี้ เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับยุโรปตึงเครียดสืบเนื่องจากคดีการสังหารจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบีย ภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียที่นครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของรอยเตอร์ ขณะนี้ประเทศและดินแดนที่ติดบัญชีดำนี้เพิ่มเป็น 23 แห่ง จากเดิม 16&amp;nbsp; แห่ง นอกจากซาอุดีอาระเบียแล้ว ประเทศและดินแดนในบัญชีที่อีซีเสนอเพิ่มใหม่ยังรวมถึงปานามา และไนจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นๆ ในรายชื่อยังประกอบด้วย ลิเบีย, บอตสวานา, กานา, ซามัว, บาฮามาส และดินแดน 4 แห่งของสหรัฐ ประกอบด้วย อเมริกันซามัว, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ, เปอร์โตริโก และกวม, อัฟกานิสถาน, เกาหลีเหนือ, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, อิรัก, ปากีสถาน, ศรีลังกา, ซีเรีย, ตรินิแดดและโตเบโก, ตูนิเซีย และเยเมน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, กายอานา, ลาว, ยูกันดา และวานูอาตู ถูกถอดออกจากบัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวรา จูโรวา คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการยุติธรรม กล่าวว่า อีซีได้วางมาตรฐานสูงที่สุดในโลกด้านการต่อสู้กับการฟอกเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินสกปรกจากประเทศอื่นๆ จะไม่เข้าสู่ระบบการเงินของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เงินสกปรกพวกนี้เป็นพลังขับดันเบื้องหลังองค์กรอาชญากรรมและการก่อการร้าย&amp;quot; เธอกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่อยู่ในบัญชีนี้จัดการแก้ไขความบกพร่องของตนโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29087</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการยุโรป, ซาอุดีอาระเบีย, ฟอกเงิน, อีซี, อียู, แบล็กลิสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c6435773eec8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูจี้ชาติสมาชิกจำกัด &#039;วีซ่าทอง&#039; เศรษฐีต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการยุโรปเรียกร้องชาติสมาชิกอียูคุมเข้มการออก &amp;quot;วีซ่าทอง&amp;quot; ที่มอบให้นักลงทุนหรือเศรษฐีชาวต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนในประเทศนั้นๆ ระบุโครงการนี้เปิดช่องให้พวกคอร์รัปชันและฟอกเงินฉวยประโยชน์ ขณะรัฐบาลบัลแกเรียเตรียมยกเลิกพาสปอร์ตทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวรา จูโรวา (ซ้าย) กรรมาธิการยุโรปด้านการยุติธรรม, ผู้บริโภค และความเสมอภาคทางเพศ และดิมิทริส อฟราโมปูลอส กรรมาธิการยุโรปด้านการย้ายถิ่น, มหาดไทยและพลเมือง แถลงข่าวเรื่องวีซ่าทองที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 มกราคม 2562 ว่าคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) เผยแพร่รายงานเรียกร้องให้ชาติสมาชิกจำกัดการให้สัญชาติหรือสิทธิผู้พักอาศัยแก่ชาวต่างชาติที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีน, รัสเซีย และอเมริกัน เพื่อแลกกับเงินลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาในรายงานฉบับนี้ระบุว่า โครงการลักษณะนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงหลายประการ ทั้งในด้านความมั่นคง, การฟอกเงิน หรือแม้แต่การเลี่ยงภาษี ซึ่งหากชาติสมาชิกไม่เข้มงวดกฎเกณฑ์และมีความโปร่งใสมากขึ้น คณะกรรมาธิการก็จะดำเนินการถ้าจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานพบว่า มหาเศรษฐีที่ยื่นขอสิทธิพักอาศัยและความเป็นพลเมืองของประเทศเหล่านี้ไม่ได้ถูกตรวจสอบความปลอดภัยหรือปูมหลังอย่างเพียงพอ ที่จะป้องกันไม่ให้พวกเขาเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงหรือฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรเอกชนหลายแห่งเคยยกกรณีของหลายประเทศที่ให้สัญชาติแก่ชาวต่างชาติที่ร่ำรวย เช่น มอลตา, ไซปรัส และบัลแกเรีย ซึ่งทำให้คนเหล่านี้สามารถเดินทางได้อย่างเสรีภายในดินแดนเกือบทั้งหมดของอียูที่มีสมาชิก 28 ประเทศ นอกจากนั้น ยังมีประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศที่ให้สิทธิพักอาศัยแก่นักลงทุนต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติจากกรุงเบอร์ลิน และองค์กรโกลบอลวิตเนสจากรุงลอนดอน เคยกล่าวไว้ในรายงานชื่อ &amp;quot;หนีรอดในยุโรป : ภายในโลกอันคลุมเครือของวีซ่าทอง&amp;quot; ว่าการให้สัญชาติหรือสิทธิพักอาศัยในอียูนั้นเป็นเหมือนกับสินค้าฟุ่มเฟือยที่เงินสามารถซื้อหาได้ และโครงการวีซ่าทองนี้เป็นโอกาสที่ดึงดูดใจสำหรับพวกอาชญากรและพวกคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ชาติสมาชิกอียูหลายประเทศได้ออกพาสปอร์ตแก่บุคคลแล้วราว 6,000 คน และให้สิทธิพักอาศัยแก่บุคคลราว 100,000 คน ภายใต้โครงการเหล่านี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยได้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติตอบแทนกลับมาราว 25,000 ล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชาติสมาชิกอียู 4 ชาติ ได้แก่ ออสเตรีย, บัลแกเรีย, ไซปรัส และมอลตา ที่ &amp;quot;ขาย&amp;quot; หนังสือเดินทางของตนแก่นักลงทุนต่างชาติที่มั่งคั่ง ส่วนอีก 12 ประเทศให้เป็นสิทธิพักอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวด้วยว่า สเปน, ไซปรัส, โปรตุเกส และอังกฤษ คือประเทศที่ได้รับเงินลงทุนมากที่สุดเพื่อแลกกับการออกวีซ่าทอง เช่น สเปนนั้นได้เงินถึงปีละ 976 ล้านยูโร และอังกฤษได้ 498 ล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง เอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลบัลแกเรียซึ่งถูกอ้างถึงในโครงการเหล่านี้ด้วย ได้เตรียมปฏิรูปกฎหมายการให้สัญชาติของประเทศ ซึ่งจะรวมถึงการยกเลิกโครงการ &amp;quot;พาสปอร์ตทอง&amp;quot; ที่เป็นข้อขัดแย้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงยุติธรรมออกที่กรุงโซเฟียเมื่อวันอังคารกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งตามกฎหมายนี้คือการล้มเลิกการให้ความเป็นพลเมืองบัลแกเรียผ่านการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 โดยชาวต่างชาติจะสามารถยื่นขอสัญชาติบัลแกเรียได้หากนำเงินมาลงทุนในประเทศนี้อย่างน้อย 500,000 ยูโร (ราว 18 ล้านบาท) แต่กระทรวงกล่าวว่า โครงการนี้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ, สร้างงาน และส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27375</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการยุโรป, พาสปอร์ตทอง, วีซ่าทอง, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c4883b1d0656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
