<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.เสนอผู้ว่าฯกลุ่มจว.ภาคกลางโชว์วิสัยทัศน์ผลิตผักปลอดภัยทดแทนนำเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62-นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากเรียกร้องให้รัฐบาลติดตั้งห้องแล็บสำหรับสุ่มตรวจผัก ผลไม้ ที่นำเข้าจากจีนผ่านด่านเชียงของ จ.เชียงราย โดยไทยนำเข้าผักจากจีนผ่านด่านเชียงของ มีมูลค่าถึงปีละกว่า 3,000 ล้านบาท ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่กลับนำเข้าผักจากจีน ส่งผลให้เงินตราออกนอกประเทศไปอย่างไม่ควรจะเป็น จากภาวะเศรษฐกิจทึ่กำลังตกต่ำ ฝืดเคืองอยู่ในปัจจุบัน เราควรประหยัดเงินตราที่จะซื้อผักจากต่างประเทศ แล้วส่งเสริมให้ผลิตเองอย่างเป็นระบบ เงินก็จะสะพัดหมุนเวียนในประเทศหลายรอบ เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงนี้กรรมาธิการฯงบประมาณ กำลังพิจารณางบประมาณพอดี จึงขอฝากข้อสังเกตไปยัง อนุกรรมาธิการจังหวัดและท้องถิ่น ที่กำลังจะตั้งขึ้น ควรเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางและเกษตรจังหวัด มาแสดงวิสัยทัศน์ในการผลิตผักปลอดภัยป้อนตลาดสี่มุมเมืองเพื่อขอรับงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด สนับสนุนเกษตรกรต่อไป ผู้ว่าราชการจังหวัดควรได้มีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์วางแผนหารายได้เข้าจังหวัดของตนเองผ่านการพิจารณาของ กมธฯงบประมาณ มั่นใจว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถทำได้ แม้ว่าในชั้นนี้ อาจจะปรับงบประมาณไม่ทันในปีนี้ แต่ปีหน้าน่าจะวางแผนได้ทัน ซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะพิจารณางบประมาณ ปี 2564 แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามเมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายแบนสารพิษอันตราย 3 ตัวไปแล้ว ควรจะมีทางเลือกอะไรทดแทนหรือเยียวยาเกษตรกรอย่างไร นายชวลิตกล่าวว่า กมธ.ติดตามความเห็นของรัฐบาลอยู่ ขณะเดียวกัน กมธ.ก็ทำงานคู่ขนาน ทั้งไปศึกษา ดูงานยังพื้นที่ที่ทำโครงการเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ประสบความสำเร็จ ทั้งเชิญอาจารย์ นักวิชาการหลายมหาวิทยาลัยที่มีองค์ความรู้เกษตรอินทรีย์ เครื่องจักรกลการเกษตร มาให้ความรู้แก่ กมธ.ที่สภาฯ นอกจากนี้ กมธ.ยินดีรับข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่มีความเห็นร่วมกันในการพัฒนาด้านการเกษตรให้ปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคกำลังรวบรวมจัดทำเป็นรายงานของ กมธ.เพื่อรายงานต่อสภาฯ เป็นข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของสภาฯ แจ้งไปยังรัฐบาลต่อไป กมธ.มีเวลาทำงานถึงวันที่ 12 พ.ย.62 ครบเวลา 60 วัน ตามที่สภา มอบหมาย ซึ่งคาดว่างานจะสำเร็จตามภารกิจที่ได้รับมาอย่างทันการณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48992</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม, นายชวลิต วิชยสุทธิ์, ผักปลอดสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89bd74b04c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
