<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; ชี้ &#039;พีระพันธุ์&#039; เปิดตัวนั่งประธาน กมธ.ศึกษา รธน.รับคำสั่งผู้มีอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - ที่รัฐสภา เกียกกาย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเสนอชื่อนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร แต่เนื่องจากพรรคนี้มี ส.ส.น้อย และต้องทำงานทั้งในและนอกสภา หากเรานำ ส.ส.ไปทำหน้าที่อื่นทั้งหมด จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการบริหารพรรคและการทำงานในคณะกรรมาธิการสามัญคณะอื่นๆ เราจึงต้องหาคนที่มีความรู้และความสามารถจริงเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่านายสมชัย มีคุณสมบัติจริงๆ ทั้งนี้ก่อนที่จะมีการเสนอชื่อก็ได้มีการสอบถามรายละเอียดต่างๆ ซึ่งนายสมชัยมีความตั้งใจที่จะช่วยแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคมีความคาดหวังว่าเมื่อให้นายสมชัยไปทำหน้าที่แล้ว จะให้เข้าไปผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องใดเป็นพิเศษ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นเพียงขั้นตอนของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จากนั้นจะมีการหารือกันว่ามีรัฐธรรมนูญมาตราใดที่สมควรได้รับการแก้ไข ซึ่งอาจจะตรงกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการเสนอชื่อนายสมชัยก็ได้มีการพิจารณาคนอื่นๆ รวมถึงคนในพรรคเสรีรวมไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงทิศทางการทำงานของคณะกรรมาธิการทั้ง 49 คนแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าเสียงของฝ่ายค้านน้อยกว่าของฝ่ายรัฐบาล จึงต้องดูว่ามีความตั้งใจจะทำงานให้กับประชาชนหรือไม่ ซึ่งคิดว่าประชาชนที่ติดตามการเมือง จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ไม่ดีทุกมาตรา แต่กระนั้นยังมีอีกหลายมาตราที่ต้องได้รับการแก้ไข ส่วนจะผ่านไปได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ฝ่ายค้านมีเสียงน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาลจะทำให้การทำงานเป็นอย่างไร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าน่าจะดีกว่าตอนพิจารณามาตรา 44 เพราะญัตติเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เราจะทำเต็มที่เพื่อประชาชน แต่คิดว่าอะไรที่เป็นอำนาจของเขา เขาก็คงไม่ยอม เช่น การแก้ไขให้ส.ว.ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ ในส่วนนี้เขาคงไม่มีทางยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสำหรับกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ ได้ออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ แล้ว ถือว่าประกาศตัวชัดเจนแล้วว่าอยู่ฝั่งใด ย่อมต้องทำตามที่ผู้มีอำนาจสั่งการ ส่วนที่นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เข้าเป็นกรรมาธิการวิสามัญฯนั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็นกรณีนี้ เพราะพรรคเล็กเสนอได้แค่คนเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52815</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, สมชัย ศรีสุทธิยากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbd642c3a4d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชักยุ่ง!&#039;สมเจตน์&#039;เมินร่วมวงกมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวปฏิเสธการเข้าร่วมเป็นโควตากรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของสภาผู้แทนราษฎร ตามที่มีกระแสข่าวระบุว่า เป็น 1 ใน 6 ส.ว. ที่รัฐบาลจะพิจารณาให้เข้าไปทำหน้าที่เมื่อสภาผู้แทนราษฎรผ่านญัตติที่เสนอให้ตั้ง กมธ.ฯ ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;เนื่องจากมองว่า เป็นประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาเองฐานะผู้ที่เสนอญัตติ ขณะที่ส่วนตัวไม่ขอเข้าร่วม เนื่องจากยังไม่เห็นประเด็นหรือความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วน ส.ว. คนอื่นจะตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของส.ว.แต่ละคน ทั้งนี้หากการเข้าร่วมของส.ว. จะเกิดขึ้นจริง อาจต้องพิจารณาถึงระเบียบและข้อบังคับสำหรับการทำงานด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมองว่า เรื่องนี้ส.ว.ไม่ควรเข้าไปร่วม เพราะเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร และที่ผมปฏิเสธไม่ใช่ เพราะรังเกียจการทำงานร่วมกับ ส.ส. แต่การทำงานของแต่ละสภา ควรแยกออกจากกัน เรื่องนี้ ส.ส. ต้องการแก้ไข ควรให้สภาฯ เป็นผู้พิจารณา&amp;rdquo; พล.อ.สมเจตน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมเจตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่กลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ว. &amp;nbsp;มีส่วนร่วมนั้น หากสภาฯมีแนวทางและข้อเสนอใดสามารถนำมาอภิปรายให้ ส.ว. พิจารณาหรือเข้าใจได้ โดยส.ว.ไม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการที่เตรียมพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมเจตน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่สภาฯ จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น และให้ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนตัวเห็นว่า ต้องชี้ให้สังคมเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะให้สังคมได้ประโยชน์อย่างไร หรือแก้ไขในประเด็นใดเพื่อขจัดปัญหา รวมถึงแก้ไขแล้วมีผลดีอย่างไรต่อขบวนการประชาธิปไตย หากสภาฯ ตอบโจทย์ดังกล่าวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่า สังคมจะให้การยอมรับ ส่วนการพิจารณาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในกมธ.ฯ​ที่สภาฯเตรียมพิจารณานั้น ผมไม่ขอให้ความเห็น เพราะอาจถูกมองว่า ก้าวล่วงการทำงาน ดังนั้นเป็นเรื่องของสภาฯ ที่ต้องพิจารณาเอง&amp;rdquo; พล.อ.เจตน์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49892</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, รัฐธรรมนูญปี2560, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe4031b36f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยขนมือกฎหมายนั่งกมธ.แก้รธน.&#039;ไก่จ๋า&#039;ไม่ว่างงานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในสภาฯว่า กรณีตั้งกรรมาธิการวิสามัญตามข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อ 92 เขียนไว้ว่าให้ครม.ตั้งกรรมาธิการได้ 1 ใน 4 ของกรรมาธิการทั้งหมด ที่เหลือให้เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองตามจำนวนสมาชิก ถ้าตั้งกรรมาธิการ 49 มาหาร 4 ครม.จะได้ 12 คน ที่เหลือ 37 เป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมืองเมื่อคำนวณแล้วพรรคฝ่ายค้านจะได้ 19 เสียง ซีกรัฐบาลได้ 18 เสียง ใน 19 เสียง พรรคเพื่อไทยจะได้ประมาณ 10-11 เสียง ซึ่งตอนนี้กำลังพิจารณากันอยู่ จะเป็นทั้งส.ส.และสมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็นส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย จะเป็นมือกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถและทำงานร่วมกับพรรคมานาน รวมถึงส.ส.ที่คอยประสานงานกับพรรคร่วมในสภาฯ อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาฯ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคราม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49887</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, พท., พรรคเพื่อไทย, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c996bba4117f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.วันชัย&#039;ฉะคนอยากให้แก้รธน. เป็นพวกดัดจริตทางการเมือง 2 ประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถ้าจะว่ากันแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้เอาการเมืองเข้ามายุ่ง จะเห็นได้ว่าไม่มีประชาชนส่วนใหญ่ที่ไหนมาเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ เห็นมีแต่นักการเมืองบางกลุ่มบางพวกเท่านั้น เพราะตั้งแต่มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาประมาณ 6 เดือนกว่า ยังไม่เห็นมีประเด็นใดๆทางรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคปัญหาของประเทศและประชาชน พูดได้เลยว่าถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้บ้านเมืองจะวุ่นวาย การเมืองจะสับสน แก่งแย่งอำนาจกันจนเกิดวิกฤต จะไม่มีใครยอมใคร แต่เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยแท้จึงทำให้การเมืองเดินมาได้อย่างที่เห็น เป็นนวัตกรรมใหม่ของรัฐธรรมนูญที่สอดรับกับสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา เป็นการผสมผสานอำนาจที่มาจากการเลือกตั้งและอำนาจที่มาจากความมั่นคงให้ช่วยกันประคับประคองในระยะเปลี่ยนผ่านใน 5 ปีนี้เท่านั้น เป็นการออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อบ้านเมืองและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อให้นักการเมืองบางกลุ่มบางพวกมาแย่งอำนาจกันเหมือนอย่างที่เคยเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคนที่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ เป็นพวกที่ดัดจริตทางการเมืองคือ 1. พวกที่แพ้การเลือกตั้ง อยากแก้ตัวแก้มือ 2. พวกที่กระสันอำนาจ อยากมีอำนาจ สองพวกนี้ทำอะไรก็ได้ที่จะเป็นการสั่นคลอนสถานการณ์ของบ้านเมือง ทนไม่ได้ รอไม่ไหวกับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะขืนรอต่อไปและที่เป็นมาแล้วก็เป็นอานิสงส์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเกิด disruption ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะลองใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปอีกสักระยะหนึ่งแล้วให้เห็นเป็นประจักษ์ว่ามันมีปัญหาอันเกิดจากรัฐธรรมนูญจริงๆแล้วค่อยเอามาพิจารณาหาทางแก้ไข รอไปก็ไม่มีใครจะเป็นจะตายเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกจากพวกที่กระสันกับอำนาจเท่านั้น และที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่ายการเมืองและฝ่ายประชาชน ควรที่จะปรึกษาหารือกันในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาไม่ใช่เกิดขึ้นจากสภาผู้แทนราษฎรโดยฝ่ายเดียวแล้วดึงส.ว.ไปเป็นกรรมาธิการ เป็นเรื่องแปลกประหลาดมากเพราะโดยปกติแต่ละสภาก็เป็นเรื่องของแต่ละสภาไม่ดึงคนของแต่ละสภามาเป็นกรรมาธิการ เกิดส.ว.ตั้งคณะกรรมาธิการมาแล้วไปดึงคนจากส.ส.มาเป็นกรรมาธิการ แปลกไหม... แต่จะมีได้ก็ในรัฐสภาเท่านั้น จากข่าวที่เกิดขึ้นจึงแปลกใจว่ามีใครกำลังทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้กรรมาธิการการพัฒนาทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้ทำเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว โดยได้ทำการติดตามศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาตลอดแบบไม่มีอคติ ทั้งได้ไปดูการเลือกตั้ง ดูการปฏิบัติงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญต้องนำไปใช้บังคับทำกันเป็นหลักการด้วยเหตุด้วยผลและต้องการเป็นข้อสรุปถึงผลดีผลเสียของรัฐธรรมนูญอย่างเป็นวิชาการ ไม่ใช่เป็นเรื่องดัดจริตทางการเมือง กรรมาธิการชุดนี้ซุ่มทำแบบเงียบๆมานาน ไม่ต้องการสร้างข่าวสร้างประเด็น ทำมาก่อนส.ส.ที่จะทำเรื่องนี้เสียอีก และรุดหน้าไปมากแล้ว บอกได้เลยว่าทำเพื่อบ้านเมืองมากกว่าเล่นการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49881</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, วันชัย สอนศิริ, สมาชิกวุฒิสภา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;ไม่ขวางหาก&#039;มาร์ค&#039;นั่งกมธ.ศึกษาแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 พ.ย.2562 - &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรค พท.เป็นผู้ยื่นญัตติเพื่อบรรจุและพิจารณาในวันที่ 6 พ.ย.นี้ว่า พรรคจะเข้าไปชี้แจงเหตุผลเพื่อขอการตัดสินใจ และเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยเลือกตั้งบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญแต่ละวิชาชีพ มาเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ส.ส.ร. ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดส่วนตัวเห็นว่าถ้าปลดล็อกมาตรา 256 เพียงมาตราเดียวก็สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเราต้องการขจัดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม และการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้อง กุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้เป็นจริงได้คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกพรรคการเมืองต้องร่วมมือกัน และหากมีองค์กรภาคประชาสังคมมารวมกันแก้ก็จะยิ่งดี คิดว่าสามารถทำงานร่วมกันได้เนื่องจากทิศทางมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ควรทำงานสอดประสานกันเพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการตั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มานั่งเป็นประธานคณะกมธ.ศึกษาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ก็มีสิทธิ เพราะ กมธ.วิสามัญสามารถเป็นคนนอกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าแนวทางของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะไปด้วยกันได้ใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราหวังว่าถ้าเรามีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ ถ้าเห็นตรงกัน จริงใจตรงกัน ก็มีทางเดียวคือ เดินไปปลดล็อกมาตรา 256 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกพรรคที่ได้ให้สัญญากับประชาชน และมองเห็นปัญหาว่ารัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศร่วมกันและเป็นปัญหาต่อการหยิบยื่นโอกาสให้ประชาชนอย่างทัดเทียมกัน ก็มาร่วมกันแก้ เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่เป็นการทำเพื่อประชาชนร่วมกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49416</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ปชป., ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, พท., พรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7ddf3439e02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
