<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชมแท็กซี่น้ำใจงาม เก็บเงินเกือบ3แสนคืนหนุ่มกัมพูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชเฟอร์แท็กซี่เก็บเงินสดเกือบ 3 แสนบาท คืนหนุ่มกัมพูชาหลังพาแฟนสาวทำศัลยกรรม ในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18มิ.ย.61-ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายระวี ทองบ่อ อายุ 42 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ สีชมพู-เขียว ทะเบียน ทษ 4421 กรุงเทพมหานคร ส่งคืนกระเป๋าถือ พร้อมเงินสด เงินบาทไทย และเงินสกุลดอลลาร์ สหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 260,000 บาท ให้กับ Mr. Op Simony Odum อายุ 24 ปี หนุ่มกัมพูชา หลังจากลืมไว้บนรถขณะใช้บริการ เมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งน้ี นายระวี ทองบ่อ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 57/2 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โชเฟอร์แท็กซี่ สีชมพู-เขียว ทะเบียน ทษ 4421 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2561 รับผู้โดยสาร 3 คน เป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 2 คน จากย่านลาดพร้าว ไปส่งที่ ถนนราชปรารภ เยื้องโรงแรม ใบหยก จากนั้นรับผู้โดยสาร เป็นผู้ชาย 2 คน ชาวจีน ไปส่งที่ ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 3 ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตลอดคืนที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการต่อเนื่อง เรียกได้ว่า เป็นคืนที่มีลูกค้าตลอดเวลา กระทั่งเวลาเกือบ ๆ 4 ทุ่ม แวะเติมแก๊ส เพื่อกลับเข้าบ้านพัก พบกระเป๋าถือ สีดำ หล่นอยู่ซอกข้างเบาะนั่งผู้โดยสาร ตอนหน้า เมื่อเปิดกระเป๋าตรวจสอบ พบเงินสดทั้งเงินบาทไทย และเงินสกุลดอลลาร์ สหรัฐฯ เป็นปึกๆ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเข้ามายังหมายเลข 1644 &amp;ldquo;โทรฟรี&amp;rdquo; ของสถานีฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ตามหาเจ้าของเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายระวี กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า กระเป๋าพร้อมเงินสดทั้งหมด เป็นของผู้โดยสารรายไหน เพราะทั้ง 2 กลุ่ม ที่ใช้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้ชายนั่งเบาะหน้า ประกอบกับภายในกระเป๋า ไม่มีเอกสารระบุชื่อเจ้าของ มีสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และเพียงเงินสด เป็นธนบัตร เงินบาทไทย รวม 5,791 บาท ธนบัตร สกุลเงิน กัมพูชา 12,000 เรียล และธนบัตรสกุลเงิน ดอลลาร์ สหรัฐฯ จำนวน 8,297 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 270,000 บาท ที่ผ่านมาเคยเก็บได้แต่ โทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นเจ้าของก็โทรเข้าเครื่องให้ไปส่งคืน ที่นั่นที่นี้ เมื่อคืนตอนจับกระเป๋าขึ้นมาเปิดดูครั้งแรก เห็นเงินสดเป็นปึก มือสั่น ใจสั่น ตื่นเต้นมาก ไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้ ในใจยังคิดว่าเป็น ของปลอม เอาไปใช้แล้วสบายใจหรือเปล่า &amp;nbsp;ติดคุกแน่นอน ไม่อยากเดือดร้อน อยากให้เจ้าของได้เงินคืนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ Mr. Op Simony Odum (อู ดำ) อายุ 24 ปี สัญชาติ กัมพูชา เจ้าของทรัพย์สิน กล่าวว่า วานนี้ ตนเองและครอบครัว เดินทางไปธุระ ย่านลาดพร้าว ระหว่างนั่งรถแท็กซี่ กลับโรงแรมที่พัก ย่านประตูน้ำ ลืมกระเป๋าถือ สีดำ ยี่ห้อ Gucci ภายในมี I phone X, สร้อยคอ และข้อมือ เงินสด ธนบัตรสกุลเงินบาทไทย และธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงินที่นำมาเป็นค่าใช้จ่าย แฟนสาว ทำศัลยกรรมจมูก ภายหลังจากรู้ตัวว่าลืมกระเป๋าบนรถแท็กซี่ พยายามตามหา และประสานกับเพื่อน ชาวกัมพูชา ซึ่งทำงานเป็นอยู่ในเมืองไทย ให้ช่วยติดตาม พร้อมกับเดินทางไปแจ้งความกับ ตำรวจ สน.พญาไท เมื่อคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาระบุว่า เมื่อช่วงเช้า (18 มิ.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อนชาวกัมพูชา ที่ทำงานอยู่ในเมืองไทย บอกว่า ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ เก็บกระเป๋าได้แล้วนำมาฝากไว้ที่ สถานีวิทยุ สวพ.FM 91 รู้สึกดีใจมาก เพราะตนเองและครอบครัวต้องเดินทางกลับประเทศ ช่วงค่ำวันนี้ ขอบคุณคนไทย ที่มีน้ำใจให้กับชาวต่างชาติ พร้อมกับมอบสินน้ำใจ เงินบาทไทยที่เก็บได้ 5 พันกว่า บวกกับ ดอลลาร์ สหรัฐฯ อีก 1,000 ดอลลาร์ รวมแล้วสินน้ำใจ เกือบ 4 หมื่นบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11583</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ของหายได้คืน, คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คืนเงิน, ดอลล่าร์, ตำรวจสื่อสาร, ศัลยกรรม, สวพ.91, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b274df1d8cc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งตั้งคณะทำงานรวบรวมข้อมูลก่อนจบปัญหาบ้านพักศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61 - พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหา บ้านพักศาลอุทรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบข้อมูลรวมทั้งปัญหาและความต้องการของทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ ที่สำคัญเกี่ยวพันธ์กับการใช้งบประมาณของแผ่นดิน กฎหมายทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อความรอบคอบในการตัดสินใจ ซึ่งตนทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะตั้งคณะทำงานขึ้นมารวบรวมข้อมูลรายละเอียดในทุกประเด็นโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับในแง่กฎหมายทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปด้วยความรอบคอบและไม่มีผลกระทบตามมา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี จะให้คณะทำงานไปรวบรวมข้อมูลเตรียมการ เพื่อวางแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุดหลังจากกระบวนการผ่านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายคัดค้านตั้งธงไว้ชัดเจนว่าต้องรื้อบ้านพักศาลเท่านั้น จะหาทางออกได้หรือไม่ พล.อ.เฉชิมชัย กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้ แต่ต้องให้เวลากับคณะทำงาน ก็ต้องมีจุดที่ลงตัวและให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ด้วยกัน ที่ตนห่วงใยก็คือประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนตนอยากให้ทุกฝ่ายยุติความเคลื่อนไหว ทั้งนี้ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในมือของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว และคณะทำงานจะลงไปรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่อยากให้มีการตอบโต้ไปมา เพราะรังแต่จะสร้างความร้าวฉานทางสังคม โดยเฉพาะสังคมในพื้นที่ซึ่งจะเป็นผลเสียหายในระยะยาวมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะดูแลอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการชุมนุม พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นการแสดงออกเรื่องของเจตนารมณ์ &amp;nbsp;ไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกองทัพจะสนับสนุนดูแลอำนวยความสะดวกในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเหตุผลและผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกดดันของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นเรื่องของการขอร้องให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เป็นการขอร้องกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คนมาชุมนุมากแล้วต้องทุบทิ้ง คงไม่ใช่ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน &amp;nbsp;แต่จะมาชุมนุมอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องอยู่ด้วยเหตุผล ถ้าปล่อยให้สังคมกดดัน แล้วไปตัดสินใจตามเสียงสังคม คงไม่ใช่ ยังมีเวลาให้คณะทำงานลงไปรวบรวมข้อมูลนี้คือเจตจำนงทั้งหมด ที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 3 ก็ลงไปคุยแล้ว ซึ่งเขาบอกอยากแสดงเจตนารมณ์ ก็ว่าไป ผมไม่ได้ซีเรียสว่าจะทำอะไรไม่ได้เลยก็เป็นการแสดงออก ก็เข้าใจแต่ต้องการสื่อว่าเราก็รับทราบความต้องการทั้งหมดอยู่แล้ว&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ศาลอุทรณ์ภาค 5 ออกมาระบุ ขออยู่ก่อน 10 ปีแล้วค่อยฟื้นฟูนั้น &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะทำงาน ตนไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ เป็นเรื่องของคณะทำงาน จะรับฟังความคิดเห็นทุกกฝ่าย และนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจตามกระบวนการ ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7929</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คัดค้านก่อนสร้างบ้านพักตุลาการ, ดอยสุเทพ, บ้านพักตุลาการ, บ้านพักศาล, ศาลอุทธรณ์ภาค5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad85e6ab012d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เด้ง 4 ผู้การจังหวัดเข้ากรุเซ่นเกียร์ว่างแก้ปัญหาจราจรช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20เม.ย.61 -เมื่อ20.47น.คืนวันที่ 19เม.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือคำสั่งลงนามเลขที่ 210/2561 ลงวันที่ 19 เม.ย. เรื่องให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ประกอบด้วย พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ &amp;nbsp;พล.ต.ต.สัณฆ์ โพธิ์รักษา &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ และ พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พร้อมให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งเหล่านั้น ประกอบด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ มังคลา ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.3 รรท.ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ พล.ต.ต.ภัทราวุธ เอื้อมศศิธร ผบก.ศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.4 รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ และพล.ต.ต.ภิญโญ หวลกสินธุ์ ผบก.ศูนย์ฝึกตำรวจ รรท.ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ &amp;nbsp;จนกว่ากว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องจากผลการปฏิบัติงานหย่อนยาน ละเลย ในการป้องกันแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย. เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7473</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, 7วันอันตรายสงกรานต์, คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์, พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์, พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน, พล.ต.ต.สัณฆ์ โพธิ์รักษา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9448b7cd32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงแก้กม.เพิ่มความเร็วรถเหยียบได้ถึง110กม./ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.61- พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างร่วมกันพิจารณาแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ทางบก เรื่องการกำหนดความเร็ว เพราะ พ.ร.บ.ทางบกใช้ในปัจจุบันมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 ใช้กว่า 37 ปีแล้ว เพราะบางเส้นทางกำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง แต่ปัจจุบันสภาพถนนสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 แล้ว เพื่อให้ประชาชนเกิดความสะดวกในเรื่องการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า &amp;nbsp; กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดความเร็วในเขตเทศบาลไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง นอกเทศบาลไม่เกิน 90 กม.ต่อชั่วโมง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชับจินดา ผบ.ตร.จึงมีความคิดให้มีการปรับความเร็วตามสภาพความเป็นจริง เพราะกฎหมายฉบับดังกล่าวที่ใช้อยู่ตั้งแต่ถนนมีเพียง 2 เลนส์ จึงต้องมีการปรับแก้กฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันมติ ครม.ก็ได้สั่งการมาด้านนี้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย หารือร่วมกันถึงความจำเป็นปรับอัตราความเร็ว โดยเฉพาะทางหลวงเชื่อมระหว่างเมือง ไม่มีจุดตัด จุดแยก ให้มีความเร็วประมาณ 105-110 กม.ต่อชั่วโมง และข้อเสนอดังกล่าวยังลดความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับประชาชนที่มีข้อโต้แย้งที่ถูกจับความเร็วสูง เอาเข้าจริงถนนทุกวันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์วิ่งเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงต้องปรับความเร็วให้สมเหตุสมผลแต่ต้องอยู่บนความปลอดภัย&amp;quot;พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ส่วนการกำหนดความเร็วของรถที่วิ่งบนทางด่วน มอเตอร์เวย์ ก็ต้องมีการปรับแก้ เพราะ พ.ร.บ.ทางบกดังกล่าวที่ใช้อยู่ ทางด่วน &amp;nbsp;มอเตอร์เวย์ยังไม่มีด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามต้องฝากประชาสัมพันธืให้ประชาชนรับทราบมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการปรับความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6451</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คมนาคม, ตำรวจ, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ, มหาดไทย, รถยนต์, เพิ่มความเร็วรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac47ec55502e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
