<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตเฝ้าฯ โอกาสจะพ้นจากหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - เวลา 18.52 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ ตามลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน (Mr.Brian John Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ นายสกอตต์ เคลลี ฉาง (Mr.Scott Kelly Chang) คู่สมรสเอกอัครราชทูตฯ ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเอฟเรน ดาเดเลน อักกุน (Ms.Evren Dağdelen Akg&amp;uuml;n) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100825</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทูต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, เอกอัครราชทูตต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086bf79ed7ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตเฝ้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64 - เวลา 18.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง ตามลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี (Mr. Issa Abdullah Jaber Al-Alawi) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย นายอิสซา &amp;nbsp;อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรัฐสุลต่านโอมาน มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยูริ ยาร์วียาโฮ (Mr. Jyri J&amp;auml;rviaho) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ &amp;nbsp;ประจำประเทศไทย นายยูริ ยาร์วียาโฮ เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารบุคคล&amp;nbsp; กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐฟินแลนด์ มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล (Mr. Jon &amp;Aring;str&amp;Ouml;m Gr&amp;Ouml;ndahl) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย นายยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีและหัวหน้ากรมการกงสุลและกฎหมายแพ่ง กระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรสวีเดน มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวอิตเซล การินา เชน ชัน (Ms. Itzel Karina Chen Chan) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐปานามาประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐปานามา ประจำประเทศไทย นางสาวอิตเซล การินา เชน ชัน เคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหาร&amp;nbsp;เนติบัณฑิตยสภาแห่งสาธารณรัฐปานามา มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางซีบีย์ เดอ การ์ตีเย ดีฟว์ (Ms. Sibille de Cartier d&amp;rsquo;Yves) &amp;nbsp;ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ประจำประเทศไทย นางซีบีย์ เดอ การ์ตีเย ดีฟว์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมประจำสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ และสาธารณรัฐซูดาน มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100012</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทูต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d93cf522e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตเฝ้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;19.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ตามลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสข วรรณเมธี เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเบลเยียมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา&amp;nbsp;ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเบลเยียม นายเสข วรรณเมธี เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเช็ก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเช็ก นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาตรี อรรจนานันท์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ นายชาตรี อรรจนานันท์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการกงสุล มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรสเปน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรสเปน นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐตุรกี มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอินเดีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอินเดีย นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายนิกรเดช พลางกูร เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ&amp;nbsp;เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นางเมทินี ชโลธร นายกเนติบัณฑิตยสภา พร้อมคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมุดทะเบียนสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา&amp;nbsp;แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อทรงลงพระนามาภิไธย พร้อมกับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือสำคัญทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์แห่งเนติบัณฑิตยสภา และฉลองพระองค์ครุยเนติบัณฑิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทูต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชวังดุสิต, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b4e5c47c8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นมื่นคณะทูตและคู่สมรส15ประเทศลงพื้นที่ภูเก็ต สร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63- &amp;nbsp;นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วยนางณัษฐพร ชูวงศ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ อธิบดีกรมพิธีการทูต &amp;nbsp; นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกสินทร์ ผลมั่ง หัวหน้าหนังสือเดินทาง &amp;nbsp;นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; นำคณะทูตและคู่สมรส จาก 15 ประเทศ รวม 23 คน ซึ่งประกอบด้วย เอกอัครราชทูต จาก 9 ประเทศ คือ &amp;nbsp;สาธารณรัฐเช็ก ,ชิลี ,โปแลนด์,เนเธอร์แลนด์,รัสเซีย,ลักเซมเบิร์ก,สิงคโปร์,เนปาลและเม็กซิโก &amp;nbsp;และรักษาการเอกอัครราชทูต &amp;nbsp;จาก 4 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย,คอซอวอ, เบลเยียมและมาเลเซีย และกงสุล จาก 2 ประเทศคือ กงสุลประเทศ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ตามโครงการ Ambassador&amp;rsquo;s Trip to Phuket 2020 ลงพื้นที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น โดยเริ่มต้นจากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์ ที่มีอายุของอาคารกว่าร้อยปี เต็มไปด้วยเรื่องราวที่บอกเล่าประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ตและเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม อันเป็นรากเหง้าของชาวพื้นถิ่นภูเก็ต หรือ ชาวเพอรานากัน ที่มีรูปแบบการนำเสนอที่ทันสมัยและแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นๆสำหรับพิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์ เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 &amp;ndash; 16.30 น. จากนั้นคณะทูตทั้งหมดได้เดินเข้าไปในชุมชนย่านเมืองเก่า (Phuket old town) ชมการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของชาวภูเก็ตสัมผัส อาคาร อาหาร และ อาภรณ์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ ทั้งวัฒนธรรมมลายู จีนฮกเกี้ยน ไปจนถึงวัฒนธรรมของคนพื้นเมืองภูเก็ต โดยอาคารจุดเด่นของตึกในย่านเมืองเก่า เป็นตึกที่มีเอกลักษณ์แบบชิโนโปรตุกีส ส่วนอาหาร &amp;nbsp;เช่น ขนมพื้นบ้าน หมี่ฮกเกี้ยน โดยอาหารอร่อยมีแทบจะทุกหัวถนน และที่สำคัญคืออาภรณ์คนที่นี่แต่งตัวสวยงาม โดยเฉพาะชุดย่าหยาบาบ๋า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ เข้าชมร้าน Woo Gallery &amp;amp; Boutique Hotel ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นบูติกโฮเต็ลด้วย ความน่าสนใจของหวู แกลเลอรี่ แอนด์ บูติกโฮเทล ไม่เพียงเฉพาะด้านสถาปัตยกรรมแนวชิโน-ยูโรเปียนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี โดยเป็นทั้งโรงแรม (Boutique Hotel) และพิพิธภัณฑ์ (Gallery) ที่อยู่รวมกัน &amp;nbsp;อาคารของหวูมีความยาวราวๆ 106 เมตร โดยเชื่อมถนน 2 สายไว้ด้วยกัน โดยด้านที่เป็นโรงแรมมีทางเข้าออกสู่ถนนพังงา ส่วนด้านที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีทางเข้าออกสู่ถนนถลาง ภายในอาคารมีเรื่องราว อันน่าประทับใจของลูกหลานที่ตั้งใจอนุรักษ์บ้านของบรรพบุรุษแห่งนี้ไว้ให้เป็น สถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่ทรงคุณค่า พยาท่ามกลางเรื่องเล่าแห่งกาลเวลาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลาประมาณ 12.00 น คณะทูตทั้งหมดได้เดินทางไปยังภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและนางวันดี วุ่นซิ้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ตและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับพร้อมนำคณะทูตร่วมกิจกรรม Cooking classเรียนรู้การทำอาหารไทยโบราณ เมนูแกงปู และช่อม่วง &amp;nbsp;โดยมีเชฟนรูอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ สาธิตและรังสรรค์แพร์ริงเมนูสุดพิเศษสำหรับภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ มีจุดเด่นของการเลือกสรรเมนูอาหารไทยโบราณต้นตํารับขึ้นชื่อ ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบสดใหม่ของโครงการหลวงและวัตถุดิบออร์แกนิคจากที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย นำมาผ่านการทดลองแพร์ริ่งอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายณรงค์ &amp;nbsp;วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการ Ambassador&amp;rsquo;s Trip to Phuket 2020 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ดีขึ้น และทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตดีขึ้น และจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่ง การจัดกิจกรรมวันนี้คณะทูตประทับใจในการร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83898</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทูต, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0dfaba7768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต. แจงคณะทูตเหตุใช้ พรก.ฉุกเฉิน ม็อบส่อรุนแรงกระทบสาธารณะ-ป่วนขบวนเสด็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกันบรรยายสรุปให้แก่คณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมในประเทศไทย รวมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ดำเนินรายการ ทั้งนี้ มีคณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ 84 คน รวมถึงระดับเอกอัครราชทูต 37 คน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 16.00 น. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังบรรยายสรุปว่า ในการชี้แจง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้บรรยายให้คณะทูตทราบถึงสถานการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมได้แสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้มีกลไกในการนำข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา รวมถึงชี้แจงเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เริ่มมีเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะ รวมถึงเหตุการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม ที่ส่งผลกระทบต่อขบวนเสด็จ ประกอบกับความเสี่ยงต่อสถานการณ์โควิด-19 จึงนำไปสู่การออกประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวอีกว่า สำหรับพ.ต.ท.กฤษณะ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกคำสั่ง หรือข้อกำหนด โดยยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ตามหลักสากล และดำเนินการอย่างมีขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก นอกจากนี้ นายอนุชา ยังได้อธิบายกระบวนการดำเนินการในขั้นต่อไปของรัฐบาล โดยจะรับฟังปัญหา และข้อเรียกร้องจากประชาชนทุกฝ่าย การสร้างความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงชี้แจงว่ารัฐบาลเตรียมเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเป็นทางออก และลดความตึงเครียด ซึ่งสอดคล้องกับการเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะทูต ได้สอบถามถึงการคาดหวังของสภาจะเป็นอย่างไร ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพื่อนำไปรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในสภา รวมถึงสอบถามเรื่องการทำหน้าที่ของสื่อ ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า การดำเนินการของรัฐได้เคารพสิทธิของสื่อและผู้ชุมนุม ส่วนเรื่องการสลายการชุมนุม วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น เนื่องจากเกิดพัฒนาการของการชุมนุมที่รุนแรงขึ้น เกิดความเสี่ยงของการกระทบกระทั่งระหว่างฝ่ายผู้ชุมนุม และผู้เห็นต่าง รวมถึงมีผลกระทบต่อขบวนเสด็จ จึงจำเป็นต้องดำเนินการสลายการชุมนุม&amp;quot; นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการชี้แจงเรื่องการปิดสื่อ 5 แห่ง มีการอธิบายให้ต่างชาติอย่างไร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้มีการปิดไปแค่เพียง 1 สำนัก ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของศาล ส่วนอีก 4 แห่ง ตนเองไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, คณะทูต, ธานี ทองภักดี, ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ebe760fd3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
