<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดต้นเหตุความแตกแยกมาจากคำสั่ง66/23 ทหารประมาทต่อ&#039;ศึกในเมือง&#039;ที่ก่อตัวคุกรุ่นอยู่เงียบๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ&amp;nbsp; สื่อสารมวลชนด้านยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง ๖๖/๒๓&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า เป็นความคิดเห็นที่ไม่มีหลักวิชาการ ไม่มีหลักฐานอะไรมาอ้างอิง ความคิดเห็นนี้ไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่าต่อขานใคร เพราะในช่วงเวลาที่แตกต่าง ในสถานการณ์ที่แตกต่าง คนที่ตัดสินใจย่อมคิดเอาเฉพาะเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ มาเป็นองค์ประกอบสำหรับตัดสินใจ ต่างจากผมที่ใช้เหตุการณ์ที่ผ่านพ้นมานาน มาเป็นองค์ประกอบในการแสดงความคิดเห็นครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ในประเทศไทยทุกวันนี้ ที่คนต่างวัยมีความเห็นที่แตกต่างกัน ผู้คนในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา มีความคิดที่ไปกันไม่ได้กับคนสูงวัยส่วนใหญ่ มีนักวิเคราะห์ นักวิชาการ มากมายออกมาแสดงความเห็นกันเอาไว้ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมีที่มาจากอย่างนั้นอย่างนี้ แต่คราวนี้ผมจะขอแสดงความเห็นของผมบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นของผมก็คือ มันมีต้นเหตุมาจากคำสั่ง ๖๖/๒๓ อันโด่งดัง ครั้งนั้นประเทศไทยเรามีเหตุการณ์ต่อสู้กัน ทั้งทางความเชื่อและต่อสู้กันด้วยอาวุธ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ มีคนไทยบาดเจ็บล้มตายกันทุกฝ่าย คนที่มีการศึกษากลุ่มหนึ่ง หนีภัยการเมืองเข้าป่า บางคนก็เตลิดไปไกลถึงประเทศอื่น แล้วก็ไปเพาะบ่มเชื้อทางความคิดให้กับชาวบ้านที่ห่างไกล ภายใต้แนวคิดแบบ &amp;ldquo;ป่าล้อมเมือง&amp;rdquo; จนกระทั่งมีนักคิดทางการทหาร ได้คิดมาตรการที่เรียกกันว่า ๖๖/๒๓ ขึ้นมา เป็นการเรียกร้องให้ฝ่ายที่ต่อสู้อยู่ในป่า กลับคืนมาเข้าเมืองโดยไม่มีความผิด&amp;nbsp; เพื่อให้กลับมาเป็น &amp;ldquo;ผู้พัฒนาชาติไทย&amp;rdquo; ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่ง ๖๖/๒๓ ได้ผลดีตรงที่มีคนออกจากป่ากลับเข้าสู่บ้านเมืองมากมาย จนทำให้การต่อสู้ทางอาวุธยุติลงแทบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด&amp;nbsp; แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การต้อนรับคนกลับจากป่า&amp;nbsp; แม้จะมีการวางแผนเอาไว้ในทางวัตถุ แต่ไม่ได้มีการวางแผนในทางปฏิบัติการจิตวิทยาเอาไว้อย่างจริงจัง มันจึงเป็นการดึงศัตรูที่เคยปฏิบัติการ &amp;ldquo;ป่าล้อมเมือง&amp;rdquo; ให้เปลี่ยนแผนยุทธวิธีมาเป็น &amp;ldquo;ส้องสุมกำลังในเมืองเพื่อล้มเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเห็นได้ว่า นักศึกษา นักวิชาการ นักคิดทางการเมือง นักปลุกระดมทางการเมือง ที่กลับออกมาจากป่า กลับมาส้องสุมกันในมหาวิทยาลัยในฐานะ &amp;ldquo;ผู้สอน&amp;rdquo; มาส้องสุมกันในสื่อหลายสำนักในฐานะ &amp;ldquo;คนเดือนตุลา&amp;rdquo; ที่เป็นนักคิดนักเขียน หลายคนกลับเข้ามาในฐานะนักการเมืองหัวก้าวหน้า คนกลุ่มนี้กลับจากป่ามาสู่เมือง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตา &amp;ldquo;ปลูกฝังความคิด&amp;rdquo; เสกเป่าความเชื่อและแนวทางของตนเอง ใส่คนรุ่นใหม่ในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีการศึกษาดีๆสูงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อแม่ที่เป็นคนอายุเท่าเทียมกับคนที่กลับเข้าเมืองและรู้เท่าทัน ก็ยังไม่ได้คิดระแวงอันใด เพราะยังคิดเหมือนกับสมัยที่ตนเองยังศึกษาอยู่ ว่าสถานศึกษาและมหาวิทยาลัยคือที่เพาะบ่มความรู้ โดยหารู้ไม่ว่าเป็นความรู้พิษที่ถูกเพาะบ่มเอาไว้อย่างเนิ่นนาน ฝ่ายด้านนักการทหารก็คิดว่าศึกนี้สงบราบคาบไปแล้ว เพราะแนวคิด ๖๖/๒๓ ก็มาจากนักคิดฝ่ายทหารเอง จึงปล่อยวางและประมาทต่อ &amp;ldquo;ศึกในเมือง&amp;rdquo; ที่ก่อตัวคุกรุ่นอยู่เงียบๆ
&amp;nbsp;
วันนี้เมื่อสังคมไทยมีคนรุ่นใหม่ที่ถูกบ่มเพาะจากเชื้อร้าย ของผู้กลับออกมาจากป่าภายใต้คำสั่ง ๖๖/๒๓ มากขึ้น เราจึงเห็นสภาพความคิดของคนในสังคมแตกแยกกันอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จนยากที่จะประสานได้ และหากต้องการที่จะแก้ไขในระยะยาว ก็คงต้องใช้วิธีการ &amp;ldquo;กำจัดปลวกด้วยการทำลายรังปลวก&amp;rdquo; เท่านั้น แต่ทั้งนี้ &amp;ldquo;แมงเม่า ที่บินออกมาจากรังปลวกเดียวกัน&amp;rdquo; ก็ต้องทำใจได้ หากว่ารังปลวกจะต้องถูกทำลายไป เพื่อสร้างรังใหม่ที่เข้มแข็งขึ้นมาแทนที่&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;แค่นี้ละนะ ไปขี้ก่อนนะจ๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
⁠&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
⁠&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112196</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย, คนเดือนตุลา, ความแตกแยกทางความคิด, คำสั่ง66/23, ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์, พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d98953d37f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องรักชาติรักสถาบัน ในหลวงมีพระราชปฏิสันถารกับแกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo; มีพระราชปฏิสันถารกับแกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 5 จังหวัด &amp;ldquo;บ้านเมืองต้องการคนรักชาติ ต้องการคนรักสถาบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พุทธศักราช 2563 ในเวลา 21.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ห้องรับรองที่ประทับ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้แกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอุดรธานี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยแกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทั้งหมดเป็นอดีตสมาชิกคอมมิวนิสต์ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp; บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จนปัจจุบัน อดีตสมาชิกคอมมิวนิสต์ทุกคนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ใช้ชีวิตเรียบง่าย มีความหนักแน่น และยังได้น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปฏิสันถารกับแกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ความว่า &amp;ldquo;เท่าที่ฟังมาก็อยากจะพบแล้ว สมเด็จพระราชินีท่านก็เล่าให้ฟังว่า เคยเจอสหายต่างๆ ที่มีความสามารถ แล้วก็เดี๋ยวนี้ก็เป็นกำลังของชาติ น่าซาบซึ้ง น่าปลื้มใจ ที่ท่านทั้งหลายเป็นกำลังของชาติ แล้วก็ท่านทั้งหลายรักประเทศชาติบ้านเมือง รักประชาชน รักสถาบัน ซึ่งเขาพูดไว้ว่า แม้แต่ตอนท่านหนุ่มๆ สาวๆ กัน ท่านก็รักประเทศชาติ รักประชาชนแล้วก็ถือว่าได้แสดงความรักชาติแต่ตอนนั้น เหตุการณ์บ้านเมืองก็เป็นแบบนั้น
เข้าใจว่าท่านทั้งหลายก็ต้องเลือกในการรักชาติ ในการรักประชาชน รักชาวบ้าน รักบ้านเมือง ก็ทำให้ท่านได้เข้าใจอะไรต่างๆ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงพระราชทาน และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านได้พระราชทานความรัก พระราชทานความห่วงใยกับประชาชนมาตลอด เพราะฉะนั้นเราก็ร่วมกันรักชาติ ร่วมกันรักษาประชาชน และทุกอย่างของท่านทำก็ถือว่าก็เป็นประสบการณ์ที่ดีแล้ว ก็พูดกันตรงๆ ว่าท่านก็ได้ทำประโยชน์กับประเทศชาติ
ตอนนี้ก็คงจะเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องการคนรักชาติ ต้องการคนรักสถาบัน และก็มีประสบการณ์ใดๆ ที่เคยได้ทำมา หรืองานที่ผ่านมาเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ และก็สามารถจะสอนเด็กๆ รุ่นใหม่ด้วยประสบการณ์ที่ตนเองได้มีมา เป็นประโยชน์อย่างยิ่งความจริงเราก็อยากเจอ ข้าพเจ้าก็อยากเจอ อยากพบ อยากคุย และมีเวลามากก็อยากคุย อยากพบ อยากให้เล่าให้ฟังว่าทำอะไรมาบ้าง ได้รำลึกความหลังกัน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80798</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย, บ้านเมืองต้องการคนรักชาติ ต้องการคนรักสถาบัน, พระราชปฏิสันถาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f89b92de56d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;ทรงมีรับสั่ง คณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย บ้านเมืองต้องการคนรักชาติ รักสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม &amp;nbsp;เวลา 21.30 &amp;nbsp;น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ห้องรับรองที่ประทับ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้แกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอุดรธานี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยแกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ทั้งหมดเป็นอดีตสมาชิกคอมมิวนิสต์ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จนปัจจุบัน อดีตสมาชิกคอมมิวนิสต์ทุกคนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทใช้ชีวิตเรียบง่าย มีความหนักแน่น และยังได้น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตในการนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับแกนนำคณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ความว่า เท่าที่ฟังมาก็อยากจะพบแล้วสมเด็จพระราชินีท่านก็เล่าให้ฟังว่า เคยเจอสหายต่างๆที่มีความสามารถ แล้วก็เดี๋ยวนี้ก็เป็นกำลังของชาติ น่าซาบซึ้ง น่าปลื้มใจ ที่ท่านทั้งหลายเป็นกำลังของชาติแล้วก็ท่านทั้งหลาย รักประเทศชาติบ้านเมือง รักประชาชนรักสถาบัน ซึ่งเขาพูดไว้ว่า แม้แต่ตอนท่านหนุ่มๆ สาวๆกัน ท่านก็รักประเทศชาติ รักประชาชนแล้วก็ถือว่า ได้แสดงความรักชาติแต่ตอนนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองก็เป็นแบบนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจว่าท่านทั้งหลายก็ต้องเลือกในการรักชาติ ในการรักประชาชนรักชาวบ้าน รักบ้านเมืองก็ทำให้ท่านได้เข้าใจอะไรต่างๆ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงพระราชทาน และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านได้พระราชทานความรักพระราชทานความห่วงใยกับประชาชนมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นเราก็ร่วมกันรักชาติร่วมกันรักษาประชาชน และทุกอย่างของท่านทำก็ถือว่าก็เป็นประสบการณ์ที่ดีแล้วก็พูดกันตรงๆ ว่า ท่านก็ได้ทำประโยชน์กับประเทศชาติตอนนี้ก็คงจะเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องการคนรักชาติต้องการคนรักสถาบัน และก็มีประสบการณ์ใดๆ ที่เคยได้ทำมา หรืองานที่ผ่านมาเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ และก็สามารถ จะสอนเด็กๆ รุ่นใหม่ด้วยประสบการณ์ที่ตนเองได้มีมา เป็นประโยชน์อย่างยิ่งความจริงเราก็อยากเจอ ข้าพเจ้าก็อยากเจออยากพบอยากคุย และมีเวลามากก็อยากคุยอยากพบ อยากให้เล่าให้ฟังว่าทำอะไรมาบ้างได้รำลึกความหลังกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80792</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย, คนรักชาติ, ร.10, รักสถาบัน, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f89a504664ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
