<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนสยายปีกทั่วโลก มีคณะผู้แทนทูตมากแซงหน้าอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานผลการศึกษาของหน่วยงานคลังสมองในออสเตรเลียเมื่อวันพุธชี้ว่า จีนมีคณะผู้แทนทางทูตทั่วโลกมากกว่าสหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตอกย้ำให้เห็นความทะเยอทะยานของจีนในเวทีระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธงชาติสหรัฐและจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ว่าสถาบันโลวีของออสเตรเลียเผยแพร่รายงานดัชนีทางการทูตทั่วโลก ซึ่งเป็นผลการศึกษาที่จัดทำทุก 2 ปี สำรวจเครือข่ายทางการทูตทั่วโลกทั้งในระดับสถานเอกอัครราชทูต, สถานกงสุล, คณะผู้แทนถาวร และตำแหน่งทางทูตอื่นๆ ภายใน 61 ประเทศและดินแดน ข้อมูลที่ได้ชี้ให้เห็นว่าอันดับของจีนในดัชนีทางการทูตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2562 จากการเปิดสถานทำการทางทูตเพิ่มในหลายประเทศที่ก่อนหน้านี้เคยให้การรับรองไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า จีนมีสถานทำการทางทูต 276 แห่งแล้วในปัจจุบัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก โดยมากกว่าสหรัฐ 3 แห่ง ในขณะที่สหรัฐในยุคสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นอยู่ในช่วงของการถูกลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐไม่ได้เปิดสถานทำการทางทูตแห่งใหม่เลย และยังผู้แทนทูตดำรงตำแหน่งอยู่เพียง 73% สหรัฐยังถูกบีบให้ต้องปิดสถานกงสุลประจำนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซียลง ในช่วงที่สหรัฐกับรัสเซียตอบโต้ทางการทูตกันแบบหมัดต่อหมัด จากกรณีการวางยาพิษลอบสังหารเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ ซึ่งอังกฤษและสหรัฐกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของสายลับรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลตั้งอยู่มากที่สุด โดยมีสถานทำการทางทูตของต่างชาติตั้งอยู่รวม 342 แห่ง เทียบกับของจีนที่มีคณะผู้แทนทางทูตต่างชาติตั้งอยู่ 256 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาเดียวกันนั้น จีนกลับขยายฐานที่ตั้งทางทูตของตนด้วยการเปิดสถานทำการทางทูตแห่งใหม่ขึ้นในบูร์กินาฟาโซ, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เอลซัลวาดอร์, แกมเบีย, เซาตูเมและปรินซีปี ซึ่งล้วนเคยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ดัชนีที่ออกมาสะท้อนความทะเยอทะยานของจีนมากกว่าในแง่ของอิทธิพล จำนวนสถานที่ตั้งทางทูตทั่วโลกแทบไม่ได้สะท้อนว่าผู้แทนทูตที่ทำงานอยู่ที่นั่นมีประสิทธิภาพมากเพียงใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51282</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะผู้แทนทางทูต, จีน, สถานทูต, สหรัฐ, อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde82d9e15f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
