<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลประจานชัด ทั่นนักการเมือง คือ‘อภิสิทธิ์ชน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นิด้าโพล&amp;quot; เผย ปชช.มอง &amp;quot;นักการเมือง-คนใกล้ชิด&amp;quot; ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน เจอจับได้ชอบแก้ตัวรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เชื่อจะแก้ให้หมดไปจากสังคมไทยได้ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ฮึ่ม! ฟันกลุ่มคาร์ม็อบหลายข้อหา &amp;quot;ไทยไม่ทน&amp;quot; ปรับยุทธศาสตร์ไล่ประยุทธ์ช่วงโควิดระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลร่วมกับคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่องอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง พบว่า กลุ่มในสังคมที่ชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.80 ระบุ เป็นนักการเมืองระดับชาติ/คนใกล้ชิด รองลงมา ร้อยละ 46.88 ระบุ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น/คนใกล้ชิด ร้อยละ 27.13 ระบุ เป็นเศรษฐี คนมีเงิน/คนใกล้ชิด ร้อยละ 20.27 ระบุ เป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ/คนใกล้ชิด ร้อยละ 10.52 ระบุ เป็นคนในวงการบันเทิง/คนใกล้ชิด ร้อยละ 6.55 ระบุ เป็นนักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่/คนใกล้ชิด ร้อยละ 6.33 ระบุ เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง สังคม ร้อยละ 2.67 ระบุ เป็นสื่อมวลชน ผู้บริหารองค์กรสื่อ/คนใกล้ชิด ร้อยละ 1.83 ระบุ เป็นนักวิชาการ ผู้มีการศึกษาสูง/คนใกล้ชิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้มีคนชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.75 ระบุ เชื่อว่าตนเองมีตำแหน่ง อำนาจ รองลงมา ร้อยละ 48.48 ระบุ เชื่อว่าตนเองมีเงิน ร้อยละ 21.80 ระบุ มีนิสัยเห็นแก่ตัว ร้อยละ 20.35 ระบุ เชื่อว่าตนเองมีเส้นสายดี ร้อยละ 14.33 ระบุ เชื่อว่าตนเองเป็นคนมีชื่อเสียง เด่นดัง ร้อยละ 4.73 ระบุ เชื่อว่ามีคนกลัว/เกรงใจตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิ่งที่จะทำหากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีคนทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนนั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.39 ระบุ ขอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ รองลงมา ร้อยละ 31.86 ระบุ อยู่นิ่งๆ เฉยๆ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของเราเอง มีเพียงร้อยละ 11.36 ระบุ ขัดขวาง ไม่ยอมปล่อยให้มีใครทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน และร้อยละ 7.01 ระบุ ถ่ายคลิปหรืออัดเสียงเพื่อประจานลง social media
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อคำแก้ตัวของอภิสิทธิ์ชนที่น่ารังเกียจที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.73 ระบุ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รองลงมา ร้อยละ 26.52 ระบุ ไม่รู้ว่าผิด ร้อยละ 18.45 ระบุ ไม่มีเจตนา และท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาการมีอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย พบส่วนใหญ่ร้อยละ 36.82 ระบุ อาจจะแก้ไขได้ แต่ร้อยละ 33.08 ระบุ แก้ไขไม่ได้แน่นอน และร้อยละ 22.94 ระบุ แก้ไขได้แน่นอน และร้อยละ 7.16 ระบุอาจจะแก้ไขไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงถึงกรณีการชุมนุม 3 กลุ่มขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า การชุมนุมทั้ง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มไทยไม่ทน นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ และกลุ่มคาร์ม็อบที่นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งในความผิดทั้ง 3 กลุ่ม พนักงานสอบสวนจะมีการประชุมในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะกลุ่มคาร์ม็อบจะต้องมีการพิจารณาว่ามีใครถูกดำเนินคดีบ้าง ความผิดชัดเจน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ &amp;nbsp;และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.ความสะอาด พ.ร.บ.เครื่องกระจายเสียง ถ้าพบการเดินทางของกลุ่มคาร์ม็อบมีการกีดขวางการจราจรก็จะผิดข้อหาขับรถยนต์กีดขวางการจราจร ถ้าขับรถโดยไม่ระมัดระวังกีดขวางคนอื่นอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นก็จะเป็นความผิดข้อหาขับรถไม่คํานึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ที่จะต้องร่วมกันพิจารณา&amp;quot; โฆษก บช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวขอบคุณประชาชนทุกกลุ่มที่ออกมารวมพลังขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยระบุว่า แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่สามารถหยุดยั้งประชาชนที่ไม่สามารถทนทุกข์กับความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนประชาชนที่เคารพทุกท่านว่า ไทยไม่ทนกำลังปรับยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวเพื่อรุกคืบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ลาออกไปให้ได้ภายใต้สถานการณ์โควิดระบาดหนัก กิจกรรมต่างๆ จึงกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความปลอดภัยจากโควิดในช่วงล็อกดาวน์ โดยมีมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพราะประชาชนต้องดูแลตัวเองและพึ่งรัฐบาลไม่ได้แล้ว เราพยายามจะไม่รวมกลุ่มจำนวนมาก แต่ใช้คนจำนวนน้อยเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลตามสถานการณ์ ซึ่งการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทำให้ประชาชนตื่นตัวเห็นถึงความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์มากขึ้นเป็นลำดับ&amp;quot; นายอดุลย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ประกาศนัดหมายหน้าทำเนียบรัฐบาล เดินหน้าขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ในวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. ก่อนการล็อกดาวน์ ในวันที่ 12 ก.ค.นั้น ทำให้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. มีการนำลวดหนามหีบเพลง รวมถึงแผงเหล็กกั้นจุดต่างๆ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ทั้งบนผิวจราจรและบันไดทางขึ้น-ลงสะพานลอยในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ &amp;lsquo;ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;rsquo; ได้แชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก &amp;lsquo;Pimtha Cartoon&amp;rsquo; เผยให้เห็นภาพบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐก่อนข้ามมายังทำเนียบรัฐบาล รวมถึงสะพานลอยบริเวณดังกล่าวมีการตั้งหีบเพลงแผงเหล็กปิดทางขึ้นสะพานลอยเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. กลุ่มไทยไม่ทนพร้อมรถเครื่องเสียงตั้งเวทีบรรเลงเพลง รอมวลชนเดินทางมาร่วมการชุมนุมครั้งสุดท้ายครั้งนี้ ขณะเดียวกันมีการจัดพ่นแอลกอฮอล์ ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าพื้นที่ฟังปราศรัย ด้านพ่อค้าแม่ค้าได้มาตั้งร้านขายของเตรียมพร้อมรับผู้ชุมนุมเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109398</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, นิด้าโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eaef8859aea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนหาเช้ากินค่ำซวยสุดหากเกิดโควิดรอบ2เชื่อรัฐหมดปัญหาเยียวยา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 -&amp;nbsp; ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ร่วมกับคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ใครจะเดือดร้อน หากมีโควิด - 19 รอบ 2&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 7 กันยายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงกลุ่มที่จะเดือดร้อนมากที่สุด หากเกิดการระบาดของโควิด - 19 รอบที่ 2 พบว่า ส่วนใหญ่ 43.12% ระบุว่า คนจนที่หาเช้ากินค่ำ รองลงมา 14.68% ระบุว่า พ่อค้า &amp;ndash; แม่ค้าทั่วไป 9.66% ระบุว่า กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม บริษัททัวร์ ไกด์ ร้านอาหาร เป็นต้น 8.59% ระบุว่า ผู้ที่ปัจจุบันยังคงตกงานอยู่ 7.53% ระบุว่า กลุ่มผู้เปราะบางในสังคม เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ 5.02% ระบุว่า พนักงานบริษัท/พนักงานโรงงาน 2.66% ระบุว่า นักเรียน/นักศึกษา 2.59% ระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุข 2.51% ระบุว่า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ 1.44% ระบุว่า เกษตรกร 1.29% ระบุว่า กลุ่มแรงงานต่างด้าว 0.76% ระบุว่า ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ และ 0.15% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อมาตรการ/งบประมาณ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หากเกิดการระบาดของโควิด - 19 รอบที่ 2 พบว่า ส่วนใหญ่ 33.54% ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีงบประมาณสำหรับมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รองลงมา 30.80% ระบุว่า มาตรการ/งบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะเหมือนหรือเท่าๆ เดิม 19.70% ระบุว่า มาตรการ/งบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะน้อยลง 13.16% ระบุว่า มาตรการ/งบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะมากขึ้น และ 2.80% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77579</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, นิด้า, นิด้าโพล, รอบ 2, ศูนย์สำรวจความคิดเห็น, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6165659dd57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
