<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนจวกสหรัฐเพิกเฉยต่อชะตากรรมปาเลสไตน์ ยอดสังเวยพุ่ง128ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนกล่าวหาสหรัฐ &amp;quot;เพิกเฉยต่อความทุกข์ทรมาน&amp;quot; ของชาวมุสลิมปาเลสไตน์ หลังจากสหรัฐขัดขวางการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงวันศุกร์ ทำให้ต้องเลื่อนไปเป็นวันอาทิตย์ ขณะยอดสังเวยความขัดแย้งพุ่งเป็นอย่างน้อย 128 ศพแล้ว รถถัง-บินรบอิสราเอลทำลายเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินของฮามาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยป้องกันภัยพลเรือนปาเลสไตน์กู้ร่างของเด็กน้อยจากซากอาคารพังถล่ม ภายหลังเครื่องบินรบอิสราเอลโจมตีทางอากาศที่เขตบีตลาเฮียในกาซาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564 (Photo by Mustafa Hassona/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม อ้างคำกล่าวของนักการทูตหลายรายว่า รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นโล่ทางการทูตให้แก่อิสราเอลในองค์การสหประชาชาติ ขัดขวางการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เดิมกำหนดไว้ในวันศุกร์ ทั้งๆ ที่สถานการณ์ขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น แต่สุดท้ายการประชุมย้ายไปเป็นวันอาทิตย์นี้ โดยเป็นการประชุมทางไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรที่มักใช้สิทธิยับยั้งข้อมติที่โจมตีชาติพันธมิตรของตนเช่นกัน เรียกร้องให้คณะมนตรีฯ หารือสถานการณ์ขัดแย้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับนักข่าวว่า สหรัฐขัดขวางคณะมนตรีฯ ไม่ให้ประชุมหารือกันเกี่ยวกับวิกฤติครั้งนี้ โดย &amp;quot;ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เรารู้สึกได้คือ สหรัฐเฝ้าแต่กล่าวว่าให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของชาวมุสลิม แต่สหรัฐกำลังเพิกเฉยต่อความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์&amp;quot; โฆษกหญิงของจีนกล่าว พร้อมกับชี้ถึงความแตกต่างในท่าทีของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงอังกฤษและเยอรมนี ที่มีต่อจีนกรณีชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ &amp;quot;สหรัฐควรตระหนักว่า ชีวิตของชาวมุสลิมปาเลสไตน์ก็มีค่าเท่าๆ กัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวกล่าวด้วยว่า ควรมีความพยายามดำเนินการเพื่อลดอุณหภูมิลงและป้องกันไม่ให้วิกฤติขยายความรุนแรง จีนจะผลักดันให้คณะมนตรีฯ ดำเนินการโดยเร็ว พร้อมกับย้ำว่าจีนสนับสนุนอย่างหนักแน่นต่อทางออกแบบสองรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตอบโต้กันด้วยจรวดและการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาที่เริ่มมาตั้งแต่วันจันทร์ ถึงขณะนี้คร่าชีวิตคนทั้งสองฝ่ายแล้วไม่น้อยกว่า 128 คน เกือบทั้งหมดเป็นชาวปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเช้าวันศุกร์ นักรบฮามาสและนักรบอิสลามิสต์ในกาซายิงจรวดพุ่งเป้าโจมตีอิสราเอลแล้วมากกว่า 1,800 ลูก ส่วนใหญ่เล็งเป้าที่เมืองต่างๆ ทางใต้ของอิสราเอล แต่ยังรวมถึงกรุงเทลอาวีฟและนครเยรูซาเลม จรวดหลายร้อยลูกโดนระบบป้องกันมิสไซล์ไอร์ออนโดมของอิสราเอลสกัดไว้ได้ ส่วนอิสราเอลก็โจมตีเป้าหมายราว 750 จุด ที่กองทัพอิสราเอลอ้างว่าเป็นที่ตั้งทางทหาร เช่น โรงงานทำระเบิดของฮามาสและบ้านของพวกผู้บัญชาการระดับสูง และประเมินว่า สามารถสังหารพวกผู้นำฮามาสและญิฮาดอิสลามที่เป็นพันธมิตร ได้มากกว่า 30 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จรวดยิงจากตอนเหนือของฉนวนกาซาพุ่งโจมตีอิสราเอล ขณะที่ระบบป้องกันมิสไซล์ของอิสราเอลยิงสกัดกั้นเหนือท้องฟ้าของกาซาซิตี เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 (Photo by Fatima Shbair/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ กองทัพอิสราเอลยิงปืนใหญ่และโจมตีทางอากาศถล่มกาซาอีกครั้ง เพื่อตอบโต้กับจรวดรอบใหม่ที่ยิงถล่มมาจากดินแดนกาซา หลังจากเมื่อคืนวันพฤหัสบดีรถถังและเครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีเครือข่ายอุโมงค์ของฮามาสที่ซ่อนอยู่ใต้เขตพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะเตือนพลเรือนล่วงหน้าก่อนการยิงถล่ม เหมือนที่เคยเตือนก่อนหน้าการโจมตีอาคารสูงหลายหลังในกาซาเมื่อต้นสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผลจากการถล่มทางอากาศของอิสราเอลทำให้บ้านหลายหลังในย่านที่คนอยู่กันหนาแน่นในกาซาพังทลายหรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่จรวดของฮามาสหลายลูกพุ่งผ่านท้องฟ้ามุ่งไปยังอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจนาธาน คอนริคัส โฆษกกองทัพอิสราเอล ยอมรับเมื่อวันศุกร์ว่า เขาเป็นต้นเหตุของรายงานข่าวผิดพลาดเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ว่ากองกำลังภาคพื้นดินบุกเข้ากาซาแล้ว แต่เขายืนยันว่าทหารราบเข้าร่วมกับยุทธการที่ปฏิบัติการจากดินแดนอิสราเอล เพื่อโจมตีอุโมงค์ที่ขุดลอดชายแดน &amp;quot;ไม่มีทหารภาคพื้นดินอยู่ในกาซา ณ เวลานี้&amp;quot; เขายืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งครั้งนี้คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์แล้ว 119 คน รวมถึงเด็ก 31 คน จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในกาซา และมีคนบาดเจ็บมากกว่า 830 คน ส่วนทางฝั่งอิสราเอล มีคนเสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 คน รวมถึงเด็กชายวัย 6 ขวบ และทหาร 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลก็กำลังต้องรับมือสถานการณ์จลาจลระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับในหลายเมือง ซึ่งทำให้มีคนถูกจับกุมแล้วมากกว่า 750 คนในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้อิสราเอลยังโดนจรวดหลายลูกยิงโจมตีมาจากเลบานอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่งกับความรุนแรงบนถนนของอิสราเอล&amp;quot; และกระทรวงการต่างประเทศเรียกร้องพลเมืองอเมริกัน &amp;quot;พิจารณาทบทวนการเดินทางไปอิสราเอล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน โฆษกของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า จรวดที่ฮามาสยิงโจมตีอิสราเอลนั้นถือเป็น &amp;quot;การโจมตีของผู้ก่อการร้าย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาซา, คณะมนตรีความมั่นคง, จีนจวกสหรัฐ, ปาเลสไตน์, อิสราเอล, ฮามาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e6098c8b0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเมียนมาฆ่าผู้ประท้วงกว่า80ศพที่พะโคขนใส่รถทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านและสื่อท้องถิ่นเมียนมาเผย กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงอีกมากกว่า 80 คนที่พะโคเมื่อวันศุกร์ ยอดสังเวยความรุนแรงนับแต่รัฐประหารทะลุ 700 ศพแล้ว ชาวบ้านเผยทหารขนศพขึ้นรถบรรทุกทหาร ทูตเมียนมาประจำยูเอ็นเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงฯ ดำเนินการอย่างหนักหน่วงกับรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารและรถบรรทุกของกองทัพขณะปฏิบัติการที่นครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 (Photo by Aung Kyaw Htet/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารเมียนมาปิดกั้นการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด รายละเอียดเกี่ยวกับการปราบปรามนองเลือดครั้งล่าสุดที่เมืองพะโค ซึ่งอยู่ไกลจากนครย่างกุ้งทางตะวันออกเฉียงเหนือหลายสิบกิโลเมตร เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอเอฟพีได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านหลายคนด้วยว่ากองทัพยังใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องซึ่งบังคับให้พวกเขาต้องหนีไปอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์และสื่อเมียนมาหลายแห่งว่า กองกำลังความมั่นคงยิงระเบิดปืนไรเฟิลใส่ผู้ประท้วงที่เมืองพะโค แต่ไม่สามารถสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างชัดเจนได้ เพราะกองกำลังความมั่นคงนำศพมากองรวมกันที่เจดีย์เซยามุนีแล้วปิดล้อมพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) และสื่อออนไลน์ เมียนมานาว ยืนยันเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร 82 คนในเมืองพะโคเมื่อวันศุกร์ เมียนมานาวบอกว่า การยิงเริ่มก่อนรุ่งเช้าวันศุกร์และยืดยาวถึงช่วงบ่าย ข่าวอ้างผู้จัดการชุมนุมชื่อ เย ทุ ว่าเหมือนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พวกนั้นยิงใส่เงาทุกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอที่เอเอฟพีพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง ถ่ายไว้เมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ เผยภาพที่ผู้ประท้วงหลายคนหลบอยู่หลังแนวกระสอบทรายพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลประดิษฐ์เอง มีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่า เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้หน่วยกู้ภัยเข้าไปใกล้ศพเหล่านั้น &amp;quot;พวกเขาเอาศพทั้งหมดมากองรวมกันแล้วขนขึ้นรถบรรทุกทหารขับออกไป&amp;quot; ชายคนนี้บอกกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาเมื่อวันเสาร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ปราบปราม &amp;quot;พวกก่อจลาจล&amp;quot;&amp;nbsp; สื่อของทางการเมียนมาแห่งนี้รายงานว่ามีคนตายแค่ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานองค์การสหประชาชาติในเมียนมา ทวีตเมื่อคืนวันเสาร์ว่า กำลังติดตามเหตุการณ์นองเลือดที่พะโค ที่ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกปฏิเสธการรักษา &amp;quot;เราเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงอนุญาตให้ทีมแพทย์เข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บ&amp;quot; สำนักงานยูเอ็นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการนองเลือดที่พะโค เอเอพีพีระบุในวันศุกร์ว่า มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 618 คนนับแต่รัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ แต่คำแถลงของโฆษกรัฐบาลทหารเมื่อวันศุกร์อ้างว่ามีคนเสียชีวิตเพียง 248 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเหตุการณ์ไม่สงบที่เมืองทาทูในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนอินเดียเมื่อวันเสาร์ เมื่อผู้ประท้วงต่อสู้กลับ ภายหลังทหารพยายามทำลายแนวกั้นเพื่อปกป้องชุมชน ชาวบ้านกล่าวว่า มีพลเรือนตาย 2 คนเมื่อทหารยิงสุ่มไม่เลือก ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยการปาระเบิด ทำให้รถบรรทุกทหารคันหนึ่งพลิกคว่ำ มีทหารเสียชีวิตมากกว่า 12 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนองเลือดเพิ่มมากขึ้นทำให้กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มจับมือกันต่อต้านกองทัพเมียนมา ที่รัฐชานทางเหนือเมื่อวันเสาร์เกิดเหตุไม่สงบขึ้นอีก เมื่อกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ) โจมตีโรงพักช่วงเช้ามืด สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีตำรวจโดนฆ่าตายมากกว่า 12 นาย ทีเอ็นแอลเอกล่าวว่า กองทัพเอาคืนด้วยการโจมตีทางอากาศ มีทหารกบฏตาย 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการเมียนมารายงานข่าวนี้ช่วงค่ำว่า &amp;quot;กลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย&amp;quot; โจมตีสถานีตำรวจด้วยอาวุธหนักแล้วจุดไฟเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น กองทัพอาระกัน (เอเอ) พันธมิตรของทีเอ็นแอลดี ในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตก ออกแถลงการณ์ย้ำว่าเอเอสนับสนุนขบวนการต่อต้านรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังชนกลุ่มน้อยอีก 2 กลุ่มได้แก่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) และกองทัพอิสรภาพกะฉิ่น (เคไอเอ) ก็โจมตีทหารและตำรวจเมียนมาเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ และโดนกองทัพตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศดินแดนของเคเอ็นยูในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเคเอ็นยูกล่าวว่าทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่แล้วมากกว่า 24,000 คนถึงวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ จอ โม ทุน เอกอัครราชทูตผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็น กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งร่วมกันโดยทันที เขาเสนอให้กำหนดเขตห้ามบิน, ปิดกั้นการค้าอาวุธ และคว่ำบาตรอย่างเจาะจงเป้าหมายกับสมาชิกในครอบครัวของพวกทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ นักวิเคราะห์อิสระจากอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวต่อคณะมนตรีฯ ด้วยว่า เมียนมากำลังจวนเจียนจะเป็นรัฐล้มเหลว &amp;quot;การดำเนินการ (ของรัฐบาลทหาร) อาจสร้างสถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่สามารถปกครองได้&amp;quot; เขาเตือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ฆ่าผู้ประท้วง, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, พะโค, รัฐประหารเมียนมา, สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072ab2a15644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 23:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตัดGSPเมียนมา รัสเซียยังอยากคบต่อแม้กังวลพลเรือนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประณามเมียนมาใช้ความรุนแรงกับพลเรือน ประกาศจะระงับกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไว้ต่อไป พร้อมตัด GSP ส่วนรัสเซียแถลงแก้เก้อหลังส่งรัฐมนตรีและยุทโธปกรณ์ร่วมพิธีสวนสนาม ยอมรับพัฒนาสัมพันธ์กับเมียนมาแต่กังวลมากที่มีพลเรือนตายเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาปั่นจักรยานผ่านกองเพลิงที่ผู้ประท้วงเผาสิ่งกีดขวางบนถนนในย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของมหาอำนาจทั้งสหรัฐและรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม มีออกมาภายหลังการปราบปรามนองเลือดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคร่าชีวิตพลเรือนเมียนมามากกว่า 100 คน และประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวประณามว่า &amp;quot;อุกอาจอย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐขอประณามอย่างรุนแรงต่อการใช้ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมของกองกำลังความมั่นคงพม่ากับพลเรือน&amp;quot; แคเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ แถลงโดยใช้ชื่อเก่าของเมียนมา &amp;quot;การฆ่าผู้ประท้วงอย่างสันติ, นักศึกษา, แรงงาน, ผู้นำแรงงาน, หน่วยแพทย์และเด็ก สร้างความตกตะลึงต่อสามัญสำนึกของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่า กรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุนจะถูกระงับไว้ต่อไปจนกว่าระบอบประชาธิปไตยจะกลับคืนมาในเมียนมา สหรัฐยังจะพิจารณากลั่นกรองประวัติด้านแรงงานของเมียนมา เพื่อตัดสินสถานะทางภาษีศุลกากร เนื่องจากความกังวลร้ายแรงเกี่ยวกับการปราบปรามของกองทัพต่อสหภาพแรงงานและสิทธิของแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัฐบาลสหรัฐส่งผลให้เมียนมาถูกถอนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) โดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการกรอบความตกลงการค้า ที่เก่าแก่เกือบ 50 ปี หมดอายุลงเมื่อปี 2563 หลังจากสภาคองเกรสไม่ได้ต่ออายุให้ แต่ก่อนหน้านี้คาดกันว่าสภาซึ่งพรรคเดโมแครตกุมเสียงข้างมากจะต่ออายุความตกลงนี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา บรรลุกรอบความตกลงการค้าฉบับนี้เมื่อปี 2556 และต่อมาได้เพิ่มเมียนมาเข้ารายชื่อประเทศที่ได้รับจีเอสพีด้วยหลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาเปลี่ยนประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซีย กระทรวงกลาโหมออกแถลงการณ์ยอมรับว่ารัสเซียกำลังพัฒนาความสัมพันธ์กับเมียนมา แต่รัสเซียก็มีความ &amp;quot;กังวลมาก&amp;quot; กับการเสียชีวิตของพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้นในการประท้วงต่อต้านระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียมีความสัมพันธ์ยาวนานและสร้างสรรค์กับเมียนมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารัสเซียเห็นด้วยกับเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นใเมียนมา รัสเซียกังวลอย่างมากกับการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม อเล็กซานเดอร์ โฟมิน และเจ้าหน้าที่อีกหลายคนมาร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพเมียนมาที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันปราบปรามนองเลือดที่สุด นอกจากนี้รัสเซียยังอวดยุทโธปกรณ์หลายชนิดในพิธีสวนสนามครั้งนี้ด้วย เช่น รถถังที-72, เครื่องบินขับไล่ มิก-29 และเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ-24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟมินชี้แจงในแถลงการณ์ว่า เมียนมาเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาวันพุธนี้ตามการร้องขอของอังกฤษ เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของทูตหลายคนเมื่อวันจันทร์ว่า การประชุมจะเริ่มต้นด้วยวาระการรายงานแบบประชุมลับ โดยคริสติน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา จะรายงานสรุปสั้นๆ ต่อสมาชิกทั้ง 15 ชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97719</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ความตกลงด้านการค้าและการลงทุน, ตัดจีเอสพี, ประณามฆ่าพลเรือน, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, รัสเซีย, สหรัฐ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_606201a328eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาดับอีก7ศพ คล้อยหลังยูเอ็นเอสซีประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การปราบปรามผู้ประท้วงในเมียนมาเมื่อวันพฤหัสบดีทำให้มีคนตายเพิ่มอีกอย่างน้อย 7 คน คล้อยหลังคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ประท้วงอย่างสันติ สหรัฐแซงก์ชันลูก &amp;quot;มิน อ่อง หล่าย&amp;quot; เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายข้อความวางใกล้กับเทียนที่จุดเพื่อรำลึกผู้เสียชีวิตในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ที่ด้านนอกสถานทูตเมียนมาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อค่ำวันที่ 10 มีนาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า การสลายการชุมนุมของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาที่เมืองมไยง์ในภาคกลางของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน เอเอฟพีอ้างเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งว่าทั้ง 6 คนโดนยิงตาย พยานบอกว่า 5 คนโดนยิงที่ศีรษะ และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 8 คน คนหนึ่งอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์อ้างสื่อในเมียนมาด้วยว่า ยังมีคนเสียชีวิตอีก 1 คนที่เขตดากองเหนือของนครย่างกุ้ง ภาพถ่ายที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กเผยให้เห็นร่างชายคนหนึ่งแน่นิ่งบนถนนมีเลือดไหลออกจากศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ การปราบปรามผู้ประท้วงทำให้มีคนโดนจับกุมแล้วมากกว่า 2,000 คน ส่วนยอดสังเวยชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงของกองทัพเมียนมาต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ยูเอ็นเอสซี 15 ชาติเห็นพ้องกันในแถลงการณ์เกี่ยวกับเมียนมาในรอบกว่า 1 เดือน จาง จวิน เอกอัครราชทูตจีน ที่เห็นพ้องกับแถลงการณ์ด้วย กล่าวว่า ขณะนี้ถึงเวลาต้องลดระดับความรุนแรงลง เป็นเวลาสำหรับการทูต สำหรับการสานเสวนากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเมียนมาเพิ่มเติม โดยรวมถึงบุตรวัยผู้ใหญ่ 2 คนของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา และบริษัทอีก 6 แห่งที่ทั้งสองควบคุมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียประกาศว่าได้รับระงับการให้เงินทุนชั่วคราวแก่โครงการของรัฐบาลในเมียนมาระหว่างที่ประชาคมระหว่างประเทศประเมินสถานการณ์ที่กำลังพัฒนาไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95756</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ประณามเมียนมา, ปราบปรามผู้ประท้วง, พม่า, ยูเอ็นเอสซี, สลายการชุมนุม, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049e1c9c520d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 23:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 23:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านประกาศ&#039;ชัยชนะ&#039;เหนือสหรัฐ หลังคณะมนตรีฯไม่บ้าจี้ฟื้นคว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ประกาศชัยชนะเหนือสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายหลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นปฏิเสธความพยายามของรัฐบาลทรัมป์เพื่อให้กลับไปคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งกรณีโครงการนิวเคลียร์ที่สหรัฐถอนตัวจากความตกลงนี้ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธที่ 24 กันยายนว่า ประเทศอิหร่านบรรลุความสำเร็จทางการทูต, ทางกฎหมาย และทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สหประชาชาติ &amp;quot;เหตุผลสำหรับชัยชนะครั้งนี้เกิดได้จากความสนับสนุนและการต้านทานของประชาชนเท่านั้น ความยิ่งใหญ่ของอเมริกาพังทลายลง (แบบเดียวกับ) ความเป็นจ้าวโลกที่พวกเขาคิดว่าตนเองมี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ที่ผ่อนคลายการคว่ำบาตรของอิหร่าน แลกเปลี่ยนกับการรับประกันภายใต้การตรวจพิสูจน์ของยูเอ็นว่าอิหร่านไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากถอนตัวจากความตกลงซึ่งมหาอำนาจ 6 ชาติลงนามไว้กับอิหร่าน สหรัฐก็รื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้สหรัฐ นับแต่เดือนพฤษภาคม 2562 อิหร่านก็ค่อยๆ ลดการปฏิบัติตามพันธสัญญานิวเคลียร์ปี 2558 ฉบับนี้ แต่ยังอ้างว่าการดำเนินการของพวกเขาเป็นไปตามความตกลงดังกล่าว ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าแผนปฏิบัติการครอบคลุมร่วม (JCPOA) ขณะที่สหรัฐมองว่าเป็นการละเมิดความตกลงฉบับนี้ และพยายามกดดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นกลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐยืนกรานว่าสหรัฐยังคงมีส่วนร่วมใน JCPOA แม้จะถอนตัวออกมาแล้ว แต่เหตุผลนี้โดนสมาชิกทุกประเทศในคณะมนตรีฯ ปัดตกไปเมื่อว้นอังคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78431</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, คว่ำบาตรอิหร่าน, อิหร่านประกาศชัยชนะ, ฮัสซัน โรฮานี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f144ecb8aa59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะมนตรีความมั่นคงเลือกสมาชิกหมุนเวียน5ชาติ แคนาดาอกหัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติลงมติเลือกสมาชิกไม่ถาวร 4 ชาติของคณะมนตรีความมั่นคงประจำปี 2564-2565 แคนาดาแห้วอีกครั้ง ส่วนโควตาแอฟริกาต้องไปตัดสินรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกใหม่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ชนะการลงคะแนนที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติที่นิวยอร์กเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้แก่ อินเดีย, เม็กซิโก, นอร์เวย์ และไอร์แลนด์ โดยยังเหลืออีก 1 ที่นั่งสำหรับทวีปแอฟริกา ซึ่งจิบูตีและเคนยา ไม่มีชาติใดได้เสียงสนับสนุนถึง 2 ใน 3 และจะต้องไปตัดสินในการลงคะแนนรอบ 2 วันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอ็นเอสซีมีสมาชิกถาวร 5 ชาติที่มีสิทธิวีโต ได้แก่ อังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และสหรัฐ ที่เหลือ 10 ชาติเป็นสมาชิกหมุนเวียน การได้รับเลือกของอินเดียในฐานะตัวแทนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในครั้งนี้ด้วยคะแนน 184 เสียงจาก 192 ประเทศที่ลงคะแนน ทำให้อินเดียได้เผชิญหน้ากับจีนในองค์กรนี้ หลังจากไม่กี่วันก่อนทหารของจีนและอินเดียยกพวกตะลุมบอนกันในพื้นที่พิพาทชายแดนบนเทือกเขาหิมาลัย ทำให้ทหารอินเดียตายอย่างน้อย 20 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของโลกตะวันตก แคนาดาประสบความผิดหวังอีกครั้งและน่าจะสร้างความอับอายแก่นายกฯ จัสติน ทรูโด ที่วิ่งเต้นหาเสียงอย่างหนักและส่งซีลีน ดิออน มาร้องเพลงโปรโมตประเทศที่นิวยอร์ก แต่แคนาดาพ่ายแพ้ต่อนอร์เวย์ และไอร์แลนด์คู่แข่งสำคัญที่ส่งวงยูทูมาเปิดคอนเสิร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเม็กซิโกได้รับเลือกเป็นตัวแทนของภูมิภาคโดยไม่มีคู่แข่งโดยได้คะแนนจาก 187 ประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69104</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ยูเอ็น, สมาชิกหมุนเวียน, แคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเตือนชาติตะวันตกหยุดก้าวก่ายกิจภายใน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนแถลงตอบโต้การดำเนินการของสหรัฐกับ 3 ชาติพันธมิตรที่วิจารณ์ร่างกฎหมายความมั่นคงฮ่องกงในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุสหรัฐลักพาตัวคณะมนตรีฯ เพื่อจุดประสงค์ของสหรัฐเอง พร้อมเตือนชาติตะวันตกอย่าก้าวก่ายกิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้โดยสารยืนรอบนชานชาลาสถานีรถไฟด้านหน้าธงชาติจีน (ขวา) และธงฮ่องกง ที่ประดับเหนือสถานีดับเพลิงในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา และออสเตรเลีย มีแถลงการณ์ร่วมกันวิจารณ์แผนการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีน ซึ่งจะลงโทษการแยกดินแดน, การบ่อนทำลายอำนาจรัฐ, การก่อการร้าย และการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงจะอนุญาตให้สำนักงานด้านความมั่นคงของจีนดำเนินการได้อย่างเปิดเผยในฮ่องกง สภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) เพิ่งลงมติอนุมัติแผนการออกกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวทางการทูตหลายรายเผยกับเอเอฟพีว่า หลังจากจีนขัดขวางความพยายามของสหรัฐที่จะผลักดันวาระเกี่ยวกับฮ่องกงเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงในสัปดาห์นี้ได้ในตอนแรก แต่สุดท้ายสหรัฐและอังกฤษก็สามารถนำประเด็นนี้เข้าหารืออย่างไม่เป็นทางการในที่ประชุมได้สำเร็จเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ทั้งสี่ประเทศกล่าวว่า การร่างกฎหมายความมั่นคงของจีนขัดแย้งโดยตรงกับพันธสัญญาระหว่างประเทศของจีนที่ให้คำรับประกันเสรีภาพในฮ่องกง &amp;quot;กฎหมายที่เสนอนี้จะบั่นทอนเค้าโครงหนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; คำแถลงกล่าวถึงสถานะพิเศษของฮ่องกงตามข้อตกลงที่จีนรับม็อบฮ่องกงคืนจากอังกฤษเมื่อปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า จีนได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อ 4 ประเทศนี้แล้ว โดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่งว่า จีนเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเหล่านี้เคารพอำนาจอธิปไตยของจีน และหยุดการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกงและจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังตำหนิการดำเนินการของสหรัฐด้วยว่า &amp;quot;ไม่มีเหตุผลอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนจะไม่ยอมให้สหรัฐลักพาตัวคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อจุดประสงค์ของสหรัฐเอง &amp;quot;เราเรียกร้องสหรัฐยุติการชักใยทางการเมืองอย่างไร้เหตุผลนี้ทันที&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า อังกฤษอาจขยายกฎเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหนังสือเดินทางอังกฤษนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสถานะที่อังกฤษมอบให้ชาวฮ่องกงในช่วงส่งมอบเกาะ หากจีนยังเดินหน้าออกกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าวเตือนถึงอังกฤษเช่นกันว่า จีนของสงวนสิทธิที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หลี่ จ้านซู ประธานคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซีซึ่งจะทำหน้าที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวไว้ว่า การดำเนินการของจีนสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนชาวจีนทุกคน ซึ่งรวมถึงชาวฮ่องกงรักชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาจีนเสร็จสิ้นในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษของฮ่องกง ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐถอนสิทธิพิเศษทางการค้าและเศรษฐกิจของฮ่องกงได้&amp;nbsp; ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษของฮ่องกงเพราะจีนไม่เคารพข้อตกลงที่ทำไว้กับอังกฤษ ที่จะอนุญาตให้ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าเขาจะแถลงข่าวเกี่ยวกับจีนในวันศุกร์ โดยคาดว่าจะกล่าวถึงฮ่องกงและประเด็นร้อนแรงอื่นๆ ด้วย เช่นไวรัสโคโรนา, การลอบจารกรรม และการค้า &amp;quot;เราไม่มีความสุขกับจีน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคง, คณะมนตรีความมั่นคง, จีน, ยุเอ็น, สหรัฐ, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed1156254439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
