<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>300ส.ส.เมียนมาร่อนจม.ถึงยูเอ็น ฟ้องกองทัพละเมิดสิทธิมนุษยชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งในเมียนมาราว 300 คน ทำหนังสือถึงยูเอ็นเรียกร้องให้สอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงโดยกองทัพนับแต่วันรัฐประหาร คณะมนตรีสิทธิฯ ชี้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง ขณะชาวเมียนมายังออกมาชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ตำรวจยิงกระสุนยางสลายม็อบที่มะละแหม่งเจ็บไป 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูสามนิ้วและชูภาพของนางอองซาน ซูจี ขณะชุมนุมที่ย่างกุ้งเมื่อวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by Aung Kyaw Htet/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า จดหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้งประมาณ 300 คน ที่ส่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันเดียวกันนี้ โดยจูเลียน เบรธเวต เอกอัครราชทูตอังกฤษ เป็นผู้ถ่ายทอด เรียกร้องให้คณะมนตรีสิทธิสอบสวน &amp;quot;การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง&amp;quot; โดยกองทัพเมียนมานับแต่การรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ อันรวมถึงการจับกุมผู้นำพลเรือนหลายคน และยิงผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายกล่าวด้วยว่า รัฐบาลทหารเมียนมายังได้จัดทำข้อจำกัดเสรีภาพในการพูดของประชาชนโดยการจัดเตรียมกฎหมายโทรคมนาคมฉบับหนึ่ง ด้วยเจตนาเพื่อควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอเรียกร้องให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสนับสนุนความพยายามของเรา&amp;quot; จดหมายของ ส.ส.เมียนมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นกล่าวว่า นับแต่วันยึดอำนาจ มีคนโดนจับกุมในเมียนมาแล้วมากกว่า 350 คน ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่, นักเคลื่อนไหว และพระสงฆ์ ในที่ประชุมวาระพิเศษของคณะมนตรีสิทธิฯ เมื่อวันศุกร์ ผู้สอบสวนด้านสิทธิของยูเอ็นสำหรับเมียนมากล่าวด้วยว่า มีรายงานและหลักฐานภาพถ่ายเพิ่มมากขึ้นว่ากองกำลังความมั่นคงเมียนมาใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วงโดยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทมัส แอนดรูวส์ ผู้จัดทำรายงานพิเศษของยูเอ็น เรียกร้องคณะมนตรีสิทธิฯ พิจารณาใช้มาตรการแซงก์ชันและปิดล้อมด้านอาวุธต่อเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา มีหญิงสาววัย 19 ปีโดนยิงที่ศีรษะระหว่างร่วมการชุมนุมประท้วงที่กรุงเนปยีดอ เธอยังนอนอยู่ในห้องไอซียู แพทย์ระบุว่าเธอโดนกระสุนปืนจริงของตำรวจและคงไม่รอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ภายในเมียนมาเมื่อวันศุกร์ ผู้คนจำนวนมากยังออกมาเดินขบวนในหลายเมืองต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 เพื่อต่อต้านรัฐประหารและเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี และผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครย่างกุ้ง มีแพทย์หลายร้อยคนเดินขบวนประท้วงผ่านเจดีย์ชเวดากอง และยังมีการเดินขบวนในพื้นที่อื่นๆ ของย่างกุ้ง รวมถึงขบวนของแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสโมสรต่างๆ ที่ละวางความเป็นทีมคู่อริกันชั่วคราว พวกเขาชูป้ายต่อต้านกองทัพแบบปนอารมณ์ขัน เช่น &amp;quot;ฉันเกลียดรัฐประหารมากกว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกลออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองท่ามะละแหม่ง กองกำลังความมั่นคงเข้าสลายการนั่งปักหลักประท้วงของนักศึกษามหาวิทยาลัย มีวิดีโอเผยว่าตำรวจลากตัวผู้ชุมนุมออกไปหลายราย รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กาชาดว่า มีคนบาดเจ็บ 3 รายเมื่อตำรวจยิงกระสุนยางขับไล่ผู้ประท้วงที่มีนับหมื่นคน วิดีโอที่เผยแพร่โดยเรดิโอฟรีเอเชียเผยภาพที่ตำรวจเข้าชาร์จผู้ประท้วงหลายคน คนหนึ่งที่โดนจับตัวได้โดนตีที่ศีรษะ แล้วมีภาพที่ผู้ประท้วงปาก้อนหินใส่ตำรวจก่อนที่จะมีเสียงปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่อ มยิน กาชาดเมียนมาที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า คนที่โดนยิง 3 ราย รายหนึ่งเป็นหญิงโดนยิงที่หน้าท้อง, ชายคนหนึ่งโดนที่แก้ม และชายอีกคนโดนยิงที่แขน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากการถ่ายทอดสดเหตุการณ์โดยเรดิโอฟรีเอเชียเผยด้วยว่า ตำรวจจับผู้ประท้วงที่มะละแหม่งไว้หลายคน แต่ภายหลังต้องปล่อยตัวเพราะฝูงชนนับหมื่นมาชุมนุมด้านนอกโรงพักเพื่อกดดันให้ตำรวจปล่อยพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองทวาย ผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนบนท้องถนนและปราศรัยกันอย่างเผ็ดร้อน หลายคนถือธงแดงมีรูปนกยูงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและการต่อสู้ของชาติ ส่วนเมืองมิตจีนา เมืองเอกของรัฐกะฉิ่นทางภาคเหนือ กลุ่มคนหนุ่มเปิดเพลงแร็ปและดวลเต้นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเนปยีดอ ผู้ประท้วงบางคนนำผ้าปูที่นอนมาคลุมตัวแต่งเป็นผี สวมแว่นกันแดด คนหนึ่งชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;ผีไม่ได้น่ากลัวทุกตน แต่ตำรวจพม่าน่าสยองกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92862</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, ประท้วงรัฐประหาร, พม่า, ฟ้องยูเอ็น, ส.ส.เมียนมา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_6026a69a8abcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นแฉชื่อ 112 บริษัทขัดข้อมติทำธุรกิจกับนิคมยิว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเอ็นเปิดเผยรายชื่อบริษัท 112 แห่งที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวพันกับที่ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายของชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครองจากปาเลสไตน์ ในจำนวนนี้รวมถึงแอร์บีเอ็นบี, เอ็กซ์พีเดีย และทริปแอดไวเซอร์ ด้านผู้นำยิวเต้นผาง ขู่บอยคอตมาเจอบอยคอตกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอล มาเอลอาดูมิน ในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ ชานนครเยรูซาเลม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานที่เผยแพร่ที่นครเจนีวาเมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นการเปิดเผยข้อมูลที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ใช้เวลาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนมาเนิ่นนานหลายปี ตามข้อมติปี 2559 ที่เรียกร้องให้จัดทำ &amp;quot;ฐานข้อมูลธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเฉพาะที่โยงกับที่ตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง&amp;quot; รายชื่อซึ่งมาจากการประเมินข้อมูลมากกว่า 300 บริษัทนี้เคยมีกำหนดจะเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ถูกประวิงเวลาเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอ็นเอชอาร์ซีกล่าวว่า การจัดทำรายชื่อบริษัทในฐานข้อมูลนี้ไม่ได้มีความประสงค์เพื่อนำไปสู่กระบวนการทางตุลาการหรือกึ่งตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทที่อยู่ในรายชื่อ 112 นี้รวมถึงบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ เช่น แอร์บีเอ็นบี, อัลสตอม, บุ๊กกิงดอทคอม และโมโตโรลาโซลูชันส์ ในจำนวนนี้ 94 บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในอิสราเอล อีก 18 บริษัททำธุรกิจใน 6 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิสราเอล ซึ่งมักกล่าวหายูเอ็นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งยูเอ็นเอชอาร์ซี ว่ามีอคติต่อต้านอิสราเอล ออกมาตอบโต้รายงานฉบับนี้ทันที โดยนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ขู่ว่าอิสราเอลจะตอบโต้ &amp;quot;ใครก็ตามที่บอยคอตเราก็จะโดนบอยคอตกลับ&amp;quot; คำแถลงจากสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลอ้างคำกล่าวของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวโจมตีรายงานฉบับนี้ว่า เป็นการยอมจำนนอย่างน่าละอายต่อแรงกดดันจากประเทศและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการทำร้ายอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางฝั่งตรงข้าม ริยาด อัลมัลกี รัฐมนตรีต่างประเทศของปาเลสไตน์ กล่าวถึงการเปิดเผยรายชื่อบริษัทเหล่านี้ว่าเป็น &amp;quot;ชัยชนะสำหรับกฎหมายระหว่างประเทศและความพยายามทางการทูต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีชาวยิวมากกว่า 600,000 คนใช้ชีวิตอยู่ในเขตที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออกซึ่งมีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 3 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57135</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิว, นิคมยิว, ยูเอ็น, ยูเอ็นเอชอาร์ซี, อิสราเอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455b7d2b7d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 00:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 00:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นจี้สอบเวเนซุเอลา วิสามัญฯ พลเรือนกว่า 500 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเอ็นระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ว่ากองกำลังความมั่นคงเวเนซุเอลาอาจวิสามัญฆาตกรรมพลเรือนมากกว่า 500 คนระหว่างปี 2558-2560 โดยอ้างปฏิบัติการปราบอาชญากรรม ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็นเรียกร้องเปิดการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่เกี่ยวกับวิกฤติภายในประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561 โดยเป็นผลจากการตรวจสอบเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เมื่อปีที่แล้ว พบว่าการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการที่ทางการเวเนซุเอลาอ้างว่าเป็นการปราบปรามอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเวเนซุเอลา ผลสรุปที่ได้ในรายงานจึงอ้างอิงจากการสังเกตการณ์จากภายนอก และการสัมภาษณ์ผู้ถูกกระทำ, พยาน, กลุ่มประชาสังคม และแหล่งอื่นๆ รายงานยังอ้างอิงจากหลักฐานอื่นด้วย รวมถึงหลักฐานที่รวบรวมโดย ลุยซา ออร์เตกา ดีอาซ อดีตอัยการสูงสุดที่โดนมาดูโรปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และทำให้เธอต้องลี้ภัยในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้เน้นความสำคัญที่การวิสามัญฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการปลดปล่อยประชาชน โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปราบปรามอาชญากรรม อาจอยู่เบื้องหลังการสังหารชีวิตพลเรือนมากกว่า 500 คน ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2558 ถึงมีนาคม 2560 ส่วนใหญ่เกิดในย่านที่อยู่อาศัยของคนยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวีนา ชามดาซานี โฆษกของยูเอ็นเอชอาร์ซี กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่นครเจนีวาว่า เหยื่อการวิสามัญฆาตกรรมเป็นชายหนุ่มที่มีแนวโน้มเข้าข่ายอาชญากรต้องสงสัย และถูกจับกุมแล้วฆ่าโดยไม่มีหมายศาล ปฏิบัติการนี้ตั้งใจแสดงถึงความดุดันของมาดูโรในการปราบอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นเอชอาร์ซี กล่าวว่า ความล้มเหลวในการดำเนินคดีกับกองกำลังความมั่นคงที่ก่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นนี้ บ่งชี้ว่าไม่มีหลักกฎหมายภายในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาร้องขอให้ยูเอ็นเอชอาร์ซีจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับสูงที่สุด มาสอบสวนเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา และชี้ด้วยว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ซึ่งเปิดการไต่สวนเบื้องต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อาจต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11937</URL_LINK>
                <HASHTAG>การวิสามัญฆาตกรรม, คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, จี้สอบ, ยูเอ็น, เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180623/image_big_5b2d2f1122bc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยอคติต่อยิวไม่เลิก สหรัฐถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นแล้วเมื่อวันอังคาร หลังจากร่ำๆ มานาน อ้างเหตุผลชาติสมาชิกหน้าไหว้หลังหลอกและอคติต่อต้านอิสราเอลไม่หยุดหย่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น แถลงโดยมีไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศอยู่ด้านข้าง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำแถลงของนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก ที่เดินทางมาแถลงข่าวด้วยตนเองที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2561 เคียงข้างกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ โดยทั้งคู่ยังคงยืนกรานว่า แม้สหรัฐจะถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศซึ่งเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 12 ปีแห่งนี้ แต่สหรัฐจะยังคงเป็นผู้นำในการปกป้องสิทธิมนุษยชนอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การตัดสินใจของสหรัฐในครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นปรปักษ์ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อองค์การระหว่างประเทศและการทูตแบบพหุภาคีโดยทั่วไป และยังเกิดภายหลังเซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นชาวจอร์แดน กล่าววิจารณ์นโยบายปราบปรามผู้อพยพเข้าเมืองของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ กรณีควบคุมตัวครอบครัวผู้อพยพที่ถูกจับกุมตามแนวชายแดนด้วยการแยกพ่อแม่กับลูกๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เฮลีย์และปอมเปโอปฏิเสธความเกี่ยวข้องนี้ โดยย้ำว่าเป็นการตัดสินใจที่เกิดภายหลังสหรัฐพยายามมาตลอดทั้งปีเพื่อกดดันให้องค์กรแห่งนี้มีความละอายใจจนยอมปฏิรูป และถอดชาติสมาชิกบางชาติที่ก่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปฏิรูปเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทำให้คณะมนตรีแห่งนี้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง&amp;quot; เฮลีย์กล่าว และว่า คณะมนตรีแห่งนี้ปกป้องพวกที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมายาวนานแล้ว และยังเป็นแหล่งรวมปฏิกูลของอคติทางการเมือง น่าเสียใจที่เสียงเรียกร้องของสหรัฐเพื่อให้องค์กรนี้ปฏิรูปไม่ได้รับความใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรจากนครเจนีวาแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2549 เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก แต่หลายครั้งที่คำประกาศและรายงานของคณะมนตรีฯ ขัดต่อสิ่งที่สหรัฐให้ความสำคัญมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่คณะมนตรีฯ จับจ้องพฤติกรรมของอิสราเอลที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง
และในเขตกาซา ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮลีย์ชี้ด้วยว่า สหรัฐเชื่อว่าคณะมนตรีฯ ไม่ได้วิจารณ์ชาติที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้งมากนัก เช่น เวเนซุเอลาและคิวบา ซึ่งเป็นชาติอริของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านปอมเปโอกล่าวโทษชาติสมาชิกหลายชาติว่าสุมหัวกันเพื่อบ่อนทำลายวิธีการคัดเลือกชาติสมาชิกที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และองค์กรนี้ยังอคติต่อต้านอิสราเอลอย่างไม่มีเหตุมีผล นับตั้งแต่ก่อตั้งมา คณะมนตรีฯ แห่งนี้รับรองข้อมติประณามอิสราเอลมากกว่าข้อมติอื่นๆ ที่เหลือรวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของสหรัฐ โดยระบุว่าคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนเป็น &amp;quot;องค์กรอคติ เป็นปรปักษ์ต่อต้านอิสราเอล ที่ทรยศต่อภารกิจปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยุเอ็น แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของสหรัฐ โดยกล่าวว่าองค์กรนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, ถอนตัน, นิกกี เฮลีย์, สหรัฐ, อคติต้านยิว, อิสราเอล, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29e129ec539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>45 ชาติเรียกร้องเขมรจัดเลือกตั้งอย่างเสรี - ปล่อยนักโทษฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;45 ประเทศเรียกร้องกัมพูชาจัดการเลือกตั้งปีนี้อย่างเสรีและยุติธรรม คืนสถานะพรรคฝ่ายค้านและผู้แทนทั้งหมด และปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน รวมถึง &amp;quot;แกม สุขะ&amp;quot; แต่โฆษกรัฐบาลเมิน ยันกัมพูชามีกฎหมายของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นายกฯ ฮุน เซน ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชาเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งครองอำนาจมานาน 33 ปี แทบปราศจากคู่แข่ง เนื่องจากศาลสูงสุดของกัมพูชามีคำสั่งเมื่อปีที่แล้ว ให้ยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านหลักเพียงพรรคเดียวของประเทศ และเพิกถอนตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาของพรรคนี้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม 2561 นิวซีแลนด์เป็นตัวแทนของกลุ่ม 45 ประเทศอ่านแถลงการณ์ในที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวา แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในกัมพูชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า กลุ่ม 45 ประเทศซึ่งรวมถึงสหรัฐ, เยอรมนี, ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร กล่าวในแถลงการณ์ฉบับนี้ว่า การมองในแง่ดีก่อนหน้านี้ &amp;quot;ถูกแทนที่โดยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับความถดถอยด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในกัมพูชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาคืนสภาพของพรรคซีเอ็นอาร์พี และคืนตำแหน่งสมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดแก่สมาชิกของพรรคนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การเลือกตั้งปี 2561 จะเสรี, ยุติธรรม และน่าเชื่อถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า กลุ่ม 45 ประเทศมีความห่วงกังวลเกี่ยวกับสภาพการณ์ของแกม สุขะ โดยเฉพาะ ผู้นำฝ่ายค้านรายนี้กำลังถูกคุมขังภายหลังการจับกุมตามอำเภอใจ มีรายงานว่าเขาถูกโดดเดี่ยวโดยไม่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเพียงพอ ถูกเฝ้าสังเกตอย่างรุกล้ำ และเผชิญกับสภาพอื่นๆ เช่นเปิดไฟสว่างตลอดเวลา &amp;quot;เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคนทันที รวมถึงแกม สุขะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำพรรคฝ่ายค้านรายนี้โดนจับกุมเมื่อเดือนกันยายน และถูกตั้งข้อหากบฏ โดยรัฐบาลฮุน เซน กล่าวหาเขาว่าสมคบคิดกับพวกอเมริกันวางแผนโค่นล้มรัฐบาล ตัวเขาและสถานทูตสหรัฐประจำกรุงพนมเปญปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด แกม สุขะอาจถูกลงโทษจำคุก 30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45 ประเทศยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปราบปรามของรัฐบาลกัมพูชาที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งลุกลามถึงการปราบปรามสื่ออิสระและองค์กรเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวกับรอยเตอร์ว่า กัมพูชาจะไม่ปฏิบัติตามความต้องการของรัฐบาลต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติโดยเท่าๆ กัน&amp;quot; เขากล่าว และว่า การเรียกร้องของ 45 ชาติถือเป็นการละเมิดสิทธิอธิปไตยของกัมพูชา และกัมพูชาจะจัดการเลือกตั้งตามที่คนกัมพูชาต้องการ ตามกฎหมายของกัมพูชา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5593</URL_LINK>
                <HASHTAG>45 ชาติ, กัมพูชา, คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน, ฮุน เซน, เขมร, เลือกตั้งกัมพูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab39b5421796.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
