<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉะ!คสช.ปูนบำเหน็จ2ขั้นลูกน้องคณะรัฐประหาร ข้าราชการทั่วประเทศ-ประชาชนผู้เสียภาษีจะคิดอย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11มิ.ย.61-นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติหลักการโควตาบำเหน็จประจำปี(2ขั้น)นอกเหนือโควตาปกติ ให้กับเจ้าหน้าที่คสช.จำนวน 600 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 19,987 คน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละมีผลงานเด่นชัด ว่า คสช.มีอำนาจตาม ม.44 จะให้ขึ้นกี่ขั้นหรือตั้งเงินเดือนเท่าไรก็ได้ สิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศไม่รู้ด็คือว่าคสช.ตั้งเงินเดือนให้กับตนเองทุกคน ตำแหน่งละประมาณ 150,000 บาท ได้ทุกเดือนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จนถึงวันนี้และจนกว่าคสช.จะหมดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากได้เงินเดือนจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและยังมีเงินเดือนจากตำแหน่งหัวหน้าคสช.ด้วย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ หรือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ล้วนได้เงินเดือนจากคสช.และรองนายกรัฐมนตรี อีกหนึ่งตำแหน่ง ไม่นับเงินตอบแทนในตำแหน่งต่างๆอีกมากมาย เท่าที่ทราบคสช.เป็นคณะรัฐประหารชุดแรกที่ตั้งเงินเดือนตอบแทนให้กับคณะของตนเอง ทุกคน นอกเหนือจากที่ได้รับจากทางราชการหรือตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปูนบำเหน็จสองขั้นให้ขึ้นเงินเดือนให้กับลูกน้องที่อดหลับอดนอนเพื่อสืบทอดอำนาจของตนเองก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ไม่ควรเอาเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศไปตอบแทน เพราะมิใช่การทำหน้าที่ราชการเสียสละเพื่อประเทศชาติ แต่เสียสละเพื่อคณะคสช. คสช.ควรเอาเงินสปอนเซ่อร์ของคสช.มาจ่าย มิใช่นำมาจากเงินงบประมาณแผ่นดินจากต้นสังกัดหรือจากงบกลางที่มีไว้เพื่อเป็นงบฉุกเฉินกรณีเกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศ&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตส.ส.พรรคปชป. กล่าวต่อว่า ข้าราชการจำนวน 600 คนที่คสช.ให้2ขั้น ก็ไม่ได้ให้ทุกคน จริงๆแล้วเก็บขั้นไว้ให้ตำรวจตระเวณชายแดนหรือข้าราชการที่เสี่ยงชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า แต่ที่คสช.ปูนบำเหน็จก็เพื่อสร้างขวัญให้กับลูกน้องของคณะรัฐประหารเท่านั้นเอง แล้วเพื่อนข้าราชการเป็นล้านคนทั่วประเทศและประชาชนผู้เสียภาษีจะคิดอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกวันนี้อาหารแพง ของแพงน้ำมันแพง แก๊สแพง ค่าไฟจะแพงขึ้นอีก ยังมาขึ้นเงินเดือนให้กับลูกน้องใกล้ชิดคสช.อีก ทำไมไม่คิดลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนบ้าง&amp;quot;นายวัชระ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11129</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, นายวัชระ เพชรทอง, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ปูนบำเหน็จ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02d6c34b46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;กระตุกสังคมต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงวาระครบรอบ 4 ปีของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ว่าเป็นเรื่องปกติที่ภาคส่วนต่างๆ ออกมาประเมินผลงานของ คสช. และรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งนั้นถือเป็นประเด็นที่มีการประเมินเป็นพิเศษ เพราะสังคมคาดหวังการปฏิรูปสูง ซึ่งเป็นผลพวงจากคลื่นมวลมหาประชาชน ซึ่งก็มีความเห็นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่ คสช. ก็ควรน้อมรับคำวิจารณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญ คสช.ควรประมวลผลงานที่เป็นรูปธรรมแถลงหรือรายงานต่อประชาชนว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ คสช. ได้ปฏิรูปไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ โดยเอาข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมมาพูดกันมากกว่าจะใช้โวหารวาทกรรมตอบโต้กันไปมา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสยอมรับว่าบางเรื่อง คสช.ได้ริเริ่มและวางแนวทางใหม่ๆไว้บ้าง ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผลบางเรื่องก็อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ คสช. ยังไม่ดำเนินการ ถ้าชี้แจงตรงไปตรงมาถึงความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรคเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศจะไม่เป็นแค่เกมการเมืองที่ต่างคนต่างพูดเพื่อทำให้ตัวเองดูดีเท่านั้น ซึ่งการปฏิรูปประเทศแม้มีความจำเป็นต้องคาดหวังกับทุกรัฐบาล แต่บทเรียนที่ผ่านมาเราต้องไม่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ภาคส่วนต่างๆ ต้องร่วมกันแสดงพลังขับเคลื่อนเสนอแนะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปเป็นเรื่องที่ต้องทำกันไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวในรัฐบาลเดียวแล้วจบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคการเมืองก็เช่นกันต้องจริงจังกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ถ้าวาระเรื่องปฏิรูปประเทศไม่มีความชัดเจนหรือเป็นแค่เกมชิงอำนาจ การเมืองก็อาจจะวนกลับสู่ความล้มเหลวอีกครั้ง
ทุกฝ่ายต้องเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องได้รับการผ่าตัดหรือปฏิรูปในระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง บางคนอาจมองว่าการปฏิรูปประเทศอาจจะเสียของในรัฐบาลหนึ่งหรือล้มเหลวในยุคสมัยหนึ่ง แต่ต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย หรือทำให้ประชาชนสิ้นหวังเพราะไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีอนาคต&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9577</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปี, คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ, คสช., มหาวิทยาลัยรังสิต, รัฐบาล, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
