<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เลื่อนครม.สัญจรกระบี่ เปิดทางประชุมร่วมสภาฯ ส.ส.ห้ามขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า&amp;nbsp;ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;รับทราบการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่&amp;nbsp;(ครม.สัญจร)&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;8-9&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล รองรับการเปิดประเทศ&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;มีรายงานว่า&amp;nbsp;การประชุม&amp;nbsp;ครม.สัญจรดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป&amp;nbsp;โดยอาจจะจัดประชุมระหว่างวันที่&amp;nbsp;15-16&amp;nbsp;พ.ย.หรือ&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ พิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงวันที่&amp;nbsp;8-9&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;มีกำหนดการประชุมร่วมรัฐสภา&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการพิจารณาร่างกฏหมายสำคัญ&amp;nbsp;คือการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;ที่ค้างมาจากการประชุมสมัยที่ผ่านมา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ร่างพ.ร.บ.&amp;nbsp;การศึกษาแห่งชาติ&amp;nbsp;และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;ให้ความสำคัญ&amp;nbsp;โดยกำชับในที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ต.ค.ด้วยว่า&amp;nbsp;ให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคกำชับส.ส.&amp;nbsp;อย่าขาดประชุมโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ให้ช่วยกันเข้าประชุมทุกครั้งที่มีกฎหมายสำคัญเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120326</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม.สัญจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ec964bc19b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.พร้อมดูแลความปลอดภัย-จราจรช่วงหยุดยาว21-24ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ufa888goal เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงการเลื่อนวันหยุดราชการประจำปี 2564 และการประกาศวันหยุดประจำภูมิภาค (ภาคกลาง) โดยได้กำหนดให้วันที่ 22-24 ต.ค.2564 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมพร้อมกันทั่วประเทศ สำหรับในส่วนของภาคกลางได้มีการประกาศเพิ่มวันหยุดประจำภูมิภาคเพิ่มอีก 1 วัน คือ วันที่ 21 ต.ค. 64 ซึ่งเป็นวันออกพรรษาประจำปี 2564 ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่อง คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัด เพื่อกลับภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp;


fifa356&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.หญิง ศิริกุลกล่าวต่อว่า สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญ และห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงสั่งการไปยังทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมในการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงวันหยุดราชการติดต่อกัน และให้จัดสายตรวจในการดูแลความปลอดภัยบ้านที่อยู่อาศัยและ&amp;nbsp;


bnk789 สถานประกอบการต่าง ๆ ที่ปิดทำการ เพื่อป้องกันอาชญากรรม รวมถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการปฏิบัติงานตามสถานที่ต่างๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ พี่น้องประชาชน เพื่อปฏิบัติตนตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 35) รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยานพาหนะที่ใช้สำหรับเดินทาง การตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากในบางพื้นที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจร รวมถึงการดูแลสุขภาพของผู้ที่จะเดินทาง โดยเฉพาะคนขับควรมีการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ หรือโดยสาร ตลอดการเดินทาง อีกทั้งเน้นย้ำในการปฏิบัติตนตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด รวมทั้งเหตุ บุคคลและวัตถุต้องสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือทางหมายเลขสายด่วน 191 สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามเส้นทางการจราจรสามารถสอบถามมายังสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120286</URL_LINK>
                <HASHTAG>22-24 ต.ค., คณะรัฐมนตรี, ครม., พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9aee02f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน 26-28 ต.ค. ครม.เห็นชอบลงนามเอกสาร 22 ฉบับ ขับเคลื่อนความร่วมมือทุกมิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างเอกสารจำนวน 22 ฉบับ ที่จะรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 38 และครั้งที่ 39 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 26 &amp;ndash; 28 ตุลาคม 2564 ที่ประเทศบูรไน ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือทุกด้าน เช่น การรับมือภัยพิบัติ การดูแลเยาวชน สุขภาพ &amp;nbsp;โควิด-19 วัคซีน ความมั่นคง เศรษฐกิจ และความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาคและกับประเทศทวิภาคี อาทิ &amp;nbsp;ASEAN-จีน ASEAN-สหรัฐ ASEAN-อินเดีย ASEAN-รัสเซีย ASEAN-เกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯกล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับเอกสารทั้ง 22 ฉบับที่ ครม.เห็นชอบในวันนี้ เป็นของ 5 หน่วยงาน คือ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวัฒนธรรม ประกอบด้วย 1.ร่างเอกสารที่แสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ รวม 17 ฉบับ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1)ร่างปฏิญญาบันดาร์เสรีเบกาวันว่าด้วยข้อริเริ่มเชิงยุทธศาสตร์และองค์รวมเพื่อเชื่อมโยงการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติของอาเซียน (อาเซียน &amp;nbsp;ชิลด์) (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)ร่างปฏิญญาบันดาร์เสรีเบกาวันว่าด้วยความสำคัญของครอบครัวเพื่อการพัฒนาชุมชนและการสร้างชาติ (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3)ร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการธำรงระบบพหุภาคีนิยม (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4)ร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยเศรษฐกิจภาคทะเล (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5)ร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการปรับสูตรและการผลิตอาหารและเครื่องดื่มทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ (กระทรวงสาธารณสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(6)ร่างปฏิญญาว่าด้วยการขจัดการระรานเด็กในอาเซียน (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(7)ร่างแถลงการณ์อาเซียน - รัสเซีย ว่าด้วยการสร้างภูมิภาคที่เป็นปึกแผ่น มั่นคง และยั่งยืน (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(8)ร่างแถลงการณ์อาเซียน - รัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือในด้านการรับมือและต่อต้านปัญหายาเสพติดโลก (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(9)ร่างแถลงการณ์ผู้นำการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกว่าด้วยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการฟื้นฟูการท่องเที่ยว (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(10)ร่างแถลงการณ์ผู้นำการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขภาพจิต (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(11)ร่างแถลงการณ์ผู้นำอาเซียน - สหรัฐฯ ว่าด้วยการพัฒนาด้านดิจิทัล (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(12)ร่างแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนบวกสาม ว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขภาพจิตในวัยรุ่นและเด็ก (กระทรวงสาธารณสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(13)ร่างแถลงการณ์ผู้นำการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกว่าด้วยการฟื้นฟูที่ยั่งยืนและสีเขียว (กระทรวงสาธารณสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(14)ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน &amp;ndash; อินเดีย ว่าด้วยความร่วมมือต่อมุมมองอาเซียนต่ออินโด &amp;ndash; แปซิฟิก (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(15)ร่างแกลงการณ์ร่วมอาเซียน - จีน ว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุนกรอบการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(16)ร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียน - จีน ครั้งที่ 24 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน - จีน (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(17)ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 22 ว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมืออาเซียน - สาธารณรัฐภาหลีให้ก้าวไกล (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ร่างเอกสารกำหนดแนวทางเชิงนโยบายของอาเซียนในการดำเนินความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง รวม 4 ฉบับ ดังนี้ (1)ร่างแผนปฏิบัติการฉบับครอบคลุมเพื่อดำเนินความร่วมมือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน-รัสเซีย (ค.ศ.2021-2025) (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)ร่างกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจใส่ใจที่ครอบคลุมของอาเซียน (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3)ร่างแผนยุทธศาสตร์อาเซียนในประเด็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (กระทรวงพาณิชย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4)ร่างกรอบนโยบายยุทธศาสตร์อาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมการปรับตัวของประชาคมอาเซียนสำหรับความเข้าใจ การยอมรับ และการรับรู้เกี่ยวกับวาระระดับภูมิภาคที่มากขึ้นในหมู่ประชาชนอาเซียน (กระทรวงวัฒนธรรม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ&amp;nbsp;3.ร่างเอกสารกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่คณะทำงานระดับสูงว่าด้วยการจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี ค.ศ.2025 จำนวน 1 ฉบับ (กระทรวงการต่างประเทศ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120220</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ทำเนียบรัฐบาล, ประชุมสุดยอดอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ea8432a069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ทุบโต๊ะปีนี้ไม่ยุบสภาแน่เพราะต้องเป็นเจ้าภาพเอเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เป็นอีกครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อารมณ์ดีอย่างมาก โดยในช่วงต้นของการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้พูดถึงการกระแสข่าวยุบสภาและเลือกตั้งว่า &amp;ldquo;ก็อย่าเพิ่งไปวุ่นวายมาก รัฐบาลจะทำงานช่วยเรื่องน้ำท่วมและโควิด-19 ก่อน ผมยืนยันว่าไม่มีแนวคิดเหมือนที่สื่อเล่นกัน 5 ปีที่ผมพูดหมายถึงจากผลงานที่ทำมาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งเรื่องอีอีซีที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวางโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าผมจะอยู่ยาวอีก 5 ปี เดี๋ยวเอาไปตีความกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุม นายกฯ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก โดยจะรับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพจากนิวซีแลนด์ในวันที่ 12 พ.ย.64 ว่า สำหรับการประชุมเอเปก จะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งในรอบ 20 ปีจะวนมาถึงไทยครั้งหนึ่ง จึงอยากให้ทุกคนช่วยการสร้างความรับรู้ และอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ อยากให้โฟกัสเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตอนนี้รัฐบาลเราต้องช่วยกัน พ้อยท์สำคัญตอนนี้คือเรื่องเอเปก ทำงานให้เต็มที่ ไม่ได้รีบไปเลือกตั้ง ที่ผ่านมาก็ทำงานดีแล้ว ตอนนี้เร่งสร้างผลงานให้ดีๆ ก่อน ต่อจากนั้นใครจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในที่ประชุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ยังได้รายงานเรื่องสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรว่า ขณะนี้ราคายางพารา ผลไม้ ปาล์ม ราคาดีทุกอย่าง โดยเฉพาะราคายางพาราที่สูงกว่าราคาประกัน ยกเว้นราคาข้าวที่ราคาตกลง เพราะปริมาณความต้องการของตลาดน้อยลง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงาน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นผลงานในภาพรวม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119587</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ทำเนียบรัฐบาล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128853def73c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งเตรียมพร้อมรับมือพายุลูกใหม่ กำชับ ครม.ช่วยลงพื้นที่กทม.และปริมณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยังใช้เวลาระหว่างพักเบรกในการเดินทักทายรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เหมือนเช่นเคย พร้อมกันนี้ระหว่างประชุมยังมีการแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่เพิ่งปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. และเข้าร่วมประชุม ครม.นัดแรก ประกอบด้วย นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงนายธีระพงษ์​ วงศ์ศิวะวิลาส ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กำชับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ให้ช่วยกันลงพื้นที่ทั้งต่างจังหวัด กทม.และปริมณฑล ซึ่งในส่วนของ กทม.และปริมณฑลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอร้องรองนายกฯให้ช่วยไปแทน ส่วนจังหวัดที่ไกลออกไป ตนเองจะลงพื้นที่เอง เนื่องจากเดินทางได้สะดวกกว่าคนอื่นๆ อย่างเช่น ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ตนจะไป จ.นครศรีธรรมราช ส่วนวันที่ 8 ต.ค.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไป จ.สระแก้ว ไม่ได้ชนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัย โดยได้กำชับทุกหน่วยงานขอให้ช่วยกันเร่งระบายน้ำท่วมที่เป็นปัญหาอยู่ในหลายจังหวัดขณะนี้ รวมถึงให้เตรียมรับมือพายุลูกใหม่ที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งขอร้องว่าให้ดูเรื่องน้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วม ขอให้ช่วยชาวบ้าน ทั้งนี้ ระหว่างสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปขอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ช่วยลงพื้นที่ด้วย โดยนายวิษณุชี้แจงว่าได้มีการลงพื้นที่ จ.อ่างทองแล้วในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118862</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, น้ำท่วม, ฝนตก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c3db6760f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบโครงการส่งเสริมและรักษาระดับจ้างงานในธุรกิจเอสเอ็มอี จำนวนกว่า 5 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบหลักการโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงาน ตลอดจนสร้างความแข็งแรงให้แก่ธุรกิจ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานประสานกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแนวการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับผู้ประกอบการในส่วนของรายได้จากเงินอุดหนุนดังกล่าว พร้อมให้กระทรวงแรงงานจัดทำรายละเอียดข้อเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ พิจารณา ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้&amp;nbsp;1.คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องเป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มีการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยไม่เกิน 200 คน โดยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในเดือนตุลาคม 2564 และรับเงินอุดหนุนในเดือนที่ 1 - 3 (ตั้งแต่พฤศจิกายน 2564 ถึงมกราคม 2565)&amp;nbsp;2.​เงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรัฐจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมและรักษาการจ้างงานให้แก่นายจ้าง ให้กับลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวนไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน,&amp;nbsp;เงินอุดหนุนคำนวณตามยอดการจ้างจริงทุกเดือน โดยพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม,&amp;nbsp;นายจ้างจะต้องรักษาการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในระหว่างร่วมโครงการ โดย (หากต่ำกว่าร้อยละ 95 จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนในเดือนนั้น) ในกรณีนายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มตามจำนวนการจ้างงานจริง ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย ณ วันเริ่มโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการนี้คาดว่าจะรักษาระดับการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยในธุรกิจ SMEs ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 ราย ที่มีสถานประกอบการจํานวน 480,122แห่งและจะสามารถรักษาการจ้างงานลูกจ้างได้จำนวน 5,040,176 คน&amp;rdquo; นาย ธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กระทรวงแรงงาน, คณะรัฐมนตรี, จ้างงาน, ศบศ., เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c106148a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติ ททท.ก่อหนี้ผูกพันโครงการ &#039;มิชลิน ไกด์&#039; ปี 65-69 วงเงิน 135 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก่อหนี้ผูกพันในการสนับสนุนการจัดโครงการ The Michelin Guide Thailand ประจำปี 2565-2569 วงเงิน 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 135.3 ล้านบาท&amp;nbsp;โดยแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละ 820,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 27.06 ล้านบาทให้แก่บริษัท Michelin Travel Partner France ซึ่งเป็นผู้ผลิตคู่มือแนะนำร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกในนาม Michelin Guide&amp;nbsp;โดยงบประมาณที่ใช้ในปี 2565&amp;nbsp;จะจัดสรรงบประมาณของททท. และในปีที่ 2-5 ททท.จะตั้งคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อไป

สำหรับพื้นที่ดำเนินการตามโครงการฯประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา พระนครศรีอยุธยา และจะสำรวจเพิ่มอีกอย่างน้อย&amp;nbsp; 3 จังหวัด โดยเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างน้อย 1 จังหวัด สำหรับกระบวนการดำเนินโครงการนั้น จะเริ่มจากการคัดเลือกและรวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่อยู่ในระดับมาตรฐานของมิชลิน มีขั้นตอนตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจร้านอาหาร การตรวจสอบคุณภาพและรสชาติอาหารโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ของมิชลิน โดยมิชลินเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกทีมงาน และแต่งตั้งคณะผู้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการคัดเลือกร้านอาหารและจัดอันดับร้านอาหารอย่างยุติธรรมตามระเบียบวิธีการของมิชลิน จากนั้นจะมีการพิมพ์หนังสือ The Michelin Guide Thailand ทุกปี เพื่อแนะนำร้านอาหารที่ผ่านกระบวนการประเมินผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวสร้างการรับรู้การจัดทำโครงการ The Michelin Guide Thailand ประจำปี 2565-2569 รวมถึงจัดงานมอบรางวัลให้แก่ร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากมิชลิน พร้อมดำเนินการตรวจสอบคุณภาพร้านอาหารในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ยังมอบสิทธิรางวัล Michelin Thailand Service Award By TAT ให้แก่ททท. ซึ่งเป็นรางวัลใหม่ ที่เพิ่มขึ้นจากสิทธิประโยชน์เดิม โดยเป็นรางวัลสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รายงานว่า&amp;nbsp;โครงการ The Michelin Guide Thailand ประจำปี 2560-2563 ที่ผ่านมา ได้ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมผ่านวัฒนธรรมอาหารที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงร้านอาหารริมทาง (Street Food) ช่วยให้ร้านอาหารของไทยมีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพเพื่อรักษามาตรฐาน ส่งเสริมภาพลักษณ์ของเชฟไทยสู่เวทีระดับสากล&amp;nbsp;ดึงดูดเชฟชั้นนำต่างประเทศให้มาทำงานในประเทศไทย และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเปิดร้านอาหารระดับ High-End มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118836</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อหนี้ผูกพัน, คณะรัฐมนตรี, ททท., มิชลินไกด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c13bf6de01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
