<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ชงบำเหน็จ2ขั้น ‘ครม.สัญจร’เตรียมอนุมัติสมนาคุณจนท.600นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชุม ครม.สัญจรนครสวรรค์ ชงครม.ขอบำเหน็จ 2 ขั้นนอกเหนือโควตาปกติ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใน คสช.ประจำปีงบประมาณได้อัตราร้อยละ 3 ของจำนวนเจ้าหน้าที่ช่วยงานทั้งหมด &amp;nbsp; เพื่อไทยเชื่อบิ๊กตู่ยกเลิกแช่แข็งนักการเมืองท้องถิ่น &amp;nbsp;แลกสนับสนุนพรรคฝ่าย คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 12 มิ.ย.นี้ มีรายงานว่าสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (สลธ.คสช.) &amp;nbsp;เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการโควตาบำเหน็จประจำปี (2 ขั้น) นอกเหนือโควตาปกติ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใน คสช.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 (1 ต.ค.60-30 ก.ย.61) ในอัตราร้อยละ 3 ของจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติงานใน คสช. จำนวน 19,987 นาย คือจำนวน 600 นาย โดยให้ใช้งบรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการต้นสังกัดในโอกาสแรกก่อน และหากไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้เบิกจ่ายจากงบกลาง ในลักษณะเดียวกับการเบิกจ่ายงบประมาณให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้มีผลการปฏิบัติงานด้านยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวหน้า คสช.ได้เห็นชอบแล้ว ทั้งนี้ สลธ.คสช.เห็นว่าเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ และมีผลการปฏิบัติงานเด่นชัด&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า สำหรับภารกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่จะเดินทางไปสหภาพยุโรป เยือนประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 19-26 มิ.ย. ในการนี้จึงได้แจ้งเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกไป จากวันที่ 26 มิ.ย. เป็นวันที่ 27 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในช่วงวันอังคารที่ 12 มิ.ย. ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่เกิดขึ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจจุดสถานีรถไฟชุมแสง ไปสถานีรถไฟนครสวรรค์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนครสวรรค์ และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2561 ระหว่างวันที่ 11- 12 มิถุนายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คณะของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังเดินทางโดยรถไฟขบวนพิเศษ จากสถานีรถไฟชุมแสง ไปยังสถานีรถไฟนครสวรรค์ ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองนครสวรรค์ ตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ (ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการเดินทางและการขนส่งของประชาชน รวมทั้งตรวจสภาพการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ที่ประสบปัญหาด้านการบุกรุกพื้นที่ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 11 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปยังสถานีรถไฟชุมแสง ก่อนตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ (ลพบุรี-ปากน้ำโพ) จากนั้นจะ พบปะประชาชนที่หอประชุมบึงบอระเพ็ด ช่วงเย็น เยี่ยมชมตลาดประชารัฐ บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 12 มิถุนายน ตั้งแต่เช้า จะมีการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เวลา 14.00 น. มีกำหนดเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ในชุมชนบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ และปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมแปลงนาผลิตพันธุ์ข้าว บริษัท กล้าแกร่ง อำเภอเก้าเลี้ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดจุดรับเรื่องร้องเรียนระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ จ.พิจิตร และนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.นี้ ว่าได้รับการประสานแจ้งว่าจะมีกลุ่มเกษตรกรจากกองทุนฟื้นฟูช่วยเหลือเกษตรกรฯ เดินทางมายื่นข้อร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องหนี้สินและคัดค้านเรื่องโรงไฟฟ้าขยะ และการทำเหมืองแร่ เป็นต้น
พท.เชื่อมีแผนแลกเปลี่ยนเลิกแช่แข็ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีรัฐบาลมีการออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีทยอยคืนตำแหน่งให้กับนักการเมืองท้องถิ่น ที่ถูกตั้งข้อสังเกตทางการเมืองว่า เป็นเรื่องการเตรียมซื้อใจนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อให้สนับสนุนรัฐบาลในช่วงก่อนการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยินดีกับนายก อบจ.ที่ถูกปล่อยตัวหลังถูกจับไปถ่วงน้ำเป็นปีๆ น่าสงสารที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ถูกพักงานให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล สอบสวนแล้วไม่มีความผิดแต่อย่างใด ดังนั้น ถ้ามองในมุมกลับ คนที่ออกคำสั่งพักงานน่าจะมีความผิดเสียเองมากกว่าที่ทำให้เกิดการเสียหายหลายประการ โดยเฉพาะการที่นายก อบจ.ไม่ได้บริหาร อบจ. ตามอำนาจหน้าที่ ทั้งเสียเวลา ทั้งเสียชื่อเสียง น่าจะมีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ออกคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับผู้ที่จะถูกปล่อยตัวในล็อตสอง บางคนทราบแล้วว่าอยู่ล็อตไหนที่จะได้รับการปล่อยตัว นับเป็นตัวอย่างของการใช้อำนาจตาม ม.44 ที่มีข้อผิดพลาด เกิดความเสียหายอย่างมากมายตามมา ยกเว้นอาจจะมองว่า จับมาถ่วงน้ำแล้วปล่อยตัวใกล้ๆ จะเลือกตั้ง โดยมีเงื่อนไขสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายตน ประเด็นนี้กำลังรอการพิสูจน์ในอนาคตอันใกล้&amp;quot; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า ได้รับการสอบถามแทบทุกวัน ก็คือ อดีต ส.ส.คนนั้นคนนี้ถูกพลังดูดแล้วหรือไม่ ยิ่งใกล้เวลาจะมีประชุม ครม.สัญจร ผู้สื่อข่าวยิ่งหาข่าวอุตลุด ก็ได้แต่บอกว่าเป็นเรื่องของจิตใจ ว่าเขานึกถึงอะไร ถ้านึกถึงประชาชนที่เลือกเขามา เขาก็อยู่ ถ้านึกถึงเงินก้อนโตหรือประโยชน์อย่างอื่น เขาก็ไป ใครจะไป ก็ขออวยพรให้โชคดี แต่สงสารประเทศไทย สงสารประชาชนหากจะเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่จริงก็ให้ปฏิเสธมา
นักวิชาการสวดงบกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณปี พ.ศ.2562 และข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูประบบงบประมาณว่า เป็นการจัดทำงบประมาณที่มีขนาดรายจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นงบประมาณรายจ่ายสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท สะท้อนบทบาทของภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้นทางเศรษฐกิจ มีการทำขาดดุลงบประมาณสูงถึง 4.5 แสนล้านบาท ควรลดการขาดดุลลง เนื่องจากมีความจำเป็นน้อยลงในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีความจำเป็นในการลดความเสี่ยงของวิกฤติฐานะการคลังในอนาคต ต้องมีการบริหารการชำระหนี้สาธารณะให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของการชำระหนี้ในอนาคต จนกระทบสภาพคล่องในอนาคต รายจ่ายประจำยังคงเพิ่มขึ้น 4.7% ขณะที่รายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มเพียง 1% สะท้อนยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณแต่อย่างใด เพราะรายจ่ายเพื่อการลงทุนยังคงมีสัดส่วนเพียงแค่ 22% ซึ่งควรปรับโครงสร้างให้เพิ่มเป็น 30% ของงบประมาณรายจ่าย และต้องทำควบคู่กับการปฏิรูประบบราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;รัฐบาลและ สนช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องไปแยกแยะให้ได้ว่าโครงการต่างๆ ที่ปรากฏในงบประมาณโครงการไหนมีความสำคัญ มีความจำเป็นต่อประเทศชาติและประชาชน โครงการไหนเกิดขึ้นตามแรงขับเคลื่อนของกลุ่มผลประโยชน์ทั้งนอกและในระบบราชการ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั้งหลายต้องประเมินให้ได้ว่าค่าใช้จ่ายเกินจริงเกินจำเป็นหรือไม่ เพราะมีหลายโครงการในอดีตประสบภาวะขาดทุนและเป็นภาระทางการคลังมาจนถึงทุกวันนี้&amp;quot; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวต่อว่า อาจลดการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเติม หากการจัดทำงบประมาณคำนึงถึงผลลัพธ์ คือหน่วยงานที่ใช้จ่ายเงินต้องรายงานผลลัพธ์ของการทำงานของหน่วยงาน และการประเมินสัมฤทธิผล โดยมีตัวชี้วัด เช่น ผลลัพธ์ของเงินงบประมาณ 100 ล้านบาทที่จ่ายออกไปที่สามารถวัดได้ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ มีขนาดของงบกลางที่มากขึ้นอย่างชัดเจนสูงถึง 4.68 แสนล้านบาท และงบกลางมักไม่มีรายละเอียดรายการการใช้จ่าย ทำให้เงินสาธารณะอาจใช้จ่ายอย่างไม่มีประสิทธิภาพ รั่วไหลได้ง่าย หรือใช้ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์หรือเป้าหมายได้ หากมีการใช้จ่ายงบก้อนนี้ ควรชี้แจงรายละเอียดต่อประชาชน และควรผ่านการพิจารณาโดยรัฐสภาหลังการเลือกตั้งด้วย การจัดทำงบประมาณที่ขาดการมีส่วนร่วมของผู้แทนประชาชนและประชาชน เนื่องจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. ทำให้ระบบการคานอำนาจและการตรวจสอบงบประมาณไม่เกิดขึ้น บทบาทในการกลั่นกรองและทักท้วงรัฐบาลในการจัดทำงบประมาณจึงขาดหายไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลและ สนช.ต้องชี้แจงต่อสาธารณชนด้วยว่างบประมาณกลาโหม งบความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น 20-21% นั้น มีความจำเป็นอย่างไร ทั้งที่ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงลดลงและไม่มีสัญญาณใดๆ ที่จะเกิดสงครามในภูมิภาคนี้ กองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณตลอดระยะเวลาสี่ปีของรัฐบาล คสช. ประมาณ 9 แสนล้านบาท ขณะที่ สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจในระดับสูงติดอันดับโลก แรงงานระดับล่างและเกษตรกรรายย่อยมีความยากลำบากทางเศรษฐกิจ มีสัดส่วนของหนี้สินต่อรายได้สูงมาก จึงควรจัดทำงบประมาณมุ่งเป้าหมายไปกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อยและคนยากจนเพิ่มขึ้น ขณะที่การจัดซื้ออาวุธจากต่างประเทศไม่ก่อให้เกิดผลผลิตใดๆ ในระบบเศรษฐกิจ และไม่ก่อให้เกิดสวัสดิการใดๆ ต่อประชาชน เพราะขณะที่งบประมาณทางด้านการศึกษา แม้นได้รับการจัดสรรสูงสุด แต่ได้รับงบประมาณลดลง 20,000 ล้านบาท ทั้งที่ประเทศมีความจำเป็นต้องลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์สูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ข้อเท็จจริงของประเทศก็คือ เด็กกว่า 40% ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เด็กไทย 1 ใน 5 ของเด็กก่อนวัยเรียน มีพัฒนาการต่ำกว่าวัย 2/3 ของครอบครัวไทยไม่สามารถมีเงินส่งลูกเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ มีความไม่เสมอภาคทางการศึกษาระหว่างเมืองใหญ่กับชนบทสูงมาก ทรัพยากรมนุษย์ที่อ่อนแอย่อมไม่สามารถแบกรับภาระที่มากขึ้นของโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้ดีนัก การปฏิรูปการศึกษาที่ล้มเหลวในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10-11% ของจีดีพี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ในงบประมาณก็เป็นยุทธศาสตร์ที่คิดแบบราชการ ไม่ได้ผนวกเอาวิสัยทัศน์ระยะยาวเข้าไปด้วย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ระดับปานกลาง แต่ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นยุทธศาสตร์พื้นฐานเหมือนเช่นยุทธศาสตร์งบประมาณทุกปี ไม่มีอะไรใหม่ อาจไม่สามารถตอบสนองต่อพลวัตของเทคโนโลยีใหม่ที่พลิกผันระบบเศรษฐกิจ ระบบการผลิต ระบบการเงินและระบบการเมืองได้ดีนัก รวมทั้งยังติดกรอบคิดแบบราชการ&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11091</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรีสัญจร, ครม.สัญจร, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d282c8678b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
