<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็นยัง! คลิป &#039;รุ้ง&#039; ฉีกหมายจับต่อหน้าตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>
&amp;nbsp;



	บิ๊กตู่&amp;#39;งัดพรก.ฉุกเฉินจ่อส่งทหารจัดการม็อบหลังกระทำมิบังควร
	ม้วนเสื่อ! &amp;#39;อานนท์&amp;#39; ประกาศยุติชุมนุมหน้าทำเนียบแล้ว นัดเจอแยกราชประสงค์ตอนเย็น 15 ต.ค.
	ตร.ยึดพื้นที่ชุมนุม รวบ &amp;#39;อานนท์-เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; หลังประกาศพรก.ฉุกเฉิน
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ขาสั่น!อ้างถูกวางยาตำรวจจงใจพาขบวนเสด็จฯไปเอง
	&amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ซัดพวกไม่มีรากเหง้าวัฒนธรรม กระทำการที่มิบังควร
	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; สวนทันควันประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เสมือน &amp;#39;รัฐประหาร&amp;#39; ประเทศถึงทางตันแล้ว
	ไปให้สุด! &amp;#39;กลุ่มคณะราษฎร&amp;#39; แถลงนัดชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ ตอบโต้ พรก.ฉุกเฉิน
	อดีตหัวหน้าศรภ. : จะจัดการอย่างไรกับพวกหนักแผ่นดิน
	&amp;#39;อุ๊ หฤทัย&amp;#39; เดือด!ลากไส้ &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;
	เฒ่าเพราะอยู่นาน&amp;#39;ศิลปิน3นิ้ว&amp;#39;ลามปาม!
	ฮิวแมนไรต์ฯโผล่ปกป้องม็อบคุกคามสถาบันฯ
	ตลกแหลก &amp;#39;คณะทอน&amp;#39; ยื่นคำขาด!
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; อ่วม! โดน 2 หมายจับ จ่อถูกส่งตัวไปเชียงใหม่
	&amp;#39;ก้าวไกล&amp;#39; เต็มเหนี่ยว!แถลงการณ์ประณามออกพรก.ฉุกเฉิน จี้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยทันที



</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80604</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร์, ม็อบ, รุ้ง ปนัสยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87dc6d814bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อดีตทูตนริศโรจน์&#039;ชี้ฝังหมุดสนามหลวงบันทอนความขลังคณะราษฎร์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ย.63- &amp;nbsp;นาย อดีตเอกอัครราชทูนริศโรจน์ เฟื่องระบิลตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;การกระทำของเด็กๆไม่กี่คน เช่น เรื่องการฝังหมุดที่สนามหลวง ผมมองว่ายิ่งทำให้ภาพของคณะราษฎร์ drop ลงไปอีก &amp;nbsp;เพราะเด็กๆไม่กี่คนทำให้เรื่องที่ควรขลัง กลายเป็นเหมือนเด็กเล่นขายของ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78039</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร์, นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, ฝังหมุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58ed7bed876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;เผยความจริง คณะราษฏร 2475 เป็นฆาตกรรมอำพรางต่อสถาบัน และประชาชน จวบจนปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.63- &amp;nbsp;พลเอก หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือ ท่านชายใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า Fact ความจริง ของ ประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ คณะราษฏร&amp;nbsp;2475 เป็นฆาตกรรม อำพรางต่อสถาบัน และประชาชน จวบจนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลายพระหัตถ์ ความในพระทัยฉบับนี้ ของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ถูกบันทึกไว้เป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร ของพระราชอาณาจักร นี้ พระมหากษัตริย์ ย่อมไม่โกหก ต่อพสกนิกร ของพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านโนล แครนลี
ประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระยาพหลพลพยุหเสนากับพวกได้ทำการยึดอำนาจการปกครองโดยใช้กำลังทหาร ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้วได้มีหนังสือมา อัญเชิญข้าพเจ้าให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ข้าพเจ้าได้รับคำเชิญนั้น เพราะเข้าใจว่าพระยาพหลฯ และพวกจะสถาปนารัฐธรรมนูญตามแบบอย่างประเทศทั้งหลายซึ่งใช้การปกครองตามหลักนั้น เพื่อให้ประชาราษฎรได้มีสิทธิที่จะออกเสียงในวิธีดำเนินการปกครองประเทศและนโยบายต่าง ๆ อันจะเปนผลได้เสียแก่ประชาชนทั่วไป ข้าพเจ้ามีความเลื่อมใสในวิธีการเช่นนั้นอยู่แล้ว และกำลังดำริจะจัดการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศสยามให้เปนไปตามรูปแบบนั้น โดยมิได้มีการกระทบกระเทือนอันร้ายแรง เมื่อมามีเหตุรุนแรงขึ้นเสียแล้ว และเมื่อมีผู้ก่อการรุนแรงนั้นอ้างว่ามีความประสงค์จะสถาปนารัฐธรรมนูญขึ้นเท่านั้น ก็เปนอันไม่ผิดกับหลักการที่ข้าพเจ้ามีความประสงค์อยู่เหมือนกัน ข้าพเจ้าจึงเห็นสมควรโน้มตามความประสงค์ของผู้ก่อการยึดอำนาจนั้นได้ เพื่อหวังความสงบราบคาบในประเทศ ข้าพเจ้าได้พยายามช่วยเหลือในการที่จะรักษาความสงบราบคาบเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงอันสำคัญนั้นเปนไปโดยราบรื่นที่สุดที่จะเป็นได้ แต่ความพยายามของข้าพเจ้าไร้ผล โดยเหตุที่ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองหาได้กระทำให้บังเกิดมีความเสรีภาพในการเมืองอย่างบริบูรณ์ขึ้นไม่ และมิได้ฟังความคิดเห็นของราษฎรโดยแท้จริง และจากรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับจะพึงเห็นได้ว่าอำนาจที่จะดำเนินนโยบายต่าง ๆ นั้น จะตกอยู่แก่คณะผู้ก่อการและผู้ที่สนับสนุนเปนพวกพ้องเท่านั้น มิได้ตกอยู่แก่ผู้แทนซึ่งราษฎรเป็นผู้เลือก เช่น ในฉบับชั่วคราว แสดงให้เห็นว่าถ้าผู้ใดไม่ได้รับความเห็นชอบของผู้ก่อการ จะไม่ให้เปนผู้แทนราษฎรเลย ฉบับถาวรได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ตามคำร้องขอของข้าพเจ้าแต่ให้มีสมาชิกซึ่งตนเองเป็นผู้เลือกเอง เข้ากำกับอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรถึงครึ่ง๑ การที่ข้าพเจ้าได้ยินยอมให้มีสมาชิก ๒ ประเภทก็โดยหวังว่าสมาชิกประเภทที่ ๒ ซึ่งข้าพเจ้าตั้งนั้น จะเลือกจากบุคคลที่รอบรู้การงาน และชำนาญในวิธีดำเนินการปกครองประเทศโดยทั่ว ๆ ไปไม่จำกัดเปนพวกใดคณะใด เพื่อจะได้ช่วยเหลือนำทางให้แก่สมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งขึ้นมา แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาที่จะตั้งสมาชิกประเภทที่ ๒ ขึ้น ข้าพเจ้าหาได้มีโอกาสแนะนำในการเลือกเลย และคณะรัฐบาลก็เลือกเองแต่ฉะเพาะผู้ที่เป็นพวกของตนเกือบทั้งนั้น มิได้คำนึงถึงความชำนาญ นอกจากนี้คณะผู้ก่อการบางส่วนได้มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโครงการณ์เศรษฐกิจของประเทศอย่างใหญ่หลวง จึงเกิดแตกร้าวขึ้นกันเองในคณะผู้ก่อการและพวกพ้อง จนต้องมีการปิดสภาและงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา โดยคำแนะนำของรัฐบาลซึ่งถือตำแหน่งอยู่ในเวลานั้น ทั้งนี้เปนเหตุให้มีการปั่นป่วนในการเมือง ต่อมาพระยาพหลฯ กับพวกก็กลับเข้าทำการยึดอำนาจโดยกำลังทหารเป็นครั้งที่ ๒ และแต่นั้นมาความหวังที่จะให้การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เปนไปโดยราบรื่นก็ลดน้อยลง
เนื่องจากเหตุที่คณะผู้ก่อการมิได้กระทำให้มีเสรีภาพในการเมืองอันแท้จริงและประชาชนไม่ได้มีโอกาสออกเสียงก่อนที่จะดำเนินนโยบายอันสำคัญต่าง ๆ จึงเป็นเหตุให้มีการกบฎขึ้น ถึงกับต้องต่อสู้ฆ่าฟันกันเองระหว่างคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อข้าพเจ้าได้ร้องขอให้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เข้ารูปประชาธิปตัยอันแท้จริง เพื่อให้เปนที่พอใจแก่ประชาชน คณะรัฐบาลและพวกซึ่งกุมอำนาจอยู่บริบูรณ์ในเวลานี้ ก็ไม่ยินยอม ข้าพเจ้าได้ร้องขอให้ราษฎรได้มีโอกาสออกเสียงก่อนที่จะเปลี่ยนหลักการและนโยบายอันสำคัญ มีผลได้เสียแก่พลเมืองรัฐบาลก็ไม่ยินยอม และแม้แต่การประชุมในสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องสำคัญ เช่นเรื่องคำร้องขอต่าง ๆของข้าพเจ้า สมาชิกก็มิได้มีโอกาสพิจารณาเรื่องโดยถ่องแท้และละเอียดละออเสียก่อน เพราะถูกเร่งรัดให้ลงมติอย่างรีบด่วนภายในวาระประชุมเดียว นอกจากนี้รัฐบาลได้ออกกฎหมายใช้วิธีปราบปรามบุคคลซึ่งถูกหาว่าทำความผิดทางการเมืองในทางที่ผิดยุตติธรรมของโลก คือไม่ให้โอกาสต่อสู้คดีในศาล มีการชำระโดยคณะกรรมการอย่างลับไม่เปิดเผยซึ่งเป็นวิธีการที่ข้าพเจ้าไม่เคยใช้ ในเมื่ออำนาจอันสิทธิขาดยังอยู่ในมือของข้าพเจ้าเองและข้าพเจ้าได้ร้องขอให้เลิกวิธีนี้ รัฐบาลก็ไม่ยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าเห็นว่าคณะรัฐบาลและพวกพ้อง ใช้วิธีการปกครองซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการของเสรีภาพในตัวบุคคลและหลักความยุตติธรรมตามความเข้าใจและยึดถือของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สามารถที่จะยินยอมให้ผู้ใด คณะใด ใช้วิธีการปกครองอย่างนั้นในนามของข้าพเจ้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเปนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยฉะเพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่า ความประสงค์ของข้าพเจ้าที่จะให้ราษฎรมีสิทธิออกเสียงในนโยบายของประเทศโดยแท้จริงไม่เปนผลสำเหร็จ และเมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่า บัดนี้เปนอันหมดหนทางที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือให้ความคุ้มครองให้แก่ประชาชนได้ต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอสละราชสมบัติและออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์แต่บัดนี้เปนต้นไป ข้าพเจ้าขอสละสิทธิของข้าพเจ้าทั้งปวง ซึ่งเปนของข้าพเจ้าอยู่ในฐานะที่เปนพระมหากษัตริย์ แต่ข้าพเจ้าสงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งปวงอันเปนของข้าพเจ้าแต่เดิมมา ก่อนที่ข้าพเจ้าได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ข้าพเจ้าไม่มีความประสงค์ที่จะบ่งนามผู้ใดผู้หนึ่ง ให้เปนผู้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ต่อไป ตามที่ข้าพเจ้ามีสิทธิที่จะทำได้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ข้าพเจ้าไม่มีความประสงค์ที่จะให้ผู้ใดก่อการไม่สงบขึ้นในประเทศเพื่อประโยชน์ของข้าพเจ้าถ้าหากมีใครอ้างใช้นามของข้าพเจ้า พึงเข้าใจว่ามิได้เปนไปโดยความยินยอมเห็นชอบ หรือความสนับสนุนของข้าพเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้ามีความเสียใจเปนอย่างยิ่ง ที่ไม่สามารถจะยังประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติของข้าพเจ้าต่อไปได้ ตามความตั้งใจและความหวังซึ่งรับสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยังได้แต่ตั้งสัตยอธิษฐานขอให้ประเทศสยามจงได้ประสบความเจริญ และขอให้ประชาชนชาวสยามจงได้มีความสุขความสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
เวลา ๑๓ นาฬิกา ๔๕ นาที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73356</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร์, ท่านชายใหม่, พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล, ลายพระหัตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190209/image_big_5c5e3439ba9fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039; ชี้ &#039;ปลุกผีคณะราษฎร์&#039; ไม่เป็นผลดีทั้งฝ่ายประชาธิปไตย-ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ปลุกผีคณะราษฎร์&amp;quot; พวกหนึ่ง ปลุกผีคณะราษฎร์ เพื่อจะกล่าวหาว่า บางพวกเป็นพวกล้มเจ้า อีกพวกหนึ่ง ปลุกผีคณะราษฎร์ เพื่อจะกล่าวหาว่าบางพวกเป็นเผด็จการ ทั้ง2พวกนี้เป็นพวก ถูกผีหลอกและมาหลอกผีด้วยกันทั้งนั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะราษฎร์ประกอบด้วยคณะนายทหารและพลเรือน และส่วนใหญ่เป็นนายทหาร แต่เพราะไม่รู้จักคณะราษฎร์ จึงเข้าใจว่าท่านปรีดี พนมยงค์เป็นหัวหน้าและไม่เข้าใจว่าในคณะราษฎร์นั้นก็มีผู้ที่มีความคิดล้มเจ้า พวกนี้ทั้งหมดเป็นนายทหาร การปลุกผีเรื่องนี้ จึงไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหาร!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกพวกหนึ่งเชิดชูคณะราษฎร์ โดยที่ไม่เข้าใจว่า บางส่วนของคณะราษฎร์เป็นเผด็จการ และขี้โกง แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กันเอง ปฏิวัติรัฐประหารกันเอง มาตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดลงโดยการปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ การปลุกผีคณะราษฎร์ของพวกนี้จึงไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวของคณะราษฎร์ เป็นส่วนของประวัติศาสตร์ของไทย ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาปลุกผีคณะราษฎร์กันอีก แต่ควรศึกษาหาความรู้เพื่อความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่านปรีดี พนมยงค์นั้น ท่านไม่ใช่พวกล้มเจ้า แต่เป็นผู้พิทักษ์เจ้า ท่านได้ใช้ความกล้าหาญและความพลิกแพลง พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ในสถานการณ์ที่วิกฤตอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวเหล่านี้ใครสนใจความจริงก็ให้ไปสอบถามท่านอาจารย์ ส.ศิวลักษณ์ ว่าท่านได้กราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวว่าอย่างไร และท่านได้นำหนังสืออะไรขึ้นทูลเกล้าถวายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเสียเวลาปลุกผีคณะราษฎร์เลย ปลุกไม่ขึ้นหรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69653</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร์, ประชาธิปไตย-เผด็จการ, ปรีดี พนมยงค์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e1fad1ed8150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สมชาย&#039;ลากไส้พวกอวดคิดใหม่แต่ใจล้าหลัง โจมตีสถาบัน จมปลักความคิดปฏิวัติฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 พ.ค.63-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าโควิดลดทุกวัน การเมืองเลอะขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จมปลักแค่&amp;quot;ประชาธิปไตย-เผด็จการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อวดคิดใหม่แต่ใจล้าหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนยุค2475ขุดวิญญานคณะราษฏร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปั่นแฮชแท็ก ปั้นเฟกนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจมตีสถาบัน คิดเคลื่อนมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จมปลักความคิดปฏิวัติฝรั่งเศส
(R&amp;eacute;volution fran&amp;ccedil;aise)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังโควิดสังคมไทยปรับnew normal แล้ว
การเมืองฝ่ายแค้นไม่คิดจะปรับใหม่เลิกเลอะเทอะกันบ้างหรือ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65084</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, &gt;โควิด 19&amp;lt;, คณะราษฎร์, นายสมชาย แสวงการ, ปฏิวัติฝรั่งเศส, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabd0f18cdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันก่อการที่หัวมุมถนนประดิพัทธ์ตัดทางรถไฟสายเหนือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นัดหมายผู้นำทหารของคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตอนเช้ามืดเวลา 05.00 น. ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 คือ ที่ตรงทางรถไฟตัดถนนห่างจากบ้านพระยาทรงสุรเดช ประมาณ 200 เมตร ตามที่ปรากฏใน บันทึกการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 ของพันเอกพระยาทรงสุรเดช สถานที่นี้ก็คือทางรถไฟสายเหนือตัดกับถนนประดิพัทธ์ ทางด้านเหนือสถานีรถไฟสามเสนนั่นเอง จุดนัดพบนี้ห่างจากบ้านพักพระยาทรงสุรเดช ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของถนนประดิพัทธ์เมื่อยืนอยู่บนถนนประดิพัทธ์และหันหน้าไปทางตะวันตกด้านทางรถไฟ ประมาณ 200 เมตรจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากจุดนี้จะไปสู่จุดเป้าหมายของคณะที่จะเข้าไปจู่โจมยึดกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์และขนกำลังพลก็อยู่บนถนนทหารที่อยู่เบื้องหน้าต่อจากถนนประดิพัทธ์นั่นเอง เมื่อ 82 ปีก่อนบริเวณนี้น่าจะเปลี่ยวมาก แต่ถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีบ้านเรือนชาวบ้านทั่วไปเพิ่มขึ้นมากแต่อย่างใด เพราะถนนทหารทั้งถนนก็มีหน่วยงานของทหารไปทั้ง 2 ฝั่งถนนไปตลอดผ่านสะพานแดงจนถึงเกียกกายที่อยู่ปลายถนนทางด้านตะวันตก สถานที่แห่งนี้ไม่มีอนุสาวรีย์หรืออาคารสัญลักษณ์อะไร ยังเป็นสถานที่โล่งแจ้ง กระนั้นก็มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ดังที่ประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับวันนี้ (24 มิถุนายน พ.ศ.2475-ผู้เขียน) ผู้อำนวยการฝ่ายทหาร (พระยาทรงสุรเดช-ผู้เขียน) &amp;nbsp;ได้นัดเวลาพบ 05.00 น. โดยกะว่าจะสั่งมอบหน้าที่ให้เสร็จภายในเวลาเพียงประมาณ 15 นาที แล้วจะได้รีบไปยังกรมทหารม้าซึ่งกะไว้เป็นที่หมายอันแรก ให้ถึงก่อนเวลาเป่าแตรปลุกทหารเพียงเล็กน้อย (เวลาปลุกทหาร 05.30 น.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายร้อยเอกหลวงทัศนัยฯ นายทหารม้าชั้นนายร้อยโทและนายร้อยตรีอีก 3 นาย มาถึงบ้านพระยาทรงสุรเดชเป็นพวกแรกเวลา 04.00 น. เศษ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้างบนนี้เป็นข้อเขียนที่ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช บันทึกเอาไว้ ส่วน พ.ท.พระประศาสน์ฯ ซึ่งเป็นผู้เอารถไปรับตัว พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่บ้านพักและนำมายังจุดนัดหมายที่ถนนประดิพัทธ์นั้นได้เขียนเล่าสิ่งที่ท่านคิดและปฏิบัติในตอนเช้ามืดวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในคืนวันนั้น พวกเราทั้งหมดคงจะมีลักษณะการเตรียมตัวและจิตใจต่างๆ กัน สำหรับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้ามั่นใจในความสำเร็จก็จริง แต่รู้สึกตัวว่าจะยอมตายในคราวนี้อย่างชายชาติทหาร ข้าพเจ้ายอมตายบูชาชาติในด้านอุดมคติ ใจข้าพเจ้าไม่หวั่นไหวสิ่งใด ข้าพเจ้ารู้ดีว่าตำรวจมาคุมบ้านข้าพเจ้า ถ้าเขากล้าเข้ามาพบ ข้าพเจ้าก็ควรจะต่อสู้อย่างทหาร ข้าพเจ้าเอากรรไกรเหล็กกล้าเตรียมไว้สำหรับเจ้าคุณพหลฯ จะได้ใช้ตัดกุญแจคลังกระสุนของกรมทหารม้ารักษาพระองค์ ข้าพเจ้าเตรียมดูรถยนต์ไว้ให้พร้อมไม่ให้บกพร่อง ข้าพเจ้าจะต้องใช้มันวิ่งอย่างเต็มที่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาเช้ามืดของวันทำการปฏิวัติ คือวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 บรรดาแกนนำคนสำคัญได้กำหนดเวลานัดหมายไว้คือตีห้า ดังนั้นประมาณตีสี่ ท่านเหล่านี้ก็ต้องตื่นและเตรียมตัวออกมาปฏิบัติการ สมัยนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์ไม่เสียเวลาอะไรมาก พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตีสี่ เอารถยนต์ของตนออกเพื่อจะไปรับพระยาพหลพลพยุหเสนาที่บ้านเพื่อนำท่านไปยังจุดนัดหมาย สี่แยกตรงทางรถไฟไปดอนเมืองที่ใกล้บ้านเจ้าคุณทรง เพื่อจะได้เริ่มปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาทรงสุรเดช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนเช้ามืด ข้าพเจ้าตื่นตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่งตัวเครื่องแบบเสร็จเรียบร้อย เอากรรไกรสำหรับตัดเหล็กใส่ในรถยนต์ของข้าพเจ้าและเตรียมพร้อมออกจากบ้านซึ่งอยู่ทางวัดราชาธิวาสเวลาราวตีสี่ครึ่ง &amp;nbsp;เขียนหนังสือสองสามตัวลาภรรยาว่าจะขอลาไปก่อน ขอฝากบุตรด้วย ถ้าชีวิตรอดมาจึงค่อยพบกัน แล้วสอดไว้ให้เขาทราบได้เวลาเช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาดึกสงัดใกล้รุ่งราวตี 4 ครึ่งเศษๆ รถยนต์ส่วนตัวของข้าพเจ้าแล่นอย่างรวดเร็วออกจากบ้านไป เห็นตำรวจที่มาคุมบ้านเดินอยู่หน้าบ้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การของพระประศาสน์ฯ ตรงนี้ดูจะตรงกันกับของท่านอื่น ๆ เรื่องว่าทางฝ่ายรัฐบาลคงจะรู้ระแคะระคายเกี่ยวกับการที่มีคณะผู้ที่จะคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือล้มรัฐบาล และได้ให้ตำรวจติดตามเฝ้าตามบ้านบุคคลที่สงสัย พ.อ.พระยาทรงสุรเดช เองได้เขียนเล่าถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนทราบล่วงหน้า ฉะนั้นก่อนหน้าวันที่ 24 จึงมีพลตำรวจมาคุมบ้านผู้อำนวยการฝ่ายทหาร (พระยาทรงฯ-ผู้เขียน) พระประศาสน์ฯ และหัวหน้าสำคัญๆ แต่ก็มิได้จับกุมอย่างไร &amp;nbsp;อาจเป็นเพราะตำรวจรู้สึกว่าถ้าทหารทำการปฏิวัติเขาก็มีเหตุผลเห็นสมควรด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระประศาสน์ฯ เล่าเรื่องต่อถึงการเดินทางจากบ้านไปรับ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา ผู้ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...รถข้าพเจ้าแล่นเร็วไปยังบางซื่อถึงบ้านเจ้าคุณพหลฯ ข้าพเจ้าก็เข้าไปเคาะประตูเรียก คุณหญิงพิศออกมาถามว่าใคร ข้าพเจ้าบอกว่า &amp;#39;ผมเอง พระประศาสน์ฯ&amp;#39; ซึ่งท่านจำเสียงได้ ก็เปิดประตูรับข้าพเจ้า เข้าไปพบเจ้าคุณพหลฯ ซึ่งแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย พร้อมแล้วกำลังรอข้าพเจ้าอยู่ทีเดียว เราทั้งสองรีบขึ้นรถออกแล่นไปทางบ้านเจ้าคุณทรงฯ ทันที&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจว่าคุณหญิงพิศ ภริยาเจ้าคุณพหลฯ จะเป็นภริยาของผู้นำสำคัญเพียงท่านเดียวที่ทราบว่าสามีจะไปทำงานสำคัญอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถยนต์ของ พ.ท.พระประศาสน์ฯ ได้แล่นไปยังที่นัดหมายโดยมิได้แวะไปบ้านพระยาทรงฯ อันที่นัดหมาย &amp;quot;สี่แยกถนนตรงรางรถไฟ&amp;quot; คือถนนประดิพัทธ์ตัดกับทางรถไฟสายเหนือ ซึ่งห่างจากบ้านพระยาทรงฯ ที่อยู่บนถนนประดิพัทธ์ประมาณ 200 เมตร และก็ได้พบผู้ก่อการฝ่ายทหารหลายคนรวมทั้ง พ.ต.หลวงพิบูลสงคราม&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เมื่อรถยนต์แล่นมาถึงสี่แยกถนนตรงรางรถไฟตามนัดก็เห็นมีคนหลายคนอยู่ก่อนแล้ว มีหลวงพิบูลฯ หลวงทัศนัยฯ หลวงพรหมโยธี ขุนปลดปรปักษ์ ขุนเรืองวีรยุทธฯ คุณไชย ประทีปเสน และคนอื่นๆ อีกที่เป็นศิษย์ข้าพเจ้าทั้งนั้น เรารีบสั่งการกันทันที ทุกๆ คนก็เข้าใจและรับงานอย่างไม่รีรอเลย พอดีใกล้เวลา 05.00 น. เจ้าคุณทรงฯ ก็ปรากฏตัวออกมายังที่นัดหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพิบูลสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พระยาทรงสุรเดชนั้นเดินมาจากบ้าน ซึ่งห่างจากที่นัดหมายประมาณ 200 เมตร ก่อนหน้านี้ในเวลาตีสี่ ร.อ.หลวงทัศนัยฯ และ ร.ต.ไชย ประทีปเสน ก็ได้แวะไปหาท่านที่บ้านพักกับเพื่อนทหารอีก 2 &amp;nbsp;คน จึงแสดงว่า ร.อ.หลวงทัศนัยฯ และ ร.ต.ไชย ประทีปเสน แยกออกมาก่อนที่จุดนัดหมาย พระยาทรงฯ &amp;nbsp;ได้มาเมื่อเวลาใกล้ตีห้ากับนายทหารที่เหลืออีก 2 คน ซึ่งคงเป็น ร.ท.น้อม เกตุนุติ กับ ร.ท.ทวน วิชัยขัทคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงที่นัดหมายนี่เอง เวลาประมาณตีห้าที่คณะผู้ก่อการฝ่ายทหารที่มาพบกันตามนัดได้ทราบแผนการที่จะปฏิบัติในนาทีต่อไป เราเผยแผนการให้พวกเหล่านี้ทราบ โดยสั่งให้ทำหน้าที่ต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำให้การตรงนี้ของพระประศาสน์ฯ จึงแสดงว่า แผนการที่พระยาทรงฯ ได้กำหนดทุกขั้นตอนนั้นมีพระประศาสน์ฯ ร่วมรู้อยู่ด้วยตั้งแต่ต้น เพราะพระยาทรงฯ ได้เคยบอกว่าได้ให้พระประศาสน์ฯ ช่วย แต่คนอื่นๆ นั้นน่าจะไม่ได้ทราบรายละเอียดมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมากันพร้อม สั่งการทำความเข้าใจกันเสร็จแล้ว จึงเริ่มออกปฏิบัติการ โดยมุ่งไปที่กรมทหารม้าเป็นแห่งแรก เพื่อให้ได้รถยนต์เกราะและรถรบเล็กไว้ในมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระยาทรงสุรเดชได้บันทึกเล่าเอาไว้ตอนนี้อีกว่า&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...พระยาพหลฯ มีหน้าที่งัดคลังกระสุนของกรมทหารม้ากับหลวงสฤษดิ์ยุทธศิลป์ แล้วผู้อำนวยการขนกระสุนมาขึ้นรถ...พระประศาสน์ฯ มีหน้าที่ไปปลุกและคุมตัวนายดาบพระองค์เจ้ากาณุพันธุ์ฯ มาที่หน้าที่ว่าการทหารม้าผู้อำนวยการ (พระยาทรงฯ-ผู้เขียน) จะรวมนายทหารม้าของกรมทหารม้าทั้งหมด &amp;nbsp;ณ ที่นั่น หลวงชำนาญยุทธศิลป์ หลวงสวัสดิ์รณรงค์และหลวงรณสิทธิพิชัยมีหน้าที่ขึ้นไปบนโรงทหารแล้ว ปลุกเร่งทหารแต่งตัวโดยเร็วไม่ให้ล้างหน้าและเรียกแถวคุมจากโรงม้าที่ถนนหน้ากรมทหารม้าและนำเดินไปกองทหารปืนใหญ่ (โรงม้าอยู่ห่างจากโรงทหารปืนใหญ่ระยะเดินทางประมาณ 10 นาที)&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะทางจากจุดนัดหมายไปที่เป้าหมายแรกคือ กรมทหารม้านั้นอยู่ไปทางเกียกกาย ซึ่งก็ไม่ไกลนักทางฝั่งตะวันตกของรางรถไฟนั้น สองข้างถนนก็เป็นบริเวณที่ตั้งของหน่วยทหารทั้งนั้น จากสะพานแดงบางซื่อจนถึงเกียกกาย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเขตที่ตั้งหน่วยทหารอยู่และจากกรมทหารม้าเมื่อได้อาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังทหารส่วนหนึ่งแล้วใช้รถยนต์วิ่งกลับมาที่กรมทหารปืนใหญ่ที่ พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์ และหน่วยกำลังของทหารปืนใหญ่กำลังฝึกซ้อมรอท่าอยู่ในตอนเช้ามืดนั้นก็จะเป็นเวลาที่น้อยไปกว่าสิบนาทีเสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พระยาทรงฯ ยังเล่าต่อไปอีกว่า&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาสุดท้ายก่อนสั่งเสร็จ พวกหลวงพิบูลฯ มาถึง มีทหารมาด้วยอีกหลายนาย จำไม่ได้ว่ากี่คน ผู้อำนวยการฝ่ายทหารจึงได้มอบหน้าที่ให้ไปคุมบ้านผู้การทหารม้า และถ้าออกมาก็ให้เชิญตัวขึ้นรถคุมไว้ อย่าให้ติดต่อกับทหารได้เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประยูร ภมรมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ ร.ท.ประยูร ภมรมนตรี ที่ต่อมาได้ยศสุดท้ายเป็นพลโท ได้เขียนเล่าขยายความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วน พ.ท.พระปฏิยุทธอริยั่น ผู้บังคับการกรม ได้มี ดร.ตั้ว ลพานุกรม หลวงชำนาญนิติเกษตร กับคณะผู้ก่อการฝ่ายพลเรือนอีกบางคนที่มีอาวุธพร้อมได้ควบคุมตัวมิให้ลงจากบ้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นนอกจาก พ.ต.หลวงพิบูลสงคราม และนายทหารอื่นๆ แล้ว จึงยังมีพลเรือนได้ร่วมออกปฏิบัติการในการยึดอำนาจในภาคสนามได้หลายคนและหลายแห่ง ในการปฏิบัติการแรกที่กรมทหารม้านั้น พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธได้บันทึกคำให้การว่าตัวท่านเองได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ควบคุมการจัดการทั้งหมด และคำสั่งที่สำคัญและแสดงถึงความรอบคอบของผู้ออกคำสั่ง คือ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช นั้นมีว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณพระประศาสน์ฯ ต้องเอารถออกมาให้หมดจนคันสุดท้ายนะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าสำคัญนั้น คุณพระประศาสน์ฯ ก็ได้เป็นผู้อธิบายเอาไว้เองว่า&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เพราะรถยนต์แม้แต่คันเดียวก็อาจวิ่งแตกฝูงไป บอกปรปักษ์ให้รู้ตัว เตรียมต่อสู้เราได้ ฉะนั้นรถยนต์คันสุดท้ายคงดังก้องอยู่ในหูข้าพเจ้า จะต้องไม่มีรถยนต์เหลืออยู่ในกรมทหารม้าเลย และข้าพเจ้าจะมาในคันสุดท้าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติการแรกที่กรมทหารม้ารักษาพระองค์นั้นมีผู้ให้การอยู่หลายคน แต่รู้สึกว่าคำให้การของพระประศาสน์ฯ ดูจะมีความน่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าพเจ้าตรงไปหานายทหารเวรรักษาการณ์ทันที เผอิญนายทหารคนนั้นเป็นศิษย์ข้าพเจ้า เขาจำข้าพเจ้าได้ดี จึงทำความเคารพทันทีพอเขาเห็นข้าพเจ้าเข้ามาทำการ ดังนั้นเขาก็ทราบได้ทันที คืนนี้น่าจะมีอะไรแน่แล้ว อาจารย์จึงได้มาทำอะไรในเวลาวิกาลเช่นนี้...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นความบังเอิญที่ช่วยทางด้านผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายทหารที่เข้าเวรรักษาการณ์เป็นศิษย์ของพระประศาสน์พิทยายุทธ และน่าจะเป็นศิษย์ที่มีความเคารพอาจารย์อย่างพระประศาสน์พิทยายุทธมากด้วย ทำให้พระประศาสน์ฯ สั่งเปิดประตูกรมทหารม้าได้ง่าย และพานายทหารชั้นผู้ใหญ่ของคณะผู้ก่อการเข้าไปในกรมทหารม้าได้ในเช้ามืดของวันที่ &amp;nbsp;24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ดังที่ท่านได้บันทึกเล่าเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...โชคอำนวยข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า การยึดอำนาจปกครอง การทำการปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนี้ ท่าจะไม่มีการนองเลือดแน่แล้ว เพราะศิษย์ข้าพเจ้าเข้าใจอุดมคติอันสูงโดยไม่ต้องบอกกันเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นผู้นำทหารทั้ง 3 ท่าน คือ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา พระยาทรงสุรเดช และ พระประศาสน์พิทยายุทธ ก็นำพวกเข้าไปในกรมทหารม้า และสั่งทหารที่รักษาการณ์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เฮ้ยรู้ไหม เวลานี้เกิดกบฏกลางเมืองขึ้นแล้วนะ เอารถเกราะ รถรบ ทหารม้าทั้งหมดออกช่วยเดี๋ยวนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการลวงให้เข้าใจว่ามีเหตุการณ์กบฏ แล้วพระประศาสน์ฯ ก็ให้นายทหารเวรรักษาการณ์ที่เป็นศิษย์สั่งเป่าแตรสัญญาณเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาฤทธิอัคเนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...นายทหารเวรรักษาการณ์ศิษย์ข้าพเจ้าก็สั่งเป่าแตรอาณัติสัญญาณเกิดเหตุสำคัญขึ้นทันที เสียงแตรเกิดเหตุสำคัญดังกังวานในยามดึกสงัด พร้อมทั้งทหารรักษาการณ์ แยกย้ายออกปลุกทหารทั้งกรม เสียงอึกทึกโกลาหลอย่างถึงขนาด...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทหารในกรมทหารม้าถูกปลุกขึ้นอย่างสับสนอลหม่านนั้น พระประศาสน์พิทยายุทธได้เล่าถึงสิ่งที่ผู้นำทหารและท่านเองได้ปฏิบัติว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...ข้าพเจ้าก็ปราดเข้าไปในกรมทันที สั่งคนไปคุมผู้บังคับการกรมและพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ไว้ได้ แล้วเข้าเร่งนายทหารทั่วไปให้เอารถออกจากโรงรถอย่างเร่งรีบ...ต่างเร่งต้อนทหารเข้าจัดการเอารถออกจากโรง เสียงรถยนต์ต่างๆ สตาร์ตเครื่องดังพรืดๆ แล่นดังสนั่นหวั่นไหว รถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ และรถต่างๆ เริ่มแล่นออกเป็นสายๆ ตรงไปยังหน้ากรม...โชคดีแท้ๆ ที่รถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ และรถบรรทุกต่างก็แล่นไปจอดอยู่หน้าคลังกระสุน และในรถคันสุดท้ายข้าพเจ้านั่งคุมมา...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหัวหน้าใหญ่ พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่ระบุว่าจะต้องเป็นผู้ตัดกุญแจ เพราะมีร่างกายล่ำสันแข็งแรงนั้น พระประศาสน์ฯ ก็บันทึกเล่าว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เจ้าคุณพหลฯ และหลวงสฤษดิ์ยุทธศิลปสามารถอย่างที่สุดสามารถตัดกุญแจเหล็กขาดได้ และสั่งการอย่างเด็ดขาดแก่ทหารเหล่านั้นให้ขนกระสุนทั้งปวงทั้งหมดในคลังกระสุนขึ้นรถยนต์ รถเกราะและรถบรรทุกจนหมดสิ้นในคืนนั้น เหลือแต่ตัวคลังตั้งตระหง่าน ยืนนิ่งทะมึนอยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พระยาทรงสุรเดช ซึ่งเป็นผู้สั่งการในการปฏิบัติการทางทหารนั้นพระประศาสน์ฯ ก็บันทึกเล่าไว้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เจ้าคุณทรงฯ ผู้อำนวยการฝ่ายทหารสั่งรถยนต์ทุกชนิดเข้าแถวเป็นประเภท สั่งทหารประจำขึ้นรถเหล่านั้น สั่งทหารเข้าไปขึ้นรถยนต์ที่กรมทหารปืนใหญ่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก มีหลวงชำนาญยุทธศิลป์ &amp;nbsp;หลวงรณสิทธิพิชัย หลวงสวัสดิ์รณรงค์เป็นผู้นำ เสียงหลวงรณสิทธิพิชัยดังลั่นก้องกังวาน เร่งทหารน่าเกรงขาม...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามผู้นำทหารสั่งปฏิบัติการจู่โจมยึดอาวุธยุทโธปกรณ์และขนทหาร โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ดังที่พระประศาสน์ฯ สรุปความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภายในครึ่งชั่วโมง ขบวนรถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ รถบรรทุก และรถนั่งอันยาวเหยียด พร้อมด้วยทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ บรรจุกระสุนพร้อมเพรียง ก็แล่นออกจากกรมทหารม้ารักษาพระองค์ ตามกันเป็นทิวแถวไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นส่วนใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาพหลพลพยุหเสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงตรงนี้คำให้การของพระประศาสน์พิทยายุทธอาจรวบรัดไปเล็กน้อย เพราะนอกจากทหารม้าแล้ว ยังมีทหารปืนใหญ่ด้วยจึงต้องไปสมทบเอาทหารปืนใหญ่กับ พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์ที่รออยู่ในบริเวณใกล้เคียงมาด้วย ดังที่พระยาทรงสุรเดชบันทึกเอาไว้เกี่ยวกับตอนนี้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อขบวนเดินเท้าเหล่าทหารม้ามาถึงโรงทหารปืนใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้สั่งทหารทั้งหมดทั้งพวกทหารม้าและปืนใหญ่ขึ้นรถยนต์ของกรมทหารปืนใหญ่ ซึ่งเรียงแถวอยู่ในลานฝึกหัดของกรมทหารปืนใหญ่ของพระยาฤทธิ์อัคเนย์...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะได้ทหารปืนใหญ่มาอีกหน่วยแล้ว ก่อนจะไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ยังต้องการทหารอีกหน่วยไปร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้ทหารปืนใหญ่กับ พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์มาแล้ว ขบวนรถทหารของคณะผู้ก่อการฯ ก็แล่นผ่านมาที่กองพันทหารช่างที่ทหารกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ พระยาทรงสุรเดชก็ตะโกนเรียกทหารช่างเหล่านั้นให้ขึ้นรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้คงจำกันได้ว่าในตอนต้นๆ ได้บอกเอาไว้แล้วถึงการนัดหมายในวันที่ 23 มิถุนายน ก่อนวันทำการจริงหนึ่งวัน ที่พระยาทรงสุรเดช &amp;quot;ได้ไปหาผู้บังคับกองพันทหารช่างที่บางซื่อ ขอร้องให้เขานำทหารของเขาทั้งหลายมาฝึกหัดที่สนามหน้าโรงทหารของเขา&amp;quot; และผู้บังคับกองพันทหารช่างก็นำมาฝึกซ้อมจริงๆ ในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เพราะเป็นเรื่องคุยนัดหมายกันเมื่อวานนี้นั่นเอง แต่ก็มิได้นัดหมายว่าจะเอาทหารไปปฏิวัติแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระยาทรงสุรเดช ได้บันทึกเล่าถึงการได้ทหารช่างมาร่วมขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...ขบวนรถผ่านหน้ากองพันทหารช่าง ทหารกำลังฝึกหัดอยู่บนสนามหน้ากองพัน ด้วยการกวักมือประกอบด้วยเรียกตะโกนของผู้อำนวยการฝ่ายทหาร ผู้บังคับกองพันทหารช่างเข้าใจว่าถึงเวลาที่ผู้อำนวยการฝ่ายทหารต้องใช้ทหารของตัวตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่เย็นวานแล้วจึงสั่งทหารขึ้นรถ พวกทหารวิ่งแข่งกันขึ้นรถด้วยความร่าเริง...รถบรรทุกขบวนยืดยาวเท่าที่มีมาเต็มเสียแล้ว ต่อไปนี้แล่นรวดเดียวถึงหน้าพระลาน โดยไม่หยุดเรียก ทหารในกรมทหารราบที่ 3 ซึ่งอยู่ติดกับกองพันทหารช่าง ขบวนรถยนต์ถึงหน้าพระลานเวลา 06.05 น.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระประศาสน์พิทยายุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 มีทหาร 4 หน่วยมาพร้อมอยู่แล้ว &amp;nbsp;หน่วยแรกเป็นทหารเรือจำนวนประมาณ 100 นาย มีอาวุธครบมือ นำโดย น.ต.หลวงสินธุ์สงครามชัย &amp;nbsp;กับ น.ต.หลวงศุภชลาศัย หน่วยที่สองเป็นนักเรียนนายร้อยทั้งหมดของโรงเรียนที่นำโดย ผู้บังคับการโรงเรียน พ.ท.พระเหี้ยมใจหาญ ซึ่งพระยาทรงฯ ขอให้นำนักเรียนนายร้อยมา &amp;quot;ดูการฝึกหัดต่อสู้รถรบ โดยจะมีรถจริงๆ มาให้ดู&amp;quot; หน่วยที่สามกับหน่วยที่สี่เป็นทหารในกองพันทหารราบที่ 1 และที่ 2 ที่พระยาทรงฯ &amp;quot;ให้นำทหารของตัวไปฝึกหัดที่หน้าพระลานในเช้าวันที่ 24 เวลา 06.00 น. เพื่อจะได้ขอแรงให้ทหารเหล่านั้นได้มีส่วนช่วยเหลือเล็กน้อยเท่านั้น&amp;quot; ทั้งสามหน่วยหลังนี้ต่างกับหน่วยแรก คือ ไม่ได้ร่วมรู้ด้วยในแผนปฏิวัติ แต่ถูกขอให้มาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในเวลาเช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 &amp;nbsp;และทั้งสามหน่วยนี้ก็มิได้มีอาวุธครบมืออย่างหน่วยแรกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อเวลา 06.05 น. ทหารทั้งที่รู้ด้วยกับแผนปฏิวัติและที่มิได้รู้ด้วยมีจำนวนรวมกันค่อนข้างมาก จึงอยู่เต็มลานพระบรมรูปทางม้า ฝ่ายที่รู้ด้วยกับแผนการปฏิวัตินั้นมีอาวุธครบมือก็ได้เปรียบอยู่บ้าง ต่อเมื่อขบวนรถขนทหารและรถรบทั้งหลายมาถึงก็เท่ากับว่ามีอาวุธที่ได้เปรียบมากมาเสริม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตอนนี้ พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธ ได้เล่าว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราทั้งหลายที่เป็นผู้ก่อการกันมหึมานี้ขึ้น บัดนี้อยู่ไหนกันบ้างเล่า เจ้าคุณพหลกำลังอ่านประกาศเปลี่ยนระบอบการปกครองอยู่ท่ามกลางทหาร สนามพระที่นั่งอนันตสมาคม ท่านเป็นหัวหน้าของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ในบัดนี้แล้ว เจ้าคุณทรงฯ เป็นผู้อำนวยการทหารทั้งปวง รับผิดชอบในการสั่งงานการใช้กำลังทั้งปวงอยู่ที่ศูนย์กลาง ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศเปลี่ยนระบอบการปกครองที่หัวหน้าคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระยาพหลพยุหเสนา ยืนอ่านวันนั้นคือแถลงการณ์ของคณะราษฎร ฉบับแรกที่ถึงประชาชนโดยขึ้นต้นนั้นใช้คำว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ราษฎรทั้งหลาย&amp;quot; มีเนื้อหาสาระสำคัญที่โจมตีการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และเสนอการปกครองแบบใหม่ที่ยังไม่มีชื่อแน่ชัดในวันนั้น แต่จะมีสภาผู้แทนราษฎร มีกฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน และมีประมุขของประเทศเป็นกษัตริย์ที่อยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระยาทรงสุรเดช ผู้ที่สั่งให้นำทหารทั้งหมดเข้าไปในประตูรั้วเหล็กของพระที่นั่งอนันตสมาคม &amp;nbsp;หลังจากที่พระยาพหลฯ ได้อ่านแถลงการณ์ของคณะราษฎรฉบับแรกแล้ว ได้บันทึกเล่าเรื่องตอนนี้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เมื่อทหารเข้าไปในรั้วแล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้สั่งให้เข้าแถวคละกันทั้งหมดทุกเหล่า เตรียมสำหรับที่จะสั่งใช้ได้ต่อไป การที่ให้เข้าแถวคละกันเช่นนี้ย่อมเป็นการป้องกันมิให้ผู้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งสั่งการแก่ทหารของตัวได้สะดวก เพราะทหารของตัวมิได้รวมกันอยู่ กระจายแทรกอยู่ทั่วไป...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อดำเนินมาได้ถึงขั้นนี้ก็ถือว่าการปฏิบัติการตามแผนการขั้นที่หนึ่ง &amp;ldquo;ต้องรวบรวมทหารให้มากที่สุดเท่าที่จะรวมมาได้ จากกรมกองทหารในกรุงเทพฯ ไปรวมไว้พระที่นั่งอนันต์และบังคับทหารเหล่านั้นไว้ให้อยู่ในมือ&amp;rdquo; สำเร็จแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นคณะผู้ก่อการฯ ก็จะต้องดำเนินการต่อไปในขั้นที่สอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------
สถาบันพระปกเกล้า, ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51854</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, กาลครั้งหนึ่ง, คณะราษฎร์, พระยาทรงสุรเดช, เปลี่ยนแปลงการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8c423a2185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;เตือนเลิกโจมตีคณะราษฎร์ได้แล้ว ยิ่งเข้าตัวทหาร จุดไฟในชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;เรื่องของประวัติศาสตร์ควรจะพอได้แล้ว การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 โดยคณะราษฎร์ผ่านพ้นไปแล้ว แก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรก็ไม่ได้แล้ว ไม่ควรหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายกันในทางการเมืองอีก เพราะรังแต่จะสร้างความแตกแยก ที่สำคัญคือคณะราษฎร์นั้นกำลังหลักคือทหารโดยมีพลเรือนเป็นตัวประกอบ ยิ่งโจมตีใส่ร้ายคณะราษฏร์มากเท่าใด ใครเล่าที่จะได้รับผลกระทบ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนสมัยชิง คนจีนนับถือบูชางักงุย ในฐานะเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และภักดีชาติ เพราะงักงุยเป็นขุนพลที่ต่อต้านต่างชาติที่รุกรานจีน ดังนั้นในสมัยชิง จึงริเริ่ม เชิดชูกวนอูให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และมีความจงรักภักดี เพื่อลดกระแส บูชางักงุย เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นกระแสต่อต้านชิงฉันใด เรื่องคณะราษฎร์ก็ฉันนั้น เราทั้งหลายพึงสามัคคีปรองดองสร้างความสมานฉันท์ในชาติเถิด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48679</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร์, ทหาร, ทำลายการเมือง, แตกแยก, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a10c9bc07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
