<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ส.ว.ไล่พระร่วมชุมนุมสึก โบว์แจ้นแจงบัญชีบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส.ว.วันชัย&amp;quot; หวดก้นพระเณรนุ่งเหลืองขึ้นเวทีม็อบไม่สมควรอย่างยิ่ง ไล่สึกไปเลยดีกว่า ฉะคณะสงฆ์-พศ.ปล่อยย่ำยีหัวใจพุทธศาสนิกชน ชง กมธ.ศาสนาวุฒิสภาแก้ปัญหาด่วน &amp;quot;โบว์ ณัฏฐา&amp;quot; โชว์ยอดบริจาคทะลุ 1.5 แสนช่วยพระลี้ภัยไปยุโรป &amp;quot;แกนนำแครอต&amp;quot; แจงจำเป็นต้องใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เห็นพระเณรที่ชุมนุมแล้วสะท้อนใจ กระอักกระอ่วนต่อความรู้สึก ทั้งการกระทำและคำพูดดูจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นโดยลำดับ ทำตัวเหมือนไม่ใช่พระเณรในพระพุทธศาสนา ความจริงสีไหนกลุ่มไหนจะชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองก็เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่สีของคนนุ่งเหลืองห่มเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาซึ่งคนไทยส่วนใหญ่เคารพนับถือ โดยเฉพาะความเป็นพระเณร จะต้องมีวัตรปฏิบัติ และการประพฤติที่ต่างจากฆราวาส จะมานุ่งเหลืองห่มเหลืองสะพายย่ามขึ้นเวทีชุมนุมปราศรัยเป็นหัวหอกในการปะทะต่อต้านเหมือนกับผู้ชุมนุมโดยทั่วไป น่าจะไม่เหมาะสมและเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความรู้สึกของคนที่กราบไหว้และนับถือพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง ทำไมไม่มีใครเข้าไปจัดการกับพระเณรกลุ่มนี้ เท่าที่ติดตามดูพวกนี้ชักจะเหิมเกริมรุนแรงขึ้นทุกวัน จนลืมความเป็นพระเณรไปหมด ถ้าอยากจะเคลื่อนไหวแบบนี้ก็สึกออกไปเสียเลยดีไหม จะได้ทำอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเอาผ้าเหลืองมาห่อหุ้มทำให้เสียวงการคณะสงฆ์ไปเปล่าๆ ปลาตายตัวเดียวทำให้วงการคณะสงฆ์พลอยเน่าเหม็นไปด้วย เรื่องแบบนี้ผมเองก็รู้สึกอึดอัดขัดข้องใจมานานแล้ว ไม่เห็นด้วยที่พระเณรออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง มันเป็นเรื่องของฆราวาส ไม่ใช่เรื่องของพระ ถ้าจะอ้างว่าประเทศนั้นประเทศนี้ทำได้ ผมว่าก็น่าจะไปบวชอยู่กับประเทศอื่น เพราะพระประเทศไทยไม่ควรเป็นเช่นนั้น แม้แต่ในแวดวงข้าราชการ อัยการ ศาล เขายังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยิ่งในวงการสงฆ์ มีข้อกำหนดและวัตรปฏิบัตรที่เข้มงวดกวดขันมากกว่าฆราวาส แต่ก็ปล่อยปละละเลย ทางฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมืองโยนกลองกันไปโยนกลองกันมา ปล่อยให้พระเณรพวกนี้ย่ำยีหัวใจพุทธศาสนิกชนขึ้นทุกวัน&amp;quot; นายวันชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอถามดังๆ ว่าใครจะทำอะไรกับพระเณรกลุ่มนี้ได้ ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอในการบริหารจัดการของคณะสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมัวทำอะไรกันอยู่ พระเณรที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่กี่องค์ยังทำอะไรกันไม่ได้เลย ถึงคราวที่จะให้เด็กๆ หรือประชาชนออกมาเรียกร้องการปฏิรูปกันได้แล้วหรือยัง ใครมีหน้าที่รับผิดชอบจะทำอะไรก็รีบทำ อย่าปล่อยให้คนนุ่งเหลืองเหล่านี้ออกมากัดกร่อนพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศอีกต่อไป วงการอื่นจะแตกแยกแตกสีกันอย่างไรก็ช่าง ขอสีเหลืองของพระสงฆ์ไว้สักสีหนึ่งเถอะ ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ โดยด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าการเปิดบัญชีรับบริจาคเงินช่วยเหลือพระลี้ภัยไปต่างประเทศ หลังจากถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ว่า รายงานสรุปยอดวันแรกตรวจสอบเมื่อเวลา 22.30 น. (วันที่ 21 พ.ย.) หรือประมาณ 10 ชั่วโมงหลังการประกาศระดมทุน ยอดรวม 151,578.50 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตอนที่ทราบจำนวนเงินที่จำเป็นสำหรับการเดินทางต่อให้ถึงปลายทางที่ปลอดภัย ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อนและเร่งด่วนนั้น กังวลมากว่าจะเป็นไปได้ทันเวลาหรือไม่ ตอนนี้ทุกคนร่วมกันทำให้เป็นไปได้แล้วในครึ่งวัน หลังจากนี้คือต้นทุนสำหรับการดำรงชีวิตและภารกิจทางศาสนาที่ท่านตั้งปณิธานไว้ และตามแต่ทุกคนจะมีจิตศรัทธา โดยจะรายงานรายละเอียดเช่นนี้ทุกวันจนปิดการระดมทุนในวันที่ 30 พ.ย. ถึงวันนั้นหวังว่าพระท่านจะเดินทางถึงปลายทางอย่างปลอดภัย และสามารถมาสื่อสารรายละเอียดเรื่องราวโดยตรงด้วยตนเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โบว์ได้เห็นสื่อบางสำนักแสดงความไม่พอใจในการช่วยเหลือครั้งนี้ ขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม เมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งไม่อาจวางใจในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีปัญหาอย่างที่เราทราบกัน และตัดสินใจออกนอกประเทศไปแล้วอย่างตกระกำลำบาก เราได้พิจารณารายละเอียดของสิ่งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิด และเห็นว่าท่านไม่ได้มีการกระทำที่เป็นภัยหรือเป็นไปโดยเจตนาไม่สุจริต จึงได้ยื่นมือช่วยเหลือเมื่อได้รับการติดต่อ อย่างน้อยที่สุดเขาคือเพื่อนร่วมชาติที่ยังมีศักยภาพในการทำประโยชน์บนโลกนี้ต่อไป เชื่อว่าสื่อทุกท่านรู้จักกันมาไม่น้อยนะคะ โบว์ไม่เคยใช้วิจารณญาณอย่างมักง่ายกับเรื่องของสังคม และไม่เคยมีการสื่อสารที่ละเมิดหรือประสงค์ร้ายต่อใคร&amp;quot; นักเคลื่อนไหวทางการเมืองรายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐากล่าวด้วยว่า ในช่วงเวลาแบบนี้ของบ้านเมือง ขอวิงวอนให้เราทุกคนหยุดซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยการสื่อสาร หรือนำเสนอข่าวที่สร้างความเกลียดชังต่อกัน โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เรากำลังร่วมกันทำคือสิ่งที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดที่คนเราจะทำให้กันได้ นั่นคือการช่วยชีวิตและปกป้องสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคมผู้สนับสนุนม็อบ ซึ่งขณะนี้กำลังเรียนระดับปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กปฏิเสธกรณีที่พระมหานรินทร์ นรินโท พระธรรมทูตจากรัฐเทกซัส เชื่อว่าพระมหาไพรวัลย์คือพระสงฆ์รุ่นใหม่ที่ถูกตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามที่ น.ส.ณัฏฐาระบุว่ากำลังลี้ภัยไปตั้งสำนักสงฆ์ในประเทศทางยุโรปและขอระดมทุนด่วนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางว่า &amp;quot;กราบเรียนอาจารย์พระมหานรินทร์ที่เคารพ อย่าหาเขียนแบบนี้ครับ (หัวเราะ) พระที่ท่านจะลี้ภัยไม่ใช่ผมครับ คนอย่างผม ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายครับ (หัวเราะ)&amp;quot; และโพสต์อีกว่า &amp;quot;จะลี้ภัยยังไง ปัจจัยค่ารถมาเรียนมหา&amp;#39;ลัยยังไม่มี ใครอยากสนับสนุนค่าเดินทางไปเรียน อินบ็อกซ์มาได้นะโยม (หัวเราะ)&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระปัญญา สีสัน อายุ 39 ปี เคยประจำอยู่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเป็นแกนนำพระในกลุ่มแครอตขึ้นเวทีปราศรัยกับม็อบคณะราษฎรอย่างต่อเนื่อง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่วันแรกๆ ที่อาตมาถูกยัด 112 จำแลง ด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อาตมาได้ปรึกษากับทุกคนที่ให้คำปรึกษาได้ เช่น ส.ส. อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งทุกคนมีน้ำใจให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ บ้างก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบว่าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม ปลอดภัยแล้วใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อยู่ในวัด อาตมาไม่สามารถเล่าเรื่องที่ตนเองถูกกระทำได้ ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ดูตัวอย่างที่เป็นพลทหาร ตำรวจชั้นผู้น้อย ข้าราชการตัวเล็กๆ ทำไมพวกเขาต้องปิดปากตัวเองทั้งๆ ตนเองเป็นผู้ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่ออาตมามีความพร้อมระดับหนึ่งที่จะบอกสังคมว่า อาตมาถูกระบบรัฐราชการรวมศูนย์กลั่นแกล้ง รังแก อาตมาก็ลงข้อมูลในเฟซบุ๊กตัวเอง ฝากโพสต์ไปทางกลุ่มต่างๆ แอดมินที่อยากช่วยก็อนุมัติโพสต์ให้ รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง ก็ลงให้ตั้ง 3 โพสต์ ทั้งพระและโยมเมตตาช่วยกดไลค์กดแชร์ ช่วยให้ความเห็น สำนักข่าวก็เมตตาเขียนข่าวให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งวันนี้ อาตมาจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อนนึง เพื่อให้มีชีวิตที่ปลอดภัยขึ้น ซึ่งก็มีโยม 3 ท่านเอ่ยวาจาปวารณา รวบรวมธารน้ำใจของสาธุชนผู้ไม่ทอดธุระในความอยุติธรรมของบ้านเมืองนี้แล้วมีกำลังทรัพย์ที่เหลือพอสำหรับการกระทำจาคะ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน ภิกษุถูกฝึกมาโดยพระธรรมวินัย ถ้าโยมไม่เอ่ยปากปวารณาให้ขอจตุปัจจัย ภิกษุจะขอเป็นการเฉพาะเจาะจงไม่ได้ อาตมาจึงไม่เคยอินบ็อกซ์ไปบอกใครๆ ว่าต้องการจตุปัจจัย เว้นไว้แต่โยมที่ปวารณาให้อาตมาเอ่ยปากขอได้ อาตมาจึงจะขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครูโบว์ทราบเรื่องและเห็นเอกสารด้านคดีความของอาตมามาตั้งแต่ต้น แล้วครูโบว์ได้เอ่ยวาจาให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับอาตมา ตั้งแต่วันแรกที่ครูโบว์ทราบข่าวอีกด้วย อาตมาขออนุโมทนาบุญกับญาติโยมทุกๆ ทุกท่านที่ร่วมกันกระทำจาคะมา ณ โอกาสนี้ ท่านที่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวของการกระทำจาคะของเหล่าสาธุชน แล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจ ปีติ ยินดี มีความสุข ก็ขอให้ท่านเหล่านั้นได้รับรู้ว่า แม้ท่านทั้งหลายก็เป็นผู้มีส่วนแห่งบุญในการกระทำจาคะของเหล่าสาธุชนในครั้งนี้&amp;quot; แกนนำพระในกลุ่มแครอตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการระดมทุนช่วยพระลี้ภัยว่า ระดมทุนช่วยใคร ต้องตรวจสอบคนให้ดี ระวังจะเสียหมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัยยังโพสต์เพิ่มเติมว่า &amp;quot;ข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีบทลงโทษที่น้อยกว่า มาตรา 112 มาก อีกทั้งผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดในข้อหาได้รับการประกันตัว แถมการสู้คดีในศาลกินเวลาหลายปี ไม่เข้าใจทำไมต้องหนีถ้าคุณมีเส้นสาย/เงินทุนก็ยังไม่อยากว่า แต่หนีแล้วไม่มีที่ไปกลายเป็นทุกข์ทรมานยิ่งกว่าอยู่ในประเทศ แถมไม่รู้จะกลับประเทศเมื่อไหร่ยิ่งไม่ควรหนี ตอนผมโดนข้อหามาตรา 112 ผมโชคดีที่ได้รับการประกันตัว หลายคนแนะนำให้หนีออกนอกประเทศ แต่ผมยืนยันไม่หนี เพราะการหนีไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการสร้างปัญหาใหม่ที่ร้ายแรงยิ่งกว่า ผมเลือกที่จะติดคุก 2-3 ปีดีกว่าที่จะหนี ซึ่งอาจต้องใช้เวลาตลอดชีวิต แถมยังต้องอยู่ด้วยความกลัว ถ้าคุณไม่มีเส้นสาย เงินทุนพอที่จะหนี ผมไม่แนะนำให้หนี&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84712</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศาสนา, กมธ.ศาสนาวุฒิสภา, คณะสงฆ์, พระเณรขึ้นเวทีม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจงบัญชีบริจาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba7ca93d192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราช นำคณะสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร สวดมนต์เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจแก่ประเทศชาติ และประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 63 - สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า วันพุธ ที่ 25 มีนาคม 2563 &amp;nbsp;เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดราชบพิธ ทรงเป็นประธานในการเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสวัสดิมงคล เป็นขวัญ และกำลังใจแก่ประเทศชาติและประชาชน ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ คณะสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรได้เจริญพระพุทธมนต์โดยพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60898</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสงฆ์, สมเด็จพระสังฆราช, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b36f085214.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมเด็จพระสังฆราช&#039;บัญชาคณะสงฆ์ช่วยผู้ประสบภัยลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 61 - สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ออกประกาศลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 เรื่องมีพระบัญชาให้คณะสงฆ์รวบรวมกัปปิยภัณฑ์ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีใจความว่า ตามที่ เกิดเหตุเขื่อน &amp;ldquo;เขื่อนเซเปียน- เซน้ำน้อย&amp;rdquo; แตก เมื่อวันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม 2561 ก่อให้เกิดอุทกภัยในแขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีผู้ประสบความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ความทราบแล้ว นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มี พระบัญชาโปรดให้คณะสงฆ์หนตะวันออกทุกจังหวัด รวบรวมกัปปิยภัณฑ์พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค และมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาทุกจังหวัด ดำเนินงานประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้ และโปรดให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศร่วมกันแผ่เมตตาจิต เพื่อให้ประชาชน ชาวลาวผู้ประสบภัย ผ่านพ้นภัยพิบัติดังกล่าวไปได้โดยสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อนึ่ง โปรดมีพระบัญชาให้ไวยาวัจกรนำส่งกัปปิยภัณฑ์เท่าราคา 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14098</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสงฆ์, ผู้ประสบภัยลาว, มีพระบัญชา, สมเด็จพระสังฆราช, เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0c1736b0df2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะสงฆ์เชียงรายกว่า1พันรูปเตรียมจัดพิธีสวดมนต์อธิษฐานจิตให้ 13ชีวิตทีมหมูป่าปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสงฆ์กว่า1พันรูป ทั่วจังหวัด พร้อมรวมตัวที่วัดบ้านจ้อง สวดมนต์อธิษฐานจิตให้13ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดถ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ในขณะนี้ทางคณะสงฆ์ทั่วจังหวัดเชียงราย กำลังจะจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และอธิษฐานจิต เพื่อขอให้ทีมนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีเเม่สายพร้อมผู้ฝึกสอน จำนวน 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำให้สามารถออกมาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าอาวาสทุกวัดที่เชียงราย &amp;nbsp;จะรวมตัวกันมาสวดมนต์ช่วยที่ รร.วัดบ้านจ้อง หน้าถ้ำประมาณพันรูปเวลาบ่าย 3 โมงเย็น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12475</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสงฆ์, ค้นหา13ชีวิตติดถ้ำหลวง, ทีมหมูป่า, พระสงฆ์เชียงราย, รร.วัดบ้านจ้อง, สวดมนต์อธิษฐานจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b3863f0bf7f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระไทยในสหรัฐต้านให้อำนาจ&#039;นายกฯ&#039;ตั้ง มส.-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ https://www.bansuanporpeang.com/node/6046&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2561- เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของคณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นแถลงการณ์ &amp;ldquo;หมายเหตุ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ&amp;rdquo; ในหัวข้อ &amp;ldquo;กรณีกฤษฏีกาจะดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ภายใน 7 วัน&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ออกประกาศ เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งระบุว่า รัฐบาลไทย ได้ผ่านมติ ครม.ขอแก้ไข พ.บ.คณะสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนปีนี้ที่ผ่านมา โดยเน้นไปที่แก้ไขในหมวดมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะผู้ปกครองอื่นๆ ได้แก่ เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค โดยจะให้มีการ &amp;quot;เซตซีโร&amp;quot; คือ ล้างหน้าไพ่ใหม่หมด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดิ์ หรือโดยตำแหน่ง มาจากสมเด็จพระราชาคณะทั้ง 8 รูป รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราชอีก 1 ก็เป็น 9 เมื่อได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระราชาคณะ ก็พ่วงตำแหน่งกรรมการ มส.ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน พบว่า สมเด็จพระราชาคณะแต่ละรูปนั้น ล้วนแต่มีพรรษายุกาลมาก บางรูปอายุยืนถึง 90 หรือ 100 ปี ทีนี้เมื่อเป็นโดยตำแหน่ง แต่ไม่สามารถไปประชุมมหาเถรสมาคมได้ ก็เลยทำให้องค์ประกอบมหาเถรสมาคมบกพร่อง เพราะมีกรรมการ แต่ทำงานไม่ได้ และรัฐบาลก็ไม่สามารถตั้งกรรมการเพิ่มเติมได้ เพราะ พ.บ.คณะสงฆ์ กำหนดจำนวนเอาไว้เพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง มาจากพระราชาคณะ ชั้นธรรมขึ้นไป ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ทรงแต่งตั้งจากทั้งสองนิกาย ฝ่ายละ 6 รูป รวมเป็น 12 รูป ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังสามารถทำงานได้ดี แต่มีปัญหาว่า มักจะมีการ &amp;quot;สืบทอดอำนาจ&amp;quot; แต่งตั้งคนในสายของตนเองเข้ามาครองอำนาจ มิได้สรรหาจากพระสงฆ์สามเณรทั่วประเทศ สังเกตได้ว่า วัดใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธ วัดสระเกศ วัดปากน้ำ ฯลฯ จะมีกรรมการมหาเถรสมาคมมากกว่า 1 รูป แถมยังเป็นติดต่อกันอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เจ้าคณะใหญ่ ฝ่ายธรรมยุตนั้นมีเพียงรูปเดียว แต่ปกครองพระในนิกายธรรมยุตทั่วประเทศ แต่ของมหานิกายนั้นมี 4 รูป แบ่งประเทศไทยออกเป็น 4 ภาค หรือ 4 หน ได้แก่ หนกลาง หนเหนือ หนตะวันออก (อีสาน) และหนใต้ ส่วนนี้ มีปัญหาว่ามีการแต่งตั้งบุคคลไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง เช่น พระในภาคเหนือ ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระในภาคใต้ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นต้น ส่งผลให้การบริหารพระศาสนามีปัญหา เพราะไม่รู้ปัญหาในท้องถิ่นนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เจ้าคณะภาค ซึ่งก็ถือว่าเป็นพระสังฆาธิการในระดับสูง เป็นเหมือนผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่ภายหลังมานั้น ตำแหน่งนี้ถูกพระใน มส.มองเห็นเป็นเพียง &amp;quot;บันได&amp;quot; จึงเอาตำแหน่งไว้เพื่อไต่เต้าขึ้นเป็น &amp;quot;กรรมการมหาเถรสมาคม&amp;quot; รวมทั้งการดำรงตำแหน่งในต่างถิ่นฐาน ทำให้ทำงานไม่สอดคล้องกับสภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่แต่เท่านั้น กรรมการมหาเถรสมาคมแทบจะทุกรูป ล้วนแต่มีตำแหน่ง &amp;quot;ซ้ำซ้อน&amp;quot; กันมากมาย ไล่ตั้งแต่ กรรมการ มส. เจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าอาวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ ฯลฯ ยังไม่นับตำแหน่งอิสระอีกมากมาย ราวกะเทวดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปปัญหาอยู่ที่ 1.สุขภาพร่างกาย 2.เล่นเส้นเล่นสาย 3.ดำรงตำแหน่งซ้ำซ้อน 4.เป็นคนต่างถิ่น ไม่คุ้นชินกับปัญหา ทั้งสี่ประการนี้ จึงต้องมีการชำระสะสาง &amp;quot;โครงสร้าง&amp;quot; ของมหาเถรสมาคม ไล่ตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะหน และเจ้าคณะภาค ส่วนโครงสร้างระดับล่างนั้น ยังเห็นว่าไม่เสียหายอะไร คงต้องคงเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทย &amp;quot;ขีดกรอบ&amp;quot; ปัญหาของคณะสงฆ์ไทยไว้ตรงนี้ ก็ถือว่ามองไกลกว่าที่ &amp;quot;เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ&amp;quot; เคยเรียกร้องให้ปรับปรุงเฉพาะ &amp;quot;มหาเถรสมาคม&amp;quot; เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการที่รัฐบาลขอแก้ไขให้ &amp;quot;การแต่งตั้งและถอดถอน กรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot; ต้องเป็น &amp;quot;พระราชอำนาจ&amp;quot; เท่านั้น ฟังดูก็ดูดี เพราะต่อไปนี้ พระสงฆ์ทุกระดับ จะไม่มีโอกาสในการเลือก หรือแต่งตั้งกรรมการ มส. เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค อีกต่อไป แต่ปัญหาจะมาถึงข้อที่ว่า &amp;quot;แล้วใครจะเป็นผู้เลือกและนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงโปรดแต่งตั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งรัฐบาลได้แก้ไข พ.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 7 ให้เป็นพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ แต่ความจริงแล้ว ยังมีเรื่องของ &amp;quot;การรับสนองพระบรมราชโองการ&amp;quot; เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือนายกรัฐมนตรีเป็นทั้งผู้ทูลเกล้าฯ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เรียกว่าอำนาจอยู่ในมือนายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว เพราะพระเจ้าอยู่หัวคงจะไม่ทรงลงมาพิจารณาด้วยพระองค์เอง และมีพระบรมราชโองการลอยมาโดยที่ไม่มีการทูลเกล้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามองให้ตลอดก็จะเห็นว่า ถ้ารัฐบาลสามารถแก้ไข พ.บ.คณะสงฆ์ ได้ตามที่กฤษฎีกาประกาศออกมานี้สำเร็จ อำนาจในการเสนอตั้งพระสังฆาธิการระดับสูงในพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่เจ้าคณะภาค ไปถึงสมเด็จพระสังฆราช ก็จะเป็นของ..นายกรัฐมนตรี แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้ นายกรัฐมนตรีเป็นชาวพุทธ และเป็นพุทธสายกลาง คือทำบุญได้ทุกวัด ไม่เป็นลูกศิษย์วัดใดวัดหนึ่งโดยเฉพาะ ก็ถือว่าน่าไว้วางใจในระดับหนึ่ง แต่..แต่ถ้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีเป็นศิษย์สายวัดใดวัดหนึ่ง เช่น ธรรมกาย สันติอโศก ก็อาจจะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี นำความขึ้นทูลเกล้า &amp;quot;ยกครูบาอาจารย์&amp;quot; ให้เป็นใหญ่ในวงการสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมิรวมถึงปัญหาข้อที่ว่า &amp;quot;ถ้านายกรัฐมนตรีนับถือศาสนาอื่น มิใช่พุทธศาสนิกชน&amp;quot; แต่กลับมีอำนาจในการเสนอตั้งสมเด็จพระสังฆราช ไปจนถึงเจ้าคณะภาค ถึงตอนนั้นจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะในร่างแก้ไขที่กฤษฎีกาเปิดเผยออกมานั้น &amp;quot;ไม่มีคณะกรรมการสรรหา&amp;quot; แต่ให้เป็นพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ ซึ่งทุกอย่างจะตกอยู่ที่ &amp;quot;นายกรัฐมนตรี&amp;quot; แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลอาจจะอ้างว่า &amp;quot;ก็ใช้หลักการเดียวกับการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั่นแหละ&amp;quot; แต่ดูไปแล้วมันจะเยอะเกินไป เพราะในการตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ชาวพุทธทั้งประเทศล้วนแต่จับจ้องมองด้วยความสนใจ จึงเชื่อว่าจะเป็นกลไกช่วยตรวจสอบการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีไปในตัว แต่สำหรับกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ และเจ้าคณะภาค ร่วมๆ 100 ตำแหน่ง เหล่านี้ ถือว่ามีความหลากหลายมาก จะให้นายกรัฐมนตรีทำบัญชีขึ้นทูลเกล้าแต่เพียงผู้เดียวนั้น มองยังไงก็อันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม และคณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส และวัดในเครือ ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงไม่เห็นด้วยที่จะให้อำนาจแก่ &amp;quot;นายกรัฐมนตรี&amp;quot; ในการเสนอนาม &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช-กรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot; แต่เพียงผู้เดียว เพราะนั่นจะทำให้นายกรัฐมนตรี เป็นสังฆราชอีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะเมื่อมีอำนาจเสนอตั้งตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชลงมา ถามว่า สมเด็จพระสังฆราช จะทรงมีอำนาจอะไร ก็จะกลายเป็นเพียง &amp;quot;เจว็ด&amp;quot; หรือรูปปั้นบนศาลเจ้าเท่านั้น เพราะลำพัง &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค เรายังไม่ไว้วางใจ แล้วจะไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงขอเสนอให้มี &amp;quot;คณะกรรมการสรรหากรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot; ไว้ในการแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับนี้ด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11985</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฏีกา, คณะสงฆ์, นายกรัฐมนตรี, มหาเถรสมาคม, วัดไทยลาสเวกัส, สหรัฐอเมริกา, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f63a954821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวพันธุ์&quot;ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ซัด มีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ย้ำ รัฐยึดกฎหมาย ไม่กลั่นแกล้งใคร เตือน เรื่องละเอียดอ่อน ยัน ลงโทษขรก.เอี่ยวทุจริตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พอช.) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบ.คณะสงฆ์ ว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังพระสงฆ์ถูกกล่าวหาทำผิด แต่ถูกจับสึกก่อนมีคำพิพากษา ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรมและความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่าเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร&amp;quot;นายสุวพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือ ให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนการตรวจสอบข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องเงินอุดหนุนวัดก็ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุดตนได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูง และระดับกลาง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คนกำลังถูกสอบสวนทางวินัย อย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ ก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11520</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสงฆ์, บิดเบือนศาสนา, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a9773ccaa0ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การตลาดยุค4.0 ส.ศิวรักษ์โหนกรณีจับพระเร่ขายหนังสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักเขียนและนักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa ว่า ในช่วงที่มีข่าววงการคณะสงฆ์เช่นนี้ ขอแนะนำหนังสือ 2 เล่ม ของ ส. ศิวรักษ์ (1) คันฉ่องส่องพระ รวมบทความที่เขียนถึงพระเถรานุเถระ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีกล่าวถึงสมเด็จอยู่ วัดสระเกศ &amp;nbsp;และสมเด็จฟื้น วัดสามพระยาด้วย (2) ปาจารยสาร 42/1 มีบทสนทนาขนาดยาว ที่ ส. ศิวรักษ์ ขอความรู้จากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) เรื่องการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งมีข้อคิดต่างๆ ที่น่าสนใจ 2 เล่มนี้ ราคาปกรวมแล้ว 390 บาท มีค่าส่งชุดละ 50 บาท รวมเป็น 4 4 0 บาท พร้อมลายเซ็น ส. ศิวรักษ์&amp;nbsp;พิเศษ สั่งซื้อวันนี้ - 31 พฤษภาคม จะแถม &amp;quot;หนังสือสนุกฯ&amp;quot; ของ ส. ศิวรักษ์ มูลค่า 120 บาท ให้ฟรีๆ ด้วย&amp;nbsp;สามารถสั่งซื้อได้ทาง inbox หรือ law_dit@hotmail.com ทั้งนี้ หนังสือมีจำนวนจำกัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10110</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sulak Sivaraksa, คณะสงฆ์, นักเขียน, ส.ศิวรักษ์, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a66417ae3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
