<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เภสัชฯ มหิดล สอนรู้จัก&#039;ชุดตรวจ ATK&#039;  ใช้ยังไง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล จัดเสวนา &amp;ldquo;การตรวจและแปลผลการตรวจคัดกรองโควิด19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Self - Test Kit ในร้านยา และการแนะนำการดูแลตนเอง&amp;rdquo; โดย ดร.ทนพ.เมธี ศรีประพันธ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ในการตรวจคัดกรองโควิด19 ก็มีหลายวิธี เช่น วิธีการตรวจสารพันธุกรรม ด้วยเทคนิค RT-PCR หรือใช้วิธีการตรวจหาแอนติเจน ด้วยการใช้ Rapid antigen test หรือ Antigen &amp;nbsp;test kit ทั้งแบบ Professional use และ &amp;nbsp;Antigen Test Self-Test kit แบบHome use ส่วนวิธีการเพาะแยกเชื้อไวรัส มักใช้ในงานวิจัย และอีกวิธีคือการตรวจหาแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัส ด้วยการตรวจจากเลือด วิธีการนี้จะตรวจเฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปัจจุบันเทคนิคการตรวจ &amp;nbsp;Rapid antigen test หรือ Antigen &amp;nbsp;test kit(ATK) ได้ถูกนำไปใช้ในการตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก เพื่อคัดกรองเบื้องต้นร่วมกับ RT-PCR แล้ว ซึ่งการตรวจเจอแอนติเจนนั้น จะบอกได้ว่าไวรัสมีความสามารถที่จะเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย หรือเป็นไวรัสที่มีชีวิต โดยขณะนี้ชุด &amp;nbsp;Rapid test มีอยู่ 2 แบบ ได้แก่1. Antigen &amp;nbsp;test kit(ATK) &amp;nbsp;สำหรับตรวจหาเชื้อไวรัส ที่เป็นแอนติเจนหรือโปรตีนของเชื้อ 2.Antibody test kit สำหรับตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด19 เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้อจะต้องดูให้ชัดเจน เพราะเริ่มมีการซื้อชุดตรวจมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ สำหรับบุคคลทั่วหากต้องการตรวจโควิด19 เบื้องต้นสามารถใช้ ชุดตรวจ ATK ได้มีการจัดจำหน่วยแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทนพ.เมธี กล่าวต่อว่า การตรวจหาไวรัสหรือส่วนของไวรัสในสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ด้วย ATK มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการเก็บตัวอย่าง หลังจากรับเชื้อ 2-14 วัน แนะนำว่าให้เก็บตัวอย่างหลังจากสงสัยว่าสัมผัสเชื้อ 3-5 วัน ในกลุ่มเสี่ยงสูงหากตรวจแล้วได้ผลลบควรตรวจซ้ำอีก 3-5 วัน หรือพิจารณาตรวจ &amp;nbsp;RT-PCR เนื่องจากชุดตรวจ &amp;nbsp;ATK มีอยู่ 2 แบบ ในแบบที่เป็น Professional use ควรได้รับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์และต้องตรวจในสถานพยาบาลหรือคลินิกเวชกรรม หากเป็นแบบ Home use หรือ Antigen Test Self-Test kit ส่วนใหญ่จะเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้า (nasal swab) หรือน้ำลาย(Saliva) ปัจจุบันแม้ว่าการตรวจคัดกรองโควิด19 จะเป็นใช้ชุดตรวจ &amp;nbsp;ATK แต่วิธียืนยันผลโควิดยังคงเป็นวิธี RT-PCR &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์ประกอบของชุดตรวจ &amp;nbsp;ATK &amp;nbsp;แบบ nasal swab จะประกอบด้วย ตลับทดสอบ หลอดใส่น้ำยาสกัด ฝาหลอดหยด ไม้ Swab &amp;nbsp;เอกสารกำกับชุดตรวจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจแต่ละยี่ห้อ ส่วนวิธีการใช้งาน &amp;nbsp;1.การเก็บตัวอย่าง จากโพรงจมูกด้านหน้า จะต้องแทงไม้ Swab &amp;nbsp;ลึกเข้าไปที่โพรงจมูกประมาณ 1 นิ้ว บางยี่ห้อให้หมุนไม้ &amp;nbsp;Swab &amp;nbsp;ข้างละ 10 ครั้ง 2.ขั้นตอนการทดสอบ จุ่มไม้ &amp;nbsp;Swab &amp;nbsp;ในหลอดที่มีน้ำยาสกัด หมุนและบีบอย่างน้อย 5 รอบ &amp;nbsp;จากนั้นหยดน้ำยาลงในตลับทดสอบตามจำนวนที่ชุดตรวจกำหนด ควรเขย่าหลอดน้ำยาสกัดเบาๆก่อนหยด และรออ่านผลหลังหยดน้ำยา ส่วนใหญ่ใช้เวลา 15-30 นาที &amp;nbsp;บางยี่ห้ออ่านผลหลังจากหยดน้ำยา 3-7 หรือ 10 นาที 3.อ่านผลและแปลผลทดสอบ หากเป็นผลจะมีขีดปรากฎทั้งแถบควบคุม T และ C หากเป็นผลลบ จะปรากฎที่แถบควบคุม C&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วิธี nasal swab ห้ามสัมผัสปลายก้านเก็บตัวอย่าง ใช้ไม้ swab ที่ให้มากับชุดตรวจเท่านั้น (มีทั้งก้านยาวและก้านสั้นขึ้นกับยี่ห้อ) ระยะที่แยงเข้าในจมูกจะขึ้นกับแต่ละชุดตรวจ ส่วนใหญ่ในช่วง 1.5-3.0 ซม.ถ้าในเด็กอาจต้องระยะลงเช่นเหลือ 1-2 ชม. ไม่ควรนำไม้เก็บตัวอย่างจุ่มน้ำยาสกัดเชื้อหรือของเหลวอื่น ๆ เช่น buffer ก่อนนำไปเก็บตัวอย่างในโพรงจมูก ควรใช้ไม้เก็บตัวอย่างอันเดียวกันเก็บตัวอย่างจากจมูกทั้ง 2 ข้าง หลีกเลี่ยงหรืออย่าให้มีน้ำมูกติดมามากจนเกินไป การจ่มก้าน Swab ในน้ำยาสกัดอาจแช่ไว้ 1 นาทีหลังจากหมุน-บีบหลอดสกัดเพื่อให้ตัวอย่างตรวจออกจากก้าน Swab ได้ดีขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแต่ละชุดตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชุดตรวจที่ใช้น้ำลายจะมีหลอดดูด ดร.ทนพ.เมธี &amp;nbsp;ชี้แจงว่า ประกอบด้วย หลอดบรรจุ buffer กระดาษบะะจุ/เก็บตัวอย่างน้ำลาย กรวยเก็บตัวอย่างน้ำลายหรือถ้วยเก็บน้ำลายเพิ่มเข้ามา ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจแต่ละยี่ห้อ 1.บ้วนน้ำลายลงในหลอดเก็บตัวอย่าง 2.เขย่าน้ำลายและหยอดลงในแถบตรวจ จากนั้นก็จะขั้นตอนเช่นเดียวกับวิธี nasal swab ส่วนข้อแนะนำเพิ่มเติม คือ งดการแปรงฟันดื่มน้ำดื่มเครื่องดื่มและทานอาหาร รวมทั้งงดสูบบุหรี่ งดการเคี้ยวหมากฝรั่ง และต้องบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อนเก็บตัวอย่างอย่างน้อย 30 นาที ไม่ควรถ่มน้ำลายในภาชนะเก็บ เพราะอาจทำให้เกิดฟองอากาศในน้ำลายและน้ำลายเหนียวหรือข้นเกินไปส่งผลต่อการตรวจได้ หรือชุดตรวจอาจดูดซึมน้ำลายได้ลดลง ในบางชุดตรวจจะให้เก็บน้ำลายใส่ภาชนะก่อนจากนั้นจึงใช้ไม้ swab จุ่มในน้ำลายที่เก็บมาแล้ว 3 นำไม้ swab ใส่หลอดสกัดเพื่อดำเนินการตรวจ บางชุดตรวจเมื่อเก็บน้ำลายลงในภาชนะแล้วสามารถจ่มแท่งทดสอบหรือแถบตรวจลงไปตรวจและอ่านผลได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทิ้งชุดตรวจทั้ง 2 แบบ คือ &amp;nbsp;ถุงที่จะใช้ทิ้งเขียนระบุที่ว่าเป็นชุดตรวจโควิดใส่น้ำยาแล้ว จากนั้นผสมน้ำ 2 ส่วน พร้อมกับน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก 1 ส่วน ใส่ลงในถุง นำชุดตรวจที่ใช้แล้วใส่ลงในถุงจนน้ำท่วมมิดชุดตรวจซ้อนถุงอีกชั้น ปิดปากถุงให้แน่นทิ้งไว้ 10 นาที และนำไปทิ้งขยะในถังสีแดงหรือหากไม่มีอนุโลมให้ทิ้งในถังทั่วไปได้&amp;rdquo; ดร.ทนพ.เมธี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่มีข้อสงสัยว่าควรใช้ antibody test ในการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ &amp;nbsp;SARS-CoV-2 หรือไม่ ทนพ.เมธี กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่แนะนำให้ใช้ antibody test ในการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ควรใช้ RT-PCR หรือ Antigen test assay หรือ ATK เพราะภูมิคุ้มกันที่ตรวจได้ไม่สามารถบอกได้ว่ามาจากวัคซีนหรือมาจากการติดเชื้อโดยธรรมชาติ และข้อมูลจาก CDC บอกว่าเมื่อฉีดวัคซีนมาแล้ว และทำการตรวจหาโควิดด้วยชุด ATK หรือ RT-PCR จะให้เกิดผลลบ แต่หากพบผลบวก แปลว่า มีการติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลชุดตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรจาก อย. สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ หรือการสังเกตุในเว็บไซต์จะแยกการค้นหาชุดตรวจ ATK ชัดเจน โดยแบบ Professional use ข้อมูลจากทาง อย.จะทำเป็นสีส้ม หากเป็น Home use จะเป็นสีชมพู ซึ่งจะมีข้อมูลยี่ห้อชุดตรวจพร้อมกับวิดีโอการใช้งาน และจากข้อมูลชุดตรวจวินิจฉัยโรคโควิด19 ด้วยวิธี Antigen detection ตั้งแต่วันที่ 5-6 ส.ค.64 ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับทาง อย. ว่า ชุดตรวจ ATK แบบ Professional use มีจำนวน 49 รายการ &amp;nbsp;Semi-automated antigen detaction(Professional use) จำนวน 3 รายการ Automated antigen detaction(Professional use) จำนวน 3 รายการ และชุดตรวจ ATK แบบ Home use จำนวน 29 รายการ ในจำนวนนี้แบ่งเป็น การเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้า &amp;nbsp;อย่างเดียว 24 รายการ น้ำลายอย่างเดียว 3 รายการ และทั้งโพรงจมูกด้านหน้า +น้ำลาย 2 รายการ ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า ชุดตรวจโควิด19 เป็นการคัดกรองเบื้องต้น สามารถตรวจด้วยตนเองได้ แต่ชุดตรวจที่ใช้ต้องผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียนกับทาง อย. ไม่แนะนำให้ซื้อจากอินเตอร์เน็ตหรือตลาดนัด และมีการตรวจสอบให้ชัดว่าใช้การเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกหรือน้ำลาย รวมไปถึงการศึกษารายละเอียดในการทำทุกขั้นตอนและตรวจในช่วงเวลาที่สงสัยสัมผัสเชื้อ ไม่ควรใช้น้ำยาชุดตรวจข้ามชุดกัน ไม่ควรใช้ซ้ำและทิ้งให้ถูกวิธี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, คณะเภสัช มหิดล, ดร.ทนพ.เมธี ศรีประพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61110c29c63e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ม.มหิดล&quot;เรียนทำแล็บทางออนไลน์ให้&quot;นศ.&quot;ส่งคลิปปฎิบัติส่งอาจารย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;


12ม.ค.64-คณะเภสัช ม.มหิดล หาทางออกให้นักศึกษาได้รับความรู้เต็มที่้ ให้นักศึกษาทำแล็บทางออนไลน์ &amp;nbsp;ส่งเครื่องมือไปให้ถึงบ้าน &amp;nbsp;เสร็จแล้วให้ส่งคลิปมาให้อาจารย์ผู้สอนประเมิน &amp;nbsp;

รศ. ภก. สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ระลอกใหม่ คณะฯ ได้ตัดสินใจและแจ้งให้นักศึกษาทราบตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2563 ว่า การเรียนในภาคการเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2563 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2564 จะดำเนินการผ่านการเรียนออนไลน์ทั้งหมด จนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ความท้าทายที่สุดของการเรียนออนไลน์ คือ วิชาปฏิบัติการ ซึ่งปกติเป็นการเรียนในห้องปฏิบัติการกับเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาได้ลงมือทำ และเสริมสร้างให้เกิดทักษะ (skills) จากความรู้ที่ได้เรียนในทางทฤษฎี จากการระดมสมองหารือกันภายในคณะฯ จึงได้ออก 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;1. การจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบปฏิบัติการ (lab) ออนไลน์ ซึ่ง ผศ. ดร. ภก.จตุรงค์ ประเทืองเดชกุล หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา ได้เป็นแกนนำในการริเริ่มส่งอุปกรณ์เรียนแล็บออนไลน์ให้นักศึกษาทางไปรษณีย์ ให้นักศึกษาได้ทดลองประกอบการศึกษาคู่มือและคลิปวิดีโอการสอน เพื่อฝึกทักษะขั้นพื้นฐาน 2. ปรับลำดับของหัวข้อการเรียนปฏิบัติการที่ต้องใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ และสำคัญกับทักษะวิชาชีพไปไว้ช่วงปลายเทอม ซึ่งเมื่อสถานการณ์การระบาดดีขึ้นนักศึกษาจะได้เข้ามาใช้เครื่องมือเหล่านั้นได้ และ 3.เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น และได้กลับมาเรียนตามปกติ จะจัดให้มีการทำแล็บซ้ำเพื่อทบทวนและเสริมทักษะของนักศึกษาโดยเฉพาะทักษะที่สำคัญของวิชาชีพ

&amp;quot; การเรียนออนไลน์จะทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสฝึกทักษะพื้นฐานได้ด้วยตนเอง เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ โดย คณะเภสัชศาสตร์ &amp;nbsp;มหิดล จะพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน เพื่อให้ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ได้ประโยชน์มากที่สุด&amp;quot; รศ.ภก.สุรกิจ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผศ. ดร. ภก.จตุรงค์ ประเทืองเดชกุล หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ ม. มหิดล กล่าวเสริมว่า แรกทีเดียวทางภาควิชาฯ ตั้งใจจะให้นักศึกษาได้ศึกษาจากคลิปวิดีโอการสอนทั้งหมดก่อน แล้วจึงให้ฝึกปฏิบัติหลังสถานการณ์โควิด &amp;nbsp;ดีขึ้น แต่เกรงว่านักศึกษาจะไม่ได้รับความรู้อย่างเต็มที่ จึงได้จัดการเรียนการสอนแบบปฏิบัติการออนไลน์โดยวิธีการสาธิต (lab demonstration) ที่ให้นักศึกษาได้ลงมือทำไปพร้อมกับอาจารย์ แล้วประเมินผลโดยให้นักศึกษา ส่งคลิปวิดีโอที่ได้ฝึกทดลอง กลับมายังอาจารย์ผู้สอน โดยมีการส่งอุปกรณ์การฝึกปฏิบัติให้นักศึกษาทางไปรษณีย์ รวมทั้งให้นักศึกษาได้ประยุกต์ใช้จากสิ่งที่หาได้รอบตัว และได้มีการขยายผลรูปแบบการเรียนแล็บออนไลน์สู่ภาควิชาอื่นๆ ของคณะฯ ด้วย ซึ่งการศึกษาทางจุลชีววิทยา เป็นการศึกษาเกี่ยวกับเชื้อจุลชีพ ไม่สามารถจัดส่งได้ทางไปรษณีย์ เนื่องจาก อาจก่อให้เกิดอันตราย จึงได้ให้นักศึกษาใช้ตัวช่วยจากการเตรียมสารสมมุติที่ทำขึ้นเองง่ายๆ จากการนำเอาแป้งฝุ่นมาผสมน้ำปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้เป็นสารละลายที่มีความขุ่นใช้แทนเชื้อจุลชีพจริง และฝึกเทคนิคการเตรียม smear บน glass slide หรือฝึกเทคนิคการ streak plate บนวุ้นในจานเพาะเชื้อพลาสติก

ผศ. ดร. ภก.หญิงอัญชลี จินตพัฒนากิจ อาจารย์ผู้อำนวยการสอนวิชาปฏิบัติการเภสัชการ 3 ของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ในการจัดการเรียนการสอนจะเป็นการเตรียมตำรับยาที่นักศึกษาต้องใช้ในการสอบใบประกอบโรคศิลป์ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในครัวเรือนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำที่สามารถนำมาใช้แทนบีกเกอร์ ตะเกียบหรือหางช้อนที่สามารถนำมาใช้แทนแท่งคนสารละลาย หรือแม้กระทั่งเจล ซึ่งสามารถเตรียมได้จากวุ้นหรือเจลาติน ฯลฯ ซึ่งเมื่อนักศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนที่คณะฯ จะได้มาเตรียมตำรับจริงเพื่อดูขั้นตอนการผสมยาว่า ถ้ามีสารหลายตัวจะมีลำดับในการเติมอย่างไร ซึ่งการเรียนแล็บออนไลน์จะบอกถึงเทคนิคพื้นฐานที่นักศึกษาต้องฝึกทำให้คล่องที่บ้าน โดยมีการกำหนดว่ายาตำรับใดที่นักศึกษาจะต้องทำเป็น และจะให้นักศึกษาได้กลับมาฝึกทำซ้ำที่คณะฯ เพื่อใช้ในการสอบใบประกอบโรคศิลป์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89522</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเภสัช มหิดล, ทำแล็บ, เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd0897b08aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
