<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายเภสัชกรทั่วอีสานต้านพ.ร.บ.ยา ขีดเส้น15วันไม่ถอนยกระดับค้านทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.61-ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) &amp;nbsp;รศ.ดร.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมเครือข่ายเภสัชกรทั่วทั้งภาคอีสาน ,สมาคมศิษย์เก่าเภสัชศาสตร์ภาคอีสาน 3 สถาบัน , เครือข่ายเภสัชกร4 เหล่าทัพ รวมกว่า 300 คน รวมตัวเพื่อร่วมชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน พ.ร.บ.ยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เภสัชกรสุโรจน์ แพงมา นายกสมาคมศิษย์เก่าเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น อ่านแถลงการณ์เครือข่ายเภสัชกรภาคอีสาน ภาคีด้านสุขภาพและภาคประชาชนภาคอีสานในการคัดค้าน(ร่าง) พ.ร.บ.ยา &amp;nbsp;ฉบับใหม่กรกฏาคม 2561ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการปรับปรุงและยกร่างพระราชบัญญัติยา พ. ศ. (ฉบับใหม่กรกฎาคม 2561) เพื่อดำเนินการเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตามลำดับนั้นซึ่งต่อมาเครือข่ายเภสัชกรภาคอีสานพบว่า ร่างพระราชบัญญัติยา ฉบับดังกล่าวมีความหละหลวมละเลยความปลอดภัยและขาดการมีส่วนร่วมจนอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ยาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายเภสัชกรภาคอีสาน ภาคีด้านสุขภาพและภาคประชาชนภาคอีสานจึงขอคัดค้านร่างพระราชบัญญัติยา พ. ศ.( ฉบับใหม่กรกฎาคม) โดยขอให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถอนร่างพระราชบัญญัติยา ฉบับดังกล่าวไม่เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกรณี จำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องเสนอโดยไม่สามารถชักช้าได้ก็เสนอให้นำร่างพระราชบัญญัติยา ที่ผ่านการพิจารณาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองและปลอดภัยจากการใช้ยาเป็นร่างหลักเสนอแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติยา ฉบับใหม่กรกฎาคม 2561 นั้นไม่เป็นไปตามหลักสากลขัดเจตนารมณ์ ในการต้องการพัฒนากฎหมายอาญาอีกครั้งไม่มีความปลอดภัยและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ อันเนื่องมาจากการใช้ยาต่อประชาชนถ้าหากร่างพระราชบัญญัติยาฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ใน 2 ประเด็นหลักคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การแบ่งกลุ่มยาไม่เป็นไปตามหลักสากลขัดกับเจตนารมณ์ในการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติยาซึ่งต้องการแก้ไขเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้นโดยการแบ่งประเภทยาใหม่ในร่างพระราชบัญญัติยา ฉบับดังกล่าวได้แก่ยาควบคุมพิเศษ ยาอันตราย ยาที่ไม่ใช่ยาอันตราย และยาควบคุมพิเศษ และยาสามัญประจำบ้านขณะที่หลักสากลในประเทศต่างๆจัดแบ่งกลุ่มยาเป็นยาที่จ่ายตามใบสั่งยา ยาที่จ่ายโดยเภสัชกร และยาที่ประชาชนเลือกใช้เองการแบ่งกลุ่มยาตามร่างพระราชบัญญัติยาฉบับดังกล่าวเป็นการย้อนกลับไปใช้การจัดกลุ่มยาตามพระราชบัญญัติยา พ. ศ. 2510 ขณะที่การเสนอปรับแก้กลุ่มยาในครั้งล่าสุด ก็เป็นไปตามหลักสากลและไม่มีใครคัดค้านจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกลับไปใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เปิดให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญสามารถผลิตผสมปรุงยาและ รวมถึงการจ่ายหรือส่งมอบยาแก่ผู้ป่วยได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ยาเกิดภาระค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าที่ควรจะเป็นส่งผลกระทบต่อการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามหลักวิชาเภสัชศาสตร์และอาจเร่งเร้าให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะเชื้อดื้อยาอย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายเภสัชกรภาคอีสานขอเน้นย้ำว่าร่างพระราชบัญญัติยาฉบับดังกล่าวนี้ไม่ได้บัญญัติขึ้นมาเพื่อให้กับสถานพยาบาลของรัฐ หรือมีผลบังคับใช้คุ้มครองดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลของรัฐแต่อย่างใด แต่เป็นการบังคับใช้กับภาคเอกชน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือความปลอดภัยของผู้บริโภคและผู้ป่วยที่จะมารับยาการออกกฎหมายจึงเป็นไปเพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัย หาใช่เป็นเครื่องมือซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อระบบยาและระบบสุขภาพอย่างร้ายแรงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นเครือข่ายเภสัชกรภาคอีสานจึงขอคัดค้านและขอให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาถอนร่างพระราชบัญญัติยา ฉบับใหม่กรกฎาคม 2561 ไม่เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 15 วัน ซึ่งถ้าไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปประธรรม เครือข่ายเภสัชกรภาคอีสานจะร่วมกับเครือข่ายเภสัชกรภาคใต้ เครือข่ายเภสัชกรภาคเหนือและเภสัชกรภาคตะวันออกและเครือข่ายเภสัชกรภาคกลางและกรุงเทพฯ จะดำเนินการยกระดับการแสดงจุดยืนร่วมกันเพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติยา ฉบับดังกล่าวอย่างที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ รศ.ดร.ไพบูลย์ ดาวสดใส คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มข. กล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นสถาบันที่ผลิตครู อาจารย์และเภสัชกรมากมาย และการที่เภสัชกร รวมถึงเครือข่ายต่างๆทั่วประเทศนี้ได้ลุกขึ้นมาคัดค้าน พ.ร.บ.ยาในครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะพิจารณา เพราะยาไม่ใช่ขนม และยาเป็นปัจจัย 4 ของประชาชน ใช้รักษาป้องกันโรคให้กับประชาชน และต้องมีการควบคุม เพราะยามีทั้งประโยชน์และโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมแปลกใจว่ามีปัญหามากมายอย่างนี้ มีการต่อต้านทั่วทั้งประเทศทำไมยังมีการนำเสนออยู่ จึงอยากจะวิงวอนว่าควรจะคิดถึงหลักสากล ประโยชน์ของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ อย่าให้เกิดการทำลายประชาชน ขอวิงวอนผู้หลักผู้ใหญ่ วิงวอนทุกภาคส่วนว่า ถ้าเราทำใจเป็นกลางปัญหามี แต่โอกาสก็มีให้เราแก้ไข โปรดรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16603</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเภสัชศาสตร์, คัดค้านพ.ร.บ.ยา, ม.ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b8a7186939e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
