<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสานโพลชี้ชัดโควิดระลอด3ผลงานบริหารรัฐบาลผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;คนอีสานกับโควิดระลอก 3&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่เป็นการสำรวจความคิดเห็นคนอีสานต่อเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยได้ทำการสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,122 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดภาคอีสานพบว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นว่าโควิดระลอก 3 เกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นหลัก การที่ไม่คุมเข้มในช่วงสงกรานต์มีผลต่อการควบคุมการระบาด 2 ใน 3 พร้อมฉีดวัคซีนที่รัฐจัดหาให้ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่กล้าฉีดต้องการฉีดไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า และโมเดอร์นา ตามลำดับ &amp;nbsp;ส่วนใหญ่รายได้ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ต้องการให้รัฐฉีดวัคซีนให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด ขอเงินเยียวยาเพิ่ม และลดรายจ่ายของรัฐที่ไม่จำเป็น &amp;nbsp;โดยรวมมีความพึงพอใจปานกลางถึงน้อยที่สุดในการการแก้ปัญหาโควิดและการจัดหาวัคซีนของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อสอบถามว่า ท่านคิดว่าการระบาดของโควิดระลอก-3 เป็นเพราะสาเหตุใดเป็นหลัก พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 46.4 ชี้ว่าเกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นหลัก รองลงมา คือ ร้อยละ 35.2 เกิดจากการทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก และร้อยละ 18.4 เกิดจากประชาชน บางส่วนที่ไม่มีวินัย ขณะที่มาตรการ คุมเข้มในช่วงสงกรานต์มีผลต่อการควบคุมการระบาด มากน้อย เพียงใด พบว่าคนอีสานตอบว่ามากที่สุด ร้อยละ 18.7 &amp;nbsp;รองลงมาคือร้อยละ 30.5 ปานกลาง ร้อยละ 37.9 &amp;nbsp;ตอบว่าน้อย ร้อยละ 9.3 และตอบว่า น้อยที่สุด ร้อยละ 3.5&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อสอบถามว่า ท่านพร้อมจะฉีดวัคซีนหรือยังตามที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนให้พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 66.4 ตอบว่าพร้อมฉีดหรือฉีดแล้ว ขณะที่ ร้อยละ 33.6 ตอบว่ายังไม่กล้าฉีดและเมื่อสอบถามเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่กล้าฉีดว่า หากเลือกได้ท่านต้องการฉีดวัคซีนยี่ห้อใดมากที่สุด พบว่า อันดับหนี่ง 1 &amp;nbsp;ร้อยละ 46.9 เลือกไฟเซอร์ รองลงมา ร้อยละ 17 เลือกแอสตร้าเซนเนก้า ตามมาด้วย ร้อยละ 11.5 เลือก โมเดอร์นา ร้อยละ 9.4 เลือก จอนห์สัน แอนด์จอนห์สัน ร้อยละ 8.5 ระบุ อะไรก็ได้ที่รัฐจัดหาให้ ร้อยละ 3.1 เลือก ซิโนฟารม์ ร้อยละ 1.9 เลือก สปุตนิก วีและร้อยละ 1.7 เลือกซิโนแวค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คำถามที่ระบุว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษกิจช่วงโควิดอย่างไรมาก พบว่า อันดับ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ร้อยละ 48.1 ต้องการให้ฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด รองลงมา ร้อยละ 24.0 ขอให้แจกเงินเยียวยาเพิ่ม ตามมาด้วย ร้อยละ 10.1 ขอให้ลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 9.4 ช่วยให้มีการจ้างงาน ร้อยละ 4.5 ขอเงินกู้สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 3.1 ขอเงินกู้สำหรับคนที่เป็นหนี้นอกระบบ และ ความเห็นอื่นๆ ร้อยละ 0.8&amp;nbsp;และสุดท้ายเมื่อสอบถามว่า ท่านพึงพอใจในการแก้ปัญหาโควิดและการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล มากน้อยเพียงใด พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้คะแนนอยู่ในช่วงปานกลางถึงพอใจน้อยที่สุด แยกเป็น พอใจปานกลางร้อยละ 38.6 พึงพอใจน้อย ร้อยละ 24.6 พึงพอใจน้อยที่สุด ร้อยละ 24.3 ขณะที่มีกลุ่มที่ ให้คะแนน พึงพอใจมาก ร้อยละ 11.5 ขณะที่ความพอใจมากที่สุด อยู่ที่ ร้อยละ 1 เท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์, มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หัวหน้าโครงการอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน, โควิดระลอก 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b720c7aa770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนติวิทย์&#039; เฮลั่น! จุฬาฯยอมคืนรูปวีรชนตุลา ชวนบัณฑิตไม่รับปริญญาร่วมแชะรูปเป็นมงคลชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.63 - จากกรณีนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เรียกร้องให้ทางคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำรูปนายสมเด็จ วิรุฬหผล นิสิตปีที่ 1 วีรชนประชาธิปไตยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 กลับมาติดตั้งไว้ที่เดิมในห้องที่ทำการสโมสรนิสิตเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ หลังจากตั้งอยู่นานกว่า 40 ปี แต่ถูกปลดออกไปเมื่อเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายเนติวิทย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพื่อนส่งรูปมาให้วันนี้ ภาพพี่สมเด็จ วีรชน 14 ตุลาฯ ถูกกลับมาติดใหม่ที่ห้องสโมสรนิสิตเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ แล้วหลังจากถูกสั่งปลดไป หากนิสิตและประชาชนกดดันจนเอากลับมาได้ เมื่อนิสิตเดินผ่านคณะเศรษฐศาสตร์จะเห็นพี่สมเด็จ หวังว่าจะมีพลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไปถ่ายรูปกับพี่เขาได้ บัณฑิตไม่เข้ารับปริญญา ก็มาถ่ายรับกับพี่สมเด็จได้เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันต่อสู้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74609</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2b8e1d803a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนติวิทย์&#039; ค้านจุฬาฯย้ายรูปวีรชนตุลา ถ้ากราบไหว้ไม่เหมาะแล้วทำไมต้องมี &#039;อนุสาวรีย์ ร.5&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.63 - จากกรณีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปลดรูปนายสมเด็จ วิรุฬหผล นิสิตปีที่ 1 สละชีวิตจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ออกจากห้องที่ทำการสโมสรนิสิตเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ หลังจากตั้งอยู่นานกว่า 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่า คณบดีเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ออกมาชี้แจงแล้วว่า เอารูปพี่สมเด็จออกเพราะมีคนมากราบไหว้บูชา ทำไม่เหมาะสม แต่นี่เป็นการแก้ปัญหาแบบตื้นๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รูปพี่สมเด็จที่ติดมาตั้งแต่ตั้งคณะเลย แต่อยู่ที่กิจกรรมและวัฒนธรรมในคณะในระยะหลังต่างว่าส่งเสริมอะไรถึงทำให้นิสิตไปทำแบบนั้น คณะส่งเสริมการคิดแค่ไหน ร.5 เลิกหมอบคลาน แต่คนก็ยังไปหมอบ เราไม่ต้องเอาอนุสาวรีย์ของพระองค์ออกไปหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าใช้ตรรกะเดียวกับคณบดีเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ&amp;nbsp;ที่อ้างว่ามีรูปติด นิสิตมาไหว้ ดูไม่เหมาะสม ควรเอาภาพออก ร.5 ซึ่งทรงเลิกหมอบกราบ แต่คนยังมาหมอบกราบรูปปั้นท่านอยู่ อนุสาวรีย์ก็ควรถูกรื้อถอนออกหรือ ภาพผิดหรือการจัดการเรียนการสอนและส่งเสริมความคิดในคณะผิดกันแน่&amp;quot;นายเนติวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนติวิทย์ กล่าวอีกว่า นายสมเด็จ วิรุฬหผล คือนักต่อสู้คนหนึ่งที่ถูกบังคับให้สูญหายอีกครั้ง ถือเป็นเรื่องน่าละอาย คณบดีโปรดพิจารณาใหม่เถอะครับ พี่สมเด็จเป็นความภาคภูมิใจไม่ใช่แค่ของคณะ แต่ของมหาวิทยาลัย และของนิสิตจุฬาฯทุกคนด้วย #saveพี่สมเด็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ตามที่มีนิสิตบางท่านได้แสดงความกังวลใจเรื่องที่คณะฯ นำรูปพี่สมเด็จออกจากห้องสโมสรนิสิตนั้น ผมขอชี้แจงการดำเนินการว่า คณะฯ ไม่มีวัตถุประสงค์ใดๆในการลบหลู่หรือบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพียงแต่ต้องการให้มีการระลึกถึงเรื่องราวของพี่สมเด็จในทางที่ถูกต้องเหมาะสมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ผมได้รับคำทักท้วงจากหลายท่านว่าการตั้งรูปของพี่สมเด็จในห้องสโมสรแล้วมีนิสิตมากราบไหว้บูชารูปในลักษณะนี้เป็นการไม่เหมาะสม และคณะควรปรับปรุงให้มีการระลึกถึงคุณความดีในรูปแบบที่เหมาะสมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงได้พูดคุยกับอาจารย์บางส่วน ตัวแทนนิสิต และครอบครัวของพี่สมเด็จถึงแนวคิดดังกล่าว และได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรจัดกิจกรรมให้มีการระลึกถึงเรื่องราวของพี่สมเด็จในรูปแบบอื่น เช่น การจัดกิจกรรมวิชาการประจำปีหรือการจัดทำรางวัลเพื่อการระลึกถึงในลักษณะอื่นๆ และจะเรียบเรียงและถ่ายทอดเรื่องราวของพี่สมเด็จไว้ในบริเวณที่เหมาะสมกว่าในปัจจุบัน โดยคณะจะทำพิธีการส่งมอบรูปคืนให้กับครอบครัวของพี่สมเด็จในโอกาสที่เหมาะสมต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73579</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, ปลดรูป, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2b8e1d803a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บทศึกษาขจัดความ “ยุ่ง” และ “ยาก” เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้ &quot;แยกขยะ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขยะ&amp;rdquo; นับเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก หากอยู่ผิดที่ผิดทาง ซึ่งหมายถึง หากขยะถูกทิ้งไม่เป็นที่ ก็จะเกิดการสะสมกลายเป็นของเสียที่เป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ขยะอยู่ผิดที่ผิดทางก็คือ &amp;ldquo;การไม่แยกขยะ&amp;rdquo; ก่อนทิ้ง นับเป็นปัญหาทางพฤติกรรมของผู้คนที่มีเหตุปัจจัยอยู่เพียงไม่กี่อย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;จากผลการทดลองของ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ที่ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการทดลองสำรวจเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกับการแยกขยะของคนไทย ที่ได้ดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม 3 โครงการที่ T77 Community ได้แก่ THE BASE Park West, hasu HAUS และ mori HAUS รวม 246 ห้องชุด เป็นระยะเวลา 4 เดือน (พ.ค.- ส.ค.2562) พบว่า มีอยู่ 2 เงื่อนไขสำคัญที่คนไทยไม่แยกขยะ ก็คือความ &amp;ldquo;ยุ่ง&amp;rdquo; เพราะเป็นความขี้เกียจ และความ &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; เพราะต้องคิดเยอะไป หากอยากให้คนไทยแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจะต้องขจัดสองสิ่งนี้ออกไป และต้องมีการออกแบบถังขยะให้สอดคล้องกับกระบวนการคิดของคน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นันทิวัต ธรรมหทั&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทดลองเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมการแยกขยะนี้ เกิดจากวิสัยทัศน์ World &amp;nbsp;Without Waste ของโคคา-โคล่า ที่มีเป้าหมายในการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ 100% &amp;nbsp;ก่อน พ.ศ. 2573 &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ โคคา-โคล่า จึงเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน จึงส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทาง เนื่องด้วยการศึกษาเกี่ยวกับ แนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคในประเทศไทย &amp;nbsp;พบว่า บรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติกใส (PET) และกระป๋องอลูมิเนียม มีเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพราะไม่มีการแยกขยะอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผอ.การสื่อสารฯ กล่าวอีกว่า โคคา-โคล่า เชื่อว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาการไม่แยกขยะเป็นปัญหาพฤติกรรมของคนเรา &amp;nbsp;หากเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนแยกขยะตั้งแต่ต้นทางได้ ปริมาณขยะในภาพรวมก็จะลดลง และได้วัสดุที่รีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ฉะนั้นเราจึงริเริ่มนำแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมที่กำลังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่า สามารถมีส่วนช่วยปรับพฤติกรรมของคน &amp;nbsp;มาปรับใช้ในบริบทแบบไทยๆ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และแสนสิริ &amp;nbsp;ดำเนินการทดลองศึกษาและสร้างพฤติกรรมการแยกขยะในครัวเรือน &amp;nbsp;โดยมีการใช้เทคนิคการ &amp;ldquo;สะกิด&amp;rdquo; (Nudge) ซึ่งมีที่มาจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ในชื่อเดียวกัน ของ Richard H. Thaler และ Cass R. Sunstein เทคนิคนี้ตั้งอยู่บนการทำความเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่หลายครั้งก็เป็นเรื่องของนิสัย และความเคยชินมากกว่าความคิดเชิงเหตุผล และนำความเข้าใจนั้นมาสร้างมาตรการจูงใจแบบง่ายๆ แต่มีประสิทธิผลในการสร้างพฤติกรรมพึงประสงค์ ซึ่งในกรณีนี้คือการสร้างพฤติกรรมการแยกขยะที่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผอ. ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้การรณรงค์แยกขยะที่ต้นทางไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนั้น มีสาเหตุหลัก 2 ประการคือ ความ &amp;ldquo;ยุ่ง&amp;rdquo; คือคนไม่ต้องการทำอะไรที่สร้างความลำบากให้ตัวเอง และความ &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; จากความซับซ้อนและเข้าใจยากของถังขยะที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน &amp;nbsp; ดังนั้น หากต้องการส่งเสริมการแยกขยะอย่างจริงจังก็จำเป็นต้องกำจัดมูลเหตุพฤติกรรมทั้งสองข้อนี้ โดยศูนย์ฯ ได้นำแนวคิดการ &amp;ldquo;สะกิด&amp;rdquo; ตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมมาใช้ในการทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความตระหนัก และพฤติกรรมการแยกขยะ อันจะนำไปสู่การสร้างนิสัยการคัดแยกขยะในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบว่าการแก้ปัญหา &amp;ldquo;ยุ่ง&amp;rdquo; หรือความขี้เกียจในการแยกขยะนั้นสำคัญกว่าการแก้ปัญหา &amp;ldquo;ยาก&amp;rdquo; หรือความไม่เข้าใจ เราจึงควรกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญของการแยกขยะมากขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนความขี้เกียจให้มาเป็นนิสัย โดยอาศัยกลไกทางสังคม ทำให้เห็นว่าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันแยกขยะโดยเฉพาะคนในชุมชนเดียวกัน อันจะเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยสร้างพฤติกรรมการแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.ดร.ธานี อธิบายต่อว่า หลักการ &amp;ldquo;สะกิด&amp;rdquo; ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ 1.ป้ายกำกับ ควรจะเป็นป้ายที่ใช้อักษรสื่อสารโดยตรง ไม่ควรใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ เพราะบางทีอาจทำให้เกิดความสับสน เช่น ถังขยะบางอันใช้สัญลักษณ์รูปขวด เราทราบว่าเป็นรูปขวดแต่ก็อาจเกิดความไม่แน่ใจได้ว่ารูปขวดที่กำกับไว้นั้นหมายถึงขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก แต่ถ้ามีอักษรเขียนกำกับไว้เลยว่าขวดพลาสติก จะเข้าใจง่ายกว่า 2.จุดวางถังขยะ สำหรับแยกขยะ ควรมีอย่างมาก 3 ถัง หรือไม่เกิน 4 ถัง จะดีที่สุด เพราะถ้ามากกว่านี้คนสับสน 3.ใช้ขยะสื่อสาร ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราถือถุงเศษอาหารมา เจอถังขยะทั่วไปแล้วโยนทิ้งเลยอาจจะไม่ได้รู้สึกผิดอะไร แต่เมื่อเจอถังขยะที่มีการแยกขยะแล้วก็จะทำให้คนทิ้งรู้สึกผิด ซึ่งหมายความว่า ถ้าสังคมหรือคนในชุมชนมีการคัดแยกขยะแล้ว ก็จะสร้างความตระหนักและกดดันให้คนอื่นทำตามๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่า การแยกขยะ ถ้ามีคนทำ ก็จะทำตาม ๆ กัน เราต้องมีตัวอย่างให้คนเห็น และปัจจัยสนับสนุนให้หลักสะกิดสำเร็จ คือการให้ข้อมูลล่วงหน้าลูกบ้าน หรือชุมชนสักหน่อย เพราะว่าถ้าจะแยกจริง เขาต้องตั้งต้นตั้งแต่ในห้อง เวลาเอาออกมาทิ้งก็จะง่ายต่อการทิ้งลงถัง แต่ถ้าไม่มีการให้ข้อมูลล่วงหน้าเลยว่าให้แยกขยะ บางคนเขาเก็บรวมใส่ถุง มัดปากถุง พอมาถึงจุดทิ้งไม่มีใครมาแยกอีกทีหรอก การแยกตั้งแต่ในห้องดีกว่า และปัจจัยต่อมาคือการทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ต่อความรู้สึก เช่น ภาพเต่าเสียชีวิตเพราะหลอดทิ่ม นั่นสร้างความสะเทือนต่อความรู้สึกมากๆ หรือจะเป็นรูปที่ระบุสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งจะมีความรุนแรงต่อความรู้สึกมากกว่าการโชว์สถิติตัวเลข&amp;rdquo; ผศ.ดร.ธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม กล่าวอีกว่า สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือคำที่ใช้ในการสื่อสารต่อบรรจุภัณฑ์ขวด พลาสติกต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าขยะ เพราะในความหมายที่ทุกคนเข้าใจคือ ขยะจะเป็นของเสีย สกปรก ไม่น่าจับถือ หรือนำมาใช้อีก ต้องทิ้งอย่างเดียว โดยอาจใช้คำว่า เศษอาหาร หรือ รีไซเคิลแทน เป็นต้น แล้วก็ที่สำคัญเรื่องง่ายๆ อย่างการวางถังขยะ ต้องคิดว่าฝาถังควรจะเปิดหรือปิด เพราะหลายคนไม่มีใครอยากจะใช้มือจับฝาถังสักเท่าไหร่ เป็นเหตุให้ขยะกองอยู่ที่ปากถัง หรือล้นออกมา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ขณะที่นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริที่ไม่เพียงแต่การพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่ยังมุ่งมั่นส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าอย่างจริงจังในการผลักดันและเซตมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่าน Sansiri Green Mission โดยมี Waste Management เป็น 1 ใน 4 คำมั่นสัญญาหลัก เพื่อจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและลดปริมาณขยะให้เหลือไปกำจัดในปริมาณน้อยที่สุด ตั้งแต่ภายในองค์กร โครงการที่อยู่อาศัย ไปถึงไซต์ก่อสร้าง ความร่วมมือกับโคคา-โคล่า และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอแนะต่อการแยกขยะประกอบไปด้วย การจัดหาถังขยะให้สอดคล้องกับประเภทขยะ การออกแบบถังขยะให้สอดคล้องกับระบบความคิดของคน รวมถึงการสื่อสารโดยใช้รูปภาพอธิบายที่ไม่ซับซ้อน และมีข้อความสั้นๆ กำกับ ร่วมกับการแจกโบรชัวร์ให้ความรู้ในการแยกขยะด้วยการสอดไว้ตามห้อง คาดว่าการทดลองนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์ต้นแบบการแยกขยะอย่างยั่งยืนของวงการอสังหาฯ ตลอดจนอุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง โดยเราจะนำผลการศึกษาในครั้งนี้ไปต่อยอดร่วมกับผลการศึกษาของแสนสิริ เพื่อออกแบบถังขยะใหม่ในทุกโครงการคอนโดมิเนียม ที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปีตั้งแต่ 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขยะนับล้านชิ้นถูกคลื่นมรสุมซัดกองเป็นภูเขา ชายหาดชุมพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายนันทิวัต ตบท้ายว่า &amp;nbsp;การทดลองนี้แม้จะเป็นเพียงการทดลองเล็กๆ เมื่อเทียบกับบริบทของประเทศไทย แต่ก็ช่วยแสดงให้เห็นว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่อยาก และพร้อมจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้วยการแยกขยะที่ต้นทาง ถ้าเราวางระบบให้ยุ่งและยากน้อยลง เราหวังว่าผลการทดลองนี้จะทำให้ทุกคนเห็นว่าเราสามารถสร้างพฤติกรรมการแยกขยะได้ โดยไม่ต้องรอให้เป็นหน้าที่ของเด็กรุ่นใหม่ และช่วยสะกิดให้คนไทยหันมาแยกขยะก่อนทิ้งกันให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52965</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, จุฬาฯ, นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์, นายนันทิวัต ธรรมหทัย, บทศึกษาขจัดความ “ยุ่ง” และ “ยาก” เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยให้ &quot;แยกขยะ&quot;, ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์, ศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ, แสนสิริ, โคคา-โคล่าในประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc9f9a25d60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุวินัยเชื่อ&#039;ทักษิณ&#039;สางแค้นปลุกม็อบโต้แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2562 &amp;ndash; รศ.สุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;การปฏิวัติเงียบกับสัญญาณเตรียมลุกฮือของคนแดนไกล&amp;rdquo; ระบุว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวลึกๆ ทั้งจากสองฝั่ง จับอาการได้ว่าเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงมาก ชนิดพร้อมจะแตกหักกันได้ทุกเมื่อ ประดุจช้างกำลังจะชนช้าง ระวังหญ้าแพรกจะแหลกราญไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของศึกช้างชนช้างในขณะนี้ โดยไม่ออกไปเคลื่อนไหวบนท้องถนนเป็นอันขาด ใครมีลูกมีหลานที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงจะออกไปประท้วงบนท้องถนน ควรตักเตือนให้ได้คิดด้วย
ผมอยากจะเตือนสติทุกคน ทุกฝ่ายอีกครั้งว่า &amp;quot;ไม่มีอุดมการณ์หรือลัทธิการเมืองไหนที่คู่ควรกับการอุทิศชีวิตเข้าแลก ... ไม่มีจริงๆ .... สู้กันด้วยความคิด ด้วยเหตุผลและเคารพความเห็นต่างก็พอแล้ว เพราะนี่คือเส้นทางไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ปวิน ซึ่งตอนนี้ลี้ภัยไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ได้โพสต์บทความเมื่อวานที่ไม่รับผิดชอบต่อชีวิตของมวลชนฝ่ายตนเลยว่า
&amp;quot;เราไม่มีทางเอาชนะมัน (ฝ่ายเผด็จการ ฝ่ายอำมาตย์ ฝ่าย&amp;times;&amp;times;&amp;times;) ด้วยกระบวนการทางการเมืองที่เป็นอยู่ ... มีวิธีเดียวที่จะเอาชนะมันได้ นั่นคือการโค่นล้มจากพลังมวลชนบนท้องถนน ใช่ครับ มีความเสี่ยง อยากถูกยิงกระโหลก แต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะเอาคืนอำมาตย์ได้ ผมขอเรียกสั้นๆว่าเป็นวิธีการต่อสู้แบบบาสติล (ในการปฏิวัติฝรั่งเศส) &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีกฝั่งหนึ่ง คือปรากฏการณ์ &amp;#39;ผิดสังเกต&amp;#39; ที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพนำโดยผบ.ทหารสูงสุดตบเท้าแถลงจุดยืนของกองทัพต่อบทบาทและหน้าที่ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ยกพระบรมราโชวาท ร. 9 เปิดโอกาสให้คนดีบริหารบ้านเมือง คสช.กำลังรอสลายตัว หลังกระบวนการเลือกตั้งเดินตามโรดแมปใกล้จบตามกติกา พล.อ.ประยุทธ์ออกสาส์นแสดงความเป็นห่วงสภาพจิตใจของประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนนำเสนอข่าวในระดับที่เหมาะสมที่ลดความเครียดของประชาชน เนื่องจากขณะนี้ใกล้เข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ชัดว่า คนแดนไกลต้องการเอาคืนที่ถูกเรียกคืนเครื่องราชฯ เมื่อคืนแน่ๆ เพราะคนอย่างเขาเป็นคนอาฆาตพยาบาท เมื่อเขาไม่มีความสุข อย่าหวังว่าบ้านเมืองจะสงบสุขด้วยเป็นอันขาด อาวุธอันทรงพลังที่คนแดนไกลยังมีอยู่ในมือตอนนี้ คือ ปลุกระดมมวลชนผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ออกมาก่อความไม่สงบบนท้องถนน ก่อนช่วง-ในช่วง -หลังช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาณส่งมาแล้วให้พวกหมาก พวกเบี้ยในมือของคนแดนไกลขยับตามคำบัญชาการ ผมอ่านหมากอย่างนั้น
ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ไม่มีอุดมการณ์หรือลัทธิการเมืองใดที่คู่ควรกับการอุทิศชีวิตเข้าแลก .... ไม่มีจริงๆ แค่ประชาชนทุกคนสู้กันด้วยความความคิด ด้วยเหตุผล เคารพความเห็นต่างก็พอแล้ว บ้านเมืองเราจะเคลื่อนไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เลือกหนทางนี้ จุดจบแบบซีเรียจะเป็น &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ของประเทศไทยอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งทางความคิดอย่างบูรณาการให้จงได้ และกระบวนการนี้มันกินเวลานานมากที่ยากลำบากเพราะแต่ละขั้วอำนาจมีเดิมพันที่สูงมาก แพ้ไม่ได้ ขณะที่ตัวผมเป็นนักรบอิสระ ที่เป็นตัวแทนวิถีของผมเอง &amp;nbsp;การที่ผมเลือกอยู่ข้างใดในสงครามอำนาจ/ความคิดนี้ มันไม่มีผลประโยชน์ทางวัตถุและทางการเมืองใดๆมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ผมเลือกสู้เพื่อ &amp;quot;ระงับการนองเลือด&amp;quot;ในภาพรวมมากกว่ายึดติดความเชื่อหรือลัทธิอุดมการณ์อย่างหัวปักหัวปำนะ ตรงนี้คนอื่นที่คิดต่างจากผมมักจะเข้าใจผมผิดเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าไปแทรกแซงสงครามความคิดและสงครามชิงอำนาจทางการเมืองแบบเต๋า เป็นอะไรที่ยากมากๆแต่ท้าทาย สำหรับนักกลยุทธ์ที่แสวงหาวิถีเหนือโลกไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;... การต่อสู้เพื่อก้าวข้ามและละวาง เป็นการฝึกจิตที่ท้าทายที่สุดสำหรับนักรบแห่งแสง ความหมายของคำว่า บู๊ 武 ในอักษรจีน มาจากคำสองคำ ผสมกัน คือ &amp;quot;ยุติ&amp;quot; กับ &amp;quot;ความรุนแรง&amp;quot; วิถีบู๊ที่แท้จริง คือการต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32632</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, คนแดนไกล, ปฏิวัติเงียบ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.สุวินัย ภรณวลัย, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f6e332e7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
