<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รามาธิบดี ร่วมกับ 9 ชุมชน  เปิดศูนย์กักตัวผู้ป่วยสีเขียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 2564 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี&amp;nbsp; และ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; จิตอาสา&amp;nbsp; 9 ชุมชน จัดตั้ง Community Isolation &amp;ldquo;ศูนย์ชุมชนร่วมใจ ต้านภัยโควิด&amp;rdquo; จำนวน 170 เตียง&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อและลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล ผ่านเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ นำมาพัฒนา ปรับปรุงและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; โควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียว) และไม่สามารถทำการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) เนื่องจากเป็นชุมชนแออัดภายในบ้านไม่เอื้ออำนวยในการกักตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า &amp;ldquo;Community Isolation จะช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ เราจำเป็นต้องแยกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกจากชุมชนโดยเร็วที่สุด โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงได้ร่วมกับชุมชนจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้น โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่อาการอยู่ในระดับสีเขียว หรืออาการไม่รุนแรง ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้ง 9 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหน้าวัดมะกอก ชุมชนคลองส้มป่อย ชุมชนโค้งรถไฟยมราช ชุมชนซอยแดงบุหงา ชุมชนซอยมั่นสิน ชุมชนหลังกรมทางหลวง ชุมชนซอยสุเหร่า (เพชรบุรี 7) ชุมชนซอยสวนเงิน และชุมชนสระแก้ว เพื่อแก้ปัญหาเตียงเต็มได้ในระดับนึง และลดความรุนแรง การแพร่ระบาดของโรค ผ่านการร่วมแรง ร่วมใจของทีมจิตอาสาในชุมชน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง รามาธิบดี ได้ส่งทีมเข้ามาอบรมทีมจิตอาสาในชุมชน เพื่อดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น รวมถึงการดูแลตนเองให้กลับสู่ชุมชนได้โดยอย่างปลอดภัย ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจที่ดี นอกจากนี้ทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังได้นำเสื้อโปโล &amp;ldquo;คำว่าให้...ไม่สิ้นสุด&amp;rdquo; จำนวน 1,445 ตัว ไปมอบให้กับทีมจิตอาสา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110465</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, ศูนย์ชุมชนร่วมใจ ต้านภัยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6b17bb9e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนทุกคนต้องได้ฉีด ยกเว้น! ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและผู้แพ้วัคซีนรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มส.ผส. ร่วมกับ สสส. จัดเสวนา &amp;ldquo;COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อไขคำตอบให้ผู้ฟังผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ฟันธงทุกคนควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่ต้องกลัวเข็ม ต้องกลัวโควิด-19 มากกว่า ย้ำผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน และผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนรุนแรงอย่าเพิ่งฉีด เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย ผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;หยิบยกปัญหาที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนหรือไม่ ทั้งกลุ่มที่มีปัญหาทางสุขภาพ มีโรคประจำตัว และกลุ่มที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs พร้อมถอดบทเรียนว่ากลุ่มไหนที่ควรได้รับการยกเว้นฉีดวัคซีนจากปัจจัยสุขภาพ โดยในวงเสวนามีการถอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุ 3 ท่านที่สะท้อนมุมมอง พร้อมเสนอแนะแนวทางระบบการจัดการวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน แพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบริหารจัดการวัคซีนมีความจำเป็นต้องมีระบบจัดการที่ตอบโจทย์กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สุขภาพมีปัญหา ร่างกายยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ทันที เพราะอาจส่งผลกระทบกับร่างกาย ซึ่งกลุ่มคนที่ยังไม่ควรได้รับวัคซีนในตอนนี้ หรือจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ให้รอบคอบ คือ &amp;ldquo;ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย&amp;rdquo; ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า เพราะถ้าฉีดวัคซีนเข้าไปอาจจะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้ นั่นหมายความว่าวัคซีนโควิด-19 อาจจะไม่มีประสิทธิภาพกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ถ้าฉีดไปก็ไม่มีประโยชน์กับชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 คือ ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือแพ้ยาอย่างรุนแรง เพราะอาจได้รับผลกระทบหลังจากการฉีดซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ทำให้สุขภาพและชีวิตมีปัญหา เช่น เป็นไข้ บวม ช้ำ ปวด ผื่นขึ้นบริเวณที่ฉีดวัคซีน หรือมีอาการหอบหืด เพราะร่างกายมีปฏิกิริยาที่ไม่ตอบรับกับวัคซีนโควิด-19 นอกจากนี้คนไข้ที่เคยได้รับพลาสมาหรือยาต้านไวรัสรักษาโควิด-19 ให้รอดชีวิตได้ หรือคนไข้ที่เป็นโควิด-19 ใน 10 วันยังไม่ควรได้รับวัคซีน แต่กลุ่มนี้จะมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปขึ้นอยู่กับแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้ เช่น โรคทางระบบประสาทและสมอง เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับหมอเป็นพิเศษ ใครที่มีประวัติเลือดออกต้องกินยาละลายลิ่มเลือดจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกคนที่แข็งแรง ไม่แพ้วัคซีนหรือรักษาโควิดหายแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 อยากย้ำว่าทุกคนอย่าได้กลัววัคซีน เพราะการแพทย์ของเรา คนไข้หนักๆ ก็สามารถบริหารจัดการได้ ถ้าปล่อยให้มีการติดโควิด-19 จำนวนมากจะทำให้อัตราการตายสูงขึ้น อาจารย์อยากบอกทุกคนว่า เราอาจกลัวโควิด-19 ได้ แต่อย่ากลัววัคซีน เพราะมันจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เราผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าจะวิเคราะห์ผู้สูงอายุบางกลุ่มว่ากลัวเข็มฉีดยา หรือไม่อยากจะฉีดวัคซีน-19 จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี สิ่งที่อยากย้ำคือ กระทรวงสาธารณสุขต้องทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับผู้สูงอายุว่ามีผลกับเส้นเลือดตีบหรือไม่ หรือมีเปอร์เซ็นต์การเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนกลุ่มนี้ เพราะเรามีพันธุกรรมต่างกับชาวต่างประเทศ ฉะนั้นควรให้ข้อมูลกับผู้สูงอายุให้มากที่สุด จากสถิติคนที่ติดโควิด-19 ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไป บางคนแค่เริ่มต้นมีอาการป่วยก็เสียชีวิต จึงอยากย้ำว่าขอให้ฉีดวัคซีน-19 ไม่ต้องเลือกวัคซีนยี่ห้อใด แต่อยากให้ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไปด้วยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าถามอาจารย์ว่าผู้สูงอายุควรจะเลือกฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร ซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้าได้ทั้งนั้น ขอให้ได้วัคซีน-19 กันเถอะ การได้รับวัคซีนไม่ได้หมายความจะไม่ติดเชื้อ แต่เป็นการลดโอกาสการติดเชื้อ ลดโอกาสป่วยให้น้อยลง แม้จะป่วยก็จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่า โอกาสจะตายจากโควิดก็น้อยกว่า ขอให้ช่วยกันฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ณปภัช สัจนวกุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช สัจนวกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลจากการสำรวจกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่วงล็อกดาวน์ ปี 2562 มีผู้สูงอายุที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน พบผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย 4.9 ล้านคน และจากงานวิจัยมีผู้สูงอายุประมาณ 93% ของผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แต่ที่น่าสนใจคือ มีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเข้าถึงโครงการคนละครึ่งได้ยาก เพราะปัญหาการลงทะเบียนต้องใช้เทคโนโลยี ต้องให้ลูกหลานเข้ามาช่วยเหลือในการลงทะเบียนให้ ใครที่มีลูกหลานอยู่ในบ้านก็จะช่วยเหลือได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช กล่าวต่อว่า อาชีพการทำมาหากินเปลี่ยนไป ทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น พบผู้สูงอายุ 70-80% ถูกเลิกจ้างและพักงานในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังมีปัญหาในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และพบผู้สูงอายุมากกว่า 3 ใน 4 มีปัญหาเรื่องการหาทางออกในช่วงบั้นปลายชีวิต ดังนั้นมาตรการช่วยเหลือในภาครัฐจะต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด มาตรการคนละครึ่ง เราชนะ ด้วยการเยียวยาเงิน 3,000 บาท 5,000 บาท การเพิ่มเงินช่วยเหลือ การเข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การได้รับการลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารในการเดินทางต่างๆ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่เคยใช้บริการสิทธิ์เหล่านี้ เดินทางด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกันภาครัฐต้องคิดหามาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการวิจัยที่มีการศึกษาในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลในภูมิภาค เป็นข้อมูลระดับประเทศ การเข้าถึงบริการสุขภาพ คนไข้รับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน บริการฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง คนไข้ที่รับการผ่าตัดและนอนในโรงพยาบาล ในช่วงโควิดระบาดระลอกแรก ในช่วงนั้นเรายังไม่รู้จักโรคระบาดนี้ เพราะเป็นอุบัติใหม่ของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าโรคจะระบาดไปมากน้อยเพียงใด พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ในช่วงแรกการให้บริการภายในโรงพยาบาลทั่วไปลดลง 10% ในบรรยากาศที่ประเทศล็อกดาวน์ มีผู้สูงอายุเข้าพบหมอเพื่อติดตามอาการของโรคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ป่วย เกิดจากมาตรการภาครัฐในช่วงโควิดงดการเดินทาง การเคลื่อนย้าย ให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน ทำงานที่บ้าน เรียนทางออนไลน์ ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังเมื่อติดเชื้อโควิด โอกาสที่มีอาการรุนแรงสูง ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นจะทำให้เสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลต่างๆ มีมาตรการสำหรับผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วน จะรับรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น การฟื้นฟูบำบัดในช่วงคนไข้ที่เจ็บป่วยด้วยหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูหลังจากที่ได้รับการรักษา จำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ทาง รพ.ได้มีการสำรวจบริการเสริมเข้ามาใช้ในโรงพยาบาลด้วย การให้บริการรับยาด้วยช่องทางต่างๆ การสั่งยาทางไปรษณีย์ รับยาใกล้บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล คนไข้ไม่จำเป็นต้องรับยาในโรงพยาบาล เพื่อลดความแออัดภายในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิดเป็นวิกฤติในโอกาสในการใช้มาตรการต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในโรงพยาบาล ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ต้องจัดพื้นที่ ปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วยเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดระลอก 3 ที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลทุติยภูมิรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก การขยายพื้นที่ ICU ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนในช่วงโควิดเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การให้บริการแพทย์ทางไกลขึ้นอยู่กับหมอแต่ละท่าน มีหน่วยตรวจที่จะให้ความสะดวก การใช้โทรศัพท์ในการพูดคุยหารือกับแพทย์ มีปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต คนไข้บางรายก็เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่สะดวกมากนัก การโทรศัพท์เพื่อติดตามอาการคนไข้ในโรงพยาบาลสุขภาพใกล้บ้าน การวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดความดันโลหิต บางครั้งคนไข้ที่มีโรคเรื้อรังก็ต้องได้รับการบริการดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเพราะการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถูกกักตัวรอดูอาการ ในขณะที่ผู้สูงอายุติดเตียง ญาติเข้ามาดูแลไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลแทนญาติ เมื่อบุคลากรก็ถูกกักตัว จำนวนหมอและพยาบาลลดลงไปอีก เราก็ต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วย คนที่ดูแลคนที่ติดบ้านติดเตียงในช่วงโควิด การฟื้นฟูการให้บริการคนไข้ที่บ้านก็ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย พบว่าในต่างประเทศมีสถิติกลุ่มเปราะบางมีอาการรุนแรง 44-72% มีคนเสียชีวิต บุคลากรที่ดูแลติดเชื้อไปด้วยในระหว่างการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด อันที่จริงโรงพยาบาลทุกแห่งได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ระบบนี้มาก่อนที่จะมีโควิด แต่การขับเคลื่อนยากมาก ตอนนั้นผู้บริหารโรงพยาบาลคิดว่าภายใน 5-6 ปีจะต้องเดินหน้า พอดีเกิดโควิดโรคอุบัติใหม่ขึ้น จึงนำระบบ Telemedicine มาใช้ให้เป็นจริง แม้จะไม่ง่ายนัก แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าบุคลากรทางด้านสาธารณสุขไม่ได้เก่งสารสนเทศกันทุกคน มีข้อจำกัดในบางกลุ่ม จึงต้องมีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ในหลายภาคส่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ในบ้านเราพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีน ปัญหาคนป่วย ผู้สูงอายุ ปัญหาความยากจน หลายปัญหาถูกซ่อนไว้ใต้พรม มีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคของตัวเองค่อนข้างสูง ยิ่งการระบาดของโควิดในระลอก 3 มีความรุนแรงยิ่งกว่า 2 ครั้งแรก ปีก่อนทั้งปีป่วย 3,000 ราย แต่ปีนี้พบผู้ป่วยในวันเดียว 9,000 ราย ผู้สูงอายุจึงมีความปริวิตกเป็นอย่างมาก มีการจัดทำคู่มือหรือให้ข้อมูลเพื่อเป็นการพึ่งพาตัวเอง อยู่ในที่พักอาศัยอย่างปลอดภัย มีโทรศัพท์สายด่วนติดต่อผู้สูงอายุโดยตรงแยกจากประชากรกลุ่มอื่นด้วย ทำให้ผู้สูงอายุได้รับฟังข่าวสารจากคนข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีโครงการเรามีเรา กรมกิจการผู้สูงอายุมีโครงการไทยห่วงไทย คนไทยไม่ทิ้งกัน ใช้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกันได้ ผู้สูงอายุบางรายไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ก็ใช้บริการโทรศัพท์กลางภายในชุมชน มีอาสาสมัครช่วยลงทะเบียนให้ ประสบการณ์ในชุมชนเป็นเกราะคุ้มกันอย่างดีภายในชุมชน เมื่อมูลนิธิได้รับของบริจาคจะไม่เข้าไปในพื้นที่ เพราะผู้สูงอายุมีความหวั่นเกรงว่าจะนำโรคไปให้เขา ก็ต้องให้คนในชุมชนที่มีความคุ้นเคยกันนำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105297</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ, Telemedicine, การรักษาคนไข้ด้วยระบบ, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, จัดเสวนา, ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่, ซิโนแวค, ดร.ณปภัช สัจนวกุล, ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย, ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์, ทุกคนต้องได้ฉีด, ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน, ผส., ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย, ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว, ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting, มส., รัฐบาลรณรงค์, วัคซีน, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สร้างภูมิคุ้มกันหมู่, สสส., แอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba3117378bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนสนับสนุนงบกว่า 54 ล้าน ให้คณะแพทย์รามาฯ จัดตั้งศูนย์ EOC  ระบบกลางแพทย์ฉุกเฉิน สื่อสารรักษาทางไกล ที่ทันสมัยแห่งแรกในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;24 ส.ค. 63- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีแถลงข่าว &amp;ldquo;พิธีมอบเงินสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยอำนวยการและปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน หรือ EOC (Emergency Medical Operation Center) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล&amp;rdquo; จากบริษัท เทลลี่ 360 จำกัด จำนวนกว่า 54 ล้านบาท ให้มีคุณภาพและทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย และเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ระบบสื่อสารการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) หรือการเทรนนิ่งนักศึกษาในภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และศูนย์ EOC เป็นต้น ให้มีคุณภาพและเป็นโมเดลในการพัฒนาหน่วยแพทย์ฉุกเฉินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า ระบบการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในปัจจุบัน ค่อนข้างมีความรวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้นกว่าในอดีตมาก ทำให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยสามารถทำได้หลากหลายและรวดเร็ว ซึ่งการจัดสร้างหน่วยอำนวยการและปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน จะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้นตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้แล้วยังเป็นศูนย์กลางในการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินที่สำคัญในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ โดยที่ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถให้ญาติหรือผู้ใกล้ชิดแจ้งเหตุเข้ามาเพื่อรับความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เพราะระบบจะทำการเชื่อมต่อ และสื่อสารไปยังศูนย์บัญชาการกลาง โดยที่สามารถรวบรวมข้อมมูลในทุกด้านเพื่อประมวลในการรักษา และนำส่งมายังโรงพยาบาลได้ทัน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการเตรียมการของแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาล โดยระบบนี้จะมีการติดตั้งอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉินทุกคันในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี &amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า ศูนย์ EOC จะเป็นหน่วยอำนวยการที่ทำหน้าที่ในการสั่งการและปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลให้มีคุณภาพสูง รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลให้ได้ตามมาตรฐานสากล โดยจะมีทีมประจำคือแพทย์ 1 คน ประจำตลอด 24 ชั่วโมง และบุคลากร Paramedic อีก &amp;nbsp;3 ชุด/เวร จะประมาณ 4 คน เพื่อพร้อมปฏิบัติการฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; อย่างในกรณีที่ได้แสดงตัวอย่างระบบการทำงานของศูนย์ EOC ของผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอก หมดสติ หัวใจหยุดเต้น ซึ่งพอญาติคนไข้โทรเข้ามาก็จะมีสัญญาณแสดงพิกัดที่อยู่ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 นาที ในกรณีอยู่พื้นที่เขตโรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ในระหว่างนั้นแพทย์ก็จะทำการสื่อสารกับญาติเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น &amp;nbsp;สำหรับผลการรักษาในระหว่างที่ทีม Paramedic ลงไปก็จะแสดงผลการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลการรักษาทั้งหมดจะถูกบันทึกเก็บไว้ เพื่อส่งจ่อไปยังแพทย์เฉพาะทางได้ทันที ทั้งนี้ยังเป็นหน่วยปฏิบัติการฝึกอบรมให้แก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ในหลักสูตรปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์หรือ Paramedic แพทย์ในหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และยังพัฒนาหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านต่อยอดสาขาวิชาการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลภายในอีก 2 ปี เพื่อพัฒนาการเก็บข้อมูลการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลได้อย่างเป็นระบบมีมาตรฐานต่อยอดผลงานไปสู่การทำงานวิจัยในระบบการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลในอนาคต&amp;rdquo; หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายกิจ กมนไมตรี Founder &amp;amp; CEO บริษัท เทลลี่ 360 จำกัด กล่าวว่า ได้เริ่มพัฒนาระบบการบริหารจัดการรถพยาบาลแบบรวมศูนย์หรือ Ambulance Operation Center(AOC) จากแนวคิดที่ว่าทำอย่างไร จะช่วยโรงพยาบาลต่าง ๆ แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินให้มีเพียงพอ และให้คนไทยเข้าถึงการแพทย์ฉุกเฉินได้มากที่สุด โดยการดำเนินงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนาระบบร่วมกับแพทย์ฉุกเฉินของไทยมาโดยตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ระบบที่ตอบโจทย์การใช้งานในประเทศไทย โดยการพัฒนาในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่มีการยกระดับจากศูนย์ AOC ไปสู่ EOC ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี และคือที่แรกที่จะเป็นศูนย์กลางในการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินที่สำคัญในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่บ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยศูนย์ EOC จะประกอบไปด้วยระบบสื่อสารการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ที่ทำการเชื่อมต่อกับระบบสื่อสารบนรถพยาบาลฉุกเฉิน (ambulance) ที่มีคุณภาพและทันสมัยเทียบเท่าในระดับสากลโดยใช้ระบบอิเล็กโทรนิกส์ในการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติการฉุกเฉินที่มีคุณภาพและทันสมัยสูงสุดในการเป็นศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการในการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่มีความพร้อมในการใช้งานสิ่งสำคัญคือระบบคอมพิวเตอร์ทั้งส่วนชุดคำสั่งหรือ Software ประกอบไปด้วยส่วนชุดอุปกรณ์หรือ Hardware ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนงานใน 3 ด้าน ได้แก่ งานด้านการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทาง ผ่านการทำงานของชุดคำสั่ง และส่วนชุดอุปกรณ์ที่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้นั้นได้ทำการแจ้งจดลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ศูนย์ EOC กำลังอยู่ในระหว่างการจัดสร้างขึ้นที่ชั้น 3 อาคารอุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉินคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 45 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75393</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, บริษัท เทลลี่ 360 จำกัด, ระบบEOC, รักษาทางไกล, แพทย์ทางไกลฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f437cf8eb38d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์รามาฯ ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จากผู้ป่วยโควิด-19 รักษาธาลัสซีเมีย เคสแรกของโลกสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63 มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมด้วย คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวความสำเร็จ ในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อย่างเร่งด่วนเคสแรกของโลก ในช่วงวิกฤตโควิด-19 &amp;nbsp;จากน้องจีโอ้-เด็กชายศิลา บุญกล่อมจิตร &amp;nbsp;ผู้บริจาคไขกระดูกวัย 5 ขวบ ในฐานะผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;เพื่อรักษาน้องจีน-เด็กหญิงจินตนาการ บุญกล่อมจิตร &amp;nbsp;พี่สาววัย 7 ขวบ ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่กำเนิด ตอกย้ำความเป็นเลิศทางการแพทย์ และก้าวสำคัญของรามาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในเด็ก อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับการรักษาน้องจีน ซึ่งถือว่าเป็นเคสพิเศษเพราะได้ทำการรักษาในช่วงโควิด-19 ซึ่งแผนการดำเนินการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อยู่ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงพีคของการระบาดโควิด &amp;nbsp;ดังนั้นการทำงานของคณะแพทย์จะต้องแข่งกับเวลา เนื่องจากน้องจีนได้เข้ากระบวนการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ด้วยการรับเคมีบำบัดหรือคีโมจนครบเรียบร้อยในวันที่ 7 เมษายน ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำและเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ในเวลานั้น เคสนี้จึงมีความท้าทายและซับซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะในขณะเดียวกัน ในวันที่จะต้องเก็บสเต็มเซลล์น้องจีโอ้ กลับตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องอยู่ในฐานะผู้ป่วยอีกคน &amp;nbsp;ทั้งสองคนยังอายุน้อยด้วยกันทั้งคู่ ทุกขั้นตอนจึงต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากไขกระดูกจึงมีความเสี่ยงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงของสเต็มเซลล์ที่ได้จะมีเชื้อโควิด-19 รวมถึงขั้นตอนการปลูกถ่ายที่ทีมแพทย์ต้องรับมือกับความเสี่ยงขณะปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์ &amp;nbsp;แพทย์ผู้ดำเนินการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด อาจารย์สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล &amp;nbsp;ให้ข้อมูลว่า โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นโรคโลหิตจางทางพันธุกรรม &amp;nbsp;โดยประชากรไทยมีพาหะของโรคหรือสามารถเพาะโรคได้ประมาณร้อยละ 40 และมีผู้ป่วยโรคนี้ถึงขั้นรุนแรงและต้องรักษาเพิ่มเติมประมาณ 1 แสนราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากไขกระดูกของบุคคลอื่น &amp;nbsp;โดยทั้งผู้ให้และผู้รับต้องมีความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อโดยสมบูรณ์ 100% สำหรับเคสน้องจีน ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจะหาสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้ในผู้บริจาคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางพันธุกรรมมีน้อยมาก คิดเป็นอัตราส่วน 1 ใน 20,000-50,000 ราย ซึ่งต้องใช้เวลา ส่วนการตัดต่อยีนส์ไม่สามารถทำได้ &amp;nbsp;ดังนั้นสเต็มเซลล์ของน้องจีโอ้จึงเป็นความหวังเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเคลื่อนย้ายน้องจีโอ ช่วงติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า แต่ก่อนเก็บสเต็มเซลล์ได้มีการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ซึ่งจากประวัติก็พบว่าไม่มีความเสี่ยง แต่เมื่อตรวจด้วยวิธี RT-PCR ผลออกมาเป็นบวก และวันต่อมาก็ต้องปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ให้น้องจีน ซึ่งได้รับยาเคมีบำบัดขนาดสูงไปแล้วนั้น อาจจะทำให้เกิดภาวะไขกระดูกฝ่อ และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ &amp;nbsp;โดยเฉพาะการติดเชื้อ จึงได้มีการประชุมกับทีมแพทย์โรงพยาบาลทันทีกว่า 4 ชั่วโมง ก็มีมติคือต้องดำเนินการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากน้องจีโอ้ไปยังน้องจีนตามแผน &amp;nbsp;แต่น้องจีโอ้จะต้องถูกย้ายตัวไปกักโรคและรักษายัง โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ที่เป็นศูนย์ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อถึงยังโรงพยาบาลทีมแพทย์ก็ต้องสวมชุด PPE ในการดำเนินการผ่าตัดเจาะไขกระดูก ประมาณกว่า 1 ชั่วโมง และนำกลับมาตรวจอีกครั้ง เพราะคนไข้ที่เป็นโควิด-19 จะติดเชื้อในกระแสเลือดร้อยละ 10 &amp;nbsp;ซึ่งผลออกมาพบว่าไขกระดูกไม่มีการติดเชื้อทำให้การรักษาปลูกถ่ายให้น้องจีนยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีง่ายขึ้น จากนั้นก็ตรวจเช็คเป็นระยะกว่า 10 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ &amp;nbsp;จึงไม่เพียงเป็นความน่ายินดีที่เราสามารถช่วยชีวิตคู่พี่น้องได้อย่างปลอดภัย แต่นี่ยังถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญในการรักษาผู้ป่วยที่น่าภาคภูมิใจของการแพทย์ไทยอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปลูกถ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของครอบครัวน้องจีน-น้องจีโอ้ นายสุชาย บุญกล่อมจิตร ผู้เป็นพ่อ เล่าว่า น้องจีนมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ ที่ผ่านมาน้องจีนเข้ารับการรักษาและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาโดยตลอด จนปลายปี 2561 ครอบครัวได้รับข่าวดี ว่าผลการตรวจเนื้อเยื่อของน้องจีนและน้องจีโอ้เข้ากันได้ ครอบครัวจึงตัดสินใจให้น้องจีนเข้ารับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อย่างไม่ลังเล โดยน้องจีนได้รับคิวผ่าตัดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ในเวลานั้นก็ได้ทราบน้องจีโอ้ติดเชื้อโควิด-19 และภรรยาเองก็ติดเชื้อไปด้วย ทุกคนจำเป็นต้องแยกจากกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ซึ่งทีมแพทย์ก็ได้เข้ามาพูดคุยและให้ความเชื่อมั่นว่าการผ่าตัดมีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จมากกว่า ทำให้ความหวังที่รอคอยมานานเป็นจริง ซึ่งในตอนนี้น้องจีโอ้ ภรรยาก็หายป่วยจากโควิด และน้องจีนก็อยู่ในช่วงการฟื้นฟู ทำให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่ และเล่นด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวน้องจีน-จีโอ้

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69473</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์, รศ.นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, โรคธาลัสซีเมีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef199aee89b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;เตรียมเปิดจองซีเนียร์คอมเพล็กซ์ให้อยู่หลังเกษียณ-ใกล้มือหมอเคาะยูนิตละ 1.9 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เตรียมนำพื้นที่ราชพัสดุแปลงสุขุมวิทสายเก่า ที่ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จำนวน 20 ไร่ ที่อยู่ติดกับสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาจัดสร้างคอนโดมีเนียมสำหรับผู้สูงอายุ หรือ ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อให้ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้สิทธิ์เช่าระยะยาว 30 ปีขึ้นไป ซึ่งคาดว่าจะเปิดจองได้ภายในปลายปี 2563 และใช้เวลาการก่อสร้างประมาณ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการออกแบบอาคารไว้ว่ามีจำนวนทั้งหมด 900 ยูนิต ขนาดต่อยูนิตไม่ต่ำกว่า 35 ตารางเมตร โดยจะขายสิทธิ์เช่าในราคายูนิตละ 1.8-1.9 ล้านบาท แต่กรมฯ จะร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้ผู้สูงอายุ หรือบุตรหลานเช่าซื้อคอนโดมิเนียมได้มากขึ้น เมื่อได้จำนวนผู้จองสิทธิ์เช่าแล้ว ก็จะเปิดให้เอกชนประมูลลงทุน โดยคาดว่ามูลค่าลงทุนทั้งโครงการรวมมูลค่าที่ดินประมาณ 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงื่อนไขการจองผู้จองต้องมีอายุ 58 ปีขึ้นไป เพื่อให้สามารถเข้าอยู่ได้เมื่ออายุ 60 ปี หรือบุตรหลานสามารถจองซื้อเพื่อให้สิทธิ์บุพการีเป็นผู้พักอาศัยได้ แต่เบื้องต้นอยากให้ผู้สูงอายุอยู่ 1 คนต่อ 1 ยูนิต โดยไม่ควรมีลูกหลานด้วย จึงต้องรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลัก คือผู้ที่ต้องการรักษาตัวในโรงพยาบาลรามาฯ อยู่แล้ว โดยตอนนี้รามามีรองรับผู้ป่วยได้ 400 เตียง แล้วก็มีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกำลังก่อสร้างอยู่ เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุแน่นอน&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้น จะแบ่งพื้นที่ 30% เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ทั้งสวนสาธารณะ มีสภาการแพทย์มาออกตรวจประจำ และมีพื้นที่สันทนาการเพื่อให้ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จ กรมจะพิจารณาเปิดเฟส 2 และ 3 ในเนื้อที่ 40 ไร่ ที่อยู่พื้นที่เดียวกัน เพื่อขยายให้ผู้สูงอายุที่ต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมดูแลสุขภาพไปด้วย ได้อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยในเฟส 2 และ 3 นี้ จะเปิดให้ต่างชาติได้สิทธิ์เช่าดังกล่าวด้วย ซึ่งสามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นการเช่าระยะยาว ไม่ได้ขายสิทธิ์ขาดให้กับต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้สามารถใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อสังคมมากขึ้นไปในตัวด้วย โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุ กรมยังมองว่าการทำโครงการขนาดใหญ่ขณะนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้ภาคเอกชนรับเหมาโครงการขนาดใหญ่ จะสามารถลดปัญหาการเลิกจ้างงานในช่วงโควิดได้ระดับหนึ่ง เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&amp;rdquo;นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69202</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, จ.สมุทรปราการ, ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์, บางพลี, ยุทธนา หยิมการุณ, เปิดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
