<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โรคอ้วนในเด็ก”น่ารักแฝงอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กอ้วนคือเด็กน่ารัก น่ากอด แต่รู้หรือไม่ว่าโรคอ้วนในเด็กคือความน่ารักที่แฝงด้วยอันตราย เพราะถ้าปล่อยให้เด็กอ้วนต่อไปเรื่อยๆ ในระยะยาวจะมีปัญหาสุขภาพมากมายตามมา จากสถิติพบว่ามีเด็กทั่วโลกเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น 2-3 เท่ามาตั้งแต่ปี 1980 และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์คณะแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สาเหตุของโรคอ้วนในเด็กนั้นมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การบริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอาหารฟาสต์ฟู้ด มีพลังงานสูง และพฤติกรรมการออกกำลังกายไม่สมดุลกับพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้ลูกของคุณห่างไกลจากโรคอ้วนในเด็กได้ ด้วยการดูแลอาหารการกินของลูกให้ถูกต้องตามโภชนาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคอ้วนในเด็กมีผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันเลือดสูง โรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่านี่คือโรคที่พบในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วโรคเหล่านี้สามารถพบได้ในคนอายุน้อยๆ ที่มีภาวะโรคอ้วนอีกด้วย นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ในระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ ส่งผลเสียถึงการนอนที่ไม่เพียงพอ และส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กด้วยเช่นกัน ทำให้เด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงเด็กๆ อาจมีผลกระทบทางด้านจิตใจ เช่น การถูกเพื่อนล้อ ถูกบูลลี่เรื่องรูปลักษณ์ จนทำให้เกิดความเครียดและอาจเป็นโรคทางจิตเวชได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์หมอแนะนำว่า สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำเพื่อลูกน้อย ได้แก่ 1.ควบคุมปริมาณอาหารของลูก ให้รับประทานผัก ผลไม้ที่มีกากใยเป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เช่น ของทอด ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำอัดลม 2.ให้ลูกทำกิจกรรมที่ได้ขยับร่างกายและออกกำลังกายไปในตัวอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ไม่ปล่อยให้อยู่หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี ไอแพด แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุ 2-5 ขวบ ไม่ควรให้ดูเกินครึ่งชั่วโมงต่อวัน 3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของลูกให้มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น เช่น ฝึกการเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ฝึกทำงานบ้านง่ายๆ และ 4.พาลูกเข้านอนให้เป็นเวลาและนอนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึกหรือนอนน้อยนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของความอ้วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79461</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดล, คุณภาพชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79bf24f2bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
