<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมราชทัณฑ์เตรียมเผา &#039;ซีอุย&#039; 23 ก.ค.นี้ หลังเก็บร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ศิริราชนานกว่า 60 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ กรมราชทัณฑ์จะทำพิธีฌาปนกิจศพ น.ช.ซีอุย หรือ หลีอุย แซ่อึ้ง ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม เมื่อ 60 ปีที่แล้ว หลังจาก นายซีอุย เสียชีวิตทางคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาลได้ขอผ่าศพของนายซีอุยเพื่อทำการศึกษาและพิสูจน์หาความผิดปกติเป็นกรณีพิเศษเนื่องจากนายซีอุย มีลักษณะเป็นฆาตกรที่เรียกว่า serial killer เมื่อการผ่าพิสูจน์เสร็จสิ้นจึงมีการดองศพและจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้กับประชาชาที่สนใจที่พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ อาคารอดุลเดชวิกรม อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบว่ามีชาวบ้าน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า การจัดแสดงนิทรรศการศพซีอุยถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้เสียชีวิต เนื่องจากผู้ต้องหาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่ควรจะลิดรอนสิทธิจึงได้ประสานไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ทางกรมราชทัณฑ์เห็นว่านายซีอุยเป็นบุคคลไร้ญาติและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ สามารถดำเนินการได้ จึงกำหนดให้มีการเผาศพนายซีอุย โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชาวบ้าน อ.ทับสะแก เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนเข้าร่วมในงานฌาปนกิจ ดังกล่าวด้วย ขณะนี้กระแสสังคมเปลี่ยนไปโดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และประกอบกับการศึกษาศพและงานนิทรรศการของนายซีอุยได้เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยพิธีดังกล่าวจะจัดเวลา 10.00 น.ที่วัดบางแพรกใต้ จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายซีอุย ถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2502 ต่อมาวันที่ 27 ก.ย. ปีเดียวกัน ทางคณะแพทยศาสตร์ ศิริราช ได้ทำเรื่องขอศพซีอุยมาทำการศึกษา เพื่อหาเหตุแห่งความวิปริตผิดมนุษย์ โดยเก็บไว้ที่ตึกกายวิภาค ร่างของซีอุยเป็นอาจารย์ใหญ่ให้กับนักศึกษาแพทย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, คณะแพทย์ศิริราช, ซีอุย, ฌาปนกิจศพ, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์, เผาร่างซีอุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f155c5edfc0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.ร่วมกับ&quot;ศิริราช - เภสัช จุฬาฯ -ไบโอเทค&quot; พัฒนาวัคซีนต้นแบบป้องกันโควิด 3 ชนิด ผลิตที่โรงงานสระบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
31พ.ค.63-นพ.วิฑูรย์ &amp;nbsp;ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เปิดเผยว่า ในสถานการณ์โควิด -19 นั้น ภารกิจของ อภ. คือการผลิต จัดหา ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกัน ที่สำคัญคือการร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบในหลายรูปแบบ ได้แก่ การให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้นแบบ 2 ชนิด คือชนิดวัคซีนอนุภาคเหมือนไวรัส (Virus-like particle) พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล และชนิดวัคซีนโปรตีนซับยูนิต (Subunit vaccine) พัฒนาโดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวัคซีนทั้ง 2 ชนิด นี้ ใช้เทคโนโลยีการใช้เซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งหากวัคซีนต้นแบบนี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองได้ &amp;nbsp;อภ.จะรับถ่ายทอดเทคโนโลยีมาเพื่อพัฒนาต่อในการขยายขนาดการผลิตเป็นวัคซีนตามมาตรฐาน GMP สำหรับใช้ในการทดสอบทางคลินิกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เพื่อวิจัยพัฒนาวัคซีนชนิดเชื้อตายจากการตัดต่อยีนของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ SARS-CoV2 เข้าไปในยีนของไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Inactivated influenza virus-based COVID-19 vaccine) เพื่อเป็นเชื้อไวรัสตั้งต้นหากสำเร็จจะนำเชื้อไวรัสตั้งต้นนี้ผลิตเป็นวัคซีนโดยใช้เทคโนโลยีการใช้ไข่ไก่ฟักของอภ.ที่ใช้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่อยู่เดิม เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาทางคลินิกต่อไป โดยคาดว่าการวิจัยพัฒนาวัคซีนทั้ง 3 ชนิด จะทราบผลเบื้องต้นในปลายปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.อภ. กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 คณะผู้บริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนจากหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประธานมูลนิธิไอเอสพีอี (ประเทศไทย) หรือ International Society for Pharmaceutical Engineering (ISPE Thailand) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (World Health Organization Regional Office for South-East Asia (SEARO) และผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านวัคซีน ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและความพร้อมในการผลิตวัคซีนโควิดสำหรับใช้ในประเทศ ที่โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ของ อภ. ที่จ.สระบุรี จากการรับฟังข้อมูลและการดูพื้นที่ของโรงงานผลิตวัคซีนฯ คณะผู้บริหารสถาบันวัคซีนฯและคณะผู้เชี่ยวชาญต่างมีความเห็นว่าอภ.มีปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่มีศักยภาพและมีความพร้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบรรจุวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 ที่สามารถทำในระดับอุตสาหกรรมได้ทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อภ.มีความพร้อมในการผลิตวัคซีนโควิด&amp;ndash; 19 เรามีโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นทุนเดิมที่มีศักยภาพและปัจจัยพื้นฐานหลายๆด้าน สามารถนำมาประยุกต์และก่อสร้างต่อยอดเพิ่มเติมเป็นโรงงานสำหรับผลิตวัคซีนโควิด&amp;ndash; 19 ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านการวิจัย พัฒนาวัคซีน มีประสบการณ์การผลิตวัคซีนหลายชนิด มีเครื่องมือ เครื่องจักรที่ทันสมัย รองรับการผลิตทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและในระดับอุตสาหกรรม ได้ในหลายรูปแบบตามผลสำเร็จของการวิจัย และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งยังรอผลการวิจัยว่าจะได้วัคซีนต้นแบบชนิดไหนที่เหมาะสมที่สุดต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม&amp;rdquo; ผอ.อภ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67458</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเภสัช จุฬาฯ, คณะแพทย์ศิริราช, วัคซีนโควิด-19, อภ., ไบโอเทค สวทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed36fe5b2845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
