<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.&quot;ผนึกคณะแพทย์ทั่วประเทศขับเคลื่อนตั้งองค์กรวิจัยแห่งประเทศไทย ทำคลินิกวิจัยแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.พ.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้หารือร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศ จำนวน 23 แห่ง เกี่ยวกับการโครงการจัดตั้งองค์กรเพื่อการวิจัยแห่งประเทศไทย (TCRE) เนื่องจากการแพทย์และการสาธารณสุขของไทย มีศักยภาพระดับโลก มีองค์ความรู้ บุคลากรมีความสามารถ ซึ่งโรงเรียนแพทย์ของเราเป็นพลังมหาศาลที่จะตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศ และเป้าหมายการเป็นเมดิคับฮับ หรือศูนย์กลางการแพทย์และการสาธารณสุขในภูมิภาค ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายที่ตนผลักดันมาตลอด 3 ปี ตั้งแต่เป็น รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนเป็น รมว.อว. และได้หารือกับคณะแพทย์ศาสตร์หลายครั้งจนขณะนี้โครงการดังกล่าวค่อนข้างเป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้ว ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ผนึกกำลังทุกคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ปิยะมิตร กล่าวว่า จากการหารือคณบดีและผู้แทนคณะแพทยศาสตร์ ทั่วประเทศ เพื่อจัดศูนย์สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกระดับประเทศ เป็นศูนย์ที่สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกโดยแต่ละคณะแพทยศาสตร์ จะทำงานร่วมกันเสมือนหนึ่งเป็นจุดเดียวกัน เพื่อทำให้เกิดการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุขที่สำคัญ 3 ด้านคือ 1.การผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุ 2.วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเราต้องการให้เกิดนวัตกรรมและการสร้างวัสดุและอุปกรณ์ทางการเแพทย์ให้เกิดขึ้น 3.การสร้างสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อผลิตยาและเวชสำอางค์ ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของ รมว.อว.ที่จะให้เกิดอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการวิจัยทางคลินิกรองรับ ซึ่งการวิจัยทางคลินิกที่ผ่านมาในอดีตเป็นการวิจัยที่แต่ละคณะแพทย์จะมีศูนย์วิจัยทางคลินิกของตนเอง และคนต่างทำ การที่จะทำให้ศูนย์สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกระดับประเทศ ก็จะเป็นการรวมศูนย์วิจัยทางคลินิกของคณะแพทย์เข้ามาทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยที่มีการทำงาน บริหารจัดการร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้มีภาคเอกชนที่เสนอตัวเข้ามาร่วมทุนตั้งบริษัทจัดตั้งศูนย์วิจัยทางการแพทย์ คือ ธนาคารกรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการสร้างศูนย์นี้ก็จะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว เช่น เมื่อมียาใหม่เกิดขึ้นจากการคิดค้นของคณะแพทย์ใดคณะหนึ่ง ก็สามารถทำให้เกิดการวิจัยทางคลินิกขึ้นพร้อมๆ กันในคณะแพทย์ต่างๆ และทำให้เกิดข้อสรุปที่รวดเร็ว และนำมาซึ่งการนำไปใช้ทางคลินิกได้อย่างรวดเร็ว โดยจะร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งจะทำให้การขึ้นทะเบียนยาได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้เป็นนโยบายของ รมว.อว.ที่ต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมทางสุขภาพและการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในประเทศอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo;นพ.ปิยะมิตร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56284</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., คณะแพทย์โรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศ, ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, องค์กรวิจัยแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c506475071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
