<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.นิว&#039;ฉะ&#039;ชาญวิทย์&#039;ต้นแบบของการล่าแม่มด ให้ร้ายผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
2 พ.ค.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
ต้นแบบของการล่าแม่มด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัย 80 ปี ร่วมล่าแม่มด บิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ร้ายผู้พิพากษา ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
#นี่หรือคือเฒ่าชาญวิทย์วัย80ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ดร.ชาญวิทย์ ได้แชร์โพสต์ของ แฟนเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; We, The People ที่โพสต์ภาพกราฟฟิก ระบุว่า เป็นแผนผังชีวิตของผู้พิพากษาผู้ตัดสินให้อากงติดคุกจนเสียชีวิตและปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวของเพนกวิน ซึ่งประกอบไปด้วยภาพผู้พิพากษาและบุคคลในครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101507</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, ชาญวิทย เกษตรศิริ, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ล่าแม่มด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cc668c6eec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;18 แกนนำ&#039;สามนิ้วระทึก! อัยการนัดสั่งฟ้องคดีชุมนุม19กันยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 64 - เพจ&amp;quot;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ร่วมกันจับตามอง สั่งฟ้อง 18 นักกิจกรรม คดี 112-116 วันม็อบ #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่สนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 มี.ค.64 เวลา 10:00 น. พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 นัด 18 นักกิจกรรม ผู้ต้องหาในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ฟังคำสั่งในคดี และอัยการระบุว่าจะมีคำสั่งฟ้องคดีทั้งหมดและยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนักกิจกรรมที่ตกเป็นผู้ต้องหาตามมาตรา 112 มีทั้งหมด 7 คน ซึ่งอัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลไปแล้ว 4 คนคือ นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม้จะยื่นประกันตัวไปแล้วกว่า 4 ครั้ง ในวันที่ 8 มี.ค. อัยการจะยื่นฟ้องผู้ต้องหาอีก 3 คน ในข้อหาเดียวกัน (ม.112) ได้แก่ 1.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 2.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา 3.นายภาณุพงศ์ จาดนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผู้ต้องหาอีก 15 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหลัก คือ มาตรา 116 และมาตรา 215 ของประมวลกฎหมายอาญา ผู้ต้องหาทั้ง 15 คนประกอบด้วย 1.นายอรรถพล บัวพัฒน์ 2.นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง 3.นายชูเกียรติ แสงวงศ์ 4.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา 5.นายณัทพัช อัคฮาด 6.นายธนชัย เอื้อฤาชา 7.นายธนพ อัมพะวัต 8.นายธานี สะสม 9.ภัทรพงศ์ น้อยผาง 10.นายสิทธิ์ทัศน์ จินดารัตน์11.นายสุวรรณา ตาลเหล็ก 12.นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ 13.นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ 14.นายณัฐชนน ไพโรจน์ และ 15.นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ &amp;quot;แอมมี่ the bottom blues&amp;quot; ซึ่งขณะนี้ถูกฝากขังระหว่างสอบสวนในคดีวางเพลิงหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดช่วยกันจับตา ผู้ต้องหาทั้งหมด เสี่ยงถูกขังขณะพิจารณาคดี เพราะเมื่อก่อนหน้านี้ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวอานนท์, สมยศ, พริษฐ์ และปติวัฒน์ แม้ตามหลักการจำเลยต้องรับการประกันตัวตามสิทธิของจำเลยที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่ามีความผิด&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95325</URL_LINK>
                <HASHTAG>18แกนนำ, 19กันยา, 3นิ้ว, คดี112, อัยการสั่งฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60457d27eafbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำ3นิ้วนอนคุกคดี112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จบที่รุ่นเราเจอ ม.112 ของจริง &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์-สมยศ-หมอลำแบงค์&amp;quot; คอตก! เข้าเรือนจำ ศาลไม่ให้ประกันตัว เพราะคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ทำผิดซ้ำ ต่างกรรมต่างวาระ มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันอีก ตร.เตรียม 7 กองร้อยรับมือม็อบตีหม้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 9 ก.พ.2564 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวชี้แจงการสั่งคดีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาที่ 1-4 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ว่าคดีมี 2 สำนวน เรื่องแรก (คดีชุมนุมม็อบเฟสต์) มีผู้ต้องหารายเดียวคือนายพริษฐ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ป.อาญา ม.112, ยุยงปลุกปั่นฯ ตาม ป.อาญา ม.116 และชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 ได้มีคำสั่งฟ้องทั้ง 3 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกสำนวน (คดีชุมนุม 19-20 ก.ย.2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-สนามหลวง) กล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสี่ ในข้อหาตาม ม.112, ม.116, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ ป.อาญา ม.215, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, กีดขวางทางสาธารณะฯ, ร่วมกันกีดขวางการจราจรฯ, ตั้งวางวัตถุบนถนนอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฯ, ทำลายโบราณสถานฯ, ทำให้เสียทรัพย์ฯ และร่วมกันโฆษณาเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ รวม 11 ข้อหา พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่ทุกข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการให้ข่าวของนายประยุทธนั้น นายพริษฐ์หรือเพนกวินซึ่งเดินเข้ามาฟังการแถลงด้วย ได้ถามกลับนายประยุทธ ย้ำถึงประเด็นตามหนังสือขอความเป็นธรรมว่าหลักสิทธิเสรีภาพได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล นายประยุทธชี้แจงว่า ส่วนของงานโฆษกเป็นการนำผลการสั่งของพนักงานอัยการมาเรียนต่อสื่อมวลชน ส่วนในสำนวนงานโฆษกไม่สามารถอธิบายได้ เพราะไม่ได้รับผิดชอบสำนวน และไม่แน่ใจว่าเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพริษฐ์ตอบโต้ว่า คดีนี้เป็นคดีที่ส่งผลต่อมาตรฐานสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ต้องชี้แจงบรรทัดฐานการดำเนินงานขององค์กรอัยการเป็นอย่างไร คดีนี้คือคดีการเมือง กระบวนการยุติธรรมสามารถปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้มากน้อยขนาดไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายประยุทธตอบว่า ตาม ป.วิ.อาญา มีหลักสันนิษฐานคนที่อัยการฟ้องเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิด และให้อัยการพิจารณา ถ้าพยานหลักฐานพอฟ้องก็ฟ้อง ประเด็นที่พูดสามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้ ปิดท้ายนายพริษฐ์กล่าวโจมตีว่าองค์กรอัยการไม่เห็นความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพในการแสดงออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในการส่งฟ้องที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนวนแรกเป็นคดีหมายเลขดำ อ.286/2564 ยื่นฟ้องนายพริษฐ์เป็นจำเลยเพียงคนเดียว กรณีชุมนุมม็อบเฟสต์เมื่อวันที่ 14-15 พ.ย.2563 บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน สำนวนที่สองคดีหมายเลขดำ อ.287/2564 ยื่นฟ้องนายพริษฐ์, นายอานนท์, นายปติวัฒน์ และนายสมยศ เป็นจำเลย กรณีชุมนุม 19 กันยา ทวงอํานาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์และสนามหลวง เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก, ขอให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสอบคำให้การพวกจำเลยแล้ว พวกจำเลยแถลงให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย โดยคดีดำ อ.286/2564 นัดวันที่ 15 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. และคดีดำ อ.287/2564 นัดวันที่ 15 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจำเลยทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ศาลมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำซ้ำๆ ต่างกรรมต่างวาระ ตามข้อกล่าวหาเดิมหลายครั้งหลายครา กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้ทราบและคืนหลักประกันทั้งสองสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวนายพริษฐ์, นายอานนท์, นายปติวัฒน์ และนายสมยศ ส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp; โดยทั้งสี่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างชัดเจน แต่ยังชู 3 นิ้วสื่อสารไปยังมวลชนที่อยู่ด้านนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.05 น. เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความนัดระดมพลด่วนที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน&amp;nbsp; โดยระบุว่า &amp;quot;ราษฎรทั้งหลาย จงออกมาร่วมแสดงพลังให้โลกรับรู้ว่า เราไม่ยินยอมให้กฎหมายที่ไม่ควรมีอยู่ในประเทศประชาธิปไตย อย่างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มากักขังความคิด ปิดกั้นเสรีภาพของเราอีกต่อไป จงมารวมตัวกันเพื่อยืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับการฝากขังทนายอานนท์ นำภา เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ สมยศ พฤกษาเกษมสุข และหมอลำแบงค์-ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม เพราะสิทธิในการได้รับการประกันตัวหรือปล่อยชั่วคราว เป็นสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหาและผู้ต้องขัง #ปล่อยเพื่อนเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมที่สกายวอล์ก หน้าห้างมาบุญครอง ในวันที่ 10 ก.พ. เวลา 17.00 น. ว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ประเมินสถานการณ์ไว้ 3 ระดับ ระดับที่ 1 หากไม่มีความรุนแรงมากก็เตรียมกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) ไว้ 1-2 กองร้อย ระลอกที่ 2-3 มีเตรียมไว้อย่างละ 2 กองร้อย สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เบื้องต้นจะใช้กำลังจาก บก.อคฝ.เป็นหลัก และพื้นที่ บก.น. 6 ยืนยันว่าไม่น่าเป็นห่วงในการใช้กำลังควบคุมพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ขอเตือนผู้ชุมนุมว่าการทำกิจกรรมในช่วงนี้เสี่ยงผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งทาง บช.น.มีมาตรการดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และจะบังคับใช้กฎหมายอย่างนุ่มนวล เป็นขั้นเป็นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ตร.ยอมรับว่า แกนนำ 4 คนไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว จะมีการระดมคนมาได้จำนวนมาก เนื่องจากทั้งหมดเป็นแกนนำหลักเรียกร้องการชุมนุมทุกครั้ง ซึ่งประมาทไม่ได้เรื่องการเตรียมความพร้อม เพราะอาจมีสถานการณ์อื่นมาสอดแทรกด้วย เช่น สถานการณ์การเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเรื่องที่ บช.น.จะประเมินอยู่เป็นระยะ ไม่มีสูตรสำเร็จว่าจะเตรียมกำลังไว้มากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่จุดนัดชุมนุมใกล้กับเขตพระราชฐานนั้น พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ หากการชุมนุมมีคนไม่มาก เป็นการแสดงออกที่พอควบคุมได้ ผู้บัญชาการเหตุการณ์จะเป็นผู้ตัดสินใจ ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร ทั้งนี้ตำรวจคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันต้องรักษาสมดุลการบังคับใช้กฎหมายไปด้วย มีขั้นตอนการควบคุมไม่ให้ฝ่าฝืนกฎหมายมากเกินขอบเขต และคาดว่าไม่น่ามีความรุนแรงเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เผยว่า ขณะนี้ยังมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ หากกลุ่มใดทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ทางเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม แต่ยืนยันว่าจะดูแลให้มีความเรียบร้อยมากที่สุด และขอความร่วมมือให้ทุกคนคำนึงถึงการแพร่ระบาดของโรค และอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.5 อีก 2 กองร้อย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.6 อีก 2 กองร้อย ซึ่งภารกิจหลักของตำรวจคือการเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้าย เนื่องจากมีการปลุกระดมจากกลุ่มผู้ชุมนุมให้มารวมตัวทำกิจกรรมกัน ซึ่งไม่อาจกระทำได้ เนื่องจากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ดังนั้นจึงขอเรียนว่าการรวมตัวร่วมทำกิจกรรมดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92535</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, จบที่รุ่นเรา, ต่างกรรมต่างวาระ, ทำผิดซ้ำ, พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง, ม.112, ศาลไม่ให้ประกันตัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัตราโทษสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_6022a0ad69488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราว &#039;เยาวชน 16 ปี&#039; โดนคดี 112 &#039;เจี๊ยบ คอนถม&#039; ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - ที่ศาลเยาวชนเเละครอบครัวกลาง ถ.กำเเพงเพชร พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา นำเยาวชนไทยอายุ 16 ปีเศษ ผู้ต้องหาความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตาม ป.อาญา มาตรา 112 และข้อหาอื่นๆ จากการร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎร 2563 เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่หน้าวัดพระแม่อุมาเทวี (วัดแขก) สีลม มายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาตรวจสอบการจับกุมและมีคำสั่งตามมาตรา 71&amp;nbsp;พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ประกอบ ป.อาญา มาตรา 143 (หมายควบคุมตัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาได้ยื่นคัดค้านการขอออกหมายคุมตัวของพนักงานสอบสวน พร้อมขอให้ศาลไต่สวนพนักงานสอบสวน อ้างเหตุสรุปว่า ไม่มีเหตุที่จะคุมตัวเนื่องจากผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ยังศึกษาอยู่ที่สถานศึกษาตามปกติ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนีแต่ประการใด จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องออกหมายควบคุมหรือหมายขังผู้ต้องหาไว้ ทั้งคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาจนเสร็จแล้ว รวมทั้งได้ทำการสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ด้วยแล้ว การสอบสวนคดีในส่วนที่เหลือและการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวอ้างในคำร้องขอศาลออกหมายควบคุมฯ นั้น ล้วนเป็นเรื่องการดำเนินการของพนักงานสอบสวนกับบุคคลอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการไปได้โดยไม่ต้องมีตัวของผู้ต้องหาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ต้องหาต้องอยู่ในความควบคุมระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ย่อมจะเป็นการควบคุมตัวที่เกินจำเป็น นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้วยังสร้างภาระเกินจำเป็นกับผู้ต้องหา กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและโอกาสในการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก ประการสำคัญ เป็นการกระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพียงเยาวชนอย่างรุนแรง โดยไม่จำเป็นและเป็นการกระทบต่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้ต้องหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาขอเรียนต่อศาลว่า เสรีภาพในการแสดงออกหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถือเป็นองค์ประกอบหลักของประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนอกจากจะเป็นสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ คือ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากล และกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองแล้ว ในประเทศไทยเสรีภาพในการแสดงออกหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ อันถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ การดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองมากที่สุดในโลก ได้รับรองสิทธิในการมีส่วนร่วมของเด็ก เสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งรวมถึงการชุมนุมอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กใน พ.ศ.2532 โดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าถึงสิทธิที่พวกเขาพึงมี ซึ่งรวมถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติโดยได้รับการรับฟัง ทั้งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธิเด็ก ข้อ 3 ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กฯ ว่าการกระทำหรือการดำเนินการทั้งหลายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นอันดับแรก และข้อ 13 รัฐต้องให้ความคุ้มครองต่อสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแล้ว เยาวชนจึงสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ โดยได้รับการรับฟังดังกล่าวนี้ได้ และลำพังการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวก็มิใช่การกระทำความผิดในตัวเองที่เห็นได้ชัดอย่างกรณีความผิดฆ่าคนตาย หากแต่เป็นสิ่งที่กฎหมายรับรองคุ้มครองไว้ให้ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่ได้เรียนต่อศาลข้างต้น ผู้ต้องหาจึงขอศาลได้โปรดคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชน มีคำสั่งยกคำร้องขอศาลออกหมายควบคุมหรือหมายขังของพนักงานสอบสวน ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป และมีคำสั่งคุ้มครองไม่กำหนดเงื่อนไขอื่นใดที่จะกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนเกินสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้องของพนักงานสอบสวนให้ศาลพิจารณาตรวจสอบการจับกุมและมีคำสั่งออกหมายควบคุมตัว พร้อมคำคัดค้านแล้ว เห็นว่า คำคัดค้านการควบคุมตัวของตำรวจกรณีเป็นกระบวนพิจารณาชั้นตรวจสอบการจับกุม ซึ่งดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะต้องดำเนินการไต่สวนตามร้องคัดค้านรวมสำนวนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ยื่นขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.ของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยื่นศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น หากผิดสัญญาปรับ 12,000 บาท ใช้ตำแหน่งประกัน นัดไปศูนย์ให้คำปรึกษาและแนะนำในวันที่ 18 ธ.ค. 2563 พร้อมรายงานตัวรับทราบคำสั่งศาลวันที่ 1 ก.พ. 2564 เวลา 08.30 น.&lt;/p&gt;


	นักเขียนดังเชิดชู &amp;#39;ทราย เจริญปุระ&amp;#39;
	เตือน &amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; อย่าตายประชดป่าช้า&amp;nbsp;
	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; แต่งชุดไทยต้าน ม.112 ถามผิดกฎหมายข้อไหน
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; สวนเดือดลิ่วล้อแม้ว!
	&amp;#39;มายด์&amp;#39; พร้อม 4 แกนนำม็อบเข้ามอบตัว
	แดงรอเก้อ! &amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39; ยืนยันยังไม่ปล่อย &amp;#39;ณัฐวุฒิ&amp;#39; พ้นคุก
	ขอของขวัญปีใหม่ &amp;#39;สุชาติ&amp;#39; อยากโดน ม.112-ปลดออกพ้นศิลปินแห่งชาติ
	ลุย! &amp;#39;โตโต้&amp;#39; นำกองกำลังวีโว่บุก สน.ยานนาวา&amp;nbsp;
	&amp;#39;อัษฎางค์&amp;#39; เหน็บพระเซเลบ
	แฉ &amp;#39;พระลี้ภัย&amp;#39; ถูกไล่พ้นวัดเหตุชอบชุมนุมการเมือง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87164</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, มาตรา112, ม็อบ29ตุลา, ม็อบถนนสีลม, หมิ่นประมาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb39418ba31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 02:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 01:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสรภาพ &#039;ทอม ดันดี&#039; พ้นเรือนจำ 17 กรกฎา &#039;จตุพร&#039; ชวนร่วมยินดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 วานนี้มีการจัดกิจกรรมต่อลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ซึ่งออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีซทีวี โดย มีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวช่วงหนึ่งว่านายธานัท ธนวัชรนนท์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ ทอม ดันดี&amp;nbsp; มีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 นี้ หลังจากรับโทษมาแล้วกว่า 5 ปี จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมแสดงความยินดี กันที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ศาลยกฟ้อง &amp;#39;ทอม ดันดี&amp;#39; คดี 112 หมิ่นสถาบันเบื้องสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ&amp;#39;ทอม ดันดี&amp;#39;นอนคุกต่อ!ทนายเผย2คดีก่อนหน้าโดนไป10ปี10เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40968</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, ทอม ดันดี, ทอม ดันดีพ้นคุก, ธานัท ธนวัชรนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b36091e4063b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุก&#039;ปอท.&#039;แจ้งดำเนินคดี&#039;ช่อ&#039;เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเตชะ ทับทอง หรือเต้ หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ พร้อม น.ส.ซินเธีย เอี่ยมสะอาด ไฮโซแกนนำกลุ่มฅนไทยผู้รักชาติ พร้อมผู้สนับสนุนเกือบ 10 ราย เข้าพบ ร.ต.อ.เครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รองสว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี กับ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) หลังปรากฏภาพรับปริญญาในเฟซบุ๊กร่วมกับพระบรมฉายาลักษณ์เมื่อปี 2553 เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.ซินเธีย และนายเตชะ ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บอกเพียงว่าต้องการมาเเจ้งความ เพราะทราบข่าวว่ายังไม่เคยมีใครมาร้องทุกข์กับกรณีดังกล่าว และไม่ได้อยากให้เป็นข่าว ก่อนเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38458</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, ช่อ พรรณิการ์, เตชะ ทับทอง, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d02525ee296d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลจังหวัดกำแพงเพชรยกฟ้อง2จำเลยคดีแอบอ้างสมเด็จพระเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพ&amp;nbsp;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 61 - ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าศาลจังหวัดกำแพงเพชรนัดฟังคำพิพากษาในคดี &amp;ldquo;แอบอ้างสมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ซึ่งมีจำเลยที่ต่อสู้คดีสองราย ได้แก่ นางอัษฎาภรณ์ และนายนพฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) ทั้งสองคนถูกกล่าวหาในสามข้อหา ได้แก่ ข้อหาตามมาตรา 112, ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้อ่านคำพิพากษาโดยสรุปว่าสำหรับจำเลยที่ 2 แม้พยานหลักฐานของโจทก์จะระบุว่าจำเลยที่ 2 ได้ไปร่วมทำบุญในวันที่ 26 เม.ย. 2558 และได้ไปร่วมจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แต่ก็เป็นไปเพราะได้มีผู้จัดงานทำการเชิญและผายมือเชิญให้ขึ้นไป ไม่ปรากฏว่าได้มีการแสดงตัวว่าเป็นหม่อมหลวงแต่อย่างใด และแม้ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ไปร่วมงานพร้อมกับนายกิตติภพและนายวิเศษ ซึ่งให้การรับสารภาพในคดีก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 ได้อ้างและแสดงตัวเป็นหม่อมหลวงสำหรับจำเลยที่ 1 ก็ยังมีเหตุสงสัยตามสมควรเช่นกัน ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าการอ่านคำพิพากษาเป็นไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่ก่อนช่วงเวลา 9.00 น. ทำให้ทนายความและผู้สังเกตการณ์ในคดีไปไม่ทันรับฟัง&amp;nbsp; สำหรับคดีนี้ ทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือราชการของสำนักราชเลขานุการ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้นำไปอ้างแสดงต่อเจ้าอาวาสวัดไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร และยังมีการกล่าวอ้างว่าสามารถที่จะทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯ มาร่วมในพิธีของวัดได้ โดยมีการกล่าวอ้างแสดงตนว่าเป็นหม่อมหลวง พร้อมเรียกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้เสียหาย คดีมีการสืบพยานโจทก์และจำเลยระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการมีการสั่งฟ้องจำเลยรวมทั้งสี่ราย เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 โดยมีสองรายได้แก่ นายกิตติภพและนายวิเศษให้การรับสารภาพ ศาลได้พิพากษาลงโทษตามความผิดมาตรา 112 ให้จำคุก 4 ปี ความผิดข้อหาสวมเครื่องแบบของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ ให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน และความผิดข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุกคนละ 3 ปี 8 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา อัยการโจทก์มีการฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนต่อทั้งสี่คนเข้ามาอีก โดยที่นายกิตติภพและนายวิเศษได้ให้การรับสารภาพ และศาลได้พิพากษาให้ยกฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดจากการกระทำเดียวกันกับคดีมาตรา 112 ก่อนหน้านี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษตามมาตรา 112 ที่มีโทษหนักที่สุดแก่จำเลยไปแล้ว จึงไม่ควรให้จำเลยต้องรับโทษอีก ต่อมานายวิเศษได้รับการปล่อยตัวหลังได้รับการลดหย่อนโทษแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2560 ส่วนนายกิตติภพได้รับโทษในคดีอื่นต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายนพฤทธิ์ ปัจจุบันอายุ 31 ปี เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นอดีตนักมวยสากลและพนักงานขายของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3655</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี112, ศาลจังหวัดกำแพงเพชร, ศูนย์ทนายความเพิื่อสิทธิมนุษยชน, อดีตนักมวยสากล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e373ebec37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
