<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายแดงเคลื่อนไหวแล้ว!อ้างไม่ได้โกงเพราะไม่ใช่เงิน&#039;แหวน&#039; แต่ชื่อบัญชีแบงก์โชว์หราเพื่อ&quot;แหวน&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 62 - &amp;nbsp;นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ณัฎฐธิดา (แหวน) มีวังปลา พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนาราม เมื่อปี 2553 อ้างถึงทีมทนายความ สกสส. ไม่คืนเงินประกันกว่า 9 แสนบาทให้ ว่า ตั้งแต่ มี.ค. 2558 เราเข้ามาดูคดีแหวน เพราะแหวนถูกควบคุมตัวโดยใช้กฎอัยการศึก ประชาชนหลายคนที่เราช่วย เคยมีความสัมพันธ์ในคดีเราก็ช่วยมาตลอด จนกระทั่งมาประกันตัวในคดีที่แหวนถูกกล่าวหาปาระเบิด ครั้งแรกเรายื่นประกันตัวร่วมกับจำเลยอื่น 4 คน จากทั้งหมด 14 คน ซึ่งมี 4 คนที่ สกสส.รับผิดชอบ ประกันตัวโดยใช้โฉนดที่ดินมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทยื่นประกันตัวออกมา ปรากฏว่าแหวนถูกอายัดตัวในคืนนั้นทันที เราก็ตามไปช่วยที่กองปราบฯ จนกระทั่งสู้คดีก็ว่าความในศาลมาตลอด ตั้งแต่คดีระเบิดจนถึงคดีที่สองเราช่วยเหลือแหวนมา 4 ปีกว่าเต็มๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอแหวนติดคุกในคดีที่สองที่ถูกอายัดตัว เป็นช่วงจังหวะที่เราไม่มีทรัพย์ที่จะประกันตัว เพราะว่าเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นหลายคดี ประกันตัวหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเสื้อแดง เรื่องที่เกิดจาก คสช. มันก็เลยมีการปรึกษาหารือกันในบรรดาทนายความและนักกิจกรรมว่าจังหวะเวลาที่จะประกันตัวคดี 112 ได้ ต้องรอให้มีการสืบพยานไปก่อน เราก็ได้จังหวะในช่วงเดือน ก.ค. 2561 เราเริ่มขอรับบริจาค เนื่องจากเราไม่มีหลักทรัพย์ เรารับบริจาคโดยบอกสังคมว่าเป็นกองทุนใช้ประกันตัวแหวน ถ้าหากไม่ใช่แหวนก็เป็นกองทุนประกันตัวบุคคลอื่นด้วย ขณะที่เราเปิดรับบริจาค เราขอให้ทุกคนส่งสลิปและความจำนงมาให้เรา เพื่อที่เราจะคืนให้ทุกคนหลังภารกิจเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิญญัติ กล่าวว่า เงิน 9 แสนบาท เป็นกองทุนในการให้ประกันตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงินของแหวนหรือจำเลยคนใด ส่วนที่เกิน 9 แสน เราก็เตรียมไว้มอบให้แหวนใช้ชีวิตหลังออกมาจากคุก หรือเป็นค่าดำเนินการในส่วนของ สกสส.เอง ซึ่งเราบอกอยู่แล้วว่าเราจะมอบให้ ก็มีส่วนหนึ่งที่เรามอบให้ อีกส่วนหนึ่งแหวนก็บอกว่ามอบให้เราเหมือนกัน เพื่อที่จะทำงานช่วยเหลือคนอื่นต่อไป เราก็รับไว้ เงิน 9 แสนบาทก็ยังอยู่ในศาล ตั้งแต่แหวนได้รับอิสรภาพ ไม่มีกรณีที่ทนายจะต้องถอน ถ้าเราถอนแหวนก็จะถูกถอนประกันและต้องติดคุก ซึ่งไม่มีทนายความคนไหนทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันดีคืนดี ในคดีที่ตนว่าความอยู่ทั้งคดีปาระเบิดและคดี 112 ในคดี 112 มีทนายอีกคนหนึ่งแต่งทนายเข้ามาในคดีโดยไม่บอกกล่าวเรา แล้วไปปล่อยข่าวในทางเสียหายแก่เรา จึงเป็นที่มาของการขอถอนทนายออกจากการช่วยเหลือแหวนในคดีนั้น การถอนทนายก็แจ้งต่อศาลเรียบร้อย ที่อ้างว่าเราไม่รับผิดชอบ ทิ้งลูกความ ไม่ไปเซ็นต์เอกสาร เรื่องนั้นไม่ใช่สาระสำคัญ ทุกอย่างเรียบร้อย ศาลไม่เคยร้องเรียนอะไรเรา เมื่อเราถอนทนายออกหมดตามมติ แหวนก็มีทนายประเวศ ประภานุกูล ขณะที่เราถอนออกมาคดีไม่เสียหาย และไม่ถอนหลักประกันด้วย ก็อยู่อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ สกสส. กล่าวต่อไปว่า จนกระทั่งแหวนไปขอยืมเงินใครมาก็ไม่รู้ เรามาทราบทีหลังว่าแหวนไปยืมเงินโดยอ้างว่าทนายความจะถอนทนาย อันนี้ที่เราทราบ จะจริงไม่จริงอีกเรื่องหนึ่ง อ้างทนายจะถอนประกัน แหวนจะติดคุก เราก็สงสัยว่าหลักประกันอยู่ของมันดีๆ อยู่แล้ว ทำไมต้องเปลี่ยนหลักประกัน เราสงสัยแต่เราก็เฉย ถ้าคุณอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน ไม่เปลี่ยนก็คาไว้อย่างนั้น แต่ด้วยสาเหตุใดไม่รู้ ซึ่งเราอนุมานว่าอาจจะอยากได้เงินมาใช้หรืออยากได้เงินก้อนนั้นก็เป็นไปได้ คดีเราก็ทำไป ว่าความตลอด พอเปลี่ยนหลักประกัน ศาลก็เรียกนายประกันซึ่งเป็นทีมทนายความของตนไปรับเงินคืน ศาลไม่รับเงินสองก้อนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเรารับมาเราก็เห็นว่าเงินก้อนนี้ไม่ใช่ของแหวนอยู่แล้ว และเราไม่อยากให้เกิดข้อครหาว่าเราเก็บเงินไว้ใช้ ทั้งที่เรามีสิทธิเก็บไว้ใช้ได้ เพราะเป็นเงินกองทุนสำหรับช่วยเหลือหลายๆ คน ในคดีทางการเมือง แต่เราไม่เก็บ ผู้ที่เป็นนายประกัน เขาก็เลยประกาศทางเฟซบุ๊ก สกสส. ว่าเราจะคืนเงิน 9 แสนบาท ให้กับคนที่ให้ยืมเงิน เพราะตอนบริจาคบางคนบอกไม่ได้ให้ขาด เป็นจำนวนเงินหลักหมื่นหลักแสน หลังจากนั้นเราก็ทยอยคืนให้กับคนที่แจ้งความประสงค์จะขอรับคืนเป็นจำนวนมากแล้ว บางส่วนที่ไม่ขอรับคืน เราก็เก็บไว้ช่วยเหลือคดีอื่นต่อไป จึงเป็นที่มาว่าเงินที่เราได้มาเราไม่ได้เก็บไว้ใช้เอง ไม่ใช่เงินของเรา และไม่ใช่เงินของแหวน แค่นั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สุดท้ายเรื่องแทนที่มันจะจบ มีการไปปล่อยข่าวว่าทนายทิ้งคดี ทนายไม่รับผิดชอบ โดนศาลเตือนอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นปัญหาเยอะ จริงๆ มันไม่ใช่เลย ทุกคดีที่เราว่าความ ผมก็ยังว่าความให้จำเลยอื่นในคดีเดียวกับแหวน เรื่องนี้มีพยานเยอะ ไม่กังวลหรอก เราไม่เคยทำร้ายใครมีแต่ช่วยคน ไม่ต้องเชื่อแต่พิสูจน์ได้&amp;rdquo; นายวิญญัติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย รับร้องเรียนกรณีนี้ นายวิญญัติ กล่าวว่า ที่นายศรีสุวรรณรับเรื่องของแหวนเราไม่ว่ากัน แต่ฝากว่านายศรีสุวรรณเป็นนักกฎหมาย ต้องฟังความทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่ายให้เรียบร้อย การจะช่วยใครอย่าทำให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาเสียหาย เราไม่ติดใจที่นายศรีสุวรรณออกมาช่วย แต่อยากให้รู้ความจริงเป็นอย่างไร นายศรีสุวรรณตรวจสอบที่ศาลได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และถ้าอยากให้เปิดเผยเรื่องเงินเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของคนสองคน มันผิดกฎหมาย จึงอยากให้นายศรีสุวรรณตรวจสอบทุกอย่างให้รอบคอบก่อนที่จะเสียคนกับเรื่องแบบนี้ แหวนอยากจะได้เงินหรืออยากจะเอาเงินบริจาคไปทำอะไรเราไม่ทราบ แต่สิ่งหนึ่งก็คือเราสามารถชี้แจงทุกขั้นตอนที่เราช่วยเหลือคดีได้ ไม่เคยทิ้งคดี อันนี้ยืนยันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับแหวนหรือไม่หลังจากที่เป็นข่าว นายวิญญัติ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แหวนไม่โทรคุยกับเรา มีแต่อัดคลิปใส่เรา แต่ก่อนหน้านั้นที่จะถอนทนายเราเรียกแหวนมาคุย เจอในคดีเราก็คุย เรื่องที่แต่งทนายมาไม่บอกเรา แล้วปล่อยข่าวให้เราเสียหาย แหวนก็ขอโทษ บอกจะเอาทนายคนนั้น เราก็แจ้งถอนทนาย หลังจากนั้นไปเจอกันที่ศาลเราก็ไม่คุยเรื่องนี้ ไม่อยากต่อปากต่อคำ น่าจะจบ จนกระทั่งมาเห็นข่าว แต่หลังจากนี้ก็ยินดีที่จะคุยปรับความเข้าใจ เราคิดว่าแหวนเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าได้คุยกับทนายความที่เป็นเจ้าของบัญชีบริจาคทั้งสองคน (นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง กับนายศุภวัส ทักษิณ) หรือไม่ เขารู้สึกอย่างไร นายวิญญัติ กล่าวว่า คุยกันอยู่แล้ว ทั้งสองคนช่วยเหลือคดีกับตนมาตั้งแต่ปี 2558 ดูแลช่วยเหลือคดีหลายคน แหวนถูกอายัดตัวก็ตามไปช่วย ดังนั้นถูกกล่าวหาอย่างนี้เขาก็เสียใจ รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมาไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย แทนที่จะมาคุยกับเรา เราก็เคยอธิบายไปแล้ว วันที่มารับเงินจากเราก็มีภาพถ่าย คนที่รู้เรื่องก็ไม่ใช่แค่ทนายกับแหวน มีนักกิจกรรมหลายคน เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เรารับบริจาคเงิน และเราไม่เคยโกงเงินใคร เราไม่กังวล อยากให้มาคุยกับเราดีๆ อย่าทำให้เรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น ถ้าเราจะปกป้องสิทธิเราก็ทำได้ แต่เราไม่อยากทำ เพราะเรารู้ว่าเราช่วยเหลือคนมาตลอด เราไม่อยากสร้างภาระให้ใครเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทนายทั้งสองคนกังวลไหมกับการถูกร้องเรียนที่สภาทนายความฯ นายวิญญัติ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะว่าทั้งสองคนไม่ได้ว่าความอยู่แล้ว เป็นนายประกัน ไม่ได้ทำอะไรผิดมรรยาททนายความ และทนายความที่ว่าความคือตนกับทนายอีกคนหนึ่งก็ไม่เคยทิ้งคดีให้คดีเสีย จำเลยในคดีนี้คนอื่นทุกคนสามารถให้การได้ แล้วก็มีทนายคนอื่น ตนว่าความเต็มที่ทุกครั้ง ไม่กังวลอยู่แล้ว เราอยากให้โอกาสแหวนได้คิดใหม่ว่าเราไม่มีเจตนาอะไรไปโกงเงินของเขา เพราะมันไม่ใช่เงินเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิญญัติ ยังกล่าวทิ้งท้ายกรณีที่แหวนโพสต์เรื่องเอกสารในคดีว่า ที่อ้างว่าเอกสารอยู่กับตน มีสูติบัตรของลูก 2 คน อันนั้นไม่มี มีแค่สำเนา อยู่ในสำนวนศาลตอนขอประกันตัว มีจดหมายที่เขียนออกมาจากเรือนจำ 4-5 ฉบับ เป็นจดหมายส่วนตัวที่ตนได้รับจากแหวนเพียงแค่นั้น ส่วนเอกสารสำคัญในคดีที่อ้างเราไม่รู้ แต่ถ้าอยากจะได้อะไรก็บอกได้ ยินดีจะนำเอกสารที่มีให้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจบัญชีรับบริจาคดังกล่าวพบว่า หลักฐานที่เว็บไซต์ประชาไท เคยนำมาเผยแพร่นั้น เปิดในชื่อนายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และนายศุภวัส ทักษิณ เป็นทีมทนายของนายกฤษณ์ บุดดีจีน สมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.เพชรบูรณ์ ที่โพสต์แถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 13 ปลอม &amp;nbsp;โดยใช้ชื่อบัญชีว่า &amp;quot;บัญชีเงินกองทุนเพื่อประกันตัวณัฎฐธิดา &amp;nbsp;มีวังปลา &amp;nbsp;หรือ แหวน พยาน 6 ศพวัดปทุม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42314</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี6ศพวัดปทุม, ณัฎฐธิดา(แหวน) มีวังปลา, วิญญัติ ชาติมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685e211ae84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดบัญชีรับบริจาคช่วย&#039;แหวน&#039;ใช้ชื่อ2ทนายแดงว่าความให้&#039;อริสมันต์&#039;และนปช.ปลอมแถลงการณ์สำนักพระราชวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.62- &amp;nbsp; ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ณัฎฐธิดา(แหวน) มีวังปลา พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามเมื่อปี 2553 &amp;nbsp;เพื่อขอความช่วยเหลือ และระบุว่าเงินที่ได้รับบริจาคเกือบ 1 ล้านบาทอยูที่กลุ่มทนายความเสื้่อแดง ทีมนายวิญญัติ ชาติมนตรี นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนเมษายนปี 2561 เว็บไซต์ประชาไท เคยเผยแพร่ บทความสัมภาษณ์ชื่อ &amp;quot;เมื่อพยานตกเป็นเหยื่อ: ระดมเงินเก้าแสนประกัน&amp;quot;แหวน&amp;quot; พยานคดี 6 ศพ วัดปทุม&amp;quot; โดยศรายุธ ตั้งประเสริฐ ใจความระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุยกับ วิญญัติ ชาติมนตรี เรื่องของ &amp;quot;แหวน&amp;quot; พยานปากสำคัญคดีสังหารหมู่ 6 ศพ วัดปทุม เมื่อเธอต้องกลายมาเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรง เธอถูกจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เธอติดคุกนานกว่า 3 ปี โดยคดีแทบไม่คืบหน้า ไม่มีญาติ ไม่มีเงินประกันตัว และดูเหมือนว่าเธอจะถูกลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ทนายความของ&amp;quot;แหวน&amp;quot; ณัฎฐธิดา มีวังปลา เผยว่าได้มีการเตรียมการยื่นขอประกันตัว แหวนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะยื่นคำร้องต่อศาลทหารหลังสืบ พลโทวิจารณ์ จดแตง ฝ่ายกฎหมาย คสช. พยานโจทก์ปากแรก ซึ่งถือว่าเป็นปากสำคัญแล้วเสร็จ แต่ยังมีปัญหาเรื่องเงินหรือหลักทรัพย์ในการประกันตัว เนื่องจากเงินกองทุนที่เคยได้จากการบริจาครวมถึงหยิบยืมมาได้นำไปใช้ประกันผู้ต้องหาคดีการเมืองรายอื่นหมดแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องขอรับบริจาคในกรณีของแหวน ซึ่งถือเป็นการขอรับบริจาคหรือหยิบยืมในทางสาธารณะกรณีแรกของ สกสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แหวน&amp;quot; ณัฎฐธิดา มีวังปลา อดีตพยาบาลอาสา เป็นพยานปากสำคัญที่จะเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บังคับบัญชาในคดีสังหาร 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 แต่ได้ถูกจับกุมและถูกแจ้งข้อหาร้ายแรงในคดีก่อการร้ายและ 112 &amp;nbsp;แหวนถูกคุมขังมานานกว่าสามปี โดยที่ผ่านมาศาลได้เคยมีคำสั่งให้ประกันตัวแล้วหนึ่งครั้ง ในคดีก่อการร้าย แต่แหวนกลับต้องโดนอายัดตัวต่อในคดี 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญัติให้รายละเอียดคดีว่า แหวน ถูกเอาผิดจากกระแสข่าวว่าจะมีการลอบวางระเบิดร้อยจุดทั่วกรุงเทพ แหวนถูกจับกุมเนื่องจากเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มไลน์ที่มีการพูดคุยประเด็นการเมือง และจากหลักฐานการโอนเงินจาก สุรพล เอี่ยมสุวรรณ 1 ใน 5 ผู้ต้องหาโอนมาให้ เป็นจำนวน 5,000 บาท แหวนให้การว่าเธอยืมเงินสุรพลมาเพื่อจ่ายค่าเช่าร้านซักรีดที่เป็นกิจการของเธอในขณะนั้น และในส่วนข้อกล่าวหาว่ามีการแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันกษัตริย์นั้น โจทก์ใช้ข้อความหนึ่งในแอคเคาต์ไลน์ของแหวนที่ใช้สนทนาในกลุ่มไลน์เป็นหลักฐานในการเอาผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการพิจารณาคดีก่อการร้ายผ่านอย่างล่าช้า อัยการส่งสำนวนฟ้องศาลเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ศาลนัดสอบคำให้การ 20 มกราคม 2559 และนัดสืบนัดแรก 4 เมษายน 2559 เวลาผ่านไปกว่าสองปีจนถึงปัจจุบันสืบพยานโจทก์ได้ประมาณสิบปากเท่านั้น จากพยานโจทก์ทั้งหมดในบัญชีพยานกว่าสามสิบปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความล่าช้าในกระบวนการเกิดจาก พยานโจทก์ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ เมื่อถึงวันที่ศาลนัดก็มักจะไม่มา โดยให้เหตุผลว่าติดราชการบ้าง ย้ายที่อยู่ที่ทำงานบ้าง ประกอบกับกระบวนการในการไต่สวนค่อนข้างละเอียด ต้องอ่านเอกสาร ต้องลงลายมือชื่อรับรองทำให้เกิดความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยมีความพยายามในการหยิบยืมเงินมาประกันตัวแหวนพร้อมกับเพื่อนที่ถูกจับในคดีเดียวกัน &amp;nbsp;บางคนได้ประกันตัวออกไป แต่แหวนกลับถูกอายัดตัว และถูกฟ้องในข้อหา 112 ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดี 112 อัยการเพิ่งส่งฟ้องศาลเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ทั้งที่มีการออกหมายจับไว้ ตั้งแต่ 19 มี.ค. 2558 ศาลนัดสอบคำให้การเมื่อวันที่ &amp;nbsp;7 กุมภาพันธ์ 2561และนัดสืบพยานปากแรกในวันที่ 4 พฤษภาที่จะถึงนี้ ทั้งนี้หากนับจากวันที่แหวนถูกควบคุมตัวโดยทหาร รวมเป็นเวลาสามปีเศษแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหวนยังได้เคยเล่าให้ทนายฟังว่า ระหว่างถูกควบคุมตัวนายทหารหัวหน้าชุดที่มาสอบสวนได้เคยขู่เธอว่าหากไม่ยอมรับสารภาพตามข้อกล่าวหา เธอจะถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 ด้วย ซึ่งในที่สุดก็เป็นจริงตามคำที่ทหารนายนั้นขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญัติกล่าวว่าแหวนถูกควบคุมตัวโดยทหารตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2558 อุปกรณ์สื่อสารถูกยึด ถูกบังคับเอารหัสเพื่อเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันนั้น แต่ข้อความที่เป็นปัญหาถูกโพสต์ในกลุ่มไลน์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2558 ในการสืบพยานโจทก์ปากแรก ซึ่งเป็นปากสำคัญนั้น อย่างน้อยน่าจะทำให้เหตุผลในการยื่นประกันขอปล่อยตัวชั่วคราว &amp;quot;แหวน&amp;quot; มีน้ำหนักมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องที่เธอเป็นคนตัวคนเดียว ญาติพี่น้องก็มีฐานะไม่ดีนัก เงินที่เคยใช้ยื่นประกันตัวเธอเราก็ได้นำไปใช้ประกันตัวนักโทษการเมืองรายอื่นไปแล้ว ทาง สกสส.จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการรับบริจาคต่อสาธารณะในกรณีนี้ โดยประเมินว่าทั้งสองคดีต้องใช้วงเงินประกันรวมประมาณ 900,000 บาท คดีแรกจำนวน 400,000 บาท (คดีก่อการร้าย) คดีที่ 2 จำนวน 500,000 บาท (คดี 112).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง &amp;nbsp;ที่มีชื่อในบัญชีรับบริจาค พบว่ายังเป็นทนายความของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย อีกด้วย ส่วนนายศุภวัส ทักษิณ เป็นทีมทนายของนายกฤษณ์ บุดดีจีน สมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.เพชรบูรณ์ ที่โพสต์แถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 13 ปลอม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณประชาไท&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42275</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี6ศพวัดปทุม, ณัฎฐธิดา(แหวน) มีวังปลา, วิญญัติ ชาติมนตรี, เงินบริจาค1ล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d3fadfd746a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่น้องเกด&#039;สงสัยตีหัว&#039;จ่านิว&#039;เบนประเด็นทำร้ายกันเองเหมือน6ศพวัดปทุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือ น้องเกด พยาบาลอาสาผู้เสียชีวิตในเหตุสลายการชุมนุมบริเวณวัดปทุมวนารามวรวิหาร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phayaw Akkahad &amp;nbsp;ภายหลัง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ &amp;nbsp;หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดักทำร้ายนิวและมีการเบนประเด็นโดยลิ่วล้อคสช.ว่าพวกเดียวกันทำร้ายกันเองเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม ก็เหมือนเมื่อ9ปีที่แล้วหลังจาก6ศพวัดปทุมเสียชีวิตได้วันเดียวก็แบบนี้แหละค่ะ ก็มีการเบนประเด็นว่ายิงกันเองเหมือนกัน โดยศอฉ.ในสมัยนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายศาลมีคำสั่งว่า6ศพวัดปทุมเสียชีวิตจากฝีมือของทหาร ทุกวันนี้ยังไม่เห็นคนที่พูดออกมารับผิดชอบกับน้ำลายตัวเองซักคน ว่าแต่วิธีที่ใช้นี่คล้ายๆกันนะทั้งศอฉ.และคสช.เนี่ย หรือจะเป็นพวกเดียวกัน #แค่สงสัยนะคะหึๆๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40219</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี6ศพวัดปทุม, ตีหัวจ่านิว, นางพะเยาว์ อัคฮาด, สิรวิชญ์  เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e0a7048039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่น้องเกด&#039;สงสัยตีหัวจ่านิวเบนประเด็นทำร้ายกันเองเหมือน6ศพวัดปทุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 -นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือ น้องเกด พยาบาลอาสาผู้เสียชีวิตในเหตุสลายการชุมนุมบริเวณวัดปทุมวนารามวรวิหาร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phayaw Akkahad&amp;nbsp; ภายหลัง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์&amp;nbsp; หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดักทำร้ายนิวและมีการเบนประเด็นโดยลิ่วล้อคสช.ว่าพวกเดียวกันทำร้ายกันเองเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม ก็เหมือนเมื่อ9ปีที่แล้วหลังจาก6ศพวัดปทุมเสียชีวิตได้วันเดียวก็แบบนี้แหละค่ะ ก็มีการเบนประเด็นว่ายิงกันเองเหมือนกัน โดยศอฉ.ในสมัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายศาลมีคำสั่งว่า6ศพวัดปทุมเสียชีวิตจากฝีมือของทหาร ทุกวันนี้ยังไม่เห็นคนที่พูดออกมารับผิดชอบกับน้ำลายตัวเองซักคน ว่าแต่วิธีที่ใช้นี่คล้ายๆกันนะทั้งศอฉ.และคสช.เนี่ย หรือจะเป็นพวกเดียวกัน #แค่สงสัยนะคะหึๆๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40210</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี6ศพวัดปทุม, ตีหัวจ่านิว, นางพะเยาว์ อัคฮาด, ศอฉ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e0a7048039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายแดง&#039;ไขปมไม่สั่งฟ้อง8ทหารคดี6ศพวัดปทุมปี53</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ในฐานะทีมทนายความของญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่สำนักงานอัยการทหารได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารที่ปฎิบัติหน้าที่บริเวณวัดปทุมวนารามวรวิหาร ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด พร้อมกลุ่มพยาบาลอาสาในการสลายการชุมนุมปี 2553 เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีประจักษ์พยาน พยานพฤติเหตุแวดล้อม หรือพยานหลักฐานอื่นใดที่ยืนยันได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหากระทำผิดดังกล่าว นั้นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-การติดตาม กล่าวโทษดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;
ศาลในคดีไต่สวนการตายในคดีประชาชนเสียชีวิตและคดี &amp;ldquo;6 ศพ&amp;rdquo; หลายศพเสียชีวิต ในขณะเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและรัฐบาลพลเรือน ความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวโยงย่อมถึง &amp;ldquo;ผู้สั่งการ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;rdquo; ใน &amp;ldquo;ศอฉ.(ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน)&amp;rdquo; อันนำมาซึ่งการกล่าวโทษของนายพะเยาว์ อัคฮาด ผู้เป็นมารดาของนางสาวกมนเกด อัคฮาด หนึ่งในผู้เสียชีวิตในวัดปทุมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-โดยคดีนี้ปฐมบทคดีการตายของประชาชนมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2553 ถึงวันที่ 19 พ.ค. 2553 หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการให้ ศอฉ. &amp;nbsp;ใช้กำลังเข้าขอคืนพื้นที่และกระชับวงล้อมผู้ชุมนุม &amp;nbsp;และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;จึงสั่งการให้ผู้ปฏิบัติใช้อาวุธปืนและกระสุนปืนจริงในการขอคืนพื้นที่ดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.จนถึง 19 พ.ค. 2553 อย่างน้อย 89 ราย ซึ่งเมื่อมีการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาและกำกับดูแล ศอฉ. &amp;nbsp;และรองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. มีหน้าที่ควบคุมและสั่งการเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติการฝ่ายยุทธการทั้งหมดมีอำนาจสั่งให้ทบทวนวิธีการ &amp;nbsp;วิธีปฏิบัติหรือระงับยับยั้งเปลี่ยนวิธีปฏิบัติได้ แต่กลับละเว้นเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ จนกระทั่งหลังจากวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลา 03.00 &amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ &amp;nbsp;ศอฉ.ดำเนินการมาตรการปิดล้อมและสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่โดย ผอ.ศอฉ. ได้สั่งการให้มีการใช้อาวุธปืนและกระสุนจริง &amp;nbsp;ตามกระดาษเขียนข่าว &amp;nbsp;จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 11 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2553 คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติในการประชุมครั้งที่ 3/2553 ให้การกระทำความผิดทางอาญา 4 กรณี คือ การก่อการร้าย การขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใดๆ การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ อันเกี่ยวกับการชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายในช่วงปลายปี พ.ศ.2552 เป็นต้นไป ในราชอาณาจักร รวมถึงความผิดที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกันเป็นคดีพิเศษและกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในส่วนของกลุ่มคดีการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอ ได้มีการสอบสวน ร่วมกับพนักงานอัยการ แล้วสรุปสำนวน ส่งเรื่องต่อให้อัยการสูงสุดพิจารณา และมีคำสั่งมีการพิจารณาสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ ให้ดำเนินคดีอาญาตามกระบวนการต่อไป โดยเฉพาะคดีการเสียชีวิต 6 ศพในพื้นที่เขตอภัยทาน วัดปทุมวนาราม ในช่วงการสลายการชุมนุมของประชาชน เดือนพฤษภาคม 2553 ที่ &amp;ldquo;ศาล&amp;rdquo; ได้มีคำสั่งไปแล้วว่า &amp;ldquo;เสียชีวิตจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลทหารเริ่มมีแนวทางและกระบวนที่น่าสงสัย คือ ดีเอสไอได้มีการตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ.ศ.2553&amp;rdquo; ขึ้นเมื่อวันที่ 18มีนาคม2558 &amp;nbsp;โดยทำในรูปแบบคำสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยนางสุวนา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เป็นหน่วยงานภายใน อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาและกำกับดูแลของรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง) แต่งตั้งข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการกบางเพื่อการสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ.ศ.2553 จำนวน 14 ราย ทั้งนี้ ให้ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ.ศ.2553 การแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการสอบสวนกรณีเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของประชาชน ในปี 2553 อีกครั้ง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอ เคยสรุปสำนวนการสอบสวนในคดีต่างๆ พร้อมส่งเรื่องให้อัยการส่งฟ้องต่อศาลหลายคดีไปแล้ว. มีเพียงการต้องติดตามเอาตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ที่จะตกผู้ต้องหามาสอบสวนตามแนวคำวินิจฉัยของศาลให้ได้ นั่นคือหน้าที่ของ ดีเอสไอ
&amp;nbsp;
-คดีพิเศษเป็นอำนาจสอบสวนของดีเอสไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากคณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 3 / 2553 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 ให้การกระทำผิดทางอาญากรณีการก่อการร้าย &amp;nbsp;การขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใดๆ การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ อันเกี่ยวกับการชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายในช่วงปลายปี พ.ศ.2552 เป็นต้นไป ในราชอาณาจักร รวมถึงความผิดที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกัน เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) &amp;nbsp;จึงตั้งเรื่องคดีพิเศษที่ 18 / 2553 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนท้องที่ที่ศพตั้งอยู่ดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งเกี่ยวกับเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย &amp;nbsp;ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 150 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับสำนวนไต่สวนการตายของผู้ตายมอบหมายให้กลุ่มการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ &amp;nbsp;ดำเนินการสอบสวนร่วมกับพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;
โดยเฉพาะกรณีการตายในวัดปทุมวนารามฯ ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งว่าผู้ตายที่ 1 ถึงผู้ตายที่ 6 ถึงแก่ความตายในวัดปทุมวนารามราชวรวิหารเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลากลางวันเหตุและพฤติการณ์ที่ตายสืบเนื่องจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด . 223 หรือ 5.56 มิลลิเมตร ซึ่งวิธีกระสุนปืนยิงมาจากเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสหน้าวัดปทุมวนารามและบริเวณถนนพระรามที่หนึ่งจึงเข้าพบคุมพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ศอฉ. เป็นเหตุให้ผู้ตายที่ 1 ถึงผู้ตายที่ 6 ถูกกระทำให้ถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อตามคำสั่งของศาลที่ทำการไต่สวนการตายระบุรายละเอียดว่าเกิดจากการกระทำของฝ่ายทหาร พนักงานสอบสวนจึงต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามที่ศาลได้ระบุไว้ในคำพิพากษา ผลแห่งคำสั่งศาลเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมที่มีขั้นตอนบังคับตามกฏหมายบัตรต้องดำเนินการสอบสวนต่อไป เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดเพียงผู้เดียวเป็นผู้สั่งคดี ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 143 วรรคท้าย
&amp;nbsp;
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและอัยการ จึงมีมติร่วมกันให้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี เพราะโดยความตายเป็นผลโดยตรงจากการสั่งการของบุคคลทั้งสองอันเป็นการกระทำละเว้นหรือนอกเหนือหน้าที่ที่มีอยู่ในการปาลิการแผ่นดินหรือตามกฏหมายรวมทั้งกฎการใช้กำลังในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเช่นการแจ้งข้อหาดังกล่าวได้มีการพิจารณาการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าด้วย ในที่นี้จึงต้องนำตัวเจ้าหน้าที่ทหารทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการตายเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางอาญาด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ดีเอสไอจะเสี่ยงติดคุกกับเรื่องนี้ก็เอาสิ !
&amp;nbsp;
-อัยการศาลทหารไม่มีอำนาจทำความเห็นสั่งคดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อาจมีประเด็นถกเถียงหรือหาทางออกให้ทหารว่า ทหารและเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติการนั้น เป็นการปฎิบัติการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นการกระทำของทหารประจำการ และเป็นอำนาจของอัยการศาลทหารหรือไม่
คงจะเป็นความฉลาดเฉลียวของเสนาธิการทหารหรืออัยการทหารหรือดีเอสไอบางคน แต่อาจไม่ละเอียดรอบคอบ คงลืมพิจารณาถึงอำนาจสอบสวน อำนาจสั่งคดี และอำนาจศาล
&amp;nbsp;
ข้อเท็จจริงที่รับรู้กันทั่วไปแล้วว่า กรณีนี้เจ้าหน้าที่ทหารตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดร่วมกับพลเรือนที่เป็นผู้นำในรัฐบาล คดีจึงต้องอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรม &amp;nbsp;มิใช่ศาลทหารเพราะเป็นคดีที่เกี่ยวกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน
&amp;nbsp;
อัยการศาลทหารจึงไม่มีอำนาจ ตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร 2498 มาตรา 14 เพราะว่า
1.คดีที่บุคคลที่อยู่ในมาศาลทหารกระทำผิดกับบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร (ทหารกระทำผิดร่วมกับพลเรือน) 2.คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน
&amp;nbsp;
ดังนั้น หนังสือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงวันที่ 30 เมษายน 2562 แจ้งผลคดีที่สำนักงานอัยการทหาร มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งแปด เนื่องจากเห็นว่าไม่มีประจักษ์พยาน พยานพฤติเหตุแวดล้อม หรือพยานหลักฐานอื่นใดที่ยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาทั้งแปดกระทำความผิด ตามหนังสือนี้จึงมีอีกนัยหนึ่งว่า เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าพวกของผู้ต้องหาทั้ง 8 ที่เป็นทหารประจำการในขณะนั้นจะอยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ จึงต้องถือว่าพวกผู้ต้องหาทั้ง 8 และผู้เกี่ยวข้องที่ยังไม่ได้ตัวมาเป็นพลเรือน เป็นกรณีทหารร่วมกระทำความผิดกับพลเรือน จึงต้องขึ้นศาลพลเรือน
&amp;nbsp;
แม้อัยการศาลทหารซึ่งไม่ทราบเป็นผู้ใดที่ลงนามและเป็นคณะทำงานหรือไม่ เชื่อว่าในอนาคตคงได้ทราบกัน แต่หากกระทำการนอกหน้าที่และไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ การกระทำนั้นย่อมผิดกฎหมาย เรื่องนี้อัยการศาลทหารต้องทบทวนบทบาทของตนเองใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35310</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี6ศพวัดปทุม, ดีเอสไอ, ทนายแดง, วิญญัติ, สั่งไม่ฟ้อง8นายทหาร, อัยการทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685e211ae84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
