<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก5แกนนำพันธมิตร บุกNBTไล่รัฐบาลสมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลสั่งจำคุก &amp;quot;สมเกียรติ&amp;quot; 2 ปี &amp;quot;อัญชะลี-ภูวดล-ยุทธิยง-น้องสนธิ&amp;quot; คนละ 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีนำพันธมิตรฯ บุก NBT ไล่รัฐบาลสมัคร ก่อนให้ประกันตัว 5 แกนนำตีราคา 2-3 แสนบาท &amp;quot;เจ๊ปอง&amp;quot; ยันจัดรายการข่าวต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.1033/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.), น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ซ่องโจรฯ กรณีร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในช่วงการชุมนุมของ พธม. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 25-26 ส.ค.2551 จำเลยทั้งห้ากับพวก 85 คน ที่ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษแล้ว ร่วมกันกระทำความผิดเป็นซ่องโจร มั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยร่วมกันเดินขบวนในถนนสาธารณะจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และจากที่อื่นๆ โดยมีอาวุธปืน มีด ขวาน ไม้กอล์ฟ ไม้ท่อน หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก แล้วร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณและอาคารสำนักงานสถานีเอ็นบีที ทุบทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบกล้องวงจรปิด ทำลายระบบส่งสัญญาณการออกอากาศวิทยุโทรทัศน์ และร่วมกันข่มขืนใจพนักงานไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ออกอากาศและกระจายเสียง และสั่งให้ออกไปจากอาคารสถานี โดยจำเลยทั้งห้าเป็นหัวหน้าและเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด อันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร ฐานร่วมกันทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ฐานร่วมกันบุกรุก และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 215, 309, 358, 364 และ 365 จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จำเลยทั้งหมดเดินทางมาฟังคำพิพากษาครบทุกคน โดยนายภูวดลนั่งรถเข็นมาศาล และมีกลุ่มคนเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานเจ้าพนักงานตำรวจที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัย, ผอ.สถานีเอ็นบีที และช่างภาพสถานีเอ็นบีที เบิกความว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่ม พธม.ชุมนุมกันที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อขับไล่รัฐบาลที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2551 แกนนำ พธม. ประกาศว่าวันที่ 26 ส.ค.2551 จะบุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งสถานีเอ็นบีเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2551 ในเวลา 05.00 น. มีกลุ่มนักรบศรีวิชัย ซึ่งเป็นการ์ดของกลุ่ม พธม. บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมได้ 85 คน หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาที่หน้าประตูทางเข้า-ออกด้านหน้าสถานี จนเวลา 06.00 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่พร้อมรถยนต์บรรทุกติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่มาถึงสถานีเอ็นบีที่หลายคันผู้ชุมนุมบนรถดังกล่าวผลัดเปลี่ยนกันพูดโจมตีรัฐบาลและสถานีเอ็นบีที ว่าเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ต้องการยึดเอ็นบีทีให้จอดำและเชื่อมต่อสัญญาณออกอากาศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกลุ่ม พธม. รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าพนักงานตำรวจที่เป็นพยานโจทก์ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ในลักษณะประจันหน้ากันที่ประตูรั้ว พยานเห็นจำเลยทั้ง 5 อยู่บนรถ และมีพยานจำเสียงของจำเลยที่ 2 ได้ โดยโจทก์มีภาพถ่ายเป็นพยานหลักฐานด้วย ต่อมากลุ่ม พธม.ได้พังประตูรั้วเหล็กฝ่าแนวกั้นของเจ้าพนักงานตำรวจบุกรุกเข้าไปในบริเวณพื้นที่และอาคารสถานีเอ็นบีที ซึ่งจำเลยที่ 5 ประกาศต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจว่าผู้ชุมนุมเป็นกองทัพประชาชน มีผู้สั่งการให้มายึดเอ็นบีที ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจออกจากอาคารสถานีไป จากนั้นกลุ่ม พธม.ได้ยึดพื้นที่สถานีและอาคารดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น.จึงออกจากพื้นที่ดังกล่าว นอกจากพยานในที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจผู้ติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และผู้ถอดเทปคำปราศรัยบนเวทีชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ยังเบิกความข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบุกยึดสถานีเอ็นบีทีอย่างสอดคล้องกัน พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคง รับฟังได้ว่าจำเลยทั้งห้ากับพวกที่บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที เมื่อเวลา 08.00 น. กับกลุ่มนักรบศรีวิชัยที่บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที เมื่อเวลา 05.00 น.ในวันที่ 26 ส.ค.2551 มีเจตจำนงเดียวกัน กระทำการต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เพื่อปฏิบัติภารกิจบุกยึดสถานีเอ็นบีทีให้บรรลุเป้าหมายที่แกนนำร่วมกันมีมติ เป็นการร่วมกันกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1, 2, 3, 4 ซึ่งอ้างว่ามีผู้ชุมนุมดาวกระจายไปที่สถานีเอ็นบีทีแล้วถูกจับกุมไป ยังมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งอยู่ที่หน้าสถานีเอ็นบีที เมื่อจำเลยทราบข่าวจึงเคลื่อนขบวนติดตามไปภายหลังเพื่อจะนำมวลชนที่อยู่หน้าสถานีเอ็นบีทีกลับมาที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยไม่ได้เข้าไปในสถานีเอ็นบีที และจำเลยที่ 5 เป็นเพียงผู้ชุมนุมธรรมดาที่เดินทางไปร่วมชุมนุม ไม่ได้พูดประกาศต่อเจ้าพนักงานตำรวจนั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ฐานร่วมกันบุกรุก ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ส่วนความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรนั้น โจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งห้ากับพวกและกลุ่มนักรบศรีวิชัยสมคบกันร่วมประชุมวางแผนกัน จึงลงโทษในความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรไม่ได้ จำเลยที่ 1 เป็นแกนนำของกลุ่ม พธม. ร่วมสมคบคิดบุกยึดสถานีเอ็นบีที ขึ้นเวทีชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ร่วมประกาศภารกิจและเดินทางไปในลักษณะกำกับดูแล เป็นหัวหน้าเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด แต่สำหรับจำเลยที่ 2-5 พยานหลักฐานยังไม่ชัดว่าเป็นหัวหน้าหรือมีหน้าที่สั่งการในการบุกยึด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน ให้จำคุกนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุก น.ส.อัญชะลี จำเลยที่ 2 นายภูวดล จำเลยที่ 3 นายยุทธิยง จำเลยที่ 4 และนายชิติพัทธ์ จำเลยที่ 5 คนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ญาติและทนายความของจำเลยทั้งห้าได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โดยในส่วนของนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 ได้ยื่นโฉนดที่ดิน จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 4 ไร่ ราคาประเมิน 1.4 ล้านบาทเศษ ส่วน น.ส.อัญชะลี จำเลยที่ 2,&amp;nbsp;นายภูวดล จำเลยที่ 3,&amp;nbsp;นายยุทธิยง จำเลยที่ 4,&amp;nbsp;นายชิติพัทธ์ จำเลยที่ 5 ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด คนละ 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเวลา 14.45 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งห้าระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันในส่วนของนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 วงเงิน 300,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2-5 ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท ซึ่งคดีจะครบกำหนดการยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 12 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับการปล่อยตัวแล้ว น.ส.อัญชะลี ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในพิธีกรข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง เนชั่นทีวี 22 ได้ตอบคำถามสื่อกรณีที่ถูกตัดสินจำคุกคดีนี้ จะมีผลในการทำหน้าที่สื่อหรือไม่ว่า ไม่มีผล ตนจะยังกลับไปจัดรายการข่าวเหมือนเดิม ส่วนที่มีการเปรียบเทียบกับกรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรข่าวที่ยุติการทำหน้าที่สื่อ ตั้งแต่ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกคดีสนับสนุนเจ้าพนักงาน อสมท ไม่รายงานโฆษณาส่วนเกินนั้น ในรายละเอียดคงเปรียบเทียบกันไม่ได้ เนื่องจากคดีของตนกล่าวหาเรื่องการทำกิจกรรมการเมืองภาคประชาชน ที่บริเวณด้านนอกของสถานีช่อง 11 คนละเรื่องกับของนายสรยุทธ นอกจากนี้ทางเนชั่นเองได้คุยกันแล้วว่าคดียังไม่ถึงที่สุด เรายังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่สามารถยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราได้รับโชคชะตาอย่างไรเราไม่เคยหวั่นไหวที่อะไรจะเกิดขึ้น เราไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่น้อย แม้รัฐบาลจะมานี่ก็มาจากพวกเรา จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ถ้าไม่มีเราบ้านเมืองอาจจะเป็นอย่างไรไปก็ได้ เพราะฉะนั้นเรายังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อชาติ ความถูกต้องของสังคม และความมั่นคงของรัฐเสมอ น้อมรับคำตัดสินด้วยความสุภาพเรียบร้อย.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57041</URL_LINK>
                <HASHTAG>NBT, คดีNBT, คดีหมายเลขดำ อ.1033/2561, จำคุก5แกนนำพันธมิตร, บุกNBT, บุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, ศาลสั่งจำคุก, ศาลอาญา, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตแกนนำ, เอ็นบีที, แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440ff041066.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งลักษณ์รอดคดี NBTแพร่ภาพแม้ว เปิดงานที่‘มาเก๊า’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; เฮ! รอดอีกคดี ป.ป.ช.ตีตกกรณีปล่อย NBT แพร่ภาพ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เปิดงานมวยไทยที่มาเก๊า พบยังค้างในชั้นไต่สวน 6 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติตีตกข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยอนุญาตให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เผยแพร่ภาพและเสียงรายการมวยไทยวอริเออร์ส จัดที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า โดยมีเจตนาเผยแพร่ภาพการกล่าวเปิดงานของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาบางส่วนมีลักษณะที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มิได้ระบุเหตุผลในการตีตกข้อกล่าวหาดังกล่าว ระบุเพียงว่า ให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวตกไป หรือยุติการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติตีตกข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปแล้วอย่างน้อย 5 คดี ได้แก่ 1.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ตัวเองและรัฐมนตรี 2.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์บริหารจัดการน้ำผิดพลาดจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 3.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช. ในการเปิดเผยราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 4.คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ควบคุมการชุมนุมของ? กปปส. 5.กรณีถูกกล่าวหาร่วมกับคณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบในพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5 แสนล้าน โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังเหลืออีกอย่างน้อย 6 คดีในชั้นการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แก่ 1.คดีถูกกล่าวหาร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ร่วมกับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์ และกลุ่มเอกชนเครือสยามอินดิก้า? 2.คดีโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบ (กรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) 3.คดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง 4.คดีละเว้นไม่ลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา กรณี รมว.มหาดไทย (นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ) กับพวกปราศรัยรุนแรง-แบ่งแยกประเทศ 5.คดีร่ำรวยผิดปกติ กรณีครอบครองนาฬิกาเรือนละ 2.5 ล้านบาท 6.คดีร่ำรวยผิดปกติกรณีเกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51893</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีNBT, ป.ป.ช., มวยไทยวอริเออร์ส, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศันสนีย์ นาคพงศ์, สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de91ac416a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนาวรัตน์&#039;แต่งกลอนให้กำลังใจพันธมิตร  หลัง74การ์ดถูกพิพากษาจำคุกคดีNBT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 61 - เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ได้แต่งบทกลอนให้กำลังใจกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังผู้ชุมนุมซึ่งทำหน้าที่การ์ดถูกศาลฏีกาพิพากษาจำคุกจำนวน 74 คน ในคดีบุกNBT&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
ผิดชอบ
อาจต้องเดินลัดสนาม ทำเสียหาย
แม้มีป้ายบอกชัด &amp;nbsp;ห้ามลัดสนาม
เมื่ออีกฟากสนามโน่น คนทรามทราม
กำลังตามทำร้าย คนดีดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; ในเมื่อรัฐทรราชย์ ใช้บาตรใหญ่
เข้าควบคุมกลไกไปทุกที่
เพื่อพวกตน ประโยชน์ตน ปล้นปัถพี
เข้าย่ำยียุติธรรม อยู่ตำตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; คนที่รักความเป็นธรรม ย่อมไม่ทน
เถอะ...ฝนห่าก็ฝ่าหน กลางฝนห่า
ร่วมคัดค้านเปิดโปง ตรงไปตรงมา
กรากแกร่งกล้ากรูกร้าน เข้าต้านโกง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; ทางแห่งความเป็นธรรม มักต่ำตก
เหินระหกวกเวียน ไม่เตียนโล่ง
แต่ใจเพชรเด็ดมั่น ยรรยงโยง
ไม่คลอนโคลงเคลื่อนคลาย ไม่พ่ายแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; อุปสรรคขวากหนาม กำแพงหนา
ถ้าต้องฝ่า ก็ต้องฝ่า ต้องกล้าแก้
ไม่มีความยุติธรรม เป็นธรรมแท้
กระทั่งแม้...ในสงครามที่เป็นธรรม!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3827</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดพธม., คดีNBT, บทกวี, พธม., พันธมิตรฯ, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ให้กำลังใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a74323ce4130.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พธม.ลั่นไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังพร้อมแบกรับภาระครอบครัว 74 การ์ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 61 - นายสุริยะใส กตะศิลา &amp;nbsp;อดีตผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ได้โพสต์ข้อคววาม &amp;quot;เรื่องเล่าจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สริยะใส กตะศิลา&amp;quot; ว่า &amp;quot;เมื่อเช้าผมมาเยี่ยมมิตรสหายที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 74 คน คดีบุกรุก สถานีโทรทัศน์ NBT ก่อนเข้าไปเยี่ยมได้ทักทายถามไถ่ญาติๆผู้ต้องขังนับร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม พี่ติ๊ก มาลีรัตน์ และหมี &amp;nbsp;สุริยันต์ แจ้งผลการหารือของแกนนำและทีมทนายไปว่าจะเป็นคุณพิภพ ธงไชย คุณสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายมิ้น คุณสุรวิช &amp;nbsp;วีรวรรณ และคุณอมรศักดิ์ ศิรโยธินภักดี ถึงแนวทางการข่วยเหลือเยียวยาทั้งผู้ต้องขังและครอบครัวว่าเราจะไม่ทิ้งกัน และไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลังเหมือนที่ผ่านๆมา ที่เราตั้งกองทุนดูแลคดีทั้งหมดทั้งคดีแกนนำและมวลชน รวมทั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นเราได้อนุมัติเงินจากกองทุนสู้คดีพันธมิตรฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเรือนจำคนละ 3,000 บาท/เดือน จนกว่าจะได้รับอิสรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อเช้าผมได้ให้ทีมงานเก็บข้อมูลจากญาติๆทั้งหมดว่า พวกเขาเดือดร้อนและมีเรื่องฉุกเฉินที่ต้องเยียวยาอะไรกันบ้าง เพราะส่วนใหญ่ที่มาล้วนเป็นแม่บ้าน แน่นอนผู้เป็นสามีถูกจองจำแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อครอบครัวเต็มๆ บางคนเล่าให้ผมฟังปัญหาทีต้องแบกรับทั้งน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังนั้นเราจึงตัดสินใจเยียวยาครอบครัวเหล่านี้ตามความจำเป็น โดยจะตั้งกองทุนเปิดรับบริจาค เป็นอีกบัญชีหนึ่ง ผ่านมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากผมชี้แจงญาติๆ ผู้ต้องขังเสร็จพวกเราได้ทยอยไปเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งทางเรือนจำปล่อยตัวมาพบปะญาติๆ ครั้งละ 10 คน ทุกคนเข้มแข็งสีหน้าแววตาคลายทุกข์ลงทันทีเมื่อเจอครอบครัว ลอยยิ้มของหลายๆคน ส่องผ่านกระจกและบทสนทนา แม้ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุขก็ตาม แต่เป็นรอยยิ้มเพื่อสื่อสารกับพวกเราว่าพวกเขาเข้มแข็งดี อีกไม่นานเราก็จะได้กลับมาเจอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมแล้วคนเหล่านี้แม้ตกเป็นผู้ต้องขัง แต่พวกเขาเป็นผู้เสียสละ ย้อนกลับไปดู ณ วันเกิดเหตุ จะเข้าใจว่าทำไม่ต้องตัดสินใจเข่นนั้น มันไม่ใช่ทำไปเพราะความโกรธแค้นหรือเรื่องส่วนตัวแต่เขากำลังทำหน้าที่ต่อสู้กับรัฐบาลทรราชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาไม่ใช่อาชญากร นอกจากเราจะไม่ทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังแล้วเรายังต้องบันทึกไว้ในความทรงจำว่า &amp;ldquo;พวกเขาคือผู้เสียสละ&amp;rdquo; ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสู้คดี, การ์ดพธม., คดีNBT, พธม., พันธมิตร, สุริยะใส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e870062716.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พันธมิตรฯควักกองทุนสู้คดี ช่วยเหลือการ์ดเซ่นNBTเดือนละ3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา วันที่ 21 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.61- น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง หรือ &amp;quot;ทนายมิ้นท์&amp;quot; ทีมทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)เผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายมิ้นท์ Puangtip Boonsanong&amp;nbsp;หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุกการ์ดพันธมิตรฯคดีบุกNBTเมื่อปี 2551 ว่า &amp;quot;ขอคารวะทุกท่านที่มาชุมนุมในวันนั้น และมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ เท่าที่ได้ตามไปส่งทุกท่านจนวินาทีสุดท้ายก่อนขึ้นรถเรือนจำ ก็ยังเห็นสายตาที่แน่วแน่ ไม่เห็นความกังวลใดๆ &amp;ldquo;เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีพันธมิตร(NBT) ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 6 เดือน นำจำนวนวันที่ถูกขังแล้วไปหักลบออก รวม 74 คน (เยาวชน 6 คน รอลงอาญา, ออกหมายจับ 5 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ(เข้าประตูคลองเปรมเลี้ยวขวา) และทัณฑสถานหญิงกลาง(เข้าประตูคลองเปรมเลี้ยวซ้าย) เข้าเยี่ยมได้ 8.30-14.30 น. ของเยี่ยมต้องซื้อที่เรือนจำ ห้ามนำมาจากภายนอก
(สองวันแรกนี้ พี่น้องยังไม่ควรเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ให้โอกาสญาติสนิทเข้าเยี่ยมได้เต็มที่ก่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางพันธมิตรจะช่วยเหลือเงินเบื้องต้น คนละ 3,000 บาท ต่อเดือน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรฯ เผยว่าได้หารือเบื้องต้นจะใช้เงินกองทุนสู้คดีให้เงินเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่ในเรือนจำคนละ3พันบาทต่อเดือน ส่วนการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากนี้กำลังหารือกันแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ด่วน!ศาลฎีกาสั่งคุกระนาวนักรบศรีวิชัย-การ์ดพธม.บุกNBT&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสู้คดี, คดีNBT, ทนายมิ้น, นักรบศรีวิชัย, พธม., พันธมิตรฯ, พิภพ ธงไชย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e4baa4ef17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุญาตให้ฝากขังอดีตแกนนำพธม.คดีบุกNBT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ก.พ.61- &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.ศรายุทธ์&amp;nbsp;สันทัด พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 67 ปี&amp;nbsp;แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหาคดีมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ก.พ.2561 ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22-25 ส.ค. 2551 กลุ่ม พธม.ชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงและเขตดุสิต กทม. ซึ่งมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวก เป็นแกนนำได้พูดปราศรัยบนเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาล ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 26 ส.ค. 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ พล.ต.จำลอง ได้พูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เราจะไป&amp;nbsp;NBT,&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง,&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม,&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ,&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;hellip;&amp;nbsp;จะไปเพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งในเวลาประมาณ 05.00 น.เศษ ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่ม&amp;nbsp;พธม. ได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณทางเข้า-ออก ด้านหน้ากับบริเวณประตูรั้วด้านหลังของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(NBT)&amp;nbsp;โดยมีมีด,&amp;nbsp;ปืนพกเป็นอาวุธ โดยเจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แล้วบุกรุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;ในความครอบครองของผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;และได้ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือเสรีภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหยุดทำงาน หยุดการออกอากาศรายการวิทยุและโทรทัศน์ และออกจากอาคารสำนักงานด้วยความกลัว นอกจากนี้ยังได้ทำลายทรัพย์สินภายในอาคารได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในฐานะหนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุม พธม. ได้สลับกันพูดบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยที่จอดอยู่พูดโจมตีรัฐบาลและสั่งการต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่าต้องยึดสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;ให้ได้ และในวันเดียวกันเวลา&amp;nbsp;08.00น.เศษ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันพังประตูรั้วเหล็กกั้นทางเข้า-ออก ด้านหน้าติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต จนพังลงมา จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านนอกจำนวนมากโดยบางคนมีอาวุธได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 86,&amp;nbsp;นายภูวดล ทรงประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 87,&amp;nbsp;นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ต้องหาที่ 88,&amp;nbsp;นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 89,&amp;nbsp;นายชิติพัทธ์ หรือสนชัย ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 90 และนายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ต้องหาที่ 91 เป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำดังกล่าวและเป็นหนึ่งในจำนวนของผู้บุกรุกเข้าไปด้วย จากนั้นกลุ่มผู้บุกรุกได้ทุบทำลายประตูกระจกแล้วเข้าไปในอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;โดยมีนายชิติพัทธ์เป็นหัวหน้าสั่งการกลุ่มผู้บุกรุกดังกล่าว โดยบางส่วนเข้าไปในอาคารสถานี&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;และบางส่วนกระจายอยู่ที่ถนน สนามหญ้าและรอบๆ&amp;nbsp;อาคารภายในบริเวณสถานี โดยมี&amp;nbsp;น.ส.อัญชะลี,&amp;nbsp;นายภูวดล,&amp;nbsp;นายยุทธิยง,&amp;nbsp;นายสมเกียรติ และนายอมร พูดปราศรัยและสั่งการเป็นระยะๆ บนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัย ซึ่งขับเคลื่อนเข้าไปภายในบริเวณของสถานี&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;จนกระทั่งเวลาประมาณ&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;26 ส.ค.2551 จึงได้ถอนตัวกลับออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น,&amp;nbsp;ซ่องโจร,&amp;nbsp;ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น&amp;nbsp;โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป,&amp;nbsp;ร่วมกันตั้งแต่5คนขึ้นไป โดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้นั้นหรือของผู้อื่น,&amp;nbsp;ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210,&amp;nbsp;215, 309, 358&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;365&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งผู้ต้องหาที่ 1- 85 อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงและเขตดินแดง กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่าได้สอบสวนผู้ต้องหาไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาขอเสนอพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา 30 วัน ทำให้การสอบสวนไม่เสร็จสิ้น และเป็นกรณีที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา&amp;nbsp;134 วรรคท้าย จึงได้นำตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อขอหมายขัง ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสมเกียรติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 1.7 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างสู้คดี โดยในเวลาประมาณ16.00 น. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ที่มารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ยังมีอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย คือนายสนชัย ลิ้มทองกุล, นายอมร อมรรัตนานนท์, น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์&amp;nbsp;และนายยุทธิยงศ์ ลิ้มเลิศวาที ซึ่งไม่ได้ยื่นฝากขังในวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3034</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีNBT, พธม., สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82bfe6b562d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
