<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเอียดยิบ! &#039;แก้วสรร&#039; ออกบทความ &#039;รายงานจากศาลอาญา คดี กปปส.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;รายงานจากศาลอาญา คดี กปปส.&amp;quot;&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์หลุดเข้าไปเป็นจำเลยใน คดี กปปส.ได้อย่างไร ทำแค่ขึ้นเวทีเท่านั้น
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทฤษฎีของดีเอสไอและอัยการภายใต้บัญชาการทางการเมืองขณะนั้น ใช้ทฤษฎีเหมาเข่ง ใครมีการกระทำเป็น พันธมิตร,กปปส. ต้องหาทางจับขึ้นศาลให้หมดขนาดนักดนตรีขึ้นเวทีพันธมิตรที่สุวรรณภูมิ ยังโดนฟ้องสนับสนุนก่อการร้ายเลยผมเองโดนสนับสนุนแกนนำ กปปส.กระทำผิด เพราะปราศัยทำให้ลุงกำนันสุเทพมีกำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลท่านตัดสินอย่างไรในปัญหานี้
ตอบ &amp;nbsp;เมื่อศาลไม่ยอมเหมาเข่งตามที่ฟ้อง ผมก็ต้องรับผิดในส่วนการขึ้นเวทีของผมเท่านั้นก็เลยหลุดคดีไป&amp;nbsp;ส่วนแกนนำเองก็รับผิดต่างกรรมกันไปเฉพาะส่วนที่ตนทำ คุณถึงเห็นโทษไม่เท่ากันซักคนต่างกันไป ก็ถูกต้องแล้วครับที่ศาลท่านปฏิเสธทฤษฎีเหมาเข่งแบบนี้ พนักงานสอบสวนกับอัยการช่วยจำไว้ด้วย คดีม็อบสามนิ้ว ต้องอย่าทำอย่างนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์รู้สึกไหมครับว่า ทำเพื่อชาติไล่ความชั่วออกจากบ้านเมืองแล้ว ทำไมถึงติดคุกกันอย่างนี้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมสงสารเพื่อนจำเลยที่เป็นแกนนำมากๆ ส่วนตัวผมเองไม่ดีใจอะไรที่ศาลยกฟ้องเพราะรู้อยุ่แล้วว่า ไม่มีอะไรให้ลงโทษผมได้ ผมทำแค่ปราศรัยด้วยเหตุด้วยผลเท่านั้น ในส่วนความคิดทางกฎหมายนั้น ผมยังเชื่อว่าคดีพลิกในชั้นอุทธรณ์ได้ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นด้วยกับ &amp;ldquo; สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของ กปปส.&amp;rdquo; ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ &amp;nbsp;ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๙ ว่า
มาตรา ๖๙ &amp;nbsp;บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นในคำพิพากษาก็รับไว้แล้วมิใช่หรือว่า เรากำลังใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบ และสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านขึ้นต้นไว้ก่อนเลยสั้นๆว่าเรามีสิทธิ แต่หลังจากนั้นท่านยืนยันทุกครั้งที่วินิจฉัยความผิดแต่ละกระทงว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;จะนำสิทธิพื้นฐานมายกเว้นการกระทำผิดกฎหมายไม่ได้&amp;rdquo; ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้ความผิดตามกฎหมายต่างๆ มันแห่เข้ามาเอาผิดแกนนำได้ ทั้ง ก่อความวุ่นวาย ขัดขวางเลือกตั้ง บุกรุกสถานที่ราชการ ยุยงเจ้าหน้าที่รัฐหยุดงาน มีที่หลุดไป ๒ ข้อหาคือ กบฏ กับ ก่อการร้าย นั่นก็หลุดไปเพราะท่านเห็นว่าไม่เข้าองค์ประกอบ มิใช่เพราะมีอำนาจกระทำตามสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วอย่างนี้จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญากันอย่างไร&amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องอุทธรณ์ทั้งสองปัญหาครับ ว่า
๑. อุทธรณ์ว่าการกระทำของเราไม่เข้าองค์ประกอบความผิด เช่นว่าเข้ากระทรวงคลังไปชักชวนเจ้าหน้าที่ให้หยุดงานเท่านั้น มิใช่การบุกรุกแย่งการครอบครองฯลฯ &amp;nbsp;นี่ก็ต่อสู้กันไปตามเนื้อพยานหลักฐาน
๒. อุทธรณ์ว่า เราไม่ผิด เพระเรามีอำนาจกระทำได้ ตาม มาตรา ๖๙ เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้เอาสิทธิพื้นฐานมายกเว้นความผิดอย่างที่ศาลต้นเข้าใจแต่เรายืนยันเลยว่าเรามีอำนาจป้องกันรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;เหมือนใช้สิทธิป้องกันตัวเอาปืนยิงนักเลงที่จะแทงลูกเราเลยทีเดียว ข้อต่อสู้นี้คดีอื่นไม่มีเหมือนอย่างเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp;คดีอื่น นี่คดีไหนครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คดี นปช.ขับไล่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ก็ไม่มีสิทธินี้ เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นภัยอะไรต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีพันธมิตรขณะลุกฮือขึ้นขับไล่ระบอบทักษิณนั้น ภัยจากระบอบทักษิณก็ยังไม่ชัดและประชิดรัฐธรรมนูญเหมือนคดี กปปส. &amp;nbsp;ยิ่งคดีม็อบสามนิ้วด้วยแล้ว สถาบันกษัตริย์ยิ่งไม่เป็นภัยอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุค กปปส. ระบอบทักษิณเป็นภัยสุกงอมแล้วหรือ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถูกยุบพรรคมาแล้ว ๒ หน, คดีทุจริตศาลลงโทษแล้วหลายคดี, โยกย้ายญาติมิตรลูกน้องเข้ายึดตำแหน่งสำคัญจนศาลตัดสินเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง, พยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อครองอำนาจเบ็ดเสร็จ ๒ ครั้ง, หนีคดีไปต่างประเทศแต่ส่งน้องสาวมาเป็นหุ่นเชิดยึดครองการเมืองไทยโดยมิชอบ, เป็นเผด็จการรัฐสภาใช้เสียงข้างมากนิรโทษคดีคอร์รัปชั่นให้ตนเองฯลฯ เหล่านี้มันชัดในสายตา กปปส.แล้ว ว่าระบอบทักษิณ เป็นเหมือน งูเห่าที่หลุดเข้ามาในห้องนอน ต้องตีต้องไล่ออกไปให้ได้ เมื่อศาลมาลงโทษเรา เราจึงไม่เห็นด้วยว่า เราจะผิดฐานทรมานสัตว์ไปได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อต่อสู้ว่า กปปส.กำลังไล่งูเห่านี่ใช่ไหม ที่จะเป็นข้ออุทธรณ์สำคัญ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครับ &amp;nbsp;ถ้าศาลสูงรับว่าเรามีสิทธินี้อยู่จริง เราก็มีสิทธิต่อต้านโดยสงบ ซึ่งอาวุธสำคัญของการต่อต้านโดยสงบก็คือ การหยุดงาน ดังนั้นการที่เราเข้าไปชวนข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่หยุดงานจึงไม่ผิด ทั้งบุกรุกและยุยงปลุกปั่น การขัดขวางเลือกตั้งโดยสงบก็ไม่ผิด จะเหลือที่น่าสงสัยว่าเกินขอบเขตสันติวิธี อยู่ไม่กี่กระทงเท่านั้น ซึ่งก็ลงโทษต่ำกว่ากฎหมายได้ เหมือนกับป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ที่ยังผิดแต่ลดโทษได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะอุทธรณ์กันเมื่อใด
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องโดยเร็วที่สุด รอลุงกำนันได้ประกันตัวก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมลุงกำนันกับพวก ๘ คน ไม่ได้ประกัน &amp;nbsp;เหมือนอีก ๖ คนที่ได้ประกัน
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆครับ ถ้าเป็นคดีใหญ่โทษหนักเช่นราชายาเสพติด แล้วศาลต้นขอให้สั่งประกันโดยศาลสูง ดังนี้ผมเคยเห็นและพอเข้าใจเหตุผลได้แต่ศาลอาญาเป็นศาลต้นศาลหลักของประเทศ ลุงกำนันก็โทษ ๕ ปี เท่านั้น ทำไมศาลอาญาไม่สั่งเสียเอง ผมก็ไม่ทราบเหตุผลของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเมื่อใดศาลอุทธรณ์จะสั่งคำขอประกัน ต้องรอเรายื่นอุทธรณ์คดีก่อนหรือ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องรอครับ วันสองวันนี้ก็สั่งได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนคิดกันว่า ศาลเหี้ยมกับ กปปส. เพื่อขู่คดี ๓ นิ้ว นะครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าไปคิดอย่างนั้น คิดไปได้ก็จริงแต่มันไม่มีความน่าจะเป็นให้เห็นเลยครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ, คดีกปปส., ศาลอาญา, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603700da12246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;เลื่อนบวชใหม่จาก5ธ.ค.!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; เมื่อเวลา 15.45 น. อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ว่า &amp;ldquo;ขอบคุณในน้ำใจของคุณโรจน์ งามแม้น (นามปากกา เปลวสีเงิน) ที่ยังระลึกถึงกันอยู่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ จากข้อเขียนของคุณโรจน์ งามแม้น ในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๐.๐๑ น. กรณีพุทธะอิสระ &amp;ldquo;คืนผ้าเหลือง&amp;rdquo; ใครสนใจในรายละเอียดไปหาอ่านเองได้นะจ๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเขียนท้ายบทความ คุณเปลวสีเงิน ได้ฝากความปรารถนาดี ชี้แนะมาว่า &amp;ldquo;หลวงปู่พ้นโทษคุกก็จริง แต่ทางคดีถือว่าได้ทำผิด ทั้งรับสารภาพ ในทางสงฆ์ บอกว่าหลวงปู่ยังดำรงภิกษุภาวะ ผมก็สาธุ แต่ทางโลก ผมเกรงจะเกิดครหา เพื่อตัดบ่วงมารที่จะตามราวีภายหลัง ๕ ธันวา หลวงปู่กล่าวคำขอบวชใหม่ จะสบายใจทั้งสงฆ์-ทั้งชาวบ้าน นี่คือความเห็นผม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณในน้ำใจที่ยังห่วงใยกันเสมอ ข้อชี้แนะของกัลยาณมิตรที่ดีอย่าง ลุงเปลว มีหรือพุทธะอิสระจักเมินเฉย เรื่องนี้คิดอยู่ในใจไว้เหมือนกันว่า การกลับมาห่มผ้าเหลืองของพุทธะอิสระในครั้งนี้ จักต้องไม่สร้างประเด็น ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในทางโลก และทางธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระ จึงได้แจ้งในที่ประชุมสงฆ์ที่ผ่านมาว่า หากพุทธะอิสระจักกลับมาห่มผ้าเหลืองใหม่อีกครั้งครานี้นั้น กฎหมายในอาณาจักรก็ต้องถือปฎิบัติ พระธรรมวินัยก็ต้องรักษา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โลกก็ไม่ให้ซ้ำ ธรรมก็ต้องไม่เสีย ยิ่งมาได้เห็นน้ำจิต น้ำใจของกัลยาณมิตรอย่าง ลุงเปลว ที่สู้อุตส่าห์เขียนบทความมาชี้แนะมาด้วยความห่วงใย พุทธะอิสระยิ่งต้องมิอาจทำให้ความปรารถนาดีของท่านทั้งหลายต้องพลันมลาย เพราะความเห็นแก่ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ทุกคนสบายใจอย่างที่ ลุงเปลว ว่า พุทธะอิสระจักกลับไปขอบรรพชา อุปสมบทใหม่อีกครั้ง แต่ก็ต่อเมื่อคดีกบฏจบลงแล้ว หวังว่าทุกท่านที่ห่วงใย คงสบายใจขึ้นบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องความปรารถนาของโยมแม่ที่ป่วยนอนติดเตียง ต้องการจักเห็นพุทธะอิสระกลับไปนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ก่อนที่ท่านจักตาย ก็คงต้องพยายามประคับประคอง ยืดอายุขัยของท่าน มิให้แม่ต้องเป็นอะไรไปเสียก่อนที่คดีกบฏจะยุติลง เพื่อเราจักได้กลับไปห่มผ้าเหลืองให้ท่านได้เห็นก่อนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องความรู้สึก ความปรารถนาดีของญาติโยม คงจักพอเข้าใจได้ พวกเขาเฝ้ารอให้เรากลับไปห่มผ้าเหลืองมาเป็นปี หากจักขอให้รอไปอีกซักปี ครึ่งปี พวกเขาคงจักรอได้ ขอบคุณทุกท่านที่หวังดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49193</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ธ.ค., คดีกบฏ, บวช, พุทธะอิสระ, เปลว สีเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db954999c747.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปปส.เฮลั่น!ศาลยกฟ้อง &#039;4 ส.&#039; คดีกบฏร่วมขับไล่&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านพิพากษาคดีกบฏ กปปส. สำนวนแรก หมายเลขดำ อ.1191/2557, อ.1298/2557, อ.1328/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปี, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปี รองผู้ว่าฯ กทม., นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์&amp;nbsp; อายุ 68 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และดร.เสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปี นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1- 4&amp;nbsp;

ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล , ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 รวม 8 ข้อหา

โดยคดีสำนวนแรกนี้ อัยการยื่นฟ้อง ตั้งแต่ปี 2557 กรณีสืบเนื่องจากการร่วมชุมนุมกันของ กปปส.ที่มีนายสุเทพ เป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 56 &amp;ndash; 1 พ.ค. 2557 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วยมีกำหนด 5 ปี ขณะที่จำเลยทั้งสี่รายให้การปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมตั้งทนายความสู้คดี ระหว่างพิจารณาคดีจำเลยทั้งสี่ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว ซึ่งคดีเริ่มสืบพยานตั้งแต่ปี 2558-2562

วันนี้ จำเลยทั้งสี่มาศาลพร้อมฟังคำพิพากษา โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กลุ่มแกนนำ กปปส. ที่ถูกฟ้องอีกสำนวน และพระพุทธอิสระที่วันนี้ห่มจีวรนั่งรถเข็นมา รวมทั้งคนใกล้ชิดกว่า 60 คน มาร่วมให้กำลังใจในการฟังคำพิพากษาด้วย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่อัยการโจทก์นำสืบมารับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้ง 4 รายได้เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุมหรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง โดยการชุมนุมของ กปปส.ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัยที่ 59/2556 ว่าการชุมนุมของ กปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรม และไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้ง 8 ข้อหา พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนคดีชุมนุม กปปส.ชุดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 70 ปี อดีตเลขาธิการ กปปส. และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กับอดีตแกนนำ กปปส. และแนวร่วม รวมทั้งสิ้น 32 คน ที่รวมพิจารณา 5 สำนวน ในคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 , อ.832/2561, อ.1185/2561, อ.491/2562 , อ.791/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง 8 ข้อหาเช่นเดียวกัน โดย นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับนายชุมพล จุลใส ถูกฟ้องเพิ่มอีกข้อหาฐานก่อการร้าย ตามมาตรา 135/1 นั้น ซึ่งจำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยคดีแกนนำ กปปส.ชุดนี้ อยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์โดยเริ่มนัดแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลให้สืบพยานต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยการดำเนินคดีชุมนุม กลุ่ม กปปส.นั้น ยังเหลือผู้ต้องหาที่รอส่งตัวอีก 10 กว่าคน อาทิ นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. , นายนิติธร ล้ำเหลือ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41917</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ส., กปปส., คดีกบฏ, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, นายภูวพัฒน์ ชนะสกล, สนธิญาณ   ชื่นฤทัยในธรรม, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d391969681a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำฟ้องคดีกบฏ&#039;กปปส.&#039; ถึงบางอ้อ!ทำไม&#039;4 ส.&#039;ได้ลุ้นระทึกก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.ค.62 - สืบเนื่องจากกรณีศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ห้องพิจารณา 711 นั้น ในคดีที่นักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปี, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปี, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปี และดร.เสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปี ทั้งหมดเป็นแนวร่วม กปปส. เป็นจำเลยที่ 1-4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 โดยจำเลยทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธ พร้อมตั้งทนายความสู้คดี ขณะที่จำเลยทั้งสี่ได้รับการปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2556 จนถึงวันฟ้อง (เดือน พ.ค. 2557) ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ฟ้องกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและเกินกว่า 10 คนสมคบกันเป็นอั้งยี่-ซ่องโจร ซึ่งร่วมกันและแบ่งหน้าที่กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ โดยมีการจัดตั้งเป็นคณะบุคคลชื่อ &amp;ldquo;คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; หรือ กปปส. &amp;nbsp;ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศตัวเป็นเลขาธิการ กปปส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยทั้งสี่เป็นสมาชิกและเป็นกรรมการผู้มีหน้าที่สั่งการ ร่วมกันปลุกระดม ยุยง ชักชวนให้ประชาชน เข้าร่วมการชุมนุมและร่วมกิจกรรมในการก่อความไม่สงบ มุ่งขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี รวมทั้งดำเนินการคัดค้านและขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้มีนายกรัฐมนตรี และ ครม.ชุดใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำโดยปราศรัยชักชวนประชาชนให้ออกมาขับไล่รัฐบาล อีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เป็นกองกำลังทั้งที่มีอาวุธและไม่มีอาวุธ บุกเข้าไปยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อไม่ให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ และมีการใช้กำลังขัดขวางต่อสู้ทำร้ายร่างกาย โดยวันที่ 16 ม.ค. 2557 เวลากลางคืน ได้มีการจัดตั้งสะสมกองกำลังอันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกบฎ และประกาศรับสมัครชายฉกรรจ์ 500 คน เพื่อทำการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และจับตัวรัฐมนตรีคนอื่นๆ บีบบังคำให้ลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้งจัดตั้งศาลประชาชนขึ้นพิจารณาลงโทษและริบยึดทรัพย์ อันเป็นการล้มล้างอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้วันที่ 13 ม.ค. - 2 มี.ค. 2557 จำเลย , นายสุเทพ พร้อมพวก ยังได้ปิด กทม. มีการตั้งเวทีปราศรัย 7 แห่ง ปิดกั้นการจราจรและได้ยึดครองไม่ให้ประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าว โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต รัฐบาลมอบหมายให้ศูนย์รักษาความสงบและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) ออกคำสั่ง ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้จำเลยและพวก เลิกชุมนุมและบุกรุกสถานที่ราชการ หยุดปิดกั้นการจราจร แต่จำเลยกับพวกไม่เลิกกระทำการดังกล่าว &amp;nbsp;เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ขณะที่ท้ายคำฟ้องอัยการ ไม่ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุที่คดีของนายสนธิญาณ, นายสกลธี, นายสมบัติ และดร.เสรี ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า 4 ส. ถูกฟ้องคดีและนัดพิพากษาก่อนแกนนำและแนวร่วม กปปส. รายอื่นจนสร้างความแปลกใจได้นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค. 2557 คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำ-แนวร่วม กปปส. รวม 51 ราย โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สามารถนำตัวส่งให้อัยการยื่นฟ้องได้เพียง 4 คนดังกล่าวชุดแรกก่อน ส่วนที่เหลือนั้นอัยการรอดีเอสไอส่งตัวผู้ต้องหา เพราะระหว่างนั้นยังติดช่วงการชุมนุมยังไม่สามารถนำตัวมาได้&amp;nbsp;จนเมื่อยุติการชุมนุมแล้ว เดือน ม.ค. 2558 แกนนำและแนวร่วม กปปส. ที่เหลือซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันและสนับสนุนเป็นกบฏ ทยอยเดินทางเข้าพบอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อรายงานตัวตามขั้นตอน พร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการในการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งอัยการพิจารณาแล้วก็คงยืนยันคำสั่งให้ฟ้องแกนนำ - แนวร่วม กปปส. ที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในปี 2561 - 2562 อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 จึงได้ทยอยฟ้องแกนนำ-แนวร่วม อีก รวม 32 ราย ซึ่งทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ปัจจุบันนี้คดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญาได้สืบพยานโจทก์คดีกบฏ กปปส. ชุดหลักที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ร่วมเป็นจำเลย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่จำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย นอกจากนี้ ยังเหลือผู้ต้องหา กปปส. ที่รอส่งตัวอีก 10 กว่าคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, สกลธี ภัททิยกุล, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38385569a7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึกสุดขีด!ศาลนัดพรุ่งนี้&#039;สนธิญาณ-สกลธี-ดร.เสรี-สมบัติ&#039;ฟังคำพิพากษา&#039;คดีกบฏ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 -&amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตแกนนำกลุ่ม กปปส. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า รุ่งนี้แล้วครับ (พฤหัสที่ 25 ก.ค.) ศาลอาญาจะอ่านคำพิพากษาคดีกบฎ อั้งยี่ ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการและขัดขวางการเลือกตั้งในคดีของผมหลังจากสืบพยานกันมา 4 ปีกว่าๆ น่าจะเกือบๆ 100 ปาก โดยคดีนี้มีจำเลย 4 คนคือ
- จำเลยที่ 1 พี่ต้อย สนธิญาณ &amp;nbsp;-จำเลยที่ 2 ตัวผมเอง -จำเลยที่ 3 อ.เสรี วงษ์มณฑา- จำเลยที่ 4 อ.สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีอะไรมากครับแค่อยากจะขอบคุณทุกกำลังใจมากมายที่มีให้กันมาโดยตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นจากข้อความทั้งใน FB และ Fanpage ทาง line ทางโทรศัพท์ หรือมาทานข้าวเป็นเพื่อนที่ศาลรวมถึงนำขนมนมเนยและกับข้าวมาฝากเวลาสืบพยาน...ขอบคุณจริงๆ ครับ นอกจากนี้คือครอบครัวที่สนับสนุนเป็นกำลังใจให้ผมมาตลอดไม่ว่าผมจะตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ขอบคุณทนายสวัสดิ์ทนายของกำนันสุเทพที่ดูภาพรวมของคดี ขอบคุณพี่หยีรุ่นพี่โต๊ะที่นิติฯ มธ. ที่แม้แสนยุ่งและค่าตัวแสนแพงยังอุตส่าห์มาเป็นทนายให้ผมทุกนัดรวมถึงคิดค่าว่าความเหมือนให้เปล่า ขอบคุณพี่ๆ 4 ทหารเสือ ตั้น บี ลูกหมีที่รู้จักเป็นมหามิตรที่กินเที่ยวและต่อสู้หลับนอนกลางถนนด้วยกันมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ขอบคุณเจ๊ปองอัญชะลีที่ห่วงใยน้องมาโดยตลอดและอีกหลายๆ กำลังใจที่อาจจะไม่ได้กล่าวถึง ขอบคุณจริงๆ ครับ...รักครับ ❤️❤️❤️??????&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41806</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ, คดีกปปส., ต้อย สนธิญาณ, สกลธี ภัททิยกุล, สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af412da5bd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>17จำเลย&#039;กปปส.&#039;ยื่นศาลรธน.ตีความต้าน&#039;ระบอบทักษิณ&#039;ไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย. 62 - &amp;nbsp;นายแก้วสรร อติโพธิ อาจารย์นักกฎหมาย กล่าวว่า ในวันนี้ (18 มิ.ย.) 17 จำเลยในคดี กปปส. จะยื่นคำร้องขอศาลอาญาส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การต่อต้านระบอบทักษิณ โดยสันติวิธีของปวงชน ในปี 2556-2557 สามารถกระทำได้ ไม่มีความผิด เพราะเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 69 บัญญัติว่าบุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่จำเลย 17 คน ใน 32 คน เห็นว่า ไม่ว่า ในที่สุดแล้วศาลในคดีอาญาจะวินิจฉัยเห็นว่า การกระทำของตนเป็นผิดหรือไม่ก็ตาม ตนก็มีข้อต่อสู้สำคัญว่า การกระทำตามฟ้องทั้งปวงทั้งคดีของตนหรือคดีคัดค้านการเลือกตั้งของประชาชนอื่นๆอีกหลายคดีนั้น ล้วนเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งสิ้น จึงต้องการเสนอข้อมูล และเหตุผลรวม 46 หน้า 9 ข้อ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ระบอบทักษิณเป็นขบวนการแสวงหาอำนาจ โดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญ ผิดครรลองทั้งความคิด ความเคลื่อนไหว และระบบอำนาจ จนกลายเป็น &amp;ldquo;เผด็จการพรรคการเมืองนายทุน&amp;rdquo; ปรากฏตัวตนเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ 2543-2557 จนกำเริบสูงสุด เมื่อตรากฎหมายนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชั่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อ พฤศจิกายน 2556 อันเป็นจุดแตกหักจนเกิดสิทธิต่อต้านโดยปวงชนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำร้องได้ระบุถึงพัฒนาการและตัวตนเผด็จการของระบอบนี้ ด้วยข้อวิเคราะห์ทางสังคมวิทยาการเมืองก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้กลายเป็นฮิตเลอร์เมืองไทยที่ลอยออกมาจากหีบเลือกตั้งได้อย่างไร จากนั้นจึงชี้ถึงการแสวงหาอำนาจโดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญ จนเกิดคดีความต่างๆเช่นไรบ้าง ท้ายสุดจึงวิเคราะห์ยืนยันอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นวินิจฉัยว่าระบอบทักษิณมีจริงหรือไม่ เป็นภัยใกล้ชิดชัดเจนต่อประชาธิปไตย เหมือนงูเห่าที่เลื้อยเข้ามาในบ้านจนต้องปิดกรุงเทพต่อต้านขับไล่นี้จะฟังได้เพียงใดนั้น นับเป็นข้อต่อสู้สำคัญที่สุดของจำเลย และมีแต่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะวินิจฉัยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยทั้ง 17 จึงพร้อมกันยื่นคำร้องขอศาลอาญาให้ส่งข้อมูลและเหตุผลนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ระบอบทักษิณขณะนั้นเป็นภัยชัดเจนใกล้ตัวเหมือนงูเห่าเลื้อยเข้ามาในบ้านจริง การกระทำตามฟ้องของจำเลยทั้งหมดทั้งคดีนี้ และคดีของประชาชนอื่นๆ ก็จะเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามที่กฎหมายรับรองไว้ หากทำโดยอยู่ในกรอบสันติวิธีก็ไม่ผิด หากเกินเลย ก็เป็นผิดแต่ลดโทษได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคำร้องนี้สำคัญต่อการเมืองไทยในอนาคตว่า กฎหมายไทยจะยอมรับให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยจนมีสิทธิต่อต้านผู้แทนที่ทรยศใช้สิทธิผิดครรลองได้จริงหรือไม่ หรือจะให้ก้มหน้าเลือกตั้งไปวันๆ แล้วให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงเป็นระยะๆ ต่อไปอีก เช่นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยทั้ง 17 คนประกอบด้วย &amp;nbsp;นายแก้วสรร อติโพธิ ,พลเรือเอกชัย สุวรรณภำพ ,นายแซมดิน เลิศบุศย์ ,นายถนอม อ่อนเกตุพล,นาย ถวิล เปลี่ยนศรี ,พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ,นายมั่นแม่น กะกำรดี ,นายยศศักดิ์ โกไศยกำนนท์ ,นายวิทยา แก้วภราดัย , พลอากาศเอกวัชระ ฤทธาคนี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ,นายสุริยะใส กตะศิลา,นายสาธิต เซกัลป์,นายคมสัน ทองศิริ&amp;nbsp;,พันตำรวจโทสุภวัฒน์ ,นายสุปิยะพาณิชย์ , นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ( พระพุทธอิสระ )&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ก้วสรร อติโพธิ, คดีกบฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายแดง&#039;ปูดผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งอัยการดูแลผู้ต้องหาคดีกบฏกปปส.เป็นพิเศษ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61 - นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) พร้อมคณะทำงาน เข้ายื่นหนังสือต่อนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ให้เร่งนำตัวผู้ต้องหากลุ่ม กปปส. ที่เหลืออีกอย่างน้อย 18 คน ฟ้องศาลอาญาในคดีร่วมกันเป็นกบฏ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี น.ส.จิตรภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น รวมอยู่ด้วย โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิญญัติ เปิดเผยว่า เนื่องจากตนได้กระแสข่าวออกมาว่า มีบุคคลมีอำนาจระดับสูงในรัฐบาลกำชับให้ดูแลเป็นพิเศษ จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีการนำตัวมาฟ้อง ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นชุดเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซึ่งมีคำสั่งฟ้องจากอธิบดีอัยการไปแล้วเมื่อปี 2558 &amp;nbsp;ต่อมาคณะทำงานคดีก็ยืนยันมติเดิมจนนำมาสู้การฟ้องแกนนำหลักๆ ไปแล้วนั้น เรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุดต้องทำหน้าที่ของตนอย่างมีเกียรติให้เป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้รับคำสั่งใคร เรื่องนี้จะจริงเท็จอย่างไรหรือไม่ ตนยังไม่ยืนยัน จึงมายื่นหนังสือเร่งรัดในวันนี้ ดังนั้น ในการมายื่นหนังสือครั้งนี้ มีเจตนาชัดแจ้งว่า เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะและทางราชการ จึงต้องมาบอกกล่าวความเสียหายว่า หากไม่จัดให้มีการนำตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาฟ้องต่อศาลโดยเร็ว ภายใน 30 วันนี้ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวโทษและใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิญญัติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ ผู้ต้องหาคดีกบฏที่ยังมิได้นำตัวมาฟ้องต่อศาลอาญาอีกหลายคน ได้แก่ นายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ต้องหาที่ 11 นายอุทัย ยอดมณี ผู้ต้องหาที่ 12 นายสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 17 น.ส.จิตรภัสร์ กฤดากร ผู้ต้องหาที่ 19 นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ต้องหาที่ 25 นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ผู้ต้องหาที่ 27 พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ผู้ต้องหาที่ 31 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ต้องหาที่ 32 นายพิภพ ธงไชย ผู้ต้องหาที่ 33 นายอมร อมรรัตนานนท์ (รัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี) ผู้ต้องหาที่ 37 นายกิตติชัย ใสสะอาด ผู้ต้องหาที่ 43 นายคมสัน ทองศิริ ผู้ต้องหาที่ 44 นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ผู้ต้องหาที่ 46 นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ผู้ต้องหาที่ 48 นายนัสเซอร์ ยีหมะ (ตัวในเรือนจำ)ผู้ต้องหาที่ 49 นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ผู้ต้องหาที่ 50 นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ต้องหาที่ 51 และ นางทยา ทีปสุวรรณ ผู้ต้องหาที่ 55&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าภายใน 30 วัน หากยังไม่มีการส่งฟ้องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร นายวิญญัติ กล่าวว่า คดีนี้กินเวลามากว่า 4 ปีแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรดาผู้ต้องหาที่เหลือนั้น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษคนก่อนหน้านี้ได้มีความเห็นสั่งฟ้องไว้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะมีการชะลอหรือประวิงคดี อาจจะมีบางคนที่ตนได้ยินข่าวมาว่ามีการยื่นร้องขอความเป็นธรรม ต้องขอตั้งขอสังเกตว่าการที่จะให้ความเป็นธรรมหรือมีคำสั่งกลับความเห็นเดิมถอนฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้องของอดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะทำไม่ได้ คนที่มีอำนาจคนเดียวที่จะกลับคำสั่งได้คืออัยการสูงสุด ถ้าอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษคนปัจจุบันมีคำสั่งกลับคำสั่งเดิมจะเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อให้เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ต้องหาบางราย ซึ่งตรงกับที่ตนได้ข่าวมาว่ามีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลฝากความเป็นห่วงหรือกำชับมาให้ดูแลผู้ต้องหาบางคน หากเป็นเรื่องจริงจะทำให้หลักนิติธรรมล้มเหลว คำสั่ง คสช.ที่ 63/2558 ได้บอกไว้ชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมต้องยึดหลักไม่ให้เกิดความขัดแย้งในประเทศ ฉะนั้นเมื่อครบกำหนด 30 วัน หากยังไม่มีการดำเนินการฟ้องผู้ต้องหา ตนจะเดินทางไปฟ้องอธิบดีอัยการและคณะทำงานที่พิจารณาคดีนี้ ตามพฤติการณ์ของแต่ละคนว่าใครในคณะทำงานมีความเห็นสั่งฟ้อง หรือใครไม่สั่งฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเข้าใจต่อความอึดอัดใจของคนในตำแหน่ง &amp;nbsp;แต่เมื่อท่านเป็นข้าราชการมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ท่านย่อมต้องมีความกล้าหาญที่จะยึดหลักนิติธรรมและจริยธรรมของท่าน อย่าให้เสีย&amp;rdquo; นายวิญญัติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือแล้ว จะรีบดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของสำนักงานอัยการสูงสุดโดยเร็ว เกี่ยวกับเรื่องนี้เคยได้รับหนังสือจากนายวิญญัติหลายครั้งแล้ว คดีมีความคืบหน้าไปมาก อย่างน้อยที่สุดถ้าสื่อมวลชนติดตามก็จะเห็นว่ามีการดำเนินการไปแล้วพอสมควร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ, ทนายแดง, วิญญัติ ชาติมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa60153bdd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
