<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง 9 กรรมการป.ป.ช.เป็นองค์คณะไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา15คนคดี&#039;บอส อยู่วิทยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ก.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาได้พิจารณาคดีดังกล่าว โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลแล้วเห็นว่าข้อมูลเบื้องต้นนั้นมีมูลที่จะสั่งไต่สวนได้ จึงได้มีมติให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจำนวน 15 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งที่เกษียณไปแล้วและที่ยังรับราชการอยู่ พนักงานอัยการ รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามกรอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ในมาตรา 48 ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ 1 ปี ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากตั้งองค์คณะไต่สวนแล้ว องค์คณะไต่สวนจะเริ่มดำเนินการไต่สวน หากมีมูลเพียงพอจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นองค์ไต่สวนจะสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ให้พิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป โดยขณะนี้ยังเป็นเพียงการตั้งองค์คณะไต่สวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้กำชับให้เร่งรัดการดำเนินการภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาที่รวดเร็วกว่ากำหนดก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงให้ความสำคัญ จึงให้กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน มาเป็นองค์คณะไต่สวนด้วยตัวเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108775</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกระทิงแดง, ป.ป.ช., วรยุทธ อยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f280e0025360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูวิทย์&#039; แฉคดีบอส! ร้องขอความเป็นธรรมแป้ก 13 ครั้ง ก่อนจะมาปังครั้งที่ 14 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63 - นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดจาก...ร้องขอความเป็นธรรม แป้ก! 13 ครั้ง ปัง! ครั้งที่ 14&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ไปพบ คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มี นายสิระ เจนจาคะ เป็นประธาน ดูแล้วท่าจะงานยุ่ง เพราะเช้าเรื่องบอส บ่ายเรื่องบ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองอัยการสูงสุด นายเนตร นาคสุข มาตอนเช้า แต่ท่านไม่ได้พูดเรื่องนี้ ว่าแท้ที่จริงแล้ว นายบอสหลุดคดีเพราะ การร้องขอความเป็นธรรม รวมเบ็ดเสร็จ 14 ครั้ง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ เริ่มมีขึ้นในยุคของอัยการสูงสุด ชื่อ คณิต ณ นคร ปี 2537 เพื่อจุดมุ่งหมายต่อความยุติธรรม โดยอัยการสามารถสั่งให้พนักงานสอบสวน สอบเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อมาสมัยรัฐบาล ชวน หลีกภัย เกิดเรื่อง คดี สปก. 4-01 อัยการสูงสุดคนเดียวกันนี้ที่ชื่อ คณิต ณ นคร มีคำสั่ง &amp;ldquo;ไม่ฟ้อง&amp;rdquo; ในเรื่องนี้ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมไทย ถึงการใช้อำนาจหน้าที่สั่งคดีของอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด คณิต ณ นคร จึงได้ออกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 72/2540 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2540 ให้อัยการสูงสุดงดใช้ระเบียบและคำสั่งในการสั่งคดี โดยให้พนักงานอัยการ หัวหน้าคณะทำงาน ประธานคณะทำงาน รองอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งในแต่ละคดีแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดง่ายๆ ว่าอัยการสูงสุด &amp;ldquo;ชิ่ง&amp;rdquo; ไม่สั่งคดีด้วยตัวเอง เพราะอาจจะถูกติฉินนินทาว่าใช้อำนาจเข้าข้าง สั่งไม่ฟ้อง ทำให้คดีสิ้นสุดได้โดยทันที จึงขอมอบหมายเรื่องการสั่งคดีให้กับคนอื่นๆ แทน เช่น รองอัยการสูงสุด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ทำได้ 3 ช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยื่นต่ออัยการที่รับผิดชอบคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยื่นต่ออธิบดีอัยการ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของอัยการคดีนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ยื่นต่ออัยการสูงสุด (แต่เนื่องจากคำสั่งที่ผมกล่าวด้านบน ทำให้อัยการสูงสุดไม่ได้เป็นผู้พิจารณาด้วยตัวเอง มอบหมายให้รองอัยการสูงสุดทำหน้าที่แทน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีบอส มีการร้องขอความเป็นธรรม รวมทั้งสิ้น 14 ครั้ง โดย 13 ครั้งแรก แป้ก (ยุติเรื่อง) มาปัง (ได้ผล) เอายุคของรองอัยการสูงสุดชื่อ นายเนตร นาคสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียงง่ายๆ เรื่องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง ยุคใคร สมัยใคร ได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 1 วันที่ 1 เมษายน 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด จุลสิงห์ วสันตสิงห์
รองอัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อทบทวนการคำนวณความเร็ว (ครั้งที่ 1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง ไม่มีเหตุจะสอบสวนเพิ่มเติม และคดีใกล้จะขาดอายุความบางข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีความเห็นควรสั่งฟ้องนายบอส ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 รวม 4 ข้อหา และไม่ฟ้อง 1 ข้อหา คือ เมาแล้วขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 2 วันที่ 17 พฤษภาคม 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด จุลสิงห์ วสันตสิงห์
รองอัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อทบทวนการคำนวณความเร็ว (ครั้งที่ 2) รวมถึงขอให้สอบตัวนายบอสเพิ่มเติมด้วย (แต่นายบอสไม่เคยโผล่มา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 3 วันที่ 4 กันยายน 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด จุลสิงห์ วสันตสิงห์
รองอัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 4 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง
รองอัยการสูงสุด วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม เกี่ยวกับพฤติกรรมความเจ็บป่วยของนายบอส ในช่วงก่อน ขณะเกิดเหตุ และในวันเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 5 วันที่ 21 เมษายน 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง
รองอัยการสูงสุด วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 6 วันที่ 24 มิถุนายน 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด อรรถพล ใหญ่สว่าง
รองอัยการสูงสุด วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ โดยขอให้รอผลการสอบสวนเพิ่มเติมก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 7 วันที่ 18 กรกฎาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ตระกูล วินิจฉัยภาค
รองอัยการสูงสุด วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม และขอให้สอบสวนนายบอสเพิ่มเติม (แต่นายบอสไม่โผล่มา) และขอให้ชะลอการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิถุนายน 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ตระกูล วินิจฉัยภาค
รองอัยการสูงสุด วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม (จำนวน 5 ราย โดยมี พลอากาศโทจักรกฤช ถนอมกุลบุตร และ นายจารุชาติ มาดทอง รวมอยู่ด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง พยานไม่มีน้ำหนัก เป็นเพียงคำบอกเล่า ผ่านไปเกือบ 3 ปีเพิ่งมาให้ปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 9 วันที่ 12 มกราคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร
รองอัยการสูงสุด นิภาพร รุจนรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเร็วขอนายบอส (ครั้งที่ 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ และพยานไม่มีน้ำหนักเพียงพอหักล้างข้อกล่าวหาเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 10 วันที่ 15 พฤษภาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร
รองอัยการสูงสุด นิภาพร รุจนรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้เรียกสำนวนคดีมาตรวจสอบ และตั้งคณะทำงานตรวจสอบสำนวนคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง เนื่องจากพยานไม่มีน้ำหนักเพียงพอหักล้างข้อกล่าวหาเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 11 วันที่ 23 ธันวาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร
รองอัยการสูงสุด นิภาพร รุจนรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ความเร็วของรถยนต์นายบอส (ครั้งที่ 4)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 12 วันที่ 6 มีนาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร
รองอัยการสูงสุด นิภาพร รุจนรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้เรียกสำนวนของคณะกรรมาธิการ สนช. มาพิจารณาประกอบเพื่อมีคำสั่งในคดีให้ไม่ฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรองนิภาพร เสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาออกคำสั่ง เนื่องจากถูกฝ่ายผู้ต้องหาร้องเรียนว่าไม่สั่งคดีให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ เห็นว่า เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาตลอดมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว จึงมีคำสั่งให้ &amp;ldquo;ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม&amp;rdquo; และให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้อง หากผู้ต้องหายังร้องขอความเป็นธรรมมาอีก ให้แยกพิจารณาโดยไม่ต้องรอฟังผลร้องขอความเป็นธรรม (เพราะร้องมาจนคนด่าแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นครั้งเดียวที่อัยการสูงสุด &amp;ldquo;สั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม&amp;rdquo; ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 13 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด เข็มชัย ชุติวงศ์
รองอัยการสูงสุด วัฒนชัย คุ้มวงศ์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบสวน สมาชิก สนช. ในประเด็นที่นายบอสร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล ยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งที่ 14 วันที่ 7 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสูงสุด วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์
รองอัยการสูงสุด เนตร นาคสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้สอบ พลอากาศโทจักกฤช ถนอมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง ประเด็นความเร็วในขณะขับขี่รถยนต์ของบอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผล &amp;ldquo;ได้เรื่อง!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุครองอัยการสูงสุด นายเนตร นาคสุข ผู้ร้องยังคงใช้พยานหลักฐานเดิม ที่รองอัยการสูงสุดคนก่อนๆ เคยมีคำสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมไปแล้วก่อนหน้านั้น รวมเบ็ดเสร็จ 13 ครั้งติดต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ครั้งนี้ได้ผล รองอัยการสูงสุด นายเนตร นาคสุข ได้ใช้พยานหลักฐานเดิมที่เคยถูกตีตกไปตั้งแต่ 13 ครั้งก่อน กลับมาใช้ใหม่ ในครั้งที่ 14 โดยมีความเห็นว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ขับรถเร็ว แต่รถจักรยานยนต์ของดาบวิเชียร เปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำให้นายบอสเบรครถไม่ทัน เป็นเหตุให้ชนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เกิดจากความประมาท ปราศจากความระมัดระวัง คดีมีพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง สั่งไม่ฟ้องนายบอส ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องเลยจบเอวังด้วยประการฉะนี้ แต่สถาบันอัยการเสียหายจบเห่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้อัยการสูงสุดจะรอด แต่รองเนตรใช้ดุลยพินิจรอบคอบอย่างไร เชิญวิพากษ์วิจารณ์ตามสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเอามาเล่าให้ฟัง เพราะไม่เคยมีใครทำให้เข้าใจ ว่า เหตุร้องขอความเป็นธรรมรวมทั้งสิ้น 14 ครั้ง ตีตกไป 13 ครั้ง แต่ครั้งที่ 14 ดุลยพินิจของอัยการได้เปลี่ยนไป ทั้งๆที่ พยานหลักฐานปรากฏเป็นของเดิมมาก่อนแล้วโดยทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้จึงอยู่ที่ดุลยพินิจของใคร จะเห็นอย่างไร แม้ว่าจะยืนยันอยู่อย่างเดียวว่า &amp;ldquo;ทุกเรื่องอยู่ในสำนวน ไม่ได้พิจารณานอกสำนวนแต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ น่าจะบอกไปเลยว่า อัยการคนอื่นใจไม่ถึงเท่ากับรองเนตร นาคสุข ที่ท่านกล้า &amp;ldquo;สั่งไม่ฟ้อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่าท่าน ใจถึงพึ่งได้ ของแท้ แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74415</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกระทิงแดง, คดีบอส, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, สั่งไม่ฟ้อง, อัยการ, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f362b820f20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;แนะตระกูลอยู่วิทยาขอพื้นที่ยืนในสังคมจี้ตร.คลายข้อสงสัยก่อนล้มทั้งกระดาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63-นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ตอนหนึ่งว่า วันนี้จะสนทนาในหัวข้อ กระทิงทองหล่อพังทุกอย่างที่ขวางหน้า ตนพยายามอธิบายมาตลอดว่า แก่นแท้ในจิตใจของคนไทยคือ รักความยุติธรรม และเป็นสิ่งที่คนไทยต่าง ปรารถนาและเรียกร้อง กรณีกระทิงทองหล่อนั้นเหมือนความอยุติธรรม ฟาดอยู่ตรงกลางหัวใจของพี่น้องคนไทย เพราะแต่ละปรากฏการณ์ที่ตนได้พยายามอธิบายว่า คดีนี้เริ่มต้นด้วยการเดินที่ผิดมาตั้งแต่ต้น หากผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีนี้เดินในแนวทางที่ถูกต้อง มีความสำนึกรับผิดชอบ จะไม่มีสภาพเหมือนเช่นทุกวันนี้ หากดูกรณีตัวอย่างของเสี่ยเบนซ์ ที่ขับรถชนพ่อแม่ของเด็กเสียชีวิต แต่สิ่งที่เสี่ยเบนซ์พยายามทำคือการแสดงความรับผิดชอบทุกอย่างจนวันสุดท้ายก่อนฌาปนกิจศพ ลูกๆของผู้เสียชีวิตได้โผกอดเสี่ยเบนซ์ทั้งที่เสี่ยเบนซ์เป็นคนขับรถชนพ่อแม่ของเขาจนเสียชีวิต ดังนั้นแก่นแท้ของเรื่องนี้คือคนไทยนอกจากรักความยุติธรรมแล้ว ยังรู้จักการให้อภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่เมื่อเริ่มต้นเดินผิดทางนับตั้งแต่จะให้คนเข้ามารับเคราะห์แทน หรือแม้กระทั่งชนแล้วหนี จนกระทั่งปรากฏเป็นข่าวคดีก็ทยอยหมดอายุความทันทีที่ไม่สั่งฟ้องในคดีนี้ ในประเทศไทยก็ไม่มีใครรู้ แต่สื่อต่างประเทศเป็นคนเปิดประเด็นจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ มีการวิพากษ์ถึงกระบวนการตั้งต้นของกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งพยานปากสำคัญก็มาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ซึ่งเต็มไปด้วย ข้อพิรุธ ข้อสงสัย ทำให้สังคมสงสัย ว่าความตายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุนั้นเกิดจากอะไรกันแน่&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายจตุพรกล่าวว่า นอกจากนี้มีการเรียกร้องว่าอย่าฌาปนกิจศพพยานปากสำคัญรายนี้ เพราะจะยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยเพิ่มขึ้นว่าเป็นอุบัติเหตุจริงหรือไม่ อีกทั้งการวินิจฉัยของแพทย์ก็เต็บไปด้วยข้อสงสัย ทำให้เรื่องนี้ลุกลามไปทั่วแม้กระทั่ง ในรั้วมหาวิทยาลัย นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ถึงกับบอกว่า ต่อไปนี้ ไม่รู้จะสอนหนังสือต่อไปอย่างไร ซึ่งแต่ละวงการเเสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามสมมุติว่ากรณีนี้ไม่สามารถทำอะไรได้อีก ก็เชื่อว่ายากที่จะกลับมาอยู่ประเทศไทย เพราะทันทีที่เดินทางมาประเทศไทยคนจะลุกฮือเต็มสนามบินสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตระกูลอยู่วิทยา ต้องออกมาขอที่ยืนในสังคม นายวรยุทธ อยู่วิทยา ออกมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะไม่มีการสั่งฟ้อง ก็ติดคุกทางสังคมที่มีพื้นที่ใหญ่ครอบคลุมทั่งโลก และเมื่อเรื่องนี้ดังขึ้น ท่ามกลางบรรดาคนหนุ่มสาว นิสิตนักศึกษาที่กำลังขับเคลื่อน ก็เปรียบเสมือนเป็นปุ๋ยชั้นดี เมื่อคนต่างเกิดความรู้สึกว่า รับไม่ได้ก็จะออกกันมา แม้ว่าประสบกับปัญหาความยากลำบากทางเศรษฐกิจปากท้องกันอยูก็ตาม เพราะกรณีนี้ไปกระเเทกตรงกลางดวงใจของทุกฝ่ายและกลายเป็นการสร้างความปรองดองภายในชาติอย่างคาดไม่ถึง และสุดท้ายเรื่องนี้ต้องมีทางออกด้านความรู้สึกให้กับหัวใจคนไทย เพราะไม่เช่นนั้นกระทิงทองหล่อจะขวิดล้มระเนระนาดกันทั้งกระดาน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73195</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกระทิงแดง, คดีบอส, จตุพร พรหมพันธุ์, ตระกูลอยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f2685f6ba162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
