<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 23:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 23:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวกแม้วเฮลั่นทุ่ง! ราชกิจจาฯแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาฯยกฟ้อง &#039;ทักษิณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ธ.ค. 62 -&amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่ร่วมกันทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อธ.กรุงไทยฯให้กับกลุ่มกฤษดามหานครที่มีนายทักษิณชินวัตรกับพวกรวม27&amp;nbsp;คนเป็นจำเลยเป็นเหตุให้ธนาคารกรุงไทยได้รับความเสียหายเป็นเงิน10,054.46&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลยกฟ้องนายทักษิณ&amp;nbsp;ซึ่งศาลฯวินิจฉัยว่ามีปัญหาวินิจฉัยว่าจำเลยที่1&amp;nbsp;กระทำผิดหรือไม่องค์คณะเสียงข้างมากเห็นว่าตามทางไต่สวนแม้จะได้ความจากนายชัยณรงค์อินทรมีทรัพย์หนึ่งในห้าคณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธนาคารกรุงไทยว่านายชัยณรงค์ได้รับโทรศัพท์จากร.ท.สุชายเชาว์วิศิษฐ์อดีตประธานกรรมการบริหารธ.กรุงไทย1&amp;nbsp;ใน5&amp;nbsp;คณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธ.กรุงไทยจำเลยที่2&amp;nbsp;แจ้งว่าโครงการขออนุมัติสินเชื่อของบริษัทโกลเด้นเทคโนโลยีอินดัสเทรียลพาร์คจำกัดจำเลยที่19 (บริษัทในเครือกฤษดามหานคร) &amp;quot;ซุปเปอร์บอส&amp;quot;&amp;nbsp;ตกลงแล้วอย่าสอบถามข้อมูลมากนักและขอให้พิจารณาไปโดยเร็วซึ่งมีลักษณะเป็นการสั่งและคำว่า&amp;quot;&amp;nbsp;ซุปเปอร์บอส&amp;quot;&amp;nbsp;น่าจะหมายถึงนายทักษิณจำเลยที่1&amp;nbsp;ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะเกิดเหตุแต่พยานเห็นว่าที่ดินซึ่งจำเลยที่19&amp;nbsp;อ้างทำโครงการขนาดใหญ่พื้นที่จำนวนมากถึง&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ไร่น่าจะมีปัญหาในการรวบรวมที่ดินแต่ละแปลงดังนั้นโครงการดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นได้และบริษัทโกลเด้นฯจำเลยที่19&amp;nbsp;ก็ยังมีภาระสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นอีกจำนวนมากไม่อยู่ในสถานะชำระหนี้ได้พยานจึงได้โต้แย้งการอนุมัติสินเชื่อแต่ในที่ประชุมไม่มีบันทึกการโต้แย้งถ้ามีการโต้แย้งจริงจะอนุมัติสินเชื่อให้ได้อย่างไรซึ่งการอนุมัติคณะกรรมการต้องเห็นชอบทั้ง5&amp;nbsp;คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้นายชัยณรงค์เคยให้ถ้อยคำต่อคตส.&amp;nbsp;ว่าคำว่า&amp;quot;&amp;nbsp;ซุปเปอร์บอส&amp;quot;&amp;nbsp;หมายถึงจำเลยที่1&amp;nbsp;หรือคุณหญิงพจมานณป้อมเพชรอดีตภรรยาจำเลยที่1&amp;nbsp;อันเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันอีกทั้งการเบิกความเกี่ยวกับคำว่า&amp;quot;ซุปเปอร์บอส&amp;quot;&amp;nbsp;หรือ&amp;quot;&amp;nbsp;บิ๊กบอส&amp;quot;&amp;nbsp;หมายถึงจำเลยที่1&amp;nbsp;เป็นเพียงการคาดเดาไปตามความเข้าใจของนายชัยณรงค์เองซึ่งนายชัยณรงค์ไม่เคยรู้จักจำเลยที่1&amp;nbsp;เป็นการส่วนตัวเพียงแต่อ้างว่าจำเลยที่2&amp;nbsp;โทรศัพท์มาบอกว่า&amp;quot;&amp;nbsp;ซุปเปอร์บอส&amp;quot;&amp;nbsp;ตกลงแล้วอย่าถามข้อมูลมากนักและขอให้พิจารณาไปโดยเร็วจึงเป็นกรณีที่นายชัยณรงค์รับฟังมาจากจำเลยที่2&amp;nbsp;อีกชั้นหนึ่งดังนั้นซุปเปอร์บอสจะเป็นผู้ใดคงมีเพียงจำเลยที่2&amp;nbsp;เท่านั้นที่จะยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้หรืออาจเป็นข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่2&amp;nbsp;เองก็เป็นได้พยานปากนายชัยณรงค์ซึ่งเป็นพยานที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวจึงควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพยานปากนายอุตตมสาวนายน1&amp;nbsp;ใน5&amp;nbsp;คณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธ.กรุงไทยก็ได้ความเพียงว่าก่อนการประชุมนายชัยณรงค์ได้สอบถามที่หน้าห้องประชุมเพียงว่าจำเลยที่2&amp;nbsp;ได้โทรศัพท์มาถึงนายอุตตมหรือไม่ซึ่งนายอุตตมตอบว่าจำเลยที่2&amp;nbsp;ไม่ได้โทรศัพท์มาหาตนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้จำเลยที่19&amp;nbsp;ในส่วนของนายอุตตมจึงไม่ได้เกิดจากจำเลยที่2&amp;nbsp;โน้มน้าวให้อนุมัติเพราะได้รับคำสั่งจากจำเลยที่1&amp;nbsp;พยานหลักฐานของโจทก์ที่ไต่สวนมายังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่1&amp;nbsp;สั่งการผ่านจำเลยที่2-4&amp;nbsp;ให้อนุมัติสินเชื่อดังกล่าวจำเลยที่1&amp;nbsp;จึงไม่มีความผิดตามฟ้องพิพากษายกฟ้องจำเลยที่1&amp;nbsp;และถอนหมายจับในคดีนี้อ่านรายละเอียดทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52947</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกู้แบงก์กรุงไทย, ทักษิณ ชินวัตร, ยกฟ้อง, ราชกิจจานุเบกษา, แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a16006348f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พานทองแท้รอดคุก อานิสงส์ยกประโยชน์จำเลยศาลชี้10ล้านแค่เศษเงิน‘โอ๊ค’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พานทองแท้&amp;rdquo; รอดคุก! ได้อานิสงส์องค์คณะ 2 เสียง ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย &amp;nbsp;เชื่อโอ๊คไม่รู้ที่มาของเงิน ที่สำคัญมูลค่าก็แสนจิ๊บจ้อยเมื่อเทียบฐานะ &amp;ldquo;ตระกูลชินวัตร&amp;rdquo; แห่ขอบคุณกำลังใจ วิษณุเผยมีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ อัยการยังกั๊กรออ่านคำพิพากษาข้อมูลพร้อมรีวิวให้ดีเอสไอก่อน ชี้ยังมีเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร &amp;nbsp;อายุ 41 ปี บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9 &amp;nbsp;และ 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 จากคดีการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร กรุงไทย จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) ให้ธุรกิจเครือกฤษดามหานคร &amp;nbsp;
โดยเมื่อเวลา 09.38 น. นายพานทองแท้เดินทางมาพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร หรือดามาพงศ์ มารดา และ น.ส.พินทองทา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวทั้งสองและน้องเขย รวมทั้งนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดครอบครัวและเพื่อนสนิทกว่า 20 คน รวมถึงนักการเมือง อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายก่อแก้ว พิกุลทอง มาให้กำลังใจคับคั่ง
ก่อนเข้าฟังคำพิพากษา นายพานทองแท้ตอบข้อถามด้วยสีหน้ายิ้มเล็กน้อยว่าตื่นเต้นหรือไม่ในการฟังคำพิพากษา ว่ารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ส่วนคุณหญิงพจมานได้ยิ้มทักทาย ทั้งนี้บริเวณศาลได้มีการประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 ประมาณ 50 นายเพื่อดูแลความเรียบร้อยด้วย
โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องนายพานทองแท้เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2561 สรุปพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2547 หลังจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารเครือกฤษดามหานครกับพวก ร่วมกันกระทำผิดกับอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยในการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ ทำให้ธนาคารเสียหายจำนวน &amp;nbsp;10,400,000,000 บาท แล้วนายวิชัยกับพวกร่วมกันฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิด โดยนายวิชัยได้นำบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด ที่มีนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชายนายวิชัย, &amp;nbsp;นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา กรรมการบริษัท แกรนด์แซทเทิลไลท์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ที่มีนายเชื้อ ช่อสลิด เป็นกรรมการ มาใช้ในการรับโอนเงิน แล้วนำเงินนั้นไปซื้อขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน โดยนายวิชัยได้โอนเงินจากการขายหุ้นนั้นให้นายพานทองแท้ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายรัชฎา และบุคคลในครอบครัวทั้งสองมีความรู้จักเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยนายวิชัยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ 17 พ.ค.2547 จากบัญชีกระแสรายวัน &amp;nbsp;ธนาคารไทยธนาคาร สาขาบางพลัด ระบุชื่อนายพานทองแท้&amp;nbsp;
ต่อมาวันที่ 18 พ.ค.2547 นายพานทองแท้ได้นำเช็คนั้นเรียกเก็บเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางพลัด และวันที่ 24 พ.ค.2547 นายพานทองแท้ได้ถอนเงิน 10 ล้านบาทเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ของจำเลยอีกอัน จากนั้นระหว่างวันที่ 24 พ.ค. - 26 พ.ย.2547 &amp;nbsp;นายพานทองแท้ได้ถอนเงินออกจากบัญชีผ่านตู้เอทีเอ็มครั้งละ 5,000-20,000 บาท รวม 11 ครั้ง และช่วงในวันที่ 14 มิ.ย.2547 มีเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ของจำเลย 80,000 บาท &amp;nbsp;วันที่ 30 พ.ย.2547 จำเลยได้ถอนเงิน 8,800,000 บาทจากบัญชีดังกล่าว เข้าฝากบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ซึ่งมียอดเงินรวมในบัญชี 14,720,352.07 บาท ต่อมาวันที่ 2 ธ.ค.2547 จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 14,700,000 บาทจากบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ และในชั้นพิจารณา นายพานทองแท้ให้การปฏิเสธสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง เงินดังกล่าวเป็นส่วนที่จะร่วมลงทุนธุรกิจนำเข้ารถซูเปอร์คาร์กับนายรัชฎา ขณะที่นายพานทองแท้ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
มูลค่าเงินจิ๊บจ้อย
ต่อมาเวลาประมาณ 10.40 น. ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษา โดยองค์คณะศาลอาญาคดีทุจริตพิเคราะห์พยานโจทก์และจำเลยนำสืบหักล้างในชั้นไต่สวนพยานแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำผิดมูลฐานหรือไม่นั้น ตามกฎหมายต้องได้ความชัดเจนว่า ผู้ที่รับโอนเงินมานั้นต้องรับทราบว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินส่วนหนึ่งหรือได้มาจากการกระทำความผิดนั้น ซึ่งคดีนี้ข้อเท็จจริงก็ปรากฏตามทางนำสืบในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของจำเลยกับครอบครัวของนายวิชัย เพียงว่านายพานทองแท้เป็นบุตรของนายทักษิณ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกฯ ขณะที่นายวิชัยได้ทำการกู้สินเชื่อกับธนาคารและได้รับอนุมัติ โดยจำเลยมีความสนิทสนมกับนายรัชฎาเพียงเท่านั้น ซึ่งในการโอนเงิน 10 ล้านบาทเข้าบัญชีจำเลยอาจเกิดจากการอนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทย &amp;nbsp;10,400,000,000 บาท ขณะที่บิดาของจำเลยดำรงตำแหน่งนายกฯ &amp;nbsp;
ในการดำเนินคดีกับนายวิชัย เจ้าหน้าที่ก็ระบุว่า นายวิชัยจะผิดหรือไม่ก็ต้องรอผลคำพิพากษา ซึ่งกรณีของนายวิชัยที่ถูกกล่าวหาร่วมทุจริตการกู้สินเชื่อธนาคารกรุงไทยนั้น ศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาในภายหลัง (ปี 2558) จากที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลย ที่ขณะนั้นอายุ 26 ปี ซึ่งเวลานั้นจำเลยเพิ่งจบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จำเลยจึงย่อมไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิด โดยจำเลยเองเวลานั้นก็มีทรัพย์เป็นหุ้นในบริษัทจำนวน 4,000 ล้านบาทอยู่ก่อนแล้ว หากเทียบสัดส่วนเงิน 10 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีกับมูลค่าหุ้นที่มีอยู่ ก็คิดเป็น 0.0025% และเมื่อเทียบกับจำนวนยอดเงินกู้สินเชื่อที่นายวิชัยได้ไปนั้นก็เพียง 0.001% เท่านั้น ซึ่งมีจำนวนน้อย และที่โจทก์เห็นว่า แม้พยานจะไม่ชัดเจนว่าจำเลยรับรู้ว่าเงินนั้นได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ ก็ต้องฟังประกอบกับพยานแวดล้อม พร้อมอ้างแนวคำพิพากษาฎีกาการฟอกเงินคดียาเสพติดนั้นระหว่างสามี-ภรรยาที่สามีกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และตัดสินว่าภรรยาที่อยู่กินร่วมกันฉันสามี ภรรยาย่อมรับรู้ว่าเงินนั้นมาจากการกระทำผิดด้วยนั้น โดยเป็นแนวทางที่นักวิชาการอิสระเองก็เห็นด้วย &amp;nbsp;ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวถือว่ามีความแตกต่างกับคดีนี้เป็นอย่างมาก จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังได้&amp;nbsp;
นอกจากนี้ตามทางนำสืบยังพบว่า ในการทำธุรกรรมทางการเงินของจำเลยผ่านบัญชีต่างๆ ก็ยังเป็นการโอนและถอนลักษณะปกติ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 7 เดือน ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีข้อที่ปกปิดในลักษณะเปิดเผยไม่ได้ หรือเป็นลักษณะซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งหากเห็นการทำธุรกรรมมีข้อสงสัยว่าเป็นการกระทำผิดหรือไม่ ธนาคารก็สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ พฤติการณ์ของจำเลยยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยรู้หรือควรรู้ว่านายวิชัยได้เงินจากการทุจริต &amp;nbsp;เมื่อจำเลยไม่รู้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฟอกเงิน พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังแล้ว องค์คณะได้ชี้แจงให้คู่ความรับทราบด้วยว่า คดีนี้องค์คณะผู้พิพากษามี 2 คนมีความเห็นต่างกันในการตัดสิน จึงได้นำความเห็นที่มีผลร้ายน้อยที่สุดกับจำเลยมาเป็นคำตัดสิน ขณะที่ความเห็นขององค์คณะอีกคนหนึ่งนั้นเห็นแย้งว่า จำเลยมีความผิดเห็นควรให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งก็จะมีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย หากคู่ความยื่นอุทธรณ์ ความเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบเช่นกัน
สำหรับความเห็นแย้งนั้นระบุว่า คดีนี้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยมีความเห็นแย้งกันเป็น 2 ฝ่าย หาเสียงข้างมากไม่ได้ จึงให้ผู้พิพากษาที่มีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลย ซึ่งเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 5(1)(2), 60 ลงโทษจำคุก 4 ปี ยอมเห็นด้วยกับผู้พิพากษาซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่า คือยกฟ้อง
หลังศาลยกฟ้อง นายพานทองแท้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ขอบคุณทุกกำลังใจ วันนี้ได้รับกำลังใจเยอะ&amp;quot; ขณะที่คุณหญิงพจมานได้ตอบคำถามสื่อด้วยรอยยิ้มว่า &amp;quot;ขอบคุณค่ะ ก็สบายใจขึ้น&amp;quot; ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอม-น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และอุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวของนายพานทองแท้ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้พี่ชายในครั้งนี้
ครอบครัวชินวัตรขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พินทองทาหรือเอมได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า &amp;quot;ขอขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้พวกเรานะคะ พวกเราทุกคนรับรู้และซาบซึ้งมากจริงๆ ค่ะ และขอขอบคุณครอบครัวของเราที่อบอุ่นและคอยดูแลประคองความรู้สึกกันตลอด ไม่ว่าคุณแม่ที่อยู่ใกล้หรือรวมถึงคุณพ่อที่อยู่ไกลแต่กำลังใจส่งมาไม่ห่าง ในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในข่าวดีที่สุดของครอบครัวเราเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะ รวมถึงสื่อมวลชนทุกท่านด้วยนะคะ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธารระบุข้อความว่า &amp;quot;ขอบพระคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ให้พี่ชายของเราในวันนี้และที่ผ่านๆ มานะคะ มันมีความหมายมากจริงๆ สำหรับเรา ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองให้วันนี้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวของเราค่ะ #familymeanseverything&amp;quot;
ขณะที่แหล่งข่าวอัยการเปิดเผยถึงขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์คดีว่า หลังจากนี้ก็ต้องคัดคำพิพากษาและเอกสารหลักฐานในสำนวน รวมทั้งความเห็นแย้งส่งให้คณะทำงานพิจารณา คดีนี้เราได้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงานของอัยการ โดยต้องพิจารณาว่าเหตุผลในคำพิพากษาว่ารับฟังได้เพียงใด ผลยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยยังมีความเห็นแย้งในองค์คณะเป็น 2 ฝ่ายด้วย ขณะที่เหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 184, 185 หากกรณีที่มีผลคำพิพากษาเป็น 2 ฝ่าย ไม่มีเสียงข้างมาก ก็ให้นำผลคำพิพากษาที่มีผลร้ายน้อยที่สุดต่อจำเลยมาเป็นคำตัดสิน ดังนั้นเราก็ต้องนำรายละเอียดของความเห็นแย้งมาดูเหตุผลว่าอย่างไรที่จะตัดสินว่าควรจะลงโทษ คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน ดังนั้นก็ต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย จะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ต้องอธิบายและตอบคำถามบุคคลที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สุดท้ายแล้วหากอัยการสำนักงานคดีศาลสูงมีคำสั่งให้อุทธรณ์ หลังจากที่คณะทำงานสำนักงานสำนวนคดีชั้นต้นทำความเห็นเบื้องต้นเสนอไปแล้ว กระบวนการก็ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้เลย แต่หากมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ กรณีก็ยังไม่ถือว่าเป็นที่ยุติ ซึ่งขั้นตอนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 145 &amp;nbsp;และ พ.ร.บ.ว่าด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 34 ต้องแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนทำคดีนี้ทราบ ในลักษณะเป็นการรีวิว หากดีเอสไอเห็นแย้งก็ต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะอุทธรณ์หรือไม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
อัยการกล่าวด้วยว่า คดีนี้เท่าที่ฟังถือว่าเส้นทางการเงินเข้าออกบัญชีชัด แต่ที่ยกฟ้องคือเจตนาของจำเลยว่าไม่รู้ถึงแหล่งที่มาของเงิน โดยกรณีของนายวิชัยนั้นถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษหลังจากที่มีการรับโอนเงินกับจำเลย ซึ่งศาลเห็นว่าขณะรับโอนเงิน จำเลยไม่รู้ จำเลยจึงขาดเจตนา และเมื่อเทียบข้อเท็จจริงกับทรัพย์สินที่จำเลยนำเสนอว่ามีอยู่แล้ว 4,000 ล้านบาท จำนวนเงินโอนมีน้อยกว่า จึงน่าเชื่อว่าจำเลยไม่ได้รับรู้ว่าเงินนั้นมาจากการกระทำผิด
สำหรับขั้นตอนในการยื่นอุทธรณ์คดีนั้นต้องยื่นภายใน 1 เดือน นับจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา&amp;nbsp;
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอาญาฯ ทำให้จากนี้ไม่ต้องไปจับตาแล้วใช่หรือไม่ว่า ไม่ต้องจับตาหรอก เขามาก็มา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ไม่หนักใจอะไร
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวหลังศาลยกฟ้องนายพานทองแท้ว่า ถ้าเป็นศาลชั้นต้นตัดสิน อัยการสามารถอุทธรณ์ได้ ส่วนที่ถามว่าการตัดสินถือว่าสามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้หรือไม่นั้น-ไม่ทราบ คุณไปพูดแบบนั้นไม่ได้ เป็นเรื่องของศาลตัดสิน ใครจะไปปรองดองกับศาล&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า สังคมคาดการณ์ตอนแรกว่านายพานทองแท้น่าจะโดนคดี นายวิษณุกล่าวว่า เล่นไปคาดการณ์กันเอง คาดถูกคาดผิดไปตามเรื่อง โดยไม่เคยฟังพยาน ไม่เคยดูคำฟ้อง ไม่เคยดูคำให้การ &amp;nbsp;ศาลตัดสินว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่พอใจก็เป็นเรื่องที่จะไปว่ากันต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51097</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกู้แบงก์กรุงไทย, พานทองแท้ ขินวัตร, มีสิทธิ์อุทธรณ์, ยกประโยชน์จำเลย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชื่อโอ๊คไม่รู้ที่มาของเงิน, แค่เศษเงิน, ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe086b8ace.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆกับ &#039;แก้วสรร&#039; คดีแบงก์กรุงไทย กฎหมายไทยรังแกโอ๊ค???</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;11 ต.ค.61 - นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)&amp;nbsp;เผยแพร่บทความผ่านไทยโพสต์ เรื่อง &amp;quot;กฎหมายไทย..รังแกเด็ก..รับใช้เผด็จการ ???&amp;quot; ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;เอาคดีปักมันไว้ มันจะได้ไม่อยู่ให้รำคาญใจ ช่วงเลือกตั้ง..!! 55555 ฝันไปเถอะครับลุงฉุน..!!&amp;nbsp;ลุง...อยากให้ผมไปนัก-ผมก็จะอยู่ ไม่อยากให้ผมไปช่วยหาเสียง-ผมก็จะไปมันทุกจังหวัด ผมจะทำทุกอย่างในกรอบของกฎหมาย เพื่อสนับสนุนทุกองค์กร และทุกพรรคการเมือง ที่อยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ให้รวมพลังกันเอาชนะการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการฯให้ได้..!!&amp;quot;พานทองแท้ ชินวัตร... ๙ ตุลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลูกทักษิณ ไม่เคยได้รับอะไรเหมือนคนอื่นเค้าหรอก&amp;nbsp; ได้รับอะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ แต่รู้มั้ย เลือดเนื้อของทักษิณก็วิ่งอยู่ในตัวเราทั้ง3คนนั่นแหละจะเข้มแข็ง ให้สมกับเป็น &amp;ldquo;ลูกทักษิณ&amp;rdquo; ขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ส่งให้พี่โอ๊ค และครอบครัวเรานะคะ ส่งใจให้เราเยอะๆ นะ ขอเลยวันนี้ &amp;rdquo;พิณทองทาและแพทองธาร ชินวัตร...๑๐ ตุลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สองข้อความข้างต้นจากเฟซบุ๊กเด็กสองคนนี้&amp;nbsp; โผล่ขึ้นมาในวาระที่อัยการกำลังจะสั่งฟ้องคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยของ นายพานทองแท้&amp;nbsp; ความข้างต้นนี้ใครจะคิดใครจะเขียนไม่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เนื้อหานั้นสร้างภาพไว้ชัดเจนว่า กฎหมายไทยได้ถูก &amp;ldquo;ฝ่ายเผด็จการ&amp;rdquo; เอาไปใช้รังแกเด็ก&amp;nbsp; ขอให้คนรักเด็ก รักประชาธิปไตยมา รวมพลังกันเป็นฝ่ายประชาธิปไตยให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แม้ทุกวันนี้จะเริ่มเข้าหน้าเหล้าหน้าข้าวแล้ว&amp;nbsp; และใครๆก็พยายามเป็นกลางกันไปหมดก็ตาม&amp;nbsp; แต่ประชาชนโดยรวมก็ควรจะมีโอกาสได้ข้อมูลที่ครบถ้วนอยู่ดี ดังนั้นในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ คตส. และหนึ่งในพยานดีเอสไอ คดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย และเลขานุการอนุกรรมการไต่สวนคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ผมก็ขอเสนอข้อมูลมาสมทบให้ได้สมดุลย์ ต่อภาพรวมบ้างดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายไทยกล้ารังแกเด็กอย่างนี้เชียวหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตอบ&amp;nbsp; คดีธนาคารกรุงไทยนี้ศาลฎีกาชี้ขาดยุติไปแล้วว่าปล่อยกู้โดยมิชอบ สู้กันเต็มที่ทุกแง่มุม แฟร์ทุกอย่างแล้ว&amp;nbsp; เหตุที่ลามไปถึงนายพานทองแท้&amp;nbsp; ก็เพราะหลักฐานทางเดินของเงินที่ให้กู้กันโดยมิชอบนี้ ส่วนหนึ่งมันลากไปถึงชื่อนายพานทองแท้ ว่าน่าจะมีส่วนรับประโยชน์เข้าตัวการ โดยแปลงเป็นธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือจนเข้าข่ายฟอกเงินด้วย หลักฐานอย่างนี้ &amp;nbsp;ทั้ง คตส.,ดีเอสไอ และอัยการ มันแน่นจนเขาต้องชี้มูลความผิดฐานฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องรังแกเด็ก&amp;nbsp;ธันวานี้คดีก็จะขาดอายุความแล้วทั้งดีเอสไอ และอัยการเขาไม่สั่งสำนวนไม่ได้หรอกครับอย่าไปว่าเขาเลย ว่าคนอื่นดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าใครดีกว่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตอบ&amp;nbsp; พฤติกรรมใช้ชื่อลูกเล็กๆ ทั้งพานทองแท้ พิณทองทา มาซุกหุ้นทำเป็นรับซื้อหุ้นชินคอร์ปมูลค่าหลายหมื่นล้านจากพ่อแม่หุ้นละ ๑๐ บาท ราคาจริงขณะนั้น ๑๕๐ แล้วก็ห้ามตลาดหลักทรัพย์จ่ายปันผลให้ลูกโดยตรง ต้องจ่ายเป็นเช็คผ่านบริษัทชินคอร์ปให้เลขาแม่ นำเข้าบัญชีที่ใช้ชื่อลูกเปิดบัญชีไว้และให้ลูกเซ็นใบถอนเงินทิ้งไว้ให้&amp;nbsp; แล้วเลขามารดาก็ถอนเงินปันผลไปเข้าบัญชีแม่ทุกงวด รวมกว่า ๓๐๐ ล้าน กว่า ๔ ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือการใช้ชื่อลูกทำผิด ซุกหุ้นสัมปทานก่อนขึ้นเป็นนายกฯทั้งสิ้น ไม่มีทางปฏิเสธได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วเรื่องเงินธนาคารกรุงไทยไหลเข้ามายังชื่อลูกล่ะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตอบ&amp;nbsp; ก็น่าเชื่อว่า..ต้องเป็นเหมือนกรณีซุกหุ้นเช่นกัน นายพานทองแท้ไม่น่าจะรู้เรื่องอะไรเลยถูกเลขามารดาเอาลายเซ็นเอาชื่อไปใช้ทำธุรกรรมต่างๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วเราไปลงโทษเขาทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตอบ&amp;nbsp; ก็เรียกมาสอบถามกันทั้งนั้นแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เขาไม่ยอมพูดความจริงว่า&amp;nbsp; พ่อแม่หรือพี่แจงเป็นคนจัดการ&amp;nbsp; ตัวเองไม่รู้เรื่องเซ็นเอกสารไปตามที่เขาบอกมาเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าพูดอย่างนี้เจ้าหน้าที่เขาก็กล่าวหาไม่ได้หรอกครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนเกิดเรื่อง ก็ยังเป็นเด็กจะไปรู้เรื่องอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อไม่พูดความจริงก็ต้องโดนคดีเป็นธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิณทองทากับแพทองธารเขาบอกว่า เกิดเป็นลูกทักษิณ ก็ต้องรับอะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตอบ&amp;nbsp; รายพิณทองทานั้น พอบรรลุนิติภาวะ พ่อแม่ก็จัดการเอาชื่อมาใช้แบ่งถือหุ้นชินคอร์ปจากพี่ชาย ให้ข้างพี่ชายเหลือหุ้นไม่เกิน ๒๕ %&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็ถูกใช้ชื่อร่วมกันขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็คร่วม ๗ หมื่นล้านในที่สุด&amp;nbsp; ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อันที่จริงแล้วเด็กสองคนนี้ไม่ได้ทำอะไรแรงๆเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดนแรงๆก็เพราะพ่อแม่เอาชื่อไปใช้แรงๆทั้งสิ้น&amp;nbsp; ตอนเป็น คตส.ใหม่ๆ ผมก็เคยบอกเพื่อน เตือนผ่านไปยังครอบครัวเขาแล้วว่า&amp;nbsp; อย่าเอาชื่อลูกเข้ามาไม่มีใครอยากทำอะไรเด็กทั้งนั้น แต่ในที่สุดชื่อเขาก็ถูกนำมาใช้และเมื่อไม่พูดความจริงก็ต้องโดน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาบอกว่า ไม่มีลูกใครโดนแรงอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตอบ&amp;nbsp; ก็พ่อแม่ทั่วไป ไม่มีใครเขาใช้ชื่อลูกมาเล่นแรงๆ เสี่ยงคุกตะรางอย่างนี้หรอกครับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวใจทำด้วยอะไรก็ไม่รู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่าไปโทษคนอื่น&amp;nbsp; ไม่ต้องไปปราศรัยอะไรที่ไหนด้วย มันไม่ใช่เรื่องเผด็จการหรือประชาธิปไตยอะไรเลย...เด็กเอ๊ยยเด็ก..เกิดที่ไหนไม่เกิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19637</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกู้แบงก์กรุงไทย, คดีฟอกเงิน, คุณหญิงพจมาน, ทักษิณ ชินวัตร, พานทองแท้, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbe9cb2ad826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
