<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 22:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยมือมีดฆ่าส.ส.อังกฤษเคยเข้าโครงการปรับทัศนคติหัวรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอังกฤษประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า เหตุคนร้ายที่ใช้มีดแทง ส.ส.พรรครัฐบาลอังกฤษเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์เป็นคดีก่อการร้ายและกำลังสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มอิสลามสุดโต่ง เผยมือมีดรายนี้เคยเข้าโครงการปรับทัศนคติลดความคิดหัวรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอังกฤษวางดอกไม้แสดงความอาลัยต่อเดวิด เอเมสส์ ที่โดนแทงเสียชีวิตในวันศุกร์ที่ผ่านมา ใกล้กับโบสถ์ที่เกิดเหตุในเมืองลีห์-ออน-ซี เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างสื่อในอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคมว่า มือมีดที่แทงเซอร์เดวิด เอเมสส์ วัย 69 ปี ส.ส.พรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เสียชีวิตที่โบสถ์เล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองลีห์-ออน-ซี ทางตะวันออกของกรุงลอนดอนระหว่างพบปะกับประชาชนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นพลเมืองอังกฤษเชื้อสายโซมาเลีย ชายคนนี้เคยเข้าโครงการปรับทัศนคติต่อต้านก่อการร้าย เนื่องจากเขามีความเสี่ยงที่จะเป็นพวกคตินิยมความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเผยว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนมีเวลาควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ได้ถึงวันที่ 22 ตุลาคม ตามอำนาจกฎหมายต่อต้านก่อการร้าย โดยกองบัญชาการต่อต้านก่อการร้ายของตำรวจนครบาลลอนดอนกำลังสอบสวนถึงมูลเหตุจูงใจที่เป็นไปได้ของผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับแนวคิดอิสลามิสต์หัวรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้ชื่ออาลี ฮาร์บี อาลี เป็นพลเมืองอังกฤษเชื้อสายโซมาเลีย เขาเคยเข้าโครงการ &amp;quot;พรีเวนต์&amp;quot; สำหรับผู้มีความเสี่ยงที่จะเป็นพวกคตินิยมความรุนแรงเมื่อ 2-3 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานความมั่นคงของอังกฤษเผยกับบีบีซีว่า อาลีไม่ได้เข้าอบรมในโครงการนี้นานมากนัก ซึ่งโครงการนี้เป็นการเข้าร่วมโดยสมัครใจ และไม่ได้อยู่ในรายชื่อบุคคลต้องสงสัยที่หน่วยงานเอ็มไอ 5 ต้องเฝ้าจับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทม์รายงานว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุรายนี้ลงมือคนเดียว โดยอาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มอัลชาบับในโซมาเลีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120029</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อการร้าย, เดวิด เอเมสส์, แทง ส.ส.อังกฤษ, โครงการต้านแนวคิดหัวรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616c3a6b32588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้อีสาน&#039; ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ขอศาลเลื่อนตรวจหลักฐานคดีร่วม นปช. ก่อการร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.63 - ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.3255/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญฯ, ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป กรณีพวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค. 2553 เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ประกาศยุบสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ นายสุภรณ์ไม่ได้มาศาล ได้ส่งทนายความยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์ ขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยมีอาการป่วยและอ่อนเพลียจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สินแพทย์ จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์และสอบถามอัยการโจทก์แล้วไม่คัดค้าน การพิจารณาคำร้องของจำเลย ประกอบกับจำเลยมีใบรับรองแพทย์ จึงเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีเหตุอันสมควร อนุญาตให้เลื่อนไปนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 24 ก.พ. นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอรวมสำนวนเป็นคดีเดียวกับคดีหมายเลขดำ อ.2738/2562 ซึ่งเป็นคดีที่ฟ้อง นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และอดีตการ์ด นปช. กับ นายวิเชียร์ ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี และอดีตแนวร่วม นปช. เป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย ซึ่งนัดตรวจหลักฐานกันในวันดังกล่าว ศาลพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้เลื่อนนัดเป็นวันเวลาดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อการร้าย, นปช., สุภรณ์ อัตถาวงศ์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31743a46a5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่เช้า! &#039;เหวง&#039; ได้ทีอ้างคำพิพากษา ซัดพวกจอมโกหกใส่ร้ายนปช.มีชายชุดดำ-เผาบ้านเผาเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.62 - นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธฺปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรดาสื่อ&amp;quot;ดาวสยามวิทยุยานเกราะสมัยปัจจุบัน&amp;quot;และพวกจอมโกหกทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลิกโกหกใส่ร้ายป้ายสีเรื่องนปช.มีกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำ เผาบ้านเผาเมือง ได้แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นท่อนหนึ่งของคำพิพากษาศาลชั้นต้น(ฉบับย่อ)เมื่อวันที่14สิงหาคม2562
ดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนหน้านั้น ชายชุดดำก็ไม่ปรากฏว่า เป็นกองกำลังของฝ่ายใด และไม่สามารถจับกุมบุคคลใดมาดำเนินคดีได้ในขณะนั้น ทั้งที่สถานที่ที่ปรากฏตัวชายชุดดำมีประชาชนอยู่ด้วยจำนวนมาก จึงไม่น่าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะจับกุมดำเนินคดีไม่ได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่แกนนำกลุ่ม นปช. ปราศรัยบนเวทีที่ว่า หากทหารออกมาสลายการชุมนุมหรือทำรัฐประหาร ให้ประชาชนนำน้ำมันและให้มีการเผานั้น เป็นการกล่าวปราศรัยบนเวที ก่อนวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่หลายวัน และไม่มีเหตุการณ์เผาทำลายทรัพย์สิน ตามที่มีการปราศรัยแต่อย่างใด การวางเพลิงเผาซ้ำ เกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ภายหลังจากแกนนำกลุ่ม นปช. ประกาศยุติการชุมนุมแล้ว ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยในเรื่องการวางเพลิงเผาซ้ำไว้เป็นที่สุด ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8132 / 2561 ว่า มิใช่เป็นการกระทำของกลุ่ม นปช. &amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43486</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อการร้าย, นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, เผาบ้านเผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c22e3f587581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นปช.รอดก่อการร้าย ศาลชี้ไร้หลักฐานเผาเมือง/ตู่-เต้นขอบคุณยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลชั้นต้นยกฟ้อง 24 แกนนำ นปช.คดีก่อการร้าย ชี้องค์ประกอบไม่เข้ามาตรา 135 ส่วนเหตุเผาบ้านเผาเมืองก็บอกไม่ได้ว่าใครสั่ง ชี้ &amp;ldquo;ชายชุดดำ&amp;rdquo; ไม่ชัดเป็นกองกำลังฝ่ายใด พร้อมระบุ &amp;ldquo;เสธ.แดง&amp;rdquo; ไม่เกี่ยวชุมนุมคนเสื้อแดง พ่วงตั้งข้อสังเกตอัยการฟ้องไม่ประสงค์ให้ลงโทษ &amp;ldquo;ตู่-เต้น&amp;rdquo; ขอบคุณศาลให้ความยุติธรรม อัยการยังกั๊กอุทธรณ์ อ้างมีเวลาอีกเดือนรออ่านคำพิพากษาให้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องแกนนำ การ์ด และแนวร่วม จำนวน 24 คน ในความผิดข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 และ 135/2 รวมทั้งการฝ่าฝืนมาตรา 9 พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำฟ้องโจทก์ระบุว่า จำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-20 พ.ค.2553 เพื่อกดดันต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นประกาศยุบสภาให้เลือกตั้งใหม่ และยังมีการเดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ มีการใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา โดยคดีนี้อัยการทยอยยื่นฟ้องกลุ่มแกนนำ นปช.ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.2553 จนครบ 24 คน และใช้เวลาพิจารณาพยานหลักฐานและสืบพยานบุคคลมานานร่วม 9 ปี โดยการฟังคำพิพากษาครั้งนี้ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมแกนนำ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาเกือบครบทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอ่านคำพิพากษา พิเคราะห์พยานหลักฐานที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า การกระทำอันเป็นความผิดฐานก่อการร้ายต้องเข้าองค์ประกอบความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 (1) ถึง (3) คือ ต้องมีลักษณะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ กระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ โดยการกระทำนั้นผู้กระทำต้องมีเจตนาพิเศษ โดยมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน แต่หากเป็นการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรม อันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากพยานหลักฐานตามทางนำสืบของโจทก์ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่ามีจำเลยคนใดที่เป็นแกนนำ นปช.ได้ปราศรัยหรือกระทำการยั่วยุปลุกปั่นให้ผู้ร่วมชุมนุมกระทำการดังที่ได้ระบุไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 (1) ถึง (3) แม้โจทก์มีพยานเบิกความว่า ระหว่างชุมนุมมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นมากมายหลายแห่ง แต่ไม่สามารถยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของบุคคลใดหรือเป็นการกระทำของฝ่ายใด โดยเฉพาะเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.2553 ก็ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม นปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชายชุดดำก็ไม่ปรากฏว่าเป็นกองกำลังของฝ่ายใด และไม่สามารถจับกุมบุคคลใดมาดำเนินคดีได้ในขณะนั้น ทั้งๆ ที่สถานที่ที่ปรากฏตัวชายชุดดำมีประชาชนอยู่ด้วยจำนวนมาก จึงไม่น่าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะจับกุมดำเนินคดีไม่ได้ทันท่วงที ส่วนที่แกนนำ นปช.ปราศรัยบนเวทีที่ว่าให้ประชาชนนำน้ำมันมาและให้เผานั้น เป็นการกล่าวปราศรัยก่อนชุมนุมใหญ่หลายวัน และไม่มีเหตุการณ์เผาทำลายทรัพย์สินตามที่ปราศรัยแต่อย่างใด โดยการวางเพลิงเผาทรัพย์เกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 19 พ.ค.2553 ภายหลังประกาศยุติชุมนุมแล้ว และศาลฎีกาได้วินิจฉัยเรื่องวางเพลิงเผาทรัพย์ไว้เป็นที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8132/2561 ว่ามิใช่การกระทำของกลุ่ม นปช. การปราศรัยเรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านรัฐประหารเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่สามารถกระทำได้ ไม่ถือเป็นความผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด&amp;rdquo; คำพิพากษาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลยังอ่านคำพิพากษาอีกว่า แกนนำ นปช.ประกาศแนวทางการต่อสู้มาโดยตลอดว่าเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธี สงบและปราศจากอาวุธ และปฏิเสธเข้ามาดำเนินการของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง กับพวก ซึ่งมีแนวทางการต่อสู้คนละแนวกันตลอดมา การดำเนินการของ พล.ต.ขัตติยะกับพวกจึงมิใช่เป็นการดำเนินกิจกรรมของ นปช. ซึ่งการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก จึงอาจมีบุคคลผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เป็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายยศวริศ ชูกลิ่น หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 กับพวก ขัดขวางการลำเลียงกำลังพลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วยึดเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ไปแสดงต่อสื่อมวลชนบริเวณเวทีปราศรัย และต่อมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายเหล่านั้นกลับคืนไปหมดแล้ว การกระทำดังกล่าวมิได้ประสงค์เอาแก่ตัวทรัพย์เพื่อเอาเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ จึงไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ เหตุวางเพลิงเผาทรัพย์และทำลายทรัพย์สินของทางราชการบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เกิดขึ้นภายหลังจากนายยศวริศนำเอาอาวุธยุทโธปกรณ์ไปแสดงต่อสื่อมวลชนแล้ว จึงยังฟังไม่ได้ว่าร่วมกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ด้วย
ศาลอ่านคำพิพากษาอีกว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้รวม 5 สำนวน ขอให้ลงโทษฐานก่อการร้าย โดยบรรยายฟ้องถึงลักษณะการกระทำความผิดต่างๆ เพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิด และไม่ได้ขอให้ลงโทษในการกระทำความผิดลักษณะต่างๆ มาด้วย จึงถือว่าเหตุการณ์ต่างๆ ตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องดังกล่าว เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษเฉพาะนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ จำเลยที่ 24 ในความผิดฐานต่างๆ อันเป็นองค์ประกอบความผิดมานั้น ฟังได้ว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องเกี่ยวพันกันกับคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 24 กับพวกต่อศาลจังหวัดพัทยา กรณีขัดขวางการประชุมผู้นำอาเซียน และศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาแล้ว คำฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ&amp;rdquo;
&amp;ldquo;แม้รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และต่อมาศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ประกาศห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมในท้องที่ดังกล่าว การออกประกาศเช่นว่านั้นก็เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยหลังจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ไม่ได้ความจากพยานหลักฐานตามทางนำสืบของโจทก์ว่า แกนนำกลุ่ม นปช.ได้จัดการชุมนุมที่อื่นใดอีก การกระทำของจำเลยที่ 1-15 และจำเลยที่ 18- 24 จึงไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอ่านคำตัดสิน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมานั้น วันนี้ไม่ใช่วันที่พวกเราต้องดีใจ เพราะยังมีเรื่องราวรออยู่ข้างหน้าเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเราทุกคนขอกราบขอบพระคุณศาลที่ให้ความเมตตาพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม วันนี้ไม่ได้เป็นวันที่ยุติ เพราะยังมีพวกเราจำนวนมากที่ยังถูกคุมขัง และต่อสู้คดีอยู่ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผลคำพิพากษาของศาล อยากให้ผู้ที่ได้รับอานิสงส์ควรเป็นญาติวีรชนที่ได้ต่อสู้บาดเจ็บล้มตาย รวมกระทั่งผู้สูญสิ้นอิสรภาพมากมาย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ ถ้าสามารถส่งข้อความนี้ถึงคนที่บาดเจ็บล้มตายในเหตุการณ์ดังกล่าว ก็อยากบอกว่าพี่ เพื่อนและน้องว่า ศาลท่านชี้แล้วว่าพวกเราไม่ใช่ขบวนการก่อการร้าย ความสูญเสีย เลือดของพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคน ไม่ได้เป็นเพราะพี่น้องเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ถูกเขายิงจนเจ็บจนตาย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องหลักการประชาธิปไตย ภายใต้ข้อเรียกร้องในสถานการณ์นั้นก็คือการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงขั้นตอนในการอุทธรณ์คดีว่า อัยการจะคัดสำเนาคำพิพากษาทั้งหมดส่งอัยการศาลสูงพิจารณาต่อไป โดยจะพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ถ้าเห็นด้วยกับคำพิพากษาแล้วจะไม่ยื่นอุทธรณ์ หรือถ้าไม่เห็นด้วยก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ภายในเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษา และสามารถขยายเวลาอุทธรณ์ได้ก่อนครบ 1 เดือน ส่วนขณะนี้จะอุทธรณ์หรือไม่ ยังเร็วไป เนื่องจากคำพิพากษาเพิ่งอ่าน และมีมาตรฐานเช่นเดียวกันกับคดี กปปส.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของการเป็นมาตรฐาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากันตามวัตถุพยาน พยานบุคคล ที่สอดคล้องกัน ถ้าหากพยานหลักฐานไม่สมบูรณ์ การยกฟ้องก็เป็นเรื่องธรรมดา ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43478</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 แกนนำ นปช., คดีก่อการร้าย, ศาลชั้นต้นยกฟ้อง, หนังสือพิมพ์, องค์ประกอบไม่เข้า, อัยการยังกั๊กอุทธรณ์, เผาบ้านเผาเมือง, ไม่ชัดเป็นกองกำลังฝ่ายใด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d541eb13bb6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;เจ็บปวด!รับไม่ได้คำพูด&#039;บิ๊กตู่&#039; :&#039;ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62 - นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความหลงศาลยกฟ้องคดีนปช.ก่อการร้านว่า &amp;quot;แกนนำนปช.ทุกคน ให้ความเคารพและปฎิบัติตามมติของศาลโดยดุษฎีภาพมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของการถูกฟ้องว่าก่อการร้ายก็ถูกขังก่อนและระหว่างฟ้องโดยไม่ได้รับการประกันตัวเป็นเวลากว่าเก้าเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำก็ไม่เคยโอดโอยหรือก้าวล่วงต่อศาลแต่ประการใดให้ความเคารพต่อดุลยพินิจของศาลโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการพิจารณาคดีทุกนัดก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เคยมีกรณีแกนนำนปช.คนใดไม่เคารพหรือกล่าวว่าศาลไม่ได้ให้ความยุติธรรมแต่ประการใดไม่ว่าผลจะออกมาด้านบวกหรือลบก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำนปช.หลายคนได้รับคำพิพากษาถึงจำขังหลายครั้งหลายคราวก็ไม่มีใครบ่นใครก้าวล่วงศาลในเรื่องความยุติธรรมใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชาที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวในทำนอง &amp;quot;เสียดสีประชดประชัน&amp;quot;ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที.(จากไทยโพสต์)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้จึงไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และไม่น่าเชื่อว่า คนระดับนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะด้อยค่าตัวเองลงโดยกล่าววาจา &amp;quot;เสียดสีประชดประชัน&amp;quot;ในเรื่องที่ไม่เป็นจริงเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสงสารจริงที่ลดค่าทำร้ายทำลายตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43464</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อการร้าย, น.พ.เหวง โตจิราการ, นปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53f978eb9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ชี้นี่คือความยุติธรรม!ลั่นชัยชนะของ&#039;นปช.&#039;ยังมาไม่ถึง จนกว่าบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวภายหลังศาลยกฟ้องคดีนนปช.ก่อการร้าย ว่า อย่างที่เคยเรียนไว้แล้ว เรามั่นใจในข้อเท็จจริงและบริสุทธิ์ใจที่จะพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมว่า การต่อสู้และการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป้าหมายเดียวของเราภายใต้หลักการสันติวิธี ไม่มีกองกำลังอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อกระบวนการพิจารณาคดีมาถึงวันนี้ ก็ต้องบอกว่านี้ไม่ใช่ชัยชนะใดๆ ของพวกตน ไม่ใช่ชัยชนะต่อฝ่ายโจทก์ที่เป็นผู้ฟ้องร้อง ไม่ได้เป็นชัยชนะต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แต่เป็นกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยมีศาลวินิจฉัยและมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ สำหรับผมคิดว่าเป็นความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ ถ้าผมสามารถจะส่งข้อความนี้ถึงคนที่บาดเจ็บล้มตายในเหตุการณ์ดังกล่าว ก็อยากจะบอกว่าพี่ เพื่อนและน้องครับ วันนี้ศาลท่านชี้แล้วว่าพวกเราไม่ใช่ขบวนการก่อการร้าย วันนี้ศาลท่านชี้แล้ว ความสูญเสีย เลือดของพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคน ไม่ได้เป็นเพราะพี่น้องเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ถูกเขายิงจนเจ็บจนตาย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องหลักการประชาธิปไตย ภายใต้ข้อเรียกร้องในสถานการณ์นั้น ก็คือการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีนี้มีความคืบหน้าอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่พวกตนกับฝ่ายกฎหมายจะต้องเตรียมพร้อมไว้ สำหรับคดีความอื่นๆ มีอีกหลายคดีที่เราจะต้องต่อสู้กันต่อไป และอยากจะบอกกล่าวไปถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นคู่กรณีโดยตรงจากการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่าเราไม่ถือแพ้ชนะกันในคดีนี้ หรือชนะกันที่ใครเจ็บ ใครตายมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชัยชนะถ้าจะมีจากการต่อสู้ทางการเมือง ต้องเป็นชัยชนะร่วมกันของสังคมไทย ดังนั้นชัยชนะของ นปช.ยังมาไม่ถึง จะมาถึงก็ต่อเมื่อเราปกครองโดยหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยังจำความรู้สึกวันที่ 10 เม.ย.2553 ได้แม่นยำทุกวินาที ทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้น และผมเจรจากับเลขาฯ นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยุติสถานการณ์ หลังเวทีมีผู้ชุมนุมมากมายวิ่งมาร้องไห้กับผม เพราะญาติ พี่น้อง เพื่อนญาติสนิทและครอบครัวบาดเจ็บ เสียชีวิตและสูญหาย ปกเสื้อผมยังเปียกน้ำตาประชาชน แล้วน้ำตาที่เปียกเสื้อ ซึมเข้าไปในใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนคนที่ให้กำลังใจก็ขอบพระคุณ ส่วนคนที่เห็นต่าง ก็อยากจะบอกว่าเราไม่เคยมีความรู้สึกเป็นศัตรู เราไม่เคยมีความโกรธแค้นส่วนตัว ความเห็นต่างดำรงอยู่ได้ แต่ว่าการคิดถึงอนาคตของประเทศไทย การทำให้ความเห็นต่างนี้ เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะร่วมมือกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43444</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 แกนนำนปช., คดีก่อการร้าย, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53e3d895220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯชี้ศาลยกฟ้องนปช.ขึ้นอยู่พยานหลักฐาน ไมใช่มาตรฐานเดียวกับทุกม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลยกฟ้อง 24 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย จะเป็นมาตรฐานให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของการเป็นมาตรฐาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากันตามวัตถุพยาน พยานบุคคล ที่สอดคล้องกัน ถ้าหากพยานหลักฐานไม่สมบูรณ์ การยกฟ้องก็เป็นเรื่องธรรมดา ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43422</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อการร้าย, นปช., นายกฯ, บิ๊กตู่, ม็อบกลุ่มอื่น, ศาลยกฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53a30f5d872.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
