<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;แฉปมสร้างโรงพักมีคนพยายามให้ไปกราบเพื่อขอช่วยเหลือ แต่ผมไม่ใช่สุนัข-พร้อมสู้คดีในชั้นศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 &amp;nbsp;- นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกฯในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;nbsp;ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เรื่องอะไร อ่านตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นในเนื้อหาขออนุญาตให้ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.เสียก่อนจึงจะชี้แจงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตามกรณีนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน จำเป็นจะต้องมีคำอธิบาย ขอกราบเรียนว่า กรณีเรื่องของการก่อสร้างโรงพักทดแทนไม่แล้วเสร็จ ได้มีการหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองโจมตีตนหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีกล่าวหาตน คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในขณะนั้น ซึ่งตนได้ดำเนินคดีกับนายธาริต ซึ่งปัจจุบันถูกคำพิพากษาลงโทษจำคุก ซึ่งกระบวนการที่จะพยายามดำเนินคดีกับตนยังคงมีอยู่ต่อเนื่องเฉพาะคดีนี้เรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.ใช้ระยะเวลา 5 ปีเศษ ในการดำเนินการคดีนี้นานมาก และได้มีมติชี้มูลมาก็เป็นโอกาสที่ตนจะได้นำความจริงทั้งหมดเข้าสู่ตามกระบวนการยุติธรรมคดีนี้ คงใช้เวลาไม่นาน เพราะคดีต้องเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน ที่มีใจเมตตาต่อผมว่า ขอให้อดทน ต่อความรำคาญใจ ไม่สบายใจอีกสักพัก เพราะว่า อีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏ การต่อสู้คดีที่ศาลฎีกา ส่วนคนที่คิดร้ายกับผมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเก่าหรือกลุ่มใหม่ผมไม่ติดใจให้เขาลิงโลดยินดีไปสักพัก ผมได้แต่ปลงเพราะก่อนหน้านี้มีคนพยายามให้ผมไปกราบไหว้วิงวอนขอความช่วยเหลือจากบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งตลอดการทำงานการเมืองไม่ใช่สุนัข เพราะฉะนั้นตั้งใจอย่างเดียวว่า หากทำเพื่อประชาชนแล้วให้ผมทำอะไรก็ทำได้ แต่ว่าจะไปขอความเมตตาจากคนที่คิดว่ามีอำนาจ ตนไม่ทำ เลือกที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรีด้วยการนำความจริงทั้งหมดมาพิสูจน์ในชั้นศาล ส่วนใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา ขอเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้&amp;quot;นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41822</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ, คดีก่อสร้างโรงพัก, ชี้มูลความผิดก่อสร้างโรงพัก, ปปช., สุเทพ เทือกสุบรรณ, แฟลตตำรวจ 163 แห่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d3807d06ba2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2018 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ยันไม่ละทิ้งคดีก่อสร้างโรงพัก แต่ต้องรอบคอบผ่านตา 9 กรรมการถึง 2 รอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.61 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก) ทดแทน 396 แห่ง วงเงินกว่า 5.8 พันล้านบาท ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา ว่า ถือเป็นคดีสำคัญ ซึ่ง ป.ป.ช.กำลังไต่สวนอยู่ ไม่ได้ละทิ้ง แต่ในเมื่อข้อมูล พยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วน ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน ดำเนินการให้ครบถ้วนและรอบคอบก่อน อย่างไรก็ตาม คดีนี้อยู่ในความดูแลขององค์คณะไต่สวน ดังนั้น ถ้าผ่านองค์คณะแล้ว ยังต้องผ่านที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการ ป.ป.ช.อีก ถือเป็นการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะทำงานกำลังไต่สวนเพื่อความครบถ้วน เนื่องจากยังมีประเด็นที่องค์คณะ เห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วนดี เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นองค์คณะ ยังไม่เข้าที่ประชุมกรรมการชุดใหญ่ ส่วนข้อท้วงติงหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นมานั้น เป็นรายละเอียดที่ลงลึกไม่ได้ แต่เพื่อให้สำนวนครบถ้วนจึงได้ให้ไปตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเป็นไปตามกระบวนการไต่ส่วน เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องการให้สำนวนครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ(สกสส.) ขู่จะล่า 20,000 รายชื่อ ตั้งคณะไต่สวนการทำงานของ ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนบุคคล เราไม่ขอแสดงความเห็นหรือโต้ตอบ เพราะเข้าใจว่าเขาคงหวังดีต่อกรรมการ ป.ป.ช.ที่อยากให้ทำงานลุล่วง ในเมื่อมีบทบัญญัติตามกฎหมาย แล้วเขาคิดว่ากรรมการ ป.ป.ช.ทำผิดกฎหมาย ก็ถือเป็นดุลพินิจของแต่ละคน ซึ่งเราคงไม่ว่าอะไร แต่จะต้องรีบทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และขอขอบคุณที่สนใจการทำงานของ ป.ป.ช.แต่ยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ละเอียด ถี่ถ้วน รอบคอบ เป็นไปตามพยานหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสำหรับกรณี 396 โรงพัก ป.ป.ช.ถูกตั้งข้อสังเกตว่าล่าช้าเพราะเกี่ยวกับนักการเมืองและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า นั่นยิ่งต้องทำให้การไต่สวนครบถ้วน สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนเสียงวิจารณ์ที่ว่าเราเร่งคดีที่เกี่ยวกับนักการเมือง เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะในช่วง 3 ปีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้เข้ามาทำงาน ไม่มีคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองคดีใหม่ๆเข้ามาเลย เพราะเป็นห้วงที่ไม่มีนักการเมือง จึงมีแต่เรื่องเก่าและเวลาก็มางวดในช่วงนี้ ไม่ใช่ว่าเราเร่ง ซึ่งบางเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่กรรมการฯ ชุดนี้จะเข้ามาทำงานด้วยซ้ำ โดยเราพยายามขับเคลื่อนให้คดีเดินหน้า หลายเรื่องจึงเดินหน้าจนใกล้จะจบ โดยเฉพาะในปี 2562 จะมีคดีจบอีกเป็นแถว ไม่เกี่ยวกับว่าใกล้เลือกตั้ง หรือการเมืองเข้มข้น ป.ป.ช.ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคนต่างจับตา จ้องมองอยู่ ขณะที่เราทุกคนอยากทำหน้าที่จนพ้นจากตำแหน่งอย่างสบายใจ ไม่อยากกลับมาเป็นจำเลยอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24813</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อสร้างโรงพัก, ปปช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a602def89081.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 06:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำพิพากษาฉบับเต็มศาลฎีกาฯส่ง &#039;ธาริต&#039; นอนคุก 1 ปีคดีหมิ่น &#039;สุเทพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.61 - ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้นายสุเทพ โจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2556 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 ม.ค. - 4 ก.พ. 2556 นายธาริตขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนกล่าวหาว่า นายสุเทพ โจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัทพีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค. 2558 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าการแถลงข่าวของจำเลยเป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก และให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริต การแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดีตามพยานหลักฐาน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้ปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท จากนั้นวันที่ 3 พ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ต่อมานายสุเทพ โจทก์ได้ขออนุญาตฎีกาต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้นัดอ่านฎีกาครั้งแรกในวันที่ 24 ต.ค. 2561 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งในวันดังกล่าวนายธาริตไม่ได้เดินทางมาศาลอาญา เนื่องจากมีการป่วยติดเชื้อในลำไส้ ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ต่อศาล ทั้งยังได้มอบหมายทนายความยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกา ขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เอกสารถ้อยคำที่มีการยื่นเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลังการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ เชื่อว่าศาลฎีกายังไม่ได้พิจารณาเอกสารดังกล่าว เอกสารทั้ง 3 ชุดที่ยื่นมานั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่ง ซึ่งเป็นมูลเหตุในการฟ้องหมิ่นประมาทในคดีนี้ จึงเห็นควรมีคำสั่งให้ส่งคำร้องของจำเลย รวมถึงถ้อยคำในเอกสารส่งขึ้นให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป และเมื่อมีคำสั่งส่งคำร้องแล้วก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยป่วยจนไม่สามารถเดินทางมาศาลได้หรือไม่ จึงมีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 14 ธ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายธาริต จำเลยในคดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอถอนคำให้การเดิมและเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ออกไปก่อน 60 วัน โดยอ้างเหตุว่าได้มีการขอขมาต่อนายสุเทพ ที่มีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด รับเป็นคนกลางในการเจรจา โดยทำหนังสือแสดงความสำนึกผิดขอขมาลาโทษ ยื่นขอให้การใหม่เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อให้สอดคล้องหนังสือสำนึกผิดและขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพไปแล้ว พร้อมทั้งส่งบันทึกรับรองข้อเท็จจริงผลการเจรจาประนีประนอมฯ ที่นายคณิตได้รับรองยื่นต่อศาล แต่หากศาลฎีกาไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ก็ขอความกรุณาต่อศาลฎีกาลงโทษสถานเบาโดยรอการลงอาญา ทั้งนี้ ต่อมานายธาริตยังได้ส่งทนายความยื่นคำร้องพร้อมวางเงิน 1 แสนบาทต่อศาล เพื่อเยียวยาบรรเทาผลร้ายต่อโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายสุเทพ โจทก์ยื่นคำร้องมาที่ศาลฎีกาสรุปเนื้อหาตามที่มีข่าวปรากฏสรุปว่า จำเลยในคดีได้ให้ทนายความแถลงว่ามีการประนีประนอมพร้อมขอขมาลาโทษ และขอบพระคุณกับโจทก์ที่จะได้เมตตายกโทษในคดีตามที่โจทก์เห็นสมควรให้นั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามที่นัดไว้ในวันที่ 14 ธ.ค. นี้ ตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้จะเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 ที่บัญญัติว่า ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกาหรือจะส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้ และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา พ.ศ.2550 ข้อ 3 (3) กำหนดให้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ในคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือเป็นที่สนใจของประชาชนหรือคดีอื่นใดซึ่งประธานศาลฎีกาเห็นสมควรให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้เวลา 7.30 น. นายธาริต จำเลยเดินทางมาศาล โดยขึ้นแถลงต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งไต่สวน นายคณิต ณ นคร ในประเด็นที่นายคณิตเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับนายสุเทพ โจทก์ จนนายสุเทพได้ตกลงให้จำเลยทำหนังสือขอขมาลาโทษ โดยพนักงานอัยการที่ทำหน้าที่แก้ต่างให้นายธาริตก็ลุกขึ้นแถลงต่อศาลในข้อกฎหมายว่า กรณีดังกล่าวมีการเจรจาตกลงกันว่าจะมีการยอมความ โดยนายธาริตจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย จึงเป็นเหตุให้สิทธิการดำเนินคดีอันเป็นข้อยุติลง ทำให้ศาลอ่านคำพิพากษาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นรองนายกฯ มีหน้าที่กำกับดูแลโครงการสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างโรงพัก 396 แห่ง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงสัญญาจากรายภาคเป็นการรวมสัญญาเป็นเจ้าเดียว โดยมีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ร้องต่อนายธาริต ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบการกรณี บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่ได้รับการชนะประมูลการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนทั่วประเทศ จำนวน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เข้าข่ายน่าจะมีการทุจริตและการฮั้วประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยในฐานะอธิบดีดีเอสไอได้มีการแถลงข่าวถอดความสรุปว่า นายธาริตได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย นายสุเทพได้สั่งการให้มีการเปลี่ยนสัญญารายภาค ซึ่งอาจจะส่อว่าให้ประโยชน์กับบริษัทพีซีซีฯ และเป็นเหตุให้ไม่สามารถก่อสร้างโรงพักได้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นรากเหง้าเกิดความเสียหายใหญ่หลวง เพราะการเปลี่ยนแปลงสัญญาดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำผิดฐานเอื้อประโยชน์ฮั้วประมูล แต่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบต่อไป ปัญหาที่เกิดจากฝ่ายการเมือง จำเลยยังแถลงครั้งต่อไปอีกว่าการประมูล บริษัทพีพีซีฯ มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง เจ้าอื่นที่เข้าร่วมประกวดราคาหลายเจ้าเป็นเงินหลายร้อยบาท โดยบริษัทพีซีซีฯ มีความมุ่งหวังเมื่อชนะการประมูลจะได้ทำการเบิกเงินได้ โดยไม่ได้คิดว่าจะสร้างโรงพักเสร็จหรือไม่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะเข้าข่ายการกระทำผิดมี 2 ฝ่ายคือข้าราชการประจำเช่น ผบ.ตร.ในขณะนั้น และข้าราชการการเมืองโดยมีโจทก์เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า จำเลยในฐานะพนักงานสืบสวนมีหน้าที่ที่จะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงนำไปสู่การวินิจฉัยของศาล หาใช่อำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะแถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงในสำนวนเพื่อชี้นำสังคม อีกทั้งคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดังนั้นเมื่อสืบสวนได้ว่าจำเลยมีการกระทำเข้าข่ายความผิด จำเลยก็มีหน้าที่ที่จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเร็ว ไม่ควรให้สัมภาษณ์ถึงโจทก์ จะเป็นการทำให้โจทก์ถูกมองได้ว่าเป็นผู้มีส่วนกระทำผิด เปลี่ยนแปลงสัญญาให้เกิดความเสียหาย อันเป็นการหมิ่นประมาทให้โจทก์ได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ที่ศาลล่างสองศาลพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้อง 4 ฉบับมีเนื้อหาสรุปว่า ขอถอนคำให้การเดิมและยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ โดยมีการเจรจาทำการขอขมาโจทก์ตามข้อตกลง พร้อมวางเงินเยียวยาบรรเทาผลร้าย 1 แสนบาท เพื่อขอให้ศาลลงโทษสถานเบานั้น ศาลเห็นว่าที่จำเลยอาจยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การก่อนศาลพิพากษา ไม่อาจทำได้ในชั้นฎีกา ส่วนที่จำเลยร้องว่าได้มีการไกล่เกลี่ยประนีประนอมจนสำเร็จอันเป็นเหตุให้สิทธิดำเนินคดีอาญาระงับไปนั้น เห็นว่าจากคำร้องที่ยื่นมายังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งการเจรจาไกล่เกลี่ยจะต้องคำนึงถึงคู่ความ เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย คดีอาญาการจึงไม่อาจระงับไปตามที่จำเลยร้องมา ให้ยกคำร้อง และจำเลยนำเงินที่วางไว้ 1 แสนบาทคืนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24269</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อสร้างโรงพัก, ธาริต เพ็งดิษฐ์, ศาลฎีกาจำคุกธาริต, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13b6633c121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!ทนายเผย&#039;ธาริต&#039;หมิ่น&#039;สุเทพ&#039;กรณีสร้างโรงพักมีอีกสำนวนในชั้นอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.61 - ที่ศาลฎีกา นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)หมิ่นประมาทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ว่า คดีนี้นายธาริต จำเลยได้พยายามติดต่อมาขอเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ตั้งแต่ก่อนช่วงนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งแรกที่ศาลอาญา ที่นายธาริตอ้างป่วยและขอให้ส่งคำให้การเพิ่มเติม ตนยื่นคัดค้านไปแต่ศาลอาญามีคำสั่งให้รับคำร้องส่งศาลฎีกาพิจารณา และให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกมาวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสวัสดิ์ กล่าวว่านายธาริตมีการประสานผ่านผู้ใหญ่เพื่อเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยหลายคน รวมถึงนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด แต่ยืนยันว่านายสุเทพยังไม่ได้ตอบรับการไกล่เกลี่ย เนื่องจากต้องปรึกษากับทีมทนายความ ซึ่งในครั้งแรกตนก็ตอบรับที่จะเข้าไกล่เกลี่ย จนต่อมาได้ทราบว่านายธาริตได้ยื่นคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา เป็นประเด็นที่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ จึงนำเรื่องนี้แจ้งนายสุเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายความนายสุเทพ ระบุถึงเหตุผลในคำพิพากษานายธาริต ว่า ขณะช่วงที่นายธาริตดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ได้แถลงข่าวถึงเรื่องการลงไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งจำนวนหลายครั้ง ซึ่งบางครั้งที่มีการแถลงข่าวศาลมองว่าไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะเป็นการแถลงถึงการดำเนินงาน แต่ที่ศาลตัดสินลงโทษ เป็นครั้งที่นายธาริตแถลงข่าวทำนองว่าฝ่ายการเมืองโดยโจทก์ ได้เข้าไปแทรกแซงให้เปลี่ยนรูปแบบจากการแยกสัญญารายภาครวมเป็นเจ้าเดียว เป็นเหตุให้โรงพักสร้างไม่เสร็จ ซึ่งคดีคดีหมิ่นประมาทเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งยังมีอีก 1 สำนวนกรณีที่นายธาริตให้สัมภาษณ์ว่านายสุเทพไม่ทำตามมติคณะรัฐมนตรี ทำการเปลี่ยนสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างโรงพัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าในการพิจารณาคดีการเปลี่ยนสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโรงพัก 396 แห่งที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.เมื่อเร็วๆ นี้ ตนและนายสุเทพได้เข้าไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับคณะทำงาน ป.ป.ช. ชุดใหญ่ โดยยืนยันว่าสิ่งที่นายสุเทพกระทำไม่ขัดต่อมติ ครม.ในขณะนั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการชี้มูลความผิดจาก ป.ป.ช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24211</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อสร้างโรงพัก, ทนายความนายสุเทพ เทือกสุบรรณ, ธาริต เพ็งดิษฐ์, สวัสดิ์ เจริญผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c134f2ce54e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
