<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้อง &#039;รมว.ยธ.&#039; รื้อฟื้นคดีคลองด่าน &#039;วัฒนา อัศวเหม&#039; มีหลักฐานใหม่-ยันถูกใส่ความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม ขอรื้อฟื้นคดีอาญาของนายวัฒนา อัศวเหม เนื่องจากมีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่สามารถขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีทุจริตบ่อบำบัดบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน&amp;nbsp;โดยว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยุติธรรม รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนายวัฒนา ก่อนหน้านี้เคยยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามทวงถามหนังสือที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่เคยร้องขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายสมานสามัคคีของนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2559 และขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ โดยนายวัฒนา ยืนยันมาโดยตลอดว่า มีพยานหลักฐานใหม่และตนถูกใส่ความ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าคำเบิกความของพยานในคดีเดิมนั้นเป็นเท็จ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในสมัยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เพื่อบังคับให้สภา อบต.คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยสามารถรื้อฟื้นคดีใหม่ได้เนื่องจากมีหนังสือจาก ป.ป.ช. ยืนยันว่ามูลเหตุของคดีที่ถูกกล่าวหา ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2526 ประกอบระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2560 การขอรื้อฟื้นคดีอาญาเพื่อขอพิจารณาใหม่นั้น สามารถทำได้หากเข้าเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดใน 3 ข้อคือ 1)คำเบิกความของพยานในคดีเดิมนั้นเป็นเท็จ หรือ 2)พยานหลักฐานเดิมปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ 3)มีพยานหลักฐานใหม่ ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ โดยที่พยานหลักฐานนั้นๆมิได้มีการกล่าวอ้างหรือใช้นำสืบในคดีเดิม และต้องไม่ใช่เป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่ก่อนแล้ว และผู้ร้องทราบดี เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่มิได้นำมาสืบในคดีเดิม โดยพยานหลักฐานใหม่นั้นมีความสำคัญมากพอจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีเดิม เช่น คดีเดิมฟ้องผิดตัวหรือถูกใส่ความ เป็นต้น&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ธนกฤต เผยว่า เบื้องต้นรับหนังสือไว้ จากนั้นเสนอ รมว.ยุติธรรมพิจารณาตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69686</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4371a577f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ออกหน้าร้องนายกฯเปิดทางรื้อฟื้นคดีให้&#039;วัฒนา อัศวเหม&#039;พิสูจน์ตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตัวแทนชาวคลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อชาวบ้านกว่า 1,000 คน เมื่อกลางเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอให้สมาคมฯช่วยเป็นธุระเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.กระทรวงมหาดไทย ที่ถูกกล่าวหาร่วมกับอดีตประธานสภา อบต.และสมาชิก อบต.คลองด่านว่าใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อให้สภา อบต.คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติและมีหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปนั้น
กรณีดังกล่าวเป็นปฐมบทที่นำไปสู่การฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับโครงการบำบัดน้ำเสียรวมจังหวัดสมุทรปราการในหลายๆคดี และมีผู้ถูกฟ้องคดีเป็นจำนวนมากทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน แต่มีการพุ่งเป้าไปที่การได้มาซึ่งที่ดินในโครงการฯทั้ง ๆ ที่นายวัฒนา มิได้มีชื่อปรากฎในที่ดินเลยแต่อย่างใด แต่เนื่องจากนายวัฒนาเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง จึงมีการขยายเรื่องให้เป็นประเด็นทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่ตามข้อเท็จจริงนายวัฒนามิได้มีส่วนรู้เห็นต่อนิติกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นในกรณีดังกล่าวเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายวัฒนาได้ให้คนใกล้ชิดจัดทำหนังสือ &amp;ldquo;เปิดหัวใจ ลูกผู้ชายที่ชื่อวัฒนา อัศวเหม&amp;quot; แจกจ่ายทั่วไปมีทั้งสิ้น 32 หน้า มีเนื้อหาหาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน คลองด่าน โดยยืนยันว่าไม่เคยนำที่ดินไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และไม่เคยได้รับเงิน &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; ใดๆ ที่รัฐบาลจ่ายให้กับโครงการนี้ และว่า &amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข้อมูลต่างๆ ถูกปิดบังถูกบิดเบือน ถูกชี้นำจากอำนาจการเมืองในอดีต ทำให้บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ทำให้ผมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ผมจึงอยากขอโอกาสกลับไปแสดงความบริสุทธิ์ ขอให้ผมได้ประกันตัวผมจะกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง เอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาว่ากัน ถ้าผมผิด ผมพร้อมให้ถูกดำเนินคดี ผมจะไม่หนีอีกต่อไป&amp;quot; ซึ่งนายวัฒนา ได้ขอความเป็นธรรมต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า &amp;ldquo;ผมหวังเพียงว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประชาชนรัก และเชื่อมั่นในตัวท่านว่าท่านเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนเที่ยงตรง และมีความยุติธรรมจะเปิดโอกาสให้คนแก่อย่างผมได้กลับบ้านและเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุดังกล่าวน่าจะพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรมได้เพาะมีหลักฐานใหม่หลายประการ สมาคมฯจึงจะนำความและหลักฐานไปยื่นให้นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาสั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการตั้งเรื่องเพื่อเปิดทางให้มีการรื้อฟื้นคดีของนายวัฒนากลับมาสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้ิองทุกข์ฯ (ตึก กพร.เดิม) ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69267</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec19a3dd503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อายุ 85 ปีอยากกลับบ้าน &#039;วัฒนา&#039; ร่อนหนังสือขอรื้อคดีใหม่ วอน &#039;บิ๊กตู่&#039; เปิดโอกาสให้คนแก่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 - นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศในคดีทุจริตคลองด่าน ได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชน โดยหนังสือเล่มดังกล่าวใช้ชื่อว่า &amp;quot;เปิดหัวใจ ลูกผู้ชายที่ชื่อ วัฒนา อัศวเหม&amp;quot; มีทั้งสิ้น 32 หน้า มีเนื้อหาหาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยที่ดินนั้น เป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;
โดย นายวัฒนา เกริ่นนำในหนังสื่อตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณประชาชน ที่รักความเป็นธรรมทุกคน ที่ยังรักและเป็นห่วงผม มีสือและประขาชนส่งจุดหมายถึงผมมากมาย อยากให้ผมออกมาเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นในคดีคลองด่าน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้รับข่าวสารข้อมูลจากคนเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่เคยได้ยินความจริงจากผมสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงแล้ว ผมเคยพยายามแจ้งความจริงต่อกระบวนการยุติธรมและทางสื่อแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ว่าผมจะชี้แจงและพูดความจริงอย่างไร ผลก็ออกมาอย่างที่ทุกคนเห็นกัน คนที่รักและเชื่อมั่นในตัวผม ต่างก็ให้กำลังใจและสอบถามกันมาตลอดว่า เหตุใดผจึงนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้หรือชี้แจง ผมก็ได้แต่บอกว่า ผมพยายามแล้วแต่มันไม่ใช่เวลของผม พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ กระแสสังคมก็แรงมาก ต่างกระหนำซ้ำเติม ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผมโดนก่นด่ไม่มีชิ้นดี ผมเป็นคนที่เห็นอะไรไม่ถูกต้องเป็นไม่ยอม คงไปสร้างความไม่พอใจให้ผู้มีอำนาจขณะนั้นหลายคน จึงโดนเล่นงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือของนายวัฒนา ยังระบุอีกว่า ขณะนี้ได้ตรียมการที่จะขอรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่และจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนร่วมขบวนการให้ร้าย รวมทั้งผู้ที่มีเจตนาใส่ร้ายตน พร้อมยืนยัน 1.เรื่องที่ดิน ตนไม่เคยนำที่ดินไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ 2.เรื่องโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3.เรื่องเงิน &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; ที่รัฐบาลจ่ายให้กับโครงการนี้ ตนก็ไม่เรื่องและไม่เคยได้รับ
&amp;nbsp;
&amp;quot;ในวันนี้ผมมีอายุ 85 ปีเศษแล้ว ไม่อยากจากโลกนี้ไปและยังคงทิ้งตราบาปไว้ให้กับลูกหลานและวงศ์ตระกูล ดังนั้น เมื่อปัจจุบันมีข้อมูลใหม่ๆ เปิดเผยออกมามากมาย ไม่เหมือนในช่วงที่มีการสอบสวนและตัดสินคดีผม ซึ่งข้อมูลต่างๆ ถูกปิดบังถูกบิดเบือน ถูกชี้นำจากอำนาจการเมือง ทำให้บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ทำให้ผมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ผมจึงอยากขอโอกาสกลับไปแสดงความบริสุทธิ์ ขอให้ผมได้ประกันตัวผมจะกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง เอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาว่ากัน ถ้าผมผิด ผมพร้อมให้ถูกดำเนินคดี ผมจะไม่หนีอีกต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายของหนังสือดังกล่าว นายวัฒนา ได้ขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า &amp;ldquo;ผมหวังเพียงว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประชาชนรัก และเชื่อมั่นในตัวท่านว่าท่านเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนเที่ยงตรง และมีความยุติธรรมจะเปิดโอกาสให้คนแก่อย่างผมได้กลับบ้านและเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66057</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, คดีทุจริต, คอร์รัปชัน, รื้อคดีใหม่, วัฒนา อัศวเหม, เอ๋ ชนม์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48b866712e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; เปิดข้อมูลใหม่ป.ป.ช.ชี้&#039;วัฒนา อัศวเหม&#039;พ้นผิดคลองด่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้หนังสือสำคัญจากอดีตประธานกรรมการบริหารและอดีต 2 สมาชิกสภา อบต.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ โดยทั้ง 3 คนยืนยันตรงกันว่า พวกตนพ้นข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช.ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีมีผู้กล่าวหาว่า ร่วมกันจัดทำหลักฐานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารโครงการจัดการน้ำเสียอันเป็นเท็จ เพื่อนำหลักฐานการพิจารณาอนุญาตดังกล่าวไปใช้ประกอบการเบิกเงินค่าที่ดินให้กับนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.กระทรวงมหาดไทยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าบุคคลทั้ง 3 คนได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป ตามหนังสือ ป.ป.ช.ลงวันที่ 30 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งต้นเรื่องดังกล่าวเริ่มต้นมาจากการร้องเรียนของนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ นายเฉลา ทิมทอง กรมควบคุมมลพิษ กองบังคับการกองปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันกล่าวหาว่านายวัฒนา อัศวเหม รมช.มหาดไทยในขณะนั้น ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รมช.มหาดไทย ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัด อบต.คลองด่าน จัดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารโครงการจัดการน้ำเสีย และนำหลักฐานการพิจารณาอนุญาตดังกล่าวไปประกอบการเบิกเงินค่าที่ดินที่ตนเองมีส่วนได้เสียและได้รับประโยชน์จากเงินค่าที่ดินดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงขึ้นมาจำนวน 10 คนโดยมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งได้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความคิดเห็นเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.จนมีข้อสรุปออกมาดังกล่าว ซึ่งการยกข้อกล่าวหาดังกล่าวจะเป็นผลให้คดีความต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับการกล่าวหานายวัฒนา อัฒวเหม ในศาลต่าง ๆ ทั้งศาลแพ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจจะต้องมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยที่รัฐบาล กระทรวงยุติธรรม อัยการและองค์กรอิสระทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดด้วยเพราะตกเป็นจำเลยของสังคมมานาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61312</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4ddc92c15b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว!ศาลรธน.เขี่ยทิ้งคำร้อง&#039;วัฒนา&#039;ขอให้วินิจฉัยคำพิพากษาคดีคลองด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;3 ม.ค.63 - เว็บไซต์สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำสั่ง ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ที่นายวัฒนา อัศวเหม จำเลยหลบหนีในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาขององค์คณะผู้พิพากษา และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่อม.2/2550 และหมายเลขแดงที่อม.2/2551 ที่ระบุว่านายวัฒนาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่ง รมช. มท. ใช้อำนาจในตำแหน่งกระทำการข่มขืนใจ หรือจูงใจให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เจ้าพนักงานที่ดิน จ. สมุทรปราการสาขาบางพลี ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่ตนเอง ในนามของบริษัทปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด โดยมิชอบ และพิพากษา ให้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ลงโทษจำคุก 10 ปี ริบพระเครื่องผงสุพรรณเลี่ยมทอง 1 องค์ เป็นการพิจารณาพิพากษาคดีที่ไม่ชอบ ด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 185 มาตรา 197 และขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 5 วรรคหนึ่งมาตรา 188 วรรค 2&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องเป็นการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยการพิจารณาคดีและคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วจึงเป็นกรณีที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 47 ( 4 ) ซึ่งมาตรา 46 วรรค 3 บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย นายวัฒนาจึงไม่อาจยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53737</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48b866712e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่งคุกอ่วม &#039;วัฒนา-พวก&#039; ทุจริตก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.61 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี&amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;254/2547&amp;nbsp;ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง&amp;nbsp;1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี หรือ&amp;nbsp;NVPSKG (ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์)&amp;nbsp;2.บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.บริษัทประยูรวิศว์การช่าง&amp;nbsp;5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง&amp;nbsp;6.บริษัทสี่แสงการโยธา (1979)&amp;nbsp;7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา&amp;nbsp;8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;10.บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่&amp;nbsp;13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp;14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp;15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp;16.บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ&amp;nbsp;18.นายกว๊อกวา โอเยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ&amp;nbsp;19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (หนีคดีตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;ซึ่งศาลออกหมายจับไว้อยู่แล้ว) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1 - 19&amp;nbsp;ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;ไร่ มูลค่า&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินนั้นกลับเป็นกลุ่มบริษัทจัดหามาแล้ว ที่ดินนั้นเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ&amp;nbsp;2.3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ซึ่งคดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในส่วนของกิจการร่วมค้า&amp;nbsp;NVPSKG&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;1นั้น ศาลได้พิพากษายกฟ้องไปแล้วตั้งแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ โดยคดีศาลสั่งประทับรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่&amp;nbsp;2-19&amp;nbsp;เท่านั้น ปัจจุบันจึงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษารวม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลแขวงดุสิต ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;เห็นว่าจำเลยทั้ง&amp;nbsp;18รายกระทำผิดจริง จึงพิพากษาให้ จำคุกจำเลยที่&amp;nbsp;3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18&amp;nbsp;และนายวัฒนา จำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คนๆ ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;2, 4, 6, 8, 10, 12 ,16ซึ่งเป็นบริษัทนิติบุคคล รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย ให้ปรับรายละ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;บาท โดยจำเลยทั้งหมดยื่นอุทธรณ์สู้คดีเพื่อให้พิพากษายกฟ้อง ซึ่งระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยที่&amp;nbsp;3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18&amp;nbsp;ได้ประกันตัวคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท ส่วน นายวัฒนา จำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;หลบหนีคดี ศาลจึงสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย เนื่องจากเห็นว่าช่วงเวลาที่บริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่&amp;nbsp;16ซื้อที่ดินเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฯ ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการฯจะใช้ที่ดินบริเวณใดบ้าง โดย คพ. โจทก์ เพิ่งมีโครงการชัดเจนว่า จะใช้ที่ดิน ต.คลองด่าน ในเดือน ก.พ.2539&amp;nbsp;พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าพวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของ คพ. เลือกที่ดินของ บริษัท คลองด่านมารีนฯ จำเลยที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคพ. โจทก์ ได้ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกา กลับพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้ นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่&amp;nbsp;11 ,&amp;nbsp;นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่&amp;nbsp;15 ,&amp;nbsp;นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่&amp;nbsp;19ที่ศาลเคยออกหมายจับไว้แล้วเพราะไม่ศาลเมื่อนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าออกหมายจับครบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนแล้ว ยังไม่ได้ตัวมา ศาลจึงให้อ่านคำพิพากษาลับหลังทันทีในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา จำเลยที่&amp;nbsp;7ที่วันนี้ไม่มาศาลระบุยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยขอให้ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาอีกครั้งนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยน่าจะมาศาลได้ พฤจิการณ์เป็นลักษณะการประวิงคดี กรณีไม่มีเหตุให้เลื่อนและส่วนของ นายกว๊อกวา โอเยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่&amp;nbsp;18ได้รับหมายศาลโดยชอบแล้วไม่มา พฤติการณ์ทั้งสองเชื่อว่าจะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับทั้งสองภายในเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนเพื่อฟังคำพิพากษาต่อไปในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ส.ค.นี้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์คณะศาลแขวงดุสิต ได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ตามทางนำสืบของ คพ. โจทก์ รับฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12,13,14,15,16,17,18,19 รวม 18 รายกระทำผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงพิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้ง 18 ราย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการซื้อที่ดิน 1.9 พันล้านบาท และฉ้อโกงกรณีสัญญาจ้างก่อสร้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ที่ศาลล่างพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ จึงให้จำคุก นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;จำเลยที่ 3 และนายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำเลยที่ 11 คนละ 6 ปี ใน 2 กระทง ฐานร่วมกันฉ้อโกงการซื้อที่ดิน 1.9 พันล้านบาท และฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 13 , นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp; จำเลยที่ 14 , นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่ 15 , นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ&amp;nbsp; ที่ 17 , นายกว๊อกวา โอเยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ ที่ 18 และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (หนีคดีตั้งแต่ปี 2552) ที่ 19 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง จำเลยที่ 5 , นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา จำเลยที่ 7 , นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์&amp;nbsp;จำเลยที่ 9 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีสัญญาการก่อสร้าง (รวมจำคุกผู้บริหารบริษัทก่อสร้างทั้งหมดรวม 11 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำเลยที่ 2 กับ บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;ที่ 10 นั้นให้ปรับรายละ 2 กระทง รวมเป็นเงิน 12,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการซื้อที่ดินและฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างงานและปรับ บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ ที่ 12 กับบริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ ที่ 16 รายละ 6,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการซื้อที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ บริษัทประยูรวิศว์การช่าง&amp;nbsp;จำเลยที่ , บริษัทสี่แสงการโยธา (1979) ที่ 6 , บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำเลยที่ 8&amp;nbsp;ให้ปรับรายละ 6,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างงาน(รวมปรับบริษัทจำเลยทั้งหมด 7 แห่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ในเวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บรรดาญาติจำเลยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน ได้เตรียมอาหารกล่องสำหรับอาหารมื้อเย็น และยารักษาโรคประจำตัวของจำเลยเตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อนำไปให้เมื่อจำเลยต้องเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13339</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, คดีคลองด่าน, ทุจริต, วัฒนา อัศวเหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b4879995514a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
