<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอ้คนผิดมันก็ต้องผิด&#039;ประยุทธ์ลั่นไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า ขอทุกคนมองประโยชน์ของประเทศชาติว่าอยู่ตรงไหน แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป ถ้าเราอยากจะอยู่แล้วให้มันดีขึ้นๆ ก็ต้องช่วยกัน สิ่งที่ดีๆมันเยอะแยะไป อย่าไปขยายความขัดแย้งกันมากนัก เดี๋ยวก็ไปเรื่องโน้นเรื่องนี้กันเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ในส่วนของการดำเนินคดีต่างๆ ก็เห็นกันแล้วว่าคดีในหลายๆคดี เป็นเรื่องการพิจารณาของศาล ไม่ได้ไปสั่งหรือต้องเข้าไปสั่ง ถึงแม้จะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ว ก็เป็นเรื่องของศาลที่ท่านจะพิจารณา ว่าจะลงโทษหรือไม่ลงโทษ หลายคนก็ได้รับการพิจารณาว่าไม่มีความผิด ทีอย่างนี้ไม่เห็นพูดกันเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไอ้คนผิดมันก็ต้องผิด ส่วนจะผิดมากหรือผิดน้อยก็ขึ้นอยู่กับศาลที่จะพิจารณาในเรื่องของความเป็นธรรม นั่นคือกระบวนศาล กระบวนการยุติธรรมของเรา จะไปทำตามใจชอบใครไม่ได้ ผมไม่ได้ไปก้าวล่วงอำนาจศาลและกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87783</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีความ, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2d9b323e89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อีฟ’ฟาด‘กานต์’ฟ้อง4คดี ลั่นถ้ามาไกล่เกลี่ยไม่ต้องจ่ายสักบาท! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการ &amp;quot;ถามสุดซอย&amp;quot; ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย &amp;quot;เอิ๊ก-พรหมพร ยูวะเวส&amp;quot;  เปิดใจสัมภาษณ์ &amp;quot;อีฟ-อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์&amp;quot; หรือ &amp;quot;อีฟ แม็กซิม&amp;quot; ไล่ฟ้อง &amp;quot;กานต์-วิภากร ศุขพิมาย&amp;quot; ถึง 4 คดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฟ้อง 4 คดี ก็มีหมิ่นประมาท 2 คดี แล้วก็ขับไล่เป็นการข่มขืนใจ และมีหมิ่นประมาทอยู่ในนั้นด้วย รวม 4 คดี เรื่องเริ่มจากเขาโพสต์เฟซบุ๊กด่าเรา ด่ารุนแรงถึงพ่อแม่ ทำให้เรายอมไม่ได้ มีหนึ่งคดีที่ตัดสินไปแล้ว ที่หมิ่นประมาทมีหลายคำ หนึ่งในนั้นคือคำว่าเหลือมที่เขาใช้ด่าเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาน่าจะเข้ามาตอนพี่เสกมีไบโพลาร์กำเริบ มีการไลฟ์สด ตอนนั้นลูกชายพี่เสกกลับมาพอดี คบกันได้ปีกว่า ตอนนั้นเขาเริ่มติดต่อมาให้พาพี่เสกไปรักษา เพราะน้องเสือลูกชายเขามีสิทธิ์เซ็นเป็นเจ้าของไข้ เราไม่ได้พาพี่เสกไปรักษาเพราะตอนนั้นอยู่กันแค่ 2 คนและเราอยู่ในฐานะคู่หมั้น เราไม่ได้มีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของไข้ ตัวพี่เสกตอนนั้นเขาก็ไม่ได้ยอมไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ทางนั้นเรียกเราว่าเหลือม หาว่าเราเกาะพี่เสก ไม่ได้ทำมาหากินอะไร พี่เสกให้เงินใช้เดือนละ 3 หมื่นและให้แม่อีกเดือนละ 2 หมื่น คือการอยู่ตรงนั้นก็เหมือนเราไม่ได้ออกไปทำงาน เพราะพี่เสกให้เราอยู่ตรงนั้น แล้วเขาบอกว่าการที่เราอยู่ตรงนั้นก็เหมือนเป็นการช่วยงานเขาไปในตัวด้วย เพราะเราได้ช่วยงานเขาในหลายๆเรื่อง ทั้งงานคอนเสิร์ต เราก็อยู่กับเขาตลอด ก็เหมือนเราทำงานกับเขา เขาก็จ่ายเงินให้เราและแม่ เขาว่าเราไปเกาะพี่เสก มันเป็นความคิดของเขา ส่วนคำที่ว่าเราอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร เขาไม่ได้มาใช้ชีวิตอยู่กับเรา เอาความคิดนี้มาจากไหนไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านที่เกิดเรื่องราว เป็นชื่อพี่เสกค่ะ ต้องเท้าความว่าตอนเกิดเรื่อง ทางนั้นเข้ามาที่บ้าน พี่เสกเขาเอาเอกสารทางศาลมาให้ดู ว่าเขามีสิทธิ์ครอบครองบ้าน จะให้ใครอยู่ก็ได้ แต่โฉนดเป็นของลูก ตอนที่หย่าพี่กานต์ก็ได้ไปซื้อบ้านอีกหลังหนึ่งให้เขาและลูกอยู่ หลังนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเขาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนเขาบุกเข้ามาในไลฟ์สดเขาพูดเยอะค่ะ อีฟก็เพิ่งตื่นเพราะเช้ามาก ตอนนั้นพี่เสกไม่อยู่ ถ้าตามสิทธิ์ตอนนั้นไม่ใช่บ้านพี่กานต์ อีฟไม่ได้อยากจะอยู่เหมือนที่เขาเข้าใจว่าเราอยากอยู่ อยากเกาะ พอมีปัญหา อีฟก็อยากกลับบ้าน เพราะอีฟก็มีบ้านอยู่ มีแม่อยู่ ก็บอกพี่เสกว่าขอกลับบ้าน เพราะตรงนั้นมันก็เครียด แต่เขาไม่ให้อีฟกลับ อีฟก็ปรึกษาทนายส่งให้เขาดูตลอดว่าเราพูดกับเขายังไง เราก็ยืนยันว่าตอนนั้นพี่เสกเป็นคนให้เราอยู่ เราก็ปรึกษาทนาย เขาก็บอกว่าขับไล่เราไม่ได้ ซึ่งฝั่งโน้นมีการฟ้องขับไล่ เหมือนใช้สิทธิ์ของลูกชาย แต่ตรงนั้นพอเราออกมาปุ๊บ เขาก็ไปถอนฟ้อง แต่จริงๆ ตัวเขาไม่มีสิทธิ์จะไล่ อีฟก็ออกมาตั้งแต่วันนั้นและไม่ได้กลับไปเลย ที่ไม่กลับไปอีกเพราะเหมือนตัวพี่เสกเขาไม่ชัดเจน และไม่เด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางนั้นเขาบอกว่าเราปล่อยบ้านรก สกปรก ไม่เก็บที่นอนเลย เรื่องเก็บที่นอน เป็นวันเดียวที่เขาเห็น เขาบุกไปที่บ้าน ตอนนั้นเป็นการนอนข้างล่างที่โซฟา 3 คน พี่เสกตื่นเป็นคนสุดท้าย พี่เสกเอาผ้าห่มไปเก็บที่ชั้นล่าง ซึ่งอีฟไม่ได้เป็นคนเก็บ เขาเห็นวันนั้นวันเดียว ซึ่งเราอยู่กันมาเป็นปี เขาไม่ได้เห็นตอนเราอยู่กันสองคน แล้วจะมาเหมารวมก็ไม่ถูก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูแลพี่เสกยังไง หลักๆก็คือพาพี่เสกไปหาหมอ ดูเรื่องยา การดูแลสุขภาพ ทำกับข้าวให้บ้าง การทำความสะอาดจะมีแม่บ้าน เราอยู่กันสองคน พี่เสกเขาไม่ให้ทำ ตอนนั้นเขาป่วย ก็จะมีความคิดแปลกๆ หน่อย เราทำหลายหน้าที่เลยนะคะ พี่เสกเองก็พูดว่าเหมือนอีฟทำให้ทุกอย่าง ทั้งขับรถพาไปเล่นดนตรีต่างจังหวัด อีฟขับไปทั้งไปทั้งกลับ ไปกันสองคนก็ไปมาแล้ว แต่คนอื่นไม่เห็นค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่เสกเขามีแค่พูดปรามๆ เขาให้เหตุผลว่ายิ่งเขาไปห้าม จะทำให้ฝั่งนั้นด่าเราเพิ่มขึ้น จากที่ทางนั้นมาไล่อีฟ อีฟไม่โทษว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของพี่เสก ในมุมอีฟ อีฟเข้าใจว่าพี่เสกไม่ได้รู้เรื่อง เพราะ ณ ตอนที่เรายังอยู่ เขาพยายามกดดันพี่เสกเพื่อให้เราออกจากบ้าน เราก็อยากออก ไม่ใช่อยากจะอยู่ แต่พี่เสกไม่ปล่อยเราไป เรารักใคร เราก็จริงจังกับคนนั้น เราก็ได้รับความรู้สึกตรงนั้นด้วย ก็ค่อนข้างจริงจัง อยู่กับเขาเพราะรักด้วย ใช้ชีวิตแบบคู่รักทั่วไปเลย วันนี้ยังรักไหมตอนนี้เราออกมานานแล้ว มันไม่แล้วค่ะ ไม่เกลียดไม่โกรธเลยค่ะ เฉยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกคดีที่้ฟ้องเป็นคดีต่อเนื่องกัน พอเราออกมาแล้วเขาให้นักร้องในค่ายแต่งเพลงว่าเรา วันเหตุการณ์ที่เขาไล่เราออกมา และมีเสียงเราอยู่ในเพลง เข้าข่ายหมิ่นประมาทค่ะ ที่ฟ้องทั้งหมด เราอยากให้เขาสำนึกผิดว่าการที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่เฉพาะอีฟ กับใครก็ได้มันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่นึกจะด่าใครก็ได้ แล้วก็อยากให้เขาขอโทษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟ้องครั้งแรก เรามีคำท้ายฟ้องว่าให้เขาขอโทษ ลบโพสต์ที่ด่าเรา และห้ามโพสต์ด่าเราอีก เราขอแค่นี้ มีการนัดไกล่เกลี่ย 2 ครั้ง ซึ่งเขาไม่มา เขาไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ย ถ้าเขามา ณ ตอนนั้น คุยกันจบ ทำตามที่เราขอไป เขาไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท แค่ขอโทษ ลบโพสต์ที่ด่าเราเยอะๆ และไม่มีการพาดพิงอีก แต่ไม่มีการไกล่เกลี่ย ความตั้งใจของเราคืออยากให้เขาได้รับโทษมากกว่า เขาบอกถ้าให้จ่าย 7 ล้าน ยอมติดคุกดีกว่าก็แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่เสกได้ติดต่อให้มายอมกัน อย่ามีเรื่องมีราวไหมเหรอ ก็มีค่ะ ตั้งแต่ตอนอยู่กับเขา เราก็บอกเขาแล้วว่าขอให้อย่ามายุ่ง เพราะทางโน้นโพสต์ด่าเรา ไม่เกี่ยวกับพี่เสก ก็บอกว่าไม่ต้องมาขอให้ถอน ให้ยอม พอเราออกมาแล้วพี่เสกก็ให้คนมาคุยอีกครั้ง เหมือนอยากให้จบดีๆ เราก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าเราไม่ยอม ณ วันที่อยู่ตัวพี่เสกก็ไม่ได้ปกป้องเรา การที่เราฟ้อง ก็ฟ้องเพื่อปกป้องตัวเอง เขาก็ไม่มีสิทธิ์ให้เราถอนฟ้อง ยอมง่ายๆค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาจดทะเบียนสมรสกันรอบที่ 3 ทราบค่ะ เหมือนเราตัดใจแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว พี่เสกเคยพูดว่าไม่มีทางกลับไปจดทะเบียนกับทางโน้นอีก หลายๆ คนก็รู้ค่ะ เขาก็เคยพูดออกสื่อ ส่วนวันนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่พูดก็ไม่รู้เหมือนกัน สถานะตอนนี้เหมือนเป็นคนอื่นไปแล้ว ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เฉยๆเลย ไม่ได้มีอะไรจะบอกค่ะ ล่าสุดที่เขาไลน์มาให้อีฟถอนฟ้องคดี อีฟก็บล็อกไลน์เขาไปแล้ว เพราะไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วเราก็ขาดกันแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์-วิภากร ศุขพิมาย, ขึ้นศาล, คดีความ, ฟ้องร้อง, หมิ่นประมาท, อีฟ แม็กซิม, อีฟ-อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์, เสก โลโซ, เสกสรรค์ ศุขพิมาย, เอิ๊ก-พรหมพร ยูวะเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17bb7349037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเปิดพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ หลังเลื่อนคดีนาน 3 เดือนหลบโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.63 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลสถิติคดีความผิดตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รวบรวมสถิติคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังรัฐบาลออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมสถิติคดีสะสมตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พ.ค. 2563 มีจำนวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาในกลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง ทั้งหมด&amp;nbsp;14,727&amp;nbsp;คดี พิพากษาแล้วเสร็จ ทั้งหมด&amp;nbsp;14,176&amp;nbsp;คดี (คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;96.26) จำนวนจำเลยที่ขึ้นสู่การพิจารณาทั้งหมด 21,113 คน ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด คือ ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน&amp;nbsp;20,736&amp;nbsp;คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้กระทำความผิดสูงสุดในการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน&amp;nbsp;1,797&amp;nbsp;คน ส่วนในกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว มีจำนวนคำร้องที่ขอตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;813&amp;nbsp;คำร้อง จำนวนเยาวชนที่เข้าสู่การตรวจจับที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด 891 คน ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบจับกุมสูงสุด คือ ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 884 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าสถิติคดีในกลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง ในเดือน เม.ย. ตลอดทั้งเดือนมีปริมาณคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาทั้งหมด 17,466 คดี เดือน พ.ค. จำนวน&amp;nbsp;14,727&amp;nbsp;คดี เมื่อนำมาเปรียบเทียบพบว่าสถิติคดีมีปริมาณลดลง 2,739 คดี ขณะที่ในส่วนของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว สถิติการจับกุมในเดือน เม.ย. มีจำนวน 1,262 คดี เดือน พ.ค. มีจำนวน&amp;nbsp;813&amp;nbsp;คดี เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองเดือนพบว่าสถิติมีการลดลง จำนวน 449 คดี ซึ่งสาเหตุอาจเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และประชาชนเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ เริ่มมีการปรับตัวให้อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่มีการเลื่อนนัดพิจารณาคดีในช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค. เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศมีความพร้อมที่จะเริ่มกลับมาพิจารณาคดีเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิ.ย. 2563 โดยคณะอนุกรรมการศึกษาติดตามและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของศาลยุติธรรม ซึ่งมีนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการคดี และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งสถานที่และบุคลากรสำหรับการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในเดือน มิ.ย. 2563 เช่น กำหนดให้คู่ความและผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องพิจารณาใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สวมหน้ากาอนามัยตลอดเวลา และให้อยู่ห่างจากบุคคลอื่นในระยะอย่างน้อย 1 - 1.5 เมตร หรือให้เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์จัดให้อยู่ในบริเวณที่เหมาะสม จัดให้มีจุดบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) เพื่อให้คู่ความหรือทนายความสามารถยื่นคำคู่ความหรือเอกสารใดๆ โดยที่มีเจ้าหน้าที่รับและมีระบบการติดตามทราบคำสั่งหรือความคืบหน้าของคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลที่มีทางเดินรถภายในที่สะดวก กว้างขวาง อาจจัดให้มีการบริการ&amp;nbsp;Drive Thru&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อโดยไม่ต้องลงจากรถ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ที่เข้าไปในอาคาร สะดวกแก่การดูแลสุขอนามัยภายในศาล สำหรับการติดต่องานบริเวณจุดรับบริการหรือเคาน์เตอร์ระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลกับผู้มาติดต่อราชการ กำหนดให้มีเส้นแบ่งหรืออุปกรณ์เพื่อการเว้นระยะห่างบุคคลอื่น (Social Distancing) และให้ศาลจัดเตรียมหน้ากากอนามัยสำรองไว้เพื่อให้บริการแก่คู่ความหรือผู้มาติดต่อราชการในกรณีที่ไม่ได้นำหน้ากากอนามัยติดตัวมาศาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการออกหมายและส่งหมายแจ้งวันนัดสำหรับคดีทุกประเภทให้ใช้ความระมัดระวัง และบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและสถานที่ตามที่ได้ดำเนินการให้ละเอียดชัดเจน สำหรับคดีจัดการพิเศษที่รับฟ้องใหม่ ควรกำหนดนัดพิจารณาแบบเหลื่อมเวลา รวมถึงในกรณีออกหมายเรียกพยานบุคคลมาเบิกความที่ศาล ให้ระบุเวลาไว้ในหมายเรียกให้สอดคล้องกับเวลานัดหรือเวลาที่พยานจะต้องเข้าเบิกความ เพื่อลดระยะเวลาที่คู่ความ ทนายความ และผู้เกี่ยวข้องต้องรอการพิจารณาและลดความแออัดในห้องพิจารณา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้มีมาตรการผ่อนปรนให้กิจกรรม/กิจการบางประเภทเปิดทำการเพิ่มเติมได้ (ผ่อนปรนเฟส 3) และให้การเดินทางข้ามจังหวัดภายใต้มาตรการที่ราชการกำหนด รวมถึงลดเวลาการออกนอกเคหสถานลง 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 23:00 น.- 03:00 น.ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการยึดหลักสาธารณสุขเป็นหลัก รวมถึงศึกษาข้อกำหนดของมาตรการการผ่อนปรนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการระบาดระลอกสอง หรือ&amp;nbsp;second wave&amp;nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนหลายๆ ประเทศ&amp;rdquo; เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67566</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีความ, ศาลยุติธรรม, สราวุธ เบญจกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4fc5f4615e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กองปราบเผยเกล็ดความรู้โทษคดีกรรโชกทรัพย์คุกไม่เกิน 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63-เพจกองปราบปราม โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ &amp;ndash; ว่าด้วยเรื่อง &amp;ldquo;การกรรโชกทรัพย์&amp;rdquo; ระบุว่า จากคราวที่แล้ว เราได้รู้จักโทษของการวิ่งราวทรัพย์กันไปแล้วนะคะ วันนี้เรามาต่อเกี่ยวกับโทษของการกรรโชกทรัพย์กันค่ะ การกรรโชกทรัพย์ คือ การข่มขู่ให้ผู้อื่นยอมให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่ 3 &amp;nbsp;ซึ่งผู้ใดกระทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าการกรรโชกทรัพย์ได้กระทำโดยการ ขู่ฆ่า ขู่ทำร้ายร่างกาย ขู่ว่าจะเผาทรัพย์สินของผู้ถูกขู่ หรือใช้อาวุธประกอบการขู่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1 หมื่น - 1 แสน 4 หมื่นบาท
.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66174</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, คดีกรรโชกทรัพย์, คดีความ, ตำรวจ, เกล็ดความรู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec1139f75c73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเผยสถิติฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  1-15 พ.ค. 8,990 คดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 63 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลสถิติคดีความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รวบรวมสถิติคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภายหลังรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. โดยไม่มีความจำเป็น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยภาพรวมสถิติคดีสะสมตั้งแต่วันที่ 1 - 15 พ.ค. 2563 มีจำนวนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง 1. จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา ทั้งหมด 8,990 คดี 2. จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ ทั้งหมด 8,756 คดี (คิดเป็นร้อยละ 97.40) 3. ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 12,116 คน 4. จังหวัดที่มีผู้กระทำความผิดสูงสุดในการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 964 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1. จำนวนคำร้องที่ขอตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 496 คำร้อง 2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบจับกุม สูงสุด คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 530 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อพิจารณาปริมาณคดีที่เข้าสู่ศาล ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 พ.ค. 2563 มีจำนวนเฉลี่ย 599 คดี/วัน จังหวัดที่ยังพบว่ามีการกระทำผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 964 คน ขณะที่ยอดคดีสะสมเดือนที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 3 - 30 เม.ย. 2563 พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มศาลอาญา ศาลจังหวัด และศาลแขวง ปริมาณคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาทั้งหมด รวมทั้งสิ้น 17,466 คดี ปริมาณคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จทั้งหมด 17,039 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.56 ส่วนข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีผู้กระทำผิดรวมทั้งหมด จำนวน 23,628 คน รองลงมาคือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีผู้กระทำผิดสะสมทั้งหมด จำนวน 316 คน และ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีผู้กระทำผิด 38 คน จังหวัดที่กระทำความผิดสูงสุดในฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คือกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,829 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1. จำนวนคำร้องที่ขอตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 1,262 คำร้อง 2. ข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบจับกุม สูงสุด คือ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 &amp;nbsp;จำนวน 1,360 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้มีมาตรการผ่อนปรนให้กิจการบางประเภทเปิดทำการเพิ่มเติมได้ (ผ่อนปรนเฟส 2) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งขนาดใหญ่และร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย ให้เปิดใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2563 โดยให้มีมาตรการป้องกันโรค รวมทั้งได้มีการปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00 - 04.00 น. นั้น ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ ศึกษาข้อกำหนดของมาตรการการผ่อนปรนอย่างละเอียด เคารพกฎหมายและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ยอดสถิติคดีสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66082</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีความ, พรก.ฉุกเฉิน, ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e24195014039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปู&#039;พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เผยเรื่องอยู่ในชั้นศาลแล้ว! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่เป็นประเด็นร้อนว่อนโซเชียลเมื่อนางเอกสาว ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตนไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์อาหารเสริมในเครือของแบรนด์ที่มีเหล่าบอสเป็นคนดัง ทั้ง ดีเจมะตูม-เตชินทร์ พลอยเพชร และ ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ แล้ว และดีเจมะตูมก็มีรการยอมรับว่าตนโพสต์แขวะนางเอกสาวจริง ทำให้โซเชียลทุกช่องทางของทั้งสองฝ่ายร้อยระอุไปด้วยคอมเม้นท์จากชาวเน็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ปู ไปรยา ได้โพสต์ลงแฟนเพจ Praya Lundberg เพื่อชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่าตนทำดีที่สุดแล้วในการรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย และพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคำพูดทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สืบเนื่องจากกระแสข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์วันนี้นะคะ ปูขอขอบคุณกัลยาณมิตรของปูทุกท่านสำหรับความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ปูจึงขออนุญาตแฟนคลับ ผู้ติดตาม รวมถึงตัวแทนผลิตภัณฑ์ฯ ทุกท่าน ที่จะกล่าวถึงข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากฝั่งปูในเรื่องที่เกิดขึ้นนะคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนอื่นปูขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้เลยค่ะ ว่าปูได้ทำหน้าที่พรีเซนเตอร์สินค้าได้อย่างดีที่สุดแล้วตามกติกา ข้อกำหนด และขอบเขตสัญญา แต่ต่อมากลับเกิดประเด็นปัญหาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และการบันทึกรายละเอียดทางบัญชี ฯลฯ ซึ่งนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างกันในศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปูพยายามอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ ในการรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย และการทำงานอย่างมืออาชีพภายใต้กติกาในสัญญา แต่เมื่อเราเดินทางกันมาจนสุดทาง แม้ต่างฝ่ายต่างพยายามเจรจาหาทางพูดคุยกันด้วยเหตุผลแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่สามารถมาร่วมงานกันต่อได้ด้วยเหตุแห่งกติกาในสัญญา ปูจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการบอกเลิกสัญญาค่ะ เรื่องนี้ปูพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์และความจริงในคำพูดของปูทุกประการค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปูยอมรับนะคะ ว่าในใจปูนั้น ปูอยากอธิบายลงลึกถึงรายละเอียดเพื่อให้สังคมรวมถึงตัวแทนทุกคนได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมากๆ แต่ปูก็ไม่สามารถทำได้จริงๆค่ะ เนื่องจากเรื่องนี้ได้กลายเป็นข้อพิพาทซึ่งอยู่ในขั้นตอนทางศาลแล้ว การกล่าวถึงรายละเอียดในคดีผ่านโซเชียลมีเดียของปูจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้จริงๆค่ะ เพราะอาจส่งผลกระทบมาตรฐานมารยาทในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกระบวนพิจารณาในศาลค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ปูขออนุญาตยึดถือหลักการในการไม่ใช้สื่อออนไลน์ในการกล่าวหาผู้อื่นในทางเสียหายทุกประการ เนื่องจากปูต้องทำอย่างงานมืออาชีพและไม่ใช้อารมณ์ในการแสดงออกใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อให้เกียรติทุกฝ่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปูเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะปรากฏในกระบวนพิจารณาของศาล และจะทำให้ทุกท่านเข้าใจถึงมูลเหตุแท้จริงของเรื่องนี้ทุกประการค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปูอยากกราบเรียนให้ตัวแทนทุกท่านทราบนะคะ ว่าปูกำลังพยายามหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยโพสต์ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ปูขออนุญาตโพสชี้แจงผ่านตัวปูเองเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ หากมีความคืบหน้าประการใด ปูขออนุญาตให้ตัวแทนของปูชี้แจงแทน เนื่องด้วยเหตุผลข้างต้นค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบพระคุณมากค่ะ... ปู ไปรยา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม prayalundberg&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34463</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีความ, ดีเจมะตูม, ดีเจมะตูม-เตชินท์ พลอยเพชร, ต้นหอม ศกุนตลา, ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, ปู ไปรยา, ปู-ไปรยา สวนดอกไม้, อาหารเสริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc183054ea8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯพรรคส้มหวานโวยปลดล็อกที่ไม่ปลดล็อก เพราะผู้รักประชาธิปไตยติดคดีระนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp; แสดงความเห็นการปลดล็อกการเมืองผ่านเพจ &amp;nbsp;Piyabutr Saengkanokkul ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
[ปลดล็อกที่ไม่ปลดล็อก] แม้ยกเลิกประกาศ คสช คำสั่ง คสช.บางฉบับไปแล้ว พรรคการเมืองอาจได้ &amp;ldquo;ปลดล็อก&amp;rdquo; แต่ประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย กลับยังคงถูกล็อกด้วย &amp;ldquo;โซ่ตรวน&amp;rdquo; ในนามของ &amp;ldquo;คดีความ&amp;rdquo; ต่อไป
ประชาชนเหล่านี้ คือ ผู้รักประชาธิปไตย ออกไปใช้เสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นเสรีภาพของมนุษย์ทุกคน ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิด เพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร แต่กลับต้องแบกรับคดีความเอาไว้ ราวกับพวกเขาเป็นอาชญากร ทั้งๆที่ คสช ต่างหากที่ละเมิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ ฉีกรัฐธรรมนูญด้วยกำลังทหาร มีความผิดฐานกบฏตาม ป อาญา มาตรา 113 แต่ตั้งตนเป็น &amp;ldquo;กฎหมาย&amp;rdquo; นิรโทษกรรมตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำสั่งหัวหน้า คสช ล่าสุด เมื่อยกเลิกประกาศ คำสั่ง คสช ที่กำหนดความผิดและโทษไปแล้ว ตามหลักกฎหมายอาญาและรัฐธรรมนูญ เมื่อกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดและโทษถูกยกเลิกไป การดำเนินคดีต่างๆตามกฎหมายนั้นก็ต้องสิ้นสุดลงด้วย ซึ่ง นักกฎหมาย คสช ย่อมทราบดี จึงจงใจเขียนยกเว้นไว้ว่า คดีใดที่ดำเนินอยู่ก็ให้ดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเขียนยกเว้นไว้เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติมองประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช เป็นฝ่ายตรงข้าม ต้องดำเนินคดีให้หลาบจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายืนยันว่า ประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย ที่ถูกดำเนิน &amp;ldquo;คดีการเมือง&amp;rdquo; ในยุคสมัยของ คสช ต้องได้รับความยุติธรรม ต้องไม่ถูกดำเนินคดีต่อไป พวกเขาคือผู้บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องทำให้ประกาศ คำสั่งอยุติธรรมเหล่านี้เป็นโมฆะ คืนความเป็นธรรมให้กับ &amp;ldquo;เหยื่อ&amp;rdquo; ที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงความเห็นต่อต้าน คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 คสช. ไม่ใช่ &amp;ldquo;คนกลาง&amp;rdquo; แต่เป็นคู่ขัดแย้ง เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในการเมืองไทย การกำหนดให้ดำเนินคดีกับประชาชนต่อ เป็นประจักษ์พยานชั้นดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงนี้ เดิมพันสำคัญ คือ เราต้องยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. ให้จงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23989</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีความ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ปลดล็อค, ปลดล็อคที่ไม่ปลดล็อค, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f6f0c91070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
