<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบศพนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดถูกลวงฆ่าบนน้ำตกเมืองภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - เวลา 13.30 น. ร.ต.ท.วุฒิชัย&amp;nbsp;จันทร์ใฝ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวิชิต รับแจ้งเหตุว่า&amp;nbsp;พบเห็นหญิงสาวนอนเสียชีวิตที่บริเวณน้ำตกโตนอ่าวยน ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;พร้อมเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นำโดย พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผกก.สภ.วิชิต&amp;nbsp;, พ.ต.ท.ธรรมสรรค์&amp;nbsp;บุญทรง รอง ผกก.สส.สภ.วิชิต พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงน้ำตกโตนอ่าวยน เป็นสถานที่เปลี่ยวขึ้นลงลำบาก เดินเข้าไปที่เกิดเหตุเป็นแอ่งน้ำ บริเวณน้ำตกโตนอ่าวยน ห่างจากทางเข้าน้ำตกตามเส้นทางเดินเท้าขึ้นน้ำตกประมาณ 1 กิโลเมตร&amp;nbsp;พบร่างหญิงสาวนอนคว่ำหน้าบริเวณซอกโขดหินถูกปกปิดด้วยผ้าใบสีดำมองเห็นปลายเท้าโผล่เหนือน้ำ เจ้าหน้าที่และแพทย์จึงทำการเปิดผ้าคลุมสีดำออก&amp;nbsp;พบว่าเป็นหญิงสาวลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ สภาพร่างกายท่อนล่างเปลือยเปล่า สวมเสื้อแจ๊คเก็ตด้านในสวมเสื้อยืดสีชมพู สภาพขึ้นอืดคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่าสามวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค้นในตัวพบนามบัตร เป็นกระดาษพิมพ์ในกระเป๋า เป็นภาษาฝรั่งเศสทราบชื่อ&amp;nbsp;Nicole sauvain-weisskopt (นิโคล ซาเว่น ไว ครอป์ ตามนามบัตรตำแหน่ง รองหัวหน้าพิธีศาลของสมัชชาแห่งสหพันธรัฐ)&amp;nbsp;ที่ลำคอพบสร้อยคอพร้อมพร้อมเหรียญคล้ายเงิน ตรวจสอบตามร่างกายมีรอยสักรูปนกที่เอว ใกล้ศพผู้เสียชีวิตพบกางเกงยีนส์ขาสั้นและกางเกงชั้นในลักษณะคล้ายถูกถลกออกจากตัวผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;มีรองเท้าผ้าใบยี่ห้อไนกี้สีดำเทาคาดชมพูตกอยู่ใกล้กับบริเวณโขดหิน และโทรศัพท์มือถือ1 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตที่พบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่เสื้อมีสติกเกอร์ติดอยู่ที่แขนคล้ายมีไว้สำหรับสแกนตรวจร่างกาย&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมอำพรางศพ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้ผ้าใบปิดศพหลังก่อเหตุข่มขืนเพื่ออำพราง จนกระทั่งมีพลเมืองดีมาพบศพแจ้งตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบหลักฐาน สืบสวนสอบสวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของผู้เสียชีวิต เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112342</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆาตกรรม, จังหวัดภูเก็ต, สภ.วิชิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bde20c1dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเรียน ม.6 หึงโหด! บีบคอแฟนสาวดับ ลากศพเผานั่งยางอำพรางคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต ถูกเผานั่งยางกลางป่าลึกพื้นที่หมู่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บ้านม่วงหอม ต.บ้านกลาง อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุเป็นสวนยางพาราในป่าลึก พบร่างผู้เสียชีวิตสภาพถูกเผานั่งยางจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เส้นเหลือเพียง กองกระดูก สภาพไหม้เกรียมจนจำเค้าเดิมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบทราบชื่อต่อมา ผู้เสียชีวิต คือ น.ส จุฬารัตน์ กองแก้ว อายุ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ปี อยู่ ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งญาติได้แจ้งความหายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลาประมาณบ่ายโมง กระทั่งญาติได้ออกตามค้นหาแต่ก็ไม่พบ จนมาทราบว่าถูก ฆาตกรรมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต มีชื่อเล่นว่า นายแม้ว อายุ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวังทอง หลังก่อเหตุเมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ให้ญาติพามามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ขณะที่ญาติๆและเพื่อนของผู้เสียชีวิตทราบข่าวได้เดินทางมาติดตามคดีที่สถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสวี&amp;nbsp; กุนนะ&amp;nbsp; แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุคือวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ นายแม้ว ผู้ต้องหา ได้มารับลูกสาวบอกว่าจะพาไปหาหมอ จนกระทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่กลับ จึงได้ตามไปสอบถามนายแม้ว ก็บอกว่าได้มาส่งที่ท่ารถแล้ว จากนั้นจึงได้ออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบ ตนกระวนกระวายใจตลอดมา จนกระทั้งมารู้ว่าลูกสาวถูกฆาตกรรมก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ในวันนี้จึงได้นิมนต์พระมาสวดและอัญเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน ส่วนเรื่องคดีก็อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนแฟนหนุ่มใจโหดก็อยากให้มาขอขมาศพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตและแฟนหนุ่มมีเรื่องทะเลาะกัน น่ามาจากความหึงหวงคิดว่าแฟนสาวตีตัวออกห่างเพราะแฟนสาวจะเข้ามาทำงานในห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง กระทั่งลงไม้ลงมือบีบคอจนถึงแก่ความตายจากนั้นแฟนหนุ่มได้นำศพขึ้นรถกระบะและพามาเผาอำพรางคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95485</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆาตกรรม, ฆ่าเผานั่งยาง, จังหวัดพิษณุโลก, สภ.แก่งโสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047078956319.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังคนร้ายข่มขืนฆ่า &#039;น้องนิหน่า&#039; บอกสำนึกผิดพร้อมขอโทษครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีน้องนิหน่า อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ถูกข่มขืนแล้วฆ่าชิงทรัพย์นำรถจักรยานยนต์ทับร่างอำพรางว่าเป็นอุบัติเหตุ ทิ้งศพในคูน้ำกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางหาดใหญ่-บางกล่ำ พื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้ตำรวจสามารถปิดคดีได้ภายในเวลา 26 ชั่วโมงจนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้คือนายประถม เอียดขาว อายุ 49 ปี หรือ&amp;rdquo;บังหมัด กงหรา&amp;rdquo; ชาว ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยมูลเหตุจูงใจต้องการที่จะข่มขืนน้องนิหน่าหลังพบกันโดยบังเอิญขณะทั้งสองคนเข้าไปเติมน้ำมันในปั้มน้ำมันก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากที่นายประถม ถูกจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ได้ถูกส่งตัวไปควบคุมตัวที่ สภ.คลองหอยโข่ง ชั่วคราวแทนการคุมขังที่ สภ.บางกล่ำ พื้นที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันความวุ่นวายจากญาติพี่น้องที่ยังโกรธแค้นและอาจจะมารวมตัวที่โรงพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามบรรยากาศที่ สภ.คลองหอยโข่ง ที่ นายประถม ถูกนำไปควบคุมตัวอยู่พบว่ามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงและต้องรายผู้งานผู้บังคับบัญชาทุกชั่วโมง เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการเครียดและไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนเพราะเกรงว่าจะคิดสั้น และยังไม่มีญาติพี่น้องเดินทางมาเยี่ยมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้&amp;nbsp;ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำ ได้นำรถตู้ตำรวจมารับตัว นายประถม ออกจาก สภ.คลองหอยโข่ง เดินทางกลับไปยัง สภ.บางกล่ำ เพื่อทำการสอบสวนอีกครั้ง ก่อนที่จะทำเรื่องฝากขังผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร้นในวันนี้และคัดค้านการประกันตัวและหากศาลไม่ให้ประกันตัวก็จะถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสงขลาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายประถม ขณะถูกนำตัวออกจากห้องขัง สภ.คลองหอยโข่งและตอบเพียงสั้นๆว่า สำนึกผิดและยอมรับกรรมและรับโทษกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป และอยากขอโทษน้องนิหน่าและครอบครัว และบอกว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ในคืนนั้นจะไม่ทำแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระหว่างการควบคุมตัวกลับไปยัง สภ.บางกล่ำ ตำรวจชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน สภ.บางกล่ำ ได้นำตัว นายประถม ไปชี้จุดเกิดเหตุและถ่ายภาพเพื่อประกอบสำนวนคดีอีกครั้งและทุกขั้นตอนเป็นความลับและทำอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจะจะเกิดขึ้นเพราะเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บางกล่ำมาก่อน และเมื่อถึง สภ.บางกล่ำก็นำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที&amp;nbsp; โดยมี พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ลงพื้นที่สอบสวนด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94738</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆาตกรรม, คดีฆ่าข่มขืน, จังหวัดสงขลา, น้องนิหน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603dccbef2bb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้ภัยพบหัวประธานสภา อบต.แล้ว หลังถูกหนุ่มเมาคลั่งฆ่าสยองตัดหัวโยนทิ้งแม่น้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - จากกรณีที่นายสุริยะ สมบูรณ์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านดอนบก หมู่ 6 ต.บ้านต้อน อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย และเป็นประธานสภา อบต.บ้านต้อน ถูกนายวิเชียร ไชยนุต อายุ 30 ปี ชาวบ้านเดียวกันก่อเหตุใช้มีดพร้าฟันคอจนศีรษะขาดแล้วหิ้วศีรษะใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์นำไปทิ้งแม่น้ำโขง ก่อนจะเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.รัตนวาปี เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 12.20 น. วันที่ 18 ก.พ.64 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กฤติเดช ปทุมาพัฒนานนท์ ผกก.สภ.รัตนวาปี,&amp;nbsp;ร.ต.อ.เลอศักดิ์ รอญยุทธ รองสารวัตรสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างคงคาศรีวิไลบึงกาฬ ได้ร่วมกันค้นหาศีรษะของนายสุริยะ ที่แม่น้ำโขง บริเวณตลาดจุดผ่อนปรนไทยลาว บ้านเปงจาน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี และเวลาประมาณ 16.45 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัย ชุดประดาน้ำ ก็พบศีรษะของนายสุริยะถูกทิ้งอยู่ในแม่น้ำโขง ห่างจากตลิ่งประมาณ 200 เมตร จึงนำขึ้นมา พร้อมประสานแพทย์โรงพยาบาลรัตนวาปี นำศีรษะกลับไปต่อกับร่างให้สมบูรณ์เพื่อจะได้บำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยญาติผู้ตายได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสุภัคพร พระสุมาตย์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 7 ต.บ้านต้อน กล่าวว่า นายสุริยะ ผู้ตาย เป็นที่รักเคารพของชาวบ้านทุกคน เพราะเป็นคนดี มีจิตใจเอื้ออารีกับผู้อื่น พูดจาสุภาพ เรียกเด็กทุกคนว่าลูก และยังเป็นประธานสภา อบต.บ้านต้อนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกข์สุขของประชาชนมาโดยตลอด พอทราบเรื่องตนรู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับใครอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93496</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆาตกรรม, จังหวัดหนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e6b8c16971.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายอำเภอ&#039; แจงปมขัดแย้งที่ดินสปก. ชนวนเหตุบุกยิงกำนันหญิงดับคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.63 - จากกรณีคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทำทีไปขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือ กำนันเตี้ย ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงขมับกำนันเตี้ยเสียชีวิตคาห้องครัว เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าของคดีนี้ นางสาวศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม จ.หนองคาย กล่าวว่าเท่าที่ได้สัมผัสกำนันเตี้ยเป็นคนดี ตั้งใจทำงาน เป็นนักพัฒนาคนหนึ่ง ชาวบ้านก็รัก เลยอาจจะไม่ได้ระวังตัวว่าจะมีคนปองร้าย ซึ่งปัญหาที่ญาติผู้ตายให้น้ำหนักมากว่าเป็นกรณีที่กำนันไปช่วยชาวบ้านขอเปิดทางกับเจ้าของที่ดิน สปก.คนหนึ่งนั้น เป็นเรื่องตั้งแต่ปี 62 คู่กรณีไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เป็นคนจากที่อื่นเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินตรงนั้น แล้วมีการปิดทางออก ซึ่งอ้างว่าเป็นที่ของตนเองไม่ให้คนอื่นเข้าออก ชาวบ้านก็เลยร้องเรียนให้กำนันช่วยเหลือ โดยเรื่องนี้เข้าไปถึงจังหวัดแล้ว เห็นมีเจ้าหน้าที่จาก สปก.หนองคาย เข้ามาดู แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้ มีฝ่ายกฎหมายที่ดูแลการออกโฉนดมาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าที่ดินที่เป็นข้อพิพาทกันเป็นที่ดินแบบไหน เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริกัลยา กล่าวว่า สมมติว่าเป็นที่ดิน สปก.แล้วได้รับเอกสารสิทธิ์หรือไม่ หรือมีการซื้อขายแล้วยังไม่ได้โอน ซึ่งหนึ่งคนจะโอนที่ดินได้ไม่เกิน 50 ไร่ ต้องให้เจ้าหน้าที่ สปก.มาดูว่าที่ดังกล่าวเป็นที่ของใคร ไม่ใช่ว่าเป็นที่หลวง ที่สาธารณะแล้วมาทะเลาะกันก็ไม่ถูกต้อง หรือเป็นที่ส่วนบุคคลก็ค่อยว่ากันไป โดยทางอำเภอได้เข้ามาช่วยดูอยู่ด้วย และทราบมาว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ สปก.มาตรวจดูแล้ว มีการปิดทางออกแต่ไปเปิดให้เข้าออกด้านข้างแทน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าที่ดินที่เป็นปัญหาเป็นที่มีโฉนดถูกต้องหรือไม่ หรือว่ามีการกว้านซื้อแล้วปกปิด ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันตำบลผาตั้ง, กำนันหญิงหนองคาย, คดีฆาตกรรม, จ.หนองคาย, ยิงกำนัน, อำเภอสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37be94b09bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพิพากษา&#039;บรรยิน&#039;กับพวกคดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์20มี.ค.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; นายเอนก คำชุ่ม ทนายความของครอบครัวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน กล่าวถึงความคืบหน้าคดีครอบครัวและอัยการยื่นฟ้องอาญา พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน, น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อายุ 29 ปี อดีตโบรกเกอร์คนสนิทบรรยิน และ น.ส.กัญฐนา ศิวาธนา หรือน้ำตาล อายุ 29 ปี อดีตพริตตี้ซึ่งสนิทกับนายชูวงษ์ ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 265, 268 จากกรณีโอนหุ้นนายชูวงษ์ร่วม 300 ล้านบาท ว่า คดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ได้สืบพยานโจทก์-จำเลย เสร็จทั้งหมดแล้ว โดยสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายเสร็จไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 09.00 น. ส่วนคดีฆาตกรรมที่ครอบครัวและอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาพระโขนง ถ.สรรพาวุธ ศาลอาญาพระโขนง รวมสำนวนพิจารณาและกำหนดนัดพร้อมคู่ความทั้งโจทก์-จำเลย ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์นั้น จำเลยทั้งสามได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาโดย น.ส.กัญฐณา จำเลยที่ 1 ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 5 ล้านบาท , น.ส.อุรชา จำเลยที่ 2 หลักประกัน 3 ล้านบาท และ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 หลักประกัน 5 ล้านบาท ซึ่งการประกันนั้นศาลได้กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยทั้งสามเดินทางออกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ในศาลอาญาพระโขนงนั้น พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 5 (พระโขนง)
และนางศิริรัตน์ ภรรยาของนายชูวงษ์ เป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน อดีต รมช.พาณิชย์ ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดของตน หรือ เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ตามประมวลกฏหมายอาญา ม.289 (4) (7) ซึ่งระวางโทษประหารชีวิต โดยศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.4915/2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสืบเนื่องจากกรณีที่นายชูวงษ์ วัย 50 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม. ของนายชูวงษ์ ที่ พ.ต.ท.บรรยินขับ และนายชูวงษ์เป็นผู้นั่งโดยสารด้านข้างคนขับ เกิดเสียหลักชนต้นไม้ เมื่อปี 2558 ที่ริม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ขณะที่ครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน บริษัทหลักทรัพย์แจ้งว่านายชูวงษ์ โอนหุ้นเข้าบัญชีของหญิง 2 ราย มูลค่าร่วม 300 ล้านบาท โดยคดีฆาตกรรมนี้ พ.ต.ท.บรรยิน ได้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ซึ่งศาลอาญาพระโขนง ก็กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลเช่นกัน รวมทั้งห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐานด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49181</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆาตกรรม, คดีปลอมโอนหุ้น, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, ศาลอาญา, เสี่ยชูวงษ์, เอนก คำชุ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db921963b37f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
