<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยืนโทษประหาร &#039;ผอ.กอล์ฟ&#039; กราดยิง 3 ศพ ชิงทองลพบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ.300/2564 ในส่วนคดีอาญาเเละคดีเเพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เเละบริษัทออโรร่า ดีไซน์ พร้อมด้วยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เสียหายอีก 10 ราย เป็นโจทก์ร่วมฟ้อง นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ กอล์ฟ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ, พยายามฆ่าผู้อื่นฯ, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน กรณีก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ร้านทองออโรร่า ในห้างสรรพสินค้าที่ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค.64 ว่าจำเลยมีความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6) ประกอบมาตรา 60, 289 (6) ประกอบมาตรา 80, 289 (7),339 วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคท้ายประกอบ มาตรา 340 ตรี,371,376 ,พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490, พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 8 เดือน,ฐานมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือน , ฐานพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุสมควร จำคุก 3 ปี ,ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพิ่มความสะดวกในการจะกระทำผิดให้ประหารชีวิต,ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต,ฐานชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีและใช้อาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะ ให้ประหารชีวิต และปรับ 1,000 บาท ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลย และปรับ 1,000 บาท ริบของกลาง อาวุธปืนและเครื่องกระสุน หมวกโม่งคลุมศีรษะสีดำ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เสื้อยืด โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใช้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามศาลสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้ร้องที่ 1 จำนวน 1.8 แสนบาท &amp;nbsp;,ผู้ร้องที่ 2 จำนวน 9.9 หมื่นบาท , ผู้ร้องที่ 3 จำนวน 1.3 แสนบาท, ผู้ร้องที่ 4 จำนวน 2.2 ล้านบาท, ผู้ร้องที่ 5 จำนวน 7.5 แสนบาท ผู้ร้องที่ 6,7 และ8 จำนวน 2.25 ล้านบาท,ผู้ร้องที่ 9 และ 10 จำนวน 7.5 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอลดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่ามีเหตุสมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หรือไม่ เห็นว่าโจทก์ และโจทก์ร่วมมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และพยานแวดล้อมกรณีมาสืบให้รับฟังได้อย่างมั่นคงว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสามและผู้เสียหายที่ 1-3 และที่ 5 และชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำของโจทก์ร่วมแล้วหลบหนีไปดังที่วินิจฉัยมาแล้วทั้งจำเลยมิได้ลุแก่โทษเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงาน เเละสารภาพความผิด แต่ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวง เพื่อขอออกหมายจับจำเลย จนกระทั่งจับจำเลยได้ซึ่งลำพัง แต่พยานหลักฐานที่โจทก์ และโจทก์ร่วมนำสืบมาก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้แล้ว ฉะนั้นการที่จำเลยรับสารภาพเป็นเพราะเกิดจากจำนนต่อหลักฐาน และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ที่บัญญัติว่า เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ .... ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้ ... &amp;nbsp;เป็นบทบัญญัติให้ศาลใช้ดุลพินิจในการลงโทษให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดเป็นรายบุคคลไปหาใช่บทบังคับที่จะต้องลดโทษให้แก่ผู้กระทำความผิด เพราะมีเหตุบรรเทาโทษเสมอไปไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่จำเลยชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และรับอันตรายสาหัสฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ลักษณะของการกระทำความผิดจึงเป็นไปโดยอุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณไร้มนุษยธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยชดใช้ความเสียหายเพื่อบรรเทาผลร้ายสำนึกผิดหรือมีคุณความดีดังที่อุทธรณ์ก็ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะสมควรใช้ดุลพินิจลดโทษให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลชั้นต้นให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยโดยไม่ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ย่อมเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่เเก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้มีพ.ร.ก..แก้ไขเพิ่มเติมป.แพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 224 แห่งป.แพ่งและพาณิชย์ และให้ใช้ความใหม่แทนดังนั้นในการคิดดอกเบี้ยผิดนัดของค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ถึงกำหนดเวลาชำระตั้งแต่วันที่พระราชกำหนดดังกล่าวใช้บังคับคือวันที่ 11 เม.ย.2564 เป็นต้นไปนั้น จำเลยจะต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัดแก่ (ผู้ร้องทั้งสิบ ในอัตราตามป.แพ่งและพาณิชย์ม. 224 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ตามพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมป.แพ่งและพาณิชย์ 2564 &amp;nbsp;มาตรา 7 กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นอ้าง และแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระดอกเบี้ยของค่าสินไหมทดแทนในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจนถึงวันที่ 10 เม.ย.2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปีนับ แต่วันที่ 11 &amp;nbsp;เม.ย.2564 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระค่าสินไหมทดแทนเสร็จแก่ผู้ร้องทั้งสิบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110429</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าชิงทรัพย์, ครูกอล์ฟ, ประสิทธิชัย เขาแก้ว, ประหารชีวิต, ผอ.กอล์ฟ, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6767a51179.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลขอนแก่นให้ประกันตัว 5 ผู้ต้องหาเอี่ยวฆ่าชิงทรัพย์แม่ค้าขายของชำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - ที่สภ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสงค์ ผกก.สภ.บ้านฝาง เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ภายหลังจากพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง และชุดสืบสวน สภ.บ้านฝาง ได้ทำการคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในกรณีซื้อขายรถยนต์กระบะยี โตโยต้า วีโก้ สีบรอนเทา หมายเลขทะเบียน ผจ.- 4512 นครปฐม รถของนางกันนิกา จำปา ซึ่งถูกคนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์&amp;nbsp;จากนั้นพนักงานสอบสวนก็ดำเนินการในเรื่องของการฝากขังผู้ต้องหากับศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ศาลกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันญาติได้ดำเนินการยื่นเรื่องขอประกันตัวผู้ต้องหาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ได้มีการคัดค้านการประกันตัวทั้ง 5 คน ที่ถูกจับกุมตัวได้คือนายทศพร แทนประเสริฐ อายุ30 ปี อยู่บ้านเลขที่237 &amp;nbsp;ม.12 ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว,นายศุกล หนุนสุขศุภโชค อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/7 ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ,นายพนม อุ่นผาง อายุ 47 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.4 ต.เหล่า อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม,นายวรวิทย์ ชูแก้ว อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ซอย 11 ต.บางไผ่ อ.บางแค กทม. และนายศราวุธ คิ้วสูงเนิน อายุ44 ปี ที่อยู่ 322/2 ม.8 &amp;nbsp;ต.โค้งยาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา โดยที่ศาล.จ.ขอนแก่น ได้พิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ 100,000บาท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวอีกว่า ภายหลังจากศาลมีคำสี่งให้ประกันตัวจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ในส่วนของ นายประสิทธิ์ จาลา อายุ 54ปี อยู่บ้านเลขที่ 107&amp;nbsp;ม.8 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหารายสำคัญของคดี&amp;nbsp;ซึ่งหลบหนีไปที่ จ.ตากและกินยาฆ่าตัวตายก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและนำตัวส่ง รพ.จ.ตาก นั้นขณะนี้ยังต้องรักษาตัวต่อที่รพ.ฯ เนื่องจากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์ไม่อนุญาตให้ออกจาก รพ. เพราะหากออกจากรพ.แล้ว&amp;nbsp;จะต้องเดินทางในระยะทางไกล เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงยังไม่สามารถนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านฝาง ได้&amp;nbsp;จนกว่า อาการจะหายหรือดีขึ้นและแพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.จึงจะสามารถควบคุมตัวมาดำเนินคดีได้ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109979</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าชิงทรัพย์, จังหวัดขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f174e72804f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 25 ปี 6 เดือน หนุ่มจีนฆ่าชิงทรัพย์อาม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1189/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายวูซูหมิง (Wu Zhuo Ming) อายุ 28 ปีสัญชาติจีน เป็นจำเลย ในความผิดฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลากลางวัน จำเลยได้ลวง น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้า เข้าไปในห้องพักเลขที่ 564/38 นิวพอร์ตคอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน 52 แยก 16 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.แล้วใช้มือบีบคอ น.ส.อารยา จนสิ้นใจตายก่อนลักเอาเงินสดและทรัพย์สินหลายรายการรวม มูลค่า 95,000 บาทหลบหนีไป ก่อนถูกตำรวจ สน.บางเขน ติดตามจับกุมดำเนินคดี ในชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อมาฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยนำสืบรับฟังได้ว่า ผู้ตายถูกฆ่ารัดคอในนิวพอร์ตคอนโดมิเนียม โจทก์มีบุตรชายของผู้ตายเป็นพยานเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุ มารดาเคยเล่าให้ฟังว่าจำเลยเคยมาขอยืมเงิน 1 แสนบาท และนัดให้นำเงินไปให้ที่คอนโดดังกล่าว แต่บุตรชายของผู้ตายได้บอกว่าไม่ต้องไป กระทั่งเวลา 21.00 น. วันเกิดเหตุ บิดาของพยานโทรมาบอกว่าผู้ตายยังไม่กลับบ้าน จึงได้ออกตามหา และได้มาที่คอนโดดังกล่าว เวลา 23.00 น. เจอรถของผู้ตายจอดอยู่ ตรวจสอบห้องพักถูกล็อคจากด้านใน พยานจึงได้ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในบานเกร็ด เห็นผู้ตายนอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงายอยู่บนเตียง สภาพศพถูกรัดบริเวณลำคอจนขาดอากาศหายใจ ตรวจสอบทรัพย์สินในห้องพักหายไปหลายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายพบว่ามีการติดต่อกับจำเลยหลายครั้งก่อนเกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ตายและจำเลยได้เข้าไปในห้องพักด้วยกัน ก่อนที่จำเลยจะออกมาจากห้องเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน จับกุมตัวจำเลยได้ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ จากการตรวจสอบร่างกายจำเลย มีรอยถลอกที่บริเวณข้อมือด้านขวา ซึ่งจำเลยให้การว่ารอยถลอกเกิดจากการต่อสู้กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยัง รพ.ภูมิพล ให้ตรวจสอบเนื้อเยื่อสารพันธุกรรมที่ปลายเล็บของผู้ตาย ผลการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อมีดีเอ็นเอตรงกันกับจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าโจทก์มีพยาน ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้ตายมาเบิกความตามลำดับเหตุการณ์เชื่อมโยงกันมีน้ำหนักสมเหตุสมผล และพยานไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าพยานเลิกความไปตามจริง นอกจากนี้ผลตรวจสอบดีเอ็นเอเนื้อเยื่อสารพันธุกรรมที่ปลายเล็บของผู้ตายก็ตรงกับจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้ประหารชีวิต, ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ให้จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่นฯ จำคุก 25 ปี และฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นฯ จำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุก 25 ปี 6 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมแก่บุตรชายผู้ตาย 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41916</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าชิงทรัพย์, ฆ่าชิงทรัพย์อาม่า, จำคุกหนุ่มจีน, ศาลอาญา, สน.บางเขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3932a8db9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
